10 เรื่องต้องโฟกัสก่อนก้าวข้ามมาเป็นเจ้าของแบรนด์

10 เรื่องต้องโฟกัสก่อนก้าวข้ามมาเป็นเจ้าของแบรนด์

การจะเป็นเจ้าของแบรนด์สักแบรนด์หนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะแบรนด์ธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอาง เพราะในปัจจุบันวงการธุรกิจเหล่านี้มีคู่แข่งรายใหม่เกิดขึ้นมาไม่เว้นแต่ละวัน ไหนจะคู่แข่งที่เป็นแบรนด์ดัง ๆ ที่ยึดฐานลูกค้าเอาไว้จำนวนมาก ทำให้การแข่งขันในธุรกิจเหล่านี้ดุเดือดอย่างมาก

สร้างแบรนด์อาหารเสริม

แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่อยากจะมีแบรนด์อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางสักแบรนด์ ซึ่งการอยากมีแบรนด์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถึงแม้ตลาดนี้จะดุเดือดมากก็ตาม แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้น เราจะต้องมีสิ่งที่ต้องโฟกัสก่อนจะก้ามเข้ามาเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมหรือเครื่องสำอาง

ทำไมธุรกิจถึงต้องมีแบรนด์ ?

ปัจจุบันการแข่งขันทางการตลาดมีสูงขึ้น เนื่องจากธุรกิจมีคู่แข่งจำนวนมากขึ้น สินค้าหรือบริการของธุรกิจมีความแตกต่างกันน้อยลง ธุรกิจจึงใช้แนวคิดสร้างแบรนด์ และมุ่งรักษาแบรนด์ของสินค้าให้แกร่งอยู่เสมอ

 ความหมายของการสร้างแบรนด์ คือ การที่นักการตลาดสร้างควาสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ของสินค้า กับผู้บริโภคเป้าหมาย โดยใช้เครื่องมือทางการตลาด ซึ่งประกอบด้วย ตราสินค้า คุณภาพของสินค้าและเครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ ทั้ง Online และ Offline  ที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์ และมีความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์นั้น

10 สิ่งที่ต้องโฟกัส ก่อนจะเข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารเสริมหรือเครื่องสำอาง

  • มองหากลุ่มลูกค้า
  • หา Concept
  • เลือกหาโรงงาน
  • ทดลองสูตร
  • โฟกัสขวดบรรจุ
  • Packaging
  • วิธีการจัดจำหน่าย
  • ศึกษาโมเดลธุรกิจ
  • วางโครงสร้างการคิดราคา
  • Online Marketing

มองหากลุ่มลูกค้า

เชื่อว่าเจ้าของแบรนด์มือใหม่หลาย ๆ คน ที่เริ่มต้นจากการอยากมีธุรกิจของตัวเองซักตัว มักจะเริ่มจากการมองหาโรงงานที่รับผลิตอาหารเสริมหรือรับผลิตเครื่องสำอางก่อนเป็นอันดับแรก จะไปดูสูตรของสินค้าต่าง ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเอาไปขายให้ใคร จริง ๆ การหาโรงงานก่อนหรือดูสูตรไม่ใช่เรื่องแย่ แต่ก็ไม่เรื่องที่ควรทำเป็นอย่างแรกเหมือนกัน

ซึ่งอย่างแรกที่ควรทำเลยก็คือ มองหากลุ่มลูกค้าของเราก่อน ว่าเรานั้นอยากจะทำสินค้าเพื่อเจาะตลาดคนกลุ่มนั้น เมื่อได้กลุ่มคนที่ต้องการแล้ว สิ่งต่าง ๆ หลังจากนั้นจะง่ายขึ้น ไม่ว่าจะการเลือกประเภทสินค้า สูตรของสินค้า สิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้ลูกค้าสนใจแบรนด์ของเรามากขึ้น ดังนั้นควรเริ่มต้นจากการหาสิ่งที่ตัวเองถนัด และมีตลาดรองรับ มองหาลูกค้าก่อนเสมอ

หา Concept

อย่างบอกที่ในข้อแรกถ้ามองหากลุ่มลูกค้าเจอก่อนอะไรหลายอย่างก็จะง่ายขึ้น อย่างเช่นการ หา Concept ให้กับสินค้าหรือแบรนด์ ต้องยอมรับก่อนว่าในปัจจุบันนี้การแข่งขันทางด้านคุณภาพและราคาอาจไม่พออีกต่อไป หากเราไม่สามารถหาจุดเด่นของสินค้า หรือแบรนด์ของเราได้ อาจทำให้แลรนด์ของเราตายหายจากตลาดไปเลย

ดังนั้นเราควรมองหา Concept ของสินค้าหรือแบรนด์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เพื่อช่วงชิงความสนใจของลูกค้าในตลาด

เลือกหาโรงงาน

ถึงส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการมีแบรนด์กันแล้ว ต้องยอมรับกันเลยว่าสินค้าที่ดีนั้นย่อมต้องมาจากโรงงานที่ดี ดังนั้นการหาโรงงานสักที่เพื่อผลิตสินค้าที่เราจะนำไปขายนั้น เราจะต้องศึกษาข้อมูลให้ เพราะแต่ละโรงงานจะมีจุดเด่นและสิ่งที่ถนัดไม่เหมือนกัน เวลาเลือกโรงงานควรเลือกโรงงานที่ถนัดในการผลิตสินค้าที่เราต้องการด้วย เพื่อให้สินค้าออกมามีคุณภาพ

ทดลองสูตร

ถ้าไม่ลอง เราจะรู้กันอย่างไร เพราะฉะนั้นเราควรทดลองสูตรของสินค้าก่อนขายจริง เพื่อให้ทราบถึงปัญหาต่าง ๆ และทำให้การแก้ไขได้ทัน ดีกว่านำเอาไปจำหน่ายแล้วมีปัญหาตามมาให้แก้อย่างไม่หยุดหย่อน หากเป็นแบบนั้นก็จะส่งผลเสียต่อสินค้าหรือแบรนด์ได้ นอกจากนี้การทดลองสูตรควรทดลองจนเราอินไปกับสินค้าตัวนั้นจริง ๆ เพื่อที่เวลาตอบคำถามต่าง ๆ จากลูกค้า ก็จะสามารถตอบได้ราวกับเราเป็นตัวสินค้านั้นเอง

โฟกัสขวดบรรจุ

“แค่ขวดใส่สินค้าจะขวดอะไรที่ใส่ก็ได้” หากคิดแบบนี้รับรองได้เลยว่าสินค้าของเราอยู่ในตลาดไม่ได้ยาวแน่ ๆ ถึงแม้ในด้านอาหารเสริมจะไม่ค่อยได้ประสบกับปัญหาเรื่องขวดบรรจุเท่าไหร่นัก แต่ในด้านของเครื่องสำอางโดยเฉพาะ ครีม นั้นเกิดปัญหาได้อย่างไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็น ขวดปั๊มสวยมาก แต่หัวปั๊มไม่ออก, หลอดหักใน หรือแม้แต่กระปุกครีมข้างในเกิดการระเหย ซึ่งสั่งเหล่าอาจสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้าและทำให้โอกาสในการเกิดซื้อซ้ำลดน้อยลง เพราะฉะนั้นควรตรวจสอบให้ดี เรื่องพวกนี้ก็สำคัญไม่แพ้ตัวเนื้อสินค้าเลย

Packaging

การที่เราจะขายสินค้าได้หรือไม่ได้นั้น Packaging มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ลูกค้าเห็นก่อนเป็นอันดับแรก ลูกค้าจะสนใจสินค้าหรือมองภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับ Packaging อย่างเดียว ดังนั้นควรออกแบบ Packaging ให้ตรงกับความชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมาย โดดเด่น มีเอกลักษณ์ แต่อย่าลืมใส่ความแบรนด์ของเราลงไปด้วย เพื่อให้ลูกค้ามองเห็นสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อสารให้กับลูกค้า

วิธีการจัดจำหน่าย

เราควรมองหาวิธีการจัดจำหน่ายให้ดี ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหนก็ตาม ทางออนไลน์จะขายทางไหน อย่างไร ทางออฟไลน์จะขายที่ไหน อย่างไร เรื่องนี้คิดให้รอบคอบ เพราะการมีช่องทางขายที่หลากหลายสามารถทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายกว่าแบรนด์ที่มีช่องทางขายสินค้าน้อย

ศึกษาโมเดลธุรกิจ

สำหรับเจ้าของแบรนด์มือใหม่ ที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นธุรกิจอย่างไร ให้ลองศึกษาโมเดลของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จดู ให้ไปศึกษาข้อดีข้อเสียมากกว่า 1 ที่ เพื่อทำการค้นคว้า และปรับให้เหมาะสมกับแบรนด์ของเราให้มากที่สุด

วางโครงสร้างการคิดราคา

การวางโครงสร้างการคิดราคานั้น เราจะต้องรู้ก่อนว่าต้นทุนมีอะไรบ้างเช่น ต้นทุนการผลิต ต้นทุนขนส่ง ต้นทุนการบริหารจัดการ ต้นทุนขาย ต้นทุนทางการตลาด ดังนั้นควรตั้งราคาขายให้สมดุลกับราคาทุนทั้งหมด แต่ที่สำคัญการตั้งราคาสูง ๆ เพราะกลัวขาดทุนทีหลังอันนี้ก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะถ้าแพงแบบไร้เหตุผล ลูกค้าก็ไม่ซื้อเหมือนกัน

Online Marketing

Online Marketing เป็นเรื่องต้องรู้ และรู้ให้ลึก อย่าคิดว่ามันง่าย มันอาจจะง่ายเมื่อ 5 ปีก่อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ว่าแบรนด์ไหน ๆ ก็ต่างทำ Online Marketing กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Content การยิงแอดโฆษณาต่าง ๆ ดังนั้นควรศึกษาเอาไวช่วยให้แบรนด์ของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น

สรุป

การสร้างแบรนด์อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางเป็นของตัวเองสักหนึ่งแบรนด์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มีเรื่องที่ต้องให้โฟกัสหลายจุด แต่ถ้าเราโฟกัสทุกจุดให้ออกมาได้นั้น ก็จะทำให้แบรนด์ของเรากลายเป็นแบรนด์ที่พร้อมสู่ในตลาดของธุรกิจ และสามารถโดดเด่นจนสามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.terrabkk.com

adsidea.net

ทำ Content อาหารเสริม อย่างไรให้คนจดจำ

ทำ Content อาหารเสริม อย่างไรให้คนจดจำ

ถึงมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีคุณภาพมากแค่ไหน ก็ใช่ว่ายอดออกหรือสร้างยอดขายได้ถล่มทลาย ดังนั้นนอกจากสินค้าดีแล้ว การตลาดของสินค้าก็ต้องดีเช่นกัน และยิ่งปัจจุบันตลาดสำหรับขายสินค้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนดินที่จะต้องเดินไปเลือกดูถึงจะเห็นและซื้อสินค้า แต่ยังอีกหนึ่งตลาดที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก นั่นก็คือ ตลาดออนไลน์ เพราะแค่เพียงเลื่อนโทรศัพท์ไปเว็บและเพจต่าง ๆ ก็สามารถเห็นและซื้อสินค้าได้โดยตัวของเรานั้นยังอยู่ที่บ้าน

โรงงานอาหารเสริม

พอเริ่มมีสินค้าต่าง ๆ เริ่มขายในตลาดมากขึ้น การแข่งขันก็จะสูงขึ้นตาม เพราะผู้บริโภคสามารถเห็นสินค้าที่หลากหลาย สามารถเปรียบเทียบสรรพคุณต่าง ๆ ราคาหรือความสนใจของตัวสินค้าได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะสินค้าอย่าง อาหารเสริม ที่เพียงแค่พิมพ์ไปในช่องค้นหาก็เจอสินค้าจากแบรนด์ต่าง ๆ ให้เลือกอย่างมากมาย ดังนั้นการทำการตลาดในโลกออนไลน์จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะต้องทำให้สินค้าของแบรนด์โดดเด่น และดึงดูดสายตาของผู้บริโภคมากกว่าแบรนด์คู่แข่ง ซึ่งหนึ่งในวิธีที่น่าสนใจก็คือ การทำ Content Marketing

Content Marketing คือการทำการตลาดออนไลน์รูปแบบหนึ่ง แม้ว่าธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณจะเป็นธุรกิจก็ตาม หากอยากให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักและจดจำในโลกออนไลน์ Content Marketing เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจาการทำการตลาดออนไลน์ด้วยการทำคอนเทนต์นั้นให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจกว่าการพยายามขายโดยการยิงโฆษณากันแบบตรง ๆ โดยในวันนี้ทาง Kovic ได้มีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการการทำคอนเทนต์อาหารเสริม สำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มทำหรือผู้ที่ทำแล้วแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร

ค้นหากลุ่มเป้าหมายที่อยากจะเสนอคอนเทนต์ให้เขา

การหากลุ่มเป้าหมายก่อนการทำคอนเทนต์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะธุรกิจหรือแบรนด์อาหารเสริมแต่ละชนิดย่อมมีกลุ่มเป้าหมายหรือเหมาะสมกับกลุ่มคนที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเริ่มทำคอนเทนต์ ควรต้องเข้าใขกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ก่อนว่าเขาเหล่านั้นเป็นใคร

ที่ต้องรู้ก่อนว่าเป็นใครนั้น เพราะมันสัมพันธ์กับเนื้อหาของคอนเทนต์ที่คุณต้องการจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย แพลตฟอร์มที่คุณจะนำคอนเทนต์ไปลง ภาษาที่ใช้ เพราะถ้าหากคอนเทนต์ที่สร้างมาไม่ได้สัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายที่อยากจะสร้างการรับรู้ คอนเทนต์ที่ทำไปนั้นก็เสียเวลาและเสียโอกาสไปโดยเปล่าประโยชน์

คอนเทนต์นั้นต้องเป็นผู้ให้อย่างสุด ๆ

คอนเทนต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการทำการตลาดออนไลน์อาหารเสริม ก็คือคอนเทนต์ที่ถูกเรียกว่า “Value Content” หรือคอนเทนต์ทรงคุณค่า หากคิดจะทำคอนเทนต์คุณจะต้องใส่ทัศนคติของการเป็นผู้ให้ลงไปในคอนเทนต์โดยเฉพาะหากธุรกิจหากธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณเกี่ยวข้องกับอาหารเสริม คุณต้องเป็นผู้ให้อย่างสุด ๆ โดยเฉพาะการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ หรือสาระความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ หากสามารถสร้างคอนเทนต์ทรงคุณค่าที่ทำให้คนสนใจ มีการแชร์ มีการพูดถึงหรือบอกต่อได้ ก็จะยิ่งทำให้แบรนด์เป็นที่จำจดมากยิ่งขึ้น

กระตุกอารมณ์อยากรู้ของคนตั้งแต่ต้น คือการขายที่เนียนกริบที่สุด

คอนเทนต์ทรงคุณค่าที่มีเนื้อหาที่ดีคือ สิ่งที่ที่จะทำให้คนบอกต่อก็จริง แต่คอนเทนต์ที่ดีจริง ๆ ต้องกระตุกต่อมอยากรู้ของคนตั้งแต่แรกหรือตั้งแต่ชื่อเรื่อง ถ้าคุณไม่สามารถดีงความสนใจได้ตั้งแต่แรกแม้คอนเทนต์จะมีค่ามากแต่ไหนก็ไม่มีโอกาสสร้างการรับรู้เพราะคนไม่สนใจนั่นเอง

จงจำไว้เสมอว่าหากคิดจะทำคอนเทนต์สำหรับธุรกิจอาหารเสริม ควรจะต้องกระตุกอารมณ์ความสนใจของกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ตอนแรกของแคนเทนต์ ทำให้กลุ้มเป้าหมายเกิดความสงสัย ความอยากรู้จนไม่อยากจะพลาดเนื้อหาที่อยู่ด้านใน ถ้าทำได้มันจะเป็นผลดีต่อธุรกิจอย่างมาก เพราะการกระตุกต้อมให้คนอยากรู้คือวิธีการขายที่แนบเนียนอย่างที่สุด ส่วนจะเนียนขนาดไหนคุณเองเป็นผู้ออกแบบและกำหนดเนื้อหาทั้งหทด

ทำให้คนที่เข้ามาเสพเนื้อหารู้สึกว่า “โอ้ นี่แหละคือตัวฉัน”

คอนเทนต์ที่จะเสริมให้ธุรกิจอาหารเสริมประสบความสำเร็จได้นั้นก็คือ คอนเทนต์ที่ทรงคุณค่าในประเภทที่จ้อง “ขยี้” ถึงปัญหาของคนเสพให้กระจุยหรือก็คือคอนเทนต์ที่เริ่มต้นด้วยการนำเสนอถึงปัญหาของผู้ที่เข้ามาดู คอนเทนต์แบบนี้จะสร้างความรู้สึกของคนให้รู้สึกว่าคุณเข้าอกเข้าใจปัญหาของเขาเป็นอย่างดี สร้างอารมณ์ร่วมจนเขารู้สึก “โอ้ นี่แหละคือตัวฉัน”

เมื่อคุณขยี้ กระชากปัญหาของเขาและดึงอารมณ์ร่วมของเขาให้เข้าสู่จุดพีคได้ และหากคุณสามารถตลบอารมณ์พีคของเขาด้วยการนำเสนอหนทางแก้ไขปัญหาให้แก่เขาได้ด้วยสารพัดวิธีที่รู้ รับรองได้เลยว่าคอนเทนต์ของคุณจะได้ใจพวกเขาไปเต็ม ๆ และแม้ในตอนท้ายคุณจะแทรกผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของคุณลงไปด้วยก็ไม่ดูน่าเกลียดอะไรเลย

ทำคอนเทนต์ให้รองรับในทุก ๆ แพลตฟอร์ม

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่ากลุ่มเป้าหมายของอาหารเสริมนั้นมีหลากหลายกลุ่ม ดังนั้นควรออกแบบและทำคอนเทนต์ให้กระจายและครอบคลุมในทุก ๆ แพลตฟอร์มโซเซียลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะคุณจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าช่องทางไหนจะเข้าถึงกลุ้มเป้าหมายและได้ผลที่สุดจนกว่าจะได้ข้อมูลจริง ๆ มาวิเคราะห์เปรียบเทียบ

อีกประการหนึ่งคือแต่ละแพลตฟอร์มทางโซเชียลก็มีจุดเด่นและพลังในการดึงดูดความสนใจแตกต่างกัน หากทำคอนเทนต์ที่ครอบคลุม มีความน่าสนใจและดึงดูดควาสนใจได้มากพอ ก็จะได้ลูกค้ากลุ้มเป้าหมานที่หลากหลายมากขึ้น

ความสม่ำเสมอคือหนทางหลักแห่งความสำเร็จ

การทำคอนเทนต์สำหรับธุรกิจอาหารเสริม คุณอาจมีคำถามว่า “แล้วจะต้องทำคอนเทนต์นานเพียงใด” หรือ “มากแต่ไหน” คำตอบคือ ทำจนกว่าจะเลิกกิจการ เพราะการตลาดโดยการทำคอนเทนต์หัวใจสำคัญอยู่ที่ “ความสม่ำเสมอ” เพราะความสม่ำเสมอจะช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขายอยู่เรื่อย ๆ ความสม่ำเสมอยังทำให้ลูกค้านึงถึงแบรนด์ของคุณอยู่เสมอ

นอกจากนี้ยังจะสามารถได้กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ จากคอนเทนต์ที่สร้างและปล่อยออกมาเรื่อย ๆ ผ่านการบอกต่อหรือแชร์ตัวคอนเทนต์ หากยังไม่เลิกกิจการก็ให้ทำคอนเทนต์ด้วยความสม่ำเสมอ

สรุป

การทำการตลาดด้วยการสร้างคอนเทนต์นั้น เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ ซึ่งหัวใจหลักของธุรกิจนั้นก็จะหนีไม่พ้นการทำให้สินค้ามีคุณภาพ เพราะถ้าหากคอนเทนต์ดีแต่สินค้าไม่ได้คุณภาพ ทำคอนเทนต์ไปมากมายก็ไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นนอกจากคอนเทนต์จะต้องดีแล้ว ตัวสินค้าจริงก็ต้องตามที่คอนเทนต์บอกด้วย

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : taokaemai.com

มาตรฐาน GMP ในโรงงานผลิตอาหารเสริม

มาตรฐาน GMP ในโรงงานผลิตอาหารเสริม

ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ใช่ว่าจะผลิตออกมาอย่างไรก็ได้ ตามความต้องการของตนเอง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารอย่าง “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” หรือที่คุ้นหูกันในชื่อ อาหารเสริม ซึ่งเราไม่ได้พูดในเรื่องของผลลัพธ์ของสินค้า เพราะสิ่งนั้นเป็นความต้องการของผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์เอง แต่ที่เราพูดถึงอยู่นั้นคือ ขั้นตอนการผลิตสินค้า เพราะการผลิตสินค้านั้นมีกฎ ระเบียบหรือมาตรฐานที่คอยควบคุมกระบวนการผลิตเหล่านั้นอยู่

รับผลิตอาหารเสริม

ผู้ประกอบการโรงงานอาหารนั้นย่อมต้องมีกฎ ระเบียบ และมาตรฐานหลายอย่างที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพส่งออกไปยังผู้บริโภค รวมไปถึงการผลิตอาหารเสริม ซึ่งตามกฎหมายแล้วผู้บริโภคนั้นได้รับความคุ้มครองขั้นพื้นฐาน โดยผู้บริโภคต้องได้รับประทานอาหารเสริมที่สะอาด ปลอดภัย ไม่มีสิ่งเจือปน หรือไม่มีสารพิษที่เป็นอันตราย ภายใต้การควบคุมมาตรฐาน GMP

โดยมาตรฐาน GMP ซึ่งถือเป็นเครื่องการันตีว่าอาหารเสริมที่ผลิตออกมาจากโรงงานนั้นมีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสำหรับการผลิตเพื่อจำหน่ายไปสู่ผู้บริโภค โดยวันนี้ทาง Kovic ได้รวบข้อมูลเกี่ยวกับ GMP มานำเสนอ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเจ้าโรงงานอาหารเสริม รวมไปถึงเจ้าของแบรนด์ที่กำลังมองหาโรงงานอาหารเสริมที่มีคุณภาพสักที่เพื่อผลิตสินค้าออกมาจำหน่าย ซึ่งมีดังต่อไปนี้

GMP คืออะไร

มาตรฐาน GMP ย่อมาจาก Good Manufacturing Practice หมายถึงมาตรฐานในการผลิตอาหาร ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำเพื่อควบคุมการผลิตอาหารด้วยข้อกำหนดต่าง ๆ ให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้อาหารที่มีมาตรฐานเรื่องความสะอาดและปลอดภัย มาตรฐาน GMP นั้นจะช่วยป้องกันความเสี่ยงที่เกิดกับกับกระบวนการผลิตอาหาร ทั้งเรื่องของสิ่งเจือปน อาหารเป็นพิษ และความไม่ปลอดภัยที่อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย

GMP คือมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากทั่วโลก

มาตรฐาน GMP มีความน่าเชื่อถือสูงมาก เพราะได้รับการรับรองจากทั่วโลกแล้วว่ามีมาตรฐานที่ดีในเรื่องการควบคุมกระบวนการผลิตอาหาร มีการพิสูจน์จากกลุ่มนักวิชาการด้านอาหารทั่วโลกว่า GMP ทำให้อาหารจากกระบวนการผลิตมีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ยังเป็นการรับรองว่าถ้าหากผู้ผลิตอาหารปฏิบัติตามข้อกำหนดของ GMP ทุกอย่าง จะทำให้สามารถผลิตอาหารที่ถูกต้องตามหลักสุขอนามัยและมีความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค จะถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานสากล

GMP ควบคุมอะไรบ้าง

GMP ควบคุมทั้งส่วนของสถานประกอบการ โครงสร้างอาคารไปจนถึงกระบวนการผลิตที่ต้องสะอาด ปลอดภัย ในส่วนของกระบวนการผลิตยังมีรายละเอียดที่ GMP ควบคุมอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน การคัดสรรและควบคุมวัตถุดิบ การควบคุมคุณภาพ การจัดเก็บไปจนถึงผลผลิตที่สำเร็จรูปแล้ว

นอกจากนี้ GMP ยังควบคุมการจัดส่งของผู้ประกอบการด้วยโดยทางโรงงานจะต้องมีการบันทึกข้อมูลและการตรวจสอบติดตามคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมาตรฐาน GMP เป็นการรับรองพื้นฐานที่จะนำไปสู่การรับรองมาตรฐานลำดับต่อไปที่สูงกว่าอย่าง ISO 9000 และ HACCP (Hazards Analysis and Critical Points) เป็นต้น

GMP มีกี่ประเภท

มาตรฐาน GMP แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • GMP สุขลักษณะทั่วไป (General GMP) สำหรับอาหารทุกประเภท
  • GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์ (Specifics GMP) สำหรับเน้นเรื่องความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารโดยเฉพาะ

GMP สุขลักษณะทั่วไป (General GMP)

เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้สำหรับอาหารทุกประเภท มีทั้งหมด 6 ข้อกำหนดด้วยกันได้แก่

  • สถานที่ตั้งและอาคารผลิต
  • เครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต
  • การควบคุมกระบวนการผลิต
  • การสุขาภิบาล
  • การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด
  • บุคลากรและสุขลักษณะ

ข้อกำหนดของ General GMP

ด้านสถานประกอบการ

ต้องสะอาดและตั้งอยู่ในที่ที่ห่างไกลจากสิ่งที่ทำให้อาหารปนเปื้อนได้ง่าย สถานประกอบการที่ใช้ดำเนินกระบวนการผลิตต้องมีขนาดเหมาะสม ออกแบบและก่อสร้างให้รองรับกับการซ่อมบำรุงและการรักษาความสะอาด สะดวกต่อการปฏิบัติงาน ส่วนพื้นที่ภายในโรงผลิตจะต้องแยกบริเวณผลิตอาหารออกเป็นสัดส่วน ทั้งยังต้องระบายอากาศได้อย่างเหมาะสม

ด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์

ต้องทำจากวัสดุที่ปลอดภัยไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ไม่เป็นสนิม ไม่เป็นพิษ แข็งแรงและมีการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ผ่านการฆ่าเชื้อก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต นอกจากนี้ต้องแยกเก็บเป็นสัดส่วน และมีการป้องกันฝุ่นละอองรวมถึงสิ่งสกปรกด้วย

ด้านกระบวนการผลิต

มีการควบคุมตามหลักสุขาภิบาลทุกขั้นตอนอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ ส่วนผสม ภาชนะ การผลิต การเก็บรักษา การขนย้าย และขนส่งผลิตภัณฑ์อาหาร

ด้านการสุขาภิบาล

ต้องควบคุมสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขาภิบาลเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน เช่น อ้างล้างมือ ห้องน้ำ ระบบกำจัดขยะมูลฝอย การระบายน้ำทิ้ง การป้องกันสัตว์และแมลง เป็นต้น

ด้านการบำรุงรักษาและการทำความสะอาด

เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างถูกต้องด้านความสะอาดและเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกรวมถึงสารอันตรายปนเปื้อนสู่ผลิตภัณฑ์อาหาร ทางโรงงานจะต้องมีการทำความสะอาด ดูแลและเก็บรักษาเครื่องมือ เครื่องจักร รวมถึงอุปกรณ์สำหรับผลิตให้อยู่ในสภาพที่สะอาด ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการผลิต

ด้านบุคลากร

ต้องสวมเครื่องแต่งกายที่สะอาดและเหมาะต่อการปฏิบัติงาน ต้องมีสุขภาพดี ไม่เป็นวัณโรคในระยะอันตราย และไม่เป็นโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจหรือโรคเรื้อน

GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์ (Specific GMP)

เป็นหลักเกณฑ์ที่เพิ่มเติมจาก GMP ทั่วไป เน้นในเรื่องความเสี่ยงและความปลอดภัยของแต่ละผลิตภัณฑ์อาหารโดยเฉพาะเช่น ข้อกำหนด GMP สำหรับน้ำบริโภค หรือข้อกำหนด GMP สำหรับนมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอร์ไรส์ เป็นต้น

สำหรับ GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์จะมีการควบคุมการผลิตของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดที่แตกต่างกันออกไปตามรายละเอียดของผลิตภัณฑ์อาหารนั้น ๆ โดยเฉพาะ

การบังคับใช้ GMP

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทยนำเอาหลักเกณฑ์มาตรฐาน GMP มาบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยกำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193) พ.ศ. 2543 ผู้ประกอบการอาหารจึงต้องศึกษาข้อกำหนดโดยละเอียดเพื่อการผลิตที่ได้มาตรฐาน นำมาซึ่งอาหารคุณภาพที่อยู่บนพื้นฐานข้อบังคับทางกฎหมาย ซึ่งมาตรฐาน GMP ครอบคลุมเนื้อหาในเรื่องวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2544

ประโยชน์ของ GMP

  • ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยมีคุณภาพ
  • เป็นแนวทางการผลิต เพื่อประกันว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพปลอดภัย ตรงตามที่มาตรฐานกำหนด และผลิตภัณฑ์มีความสม่ำเสมอในทุก ๆ ล็อตการผลิต
  • ช่วยลดข้อผิดพลาดหรือความเบี่ยงเบนที่จะผลิตไม่ได้มาตรฐาน
  • ป้องกันไม่ให้มีข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตหรือการควบคุมคุณภาพ รวมทั้งขจัดปัญหามิให้เกิดขึ้นซ้ำซ้อน
  • ส่งผลต่อคุณภาพอาหารในระยะยาว และช่วยลดต้นทุนการผลิต
  • มีความสะดวก และง่ายต่อการติดตามข้อมูล
  • มีการควบคุม และรักษามาตรฐานความสะอาด และถูกสุขลักษณะของโรงงาน
  • สร้างความสะดวกปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานในขณะปฏิบัติงาน
  • ช่วยสร้างทัศนคติที่ดี และถูกต้องแก่ผู้ปฏิบัติงาน
  • ความคล่องตัวในการดูแล การจัดการ และการประเมินงานในโรงงาน

โดยโรงงานที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่นั้นในประเทศไทยนั้นต่างก็ได้รับรองมาตรฐาน GMP ซึ่ง Kovic Kate International ก็เป็นอีกหนึ่งโรงงานที่ได้รับรองมาตรฐาน GMP ดังนั้นหากผลิตอาหารเสริมกับทาง Kovic รับรองได้เลยว่าสินค้าที่ถูกผลิตออกมานั้นได้คุณภาพ สะอาดและปลอดภัยตามกฎเกณฑ์ปฏิบัติของ GMP อย่างแน่นอน

สรุป

สำหรับโรงงานผลิตอาหาร สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก็คือ การผลิตอาหารที่ได้คุณภาพ ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน GMP เพื่อเป็นเครื่องมือรับประกันว่าสินค้าที่ออกมาจากโรงงานนั้น มีคุณภาพ สะอาดและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา

www.proindsolutions.com

www.chi.co.th

ฆอ. จำเป็นแค่ไหนกับอาหารเสริม

ฆอ. จำเป็นแค่ไหนกับอาหารเสริม

ในยุคที่อาหารเสริมนั้นมีอยู่ทั่วไปเกลื่อนตลาด หันไปทางไหนก็เจอแต่อาหารเสริมหลากหลายแบรนด์ ซึ่งการจะทำให้สินค้าของแบรนด์แตกต่างจากแบรนด์คู่แข่ง หรือทำให้สินค้ากลายเป็นที่รู้จัก โดยวิธีที่เห็นกันบ่อยที่สุดก็คือ การโฆษณา ไม่ว่าจะช่องทางไหนก็ตามอย่างเช่น โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นต้น

รับผลิตอาหารเสริม

เมื่อต้องการโฆษณาสินค้า ก็ต้องมีการพูดถึงสรรพคุณต่าง ๆ ของสินค้าให้ดูน่าสนใจ ดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้ามาซื้อ ซึ่งมีสินค้าจำนวนไม่น้อยที่มีการโฆษณาเกินจริง ถ้าได้ผลภายในวันนั้นวันนี้ หรือเห็นผลชัวร์ 100% ทั้งที่ตัวสินค้าจริง ๆ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น และที่สำคัญคือสินค้าและแบรนด์เหล่านั้นอาจจะยังไม่มี ฆอ. หรือใบอนุญาตโฆษณาอาหาร

ซึ่งก็โดนกันไปหลายรายแล้วสำหรับวงการอาหารเสริมและเครื่องสำอาง เพราะว่าตอนนี้ทาง อย. เขาเอาจริง จับจริง สำหรับแบรนด์อาหารเสริม และเครื่องสำอางชื่อดังที่โดนทีต้องสะดุ้งกันทั้งวงการ ถ้าไม่มี ฆอ. ทั้งเรื่องของการโฆษณาเกินจริง และเรื่องของการใส่ส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค งานนี้ทั้งอย. และสคบ. โดนคำสั่งมาให้คุมเข้มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากยิ่งขึ้น เตรียมกวาดล้างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานกันอย่างจริงจัง

เพราะฉะนั้น ฆอ. จึงมีเข้ามาบทบาทในเรื่องของการโฆษณาของอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ดังนั้นในวันนี้ทาง Kovic จะมาบอกว่าทำไม ฆอ. จึงมีจำเป็นกับธุรกิจอาหารเสริม

การโฆษณา หมายถึง

การโฆษณา (Advertising) เป็นการนำเสนอข่าวสารการขาย หรือแจ้งข่าวสารให้บุคคลที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทราบเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือแนวความคิด โดยเจ้าของสินค้าและบริการทั้งหลายนั้นได้มีการจ่ายเงินเพื่อเป็นการใช้สื่อ และเป็นการเสนอข้อมูลที่ไม่ใช่เป็นการส่งบุคคลเข้าไปติดต่อโดยตรง

โดยจุดมุ่งหมายของการโฆษณา คือ การขายสินค้า แต่จุดมุ่งหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นฉับพลันก็คือ การติดต่อสื่อสาร (Immediate purpose is to communicate) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แอบแฝงด้วย

ใบขออนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) จำเป็นมาก แค่มีก็ไม่เสี่ยงคุก

ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมหลายคนยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องขอ ฆอ. ในเมื่อเรามีใบรับรองจาก อย. อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขอก็ได้ แต่จริง ๆ แล้วการขอ ฆอ.เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ถ้าผลิตภัณฑ์ของเรายังต้องถูกนำใส่ปาก นอกจากใบรับรองต่าง ๆ ที่ได้จาก อย. แล้ว การขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร หรือ ฆอ. จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้การโฆษณาของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น

ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตราที่ 40, 41, 42 ผู้ประกอบการสินค้าใด ๆ ที่เกี่ยวกับอาหารและยา ที่ต้องการจะโฆษณาคุณประโยชน์ หรือสรรพคุณสินค้า ต้องนำข้อความที่จะโฆษณาเหล่านั้นมาขออนุญาตก่อน เมื่อผ่านการพิจารณาจึงจะสามารถนำไปใช้ในการโฆษณาได้

การขอ ฆอ. คือการขออนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์ของคุณที่เป็นอาหารหรือยาลงบนสื่อต่าง ๆ เป็นใบรับรองว่าผลิตภัณฑ์ของคุณ ไม่ได้มีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงแต่อย่างใด ทุกถ้อยคำบนโฆษณาสามารถเชื่อถือได้

สามารถโฆษณาโดยไม่ขอ ฆอ. ได้หรือไม่ ?

สำหรับผู้ประกอบการที่ทำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องนำเข้าสู่ปาก ไม่จำเป็นต้องขอก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมจิตสำนึกของการเป็นพ่อค้า แม่ค้าที่ดีด้วย ว่าไม่ควรโฆษณาเกินจริง อย่าหลอกลวงคนซื้อ เพราะความจริงใจคือสิ่งสำคัญในการขายของทุกอย่าง

โฆษณาที่ไม่ต้องนำมายื่นขออนุญาต

  • โฆษณาที่ไม่มีการกล่าวอ้างถึงสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อาหาร หรือไม่มีการแสดงข้อมูลด้วยภาพ ข้อความ สัญลักษณ์ หรืออื่นใด ที่อาจเชื่อมโยงให้เข้าใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์อาหารมีสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของอาหารตามข้อมูลนั้น ๆ
  • การให้ข้อมูลทางวิชาการ ที่ไม่เชื่อมโยงให้เข้าใจได้ว่าเป็นสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อาหารอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ทางการค้า
  • การโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขาย เช่น การลด แลก แจก แถมของรางวัล ชิงโชค โดยไม่มีการแสดงสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อาหาร

สำหรับเจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือหรือผลิตภัณฑ์ชา กาแฟ ต่าง ๆ ควรจะขอเอาไว้ เพราะถ้าไม่ได้ขอแล้วทำการโฆษณาตามอำเภอใจ อาจโดนโทษทั้งจำทั้งปรับ ตามราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตราที่ 70, 71, 72 ได้

การขอ ฆอ. ที่ผู้ประกอบการควรรู้

ใครที่อยากจะทำเนียนไม่ขอ เพราะคิดว่าขอยาก จะปล่อยผ่านโฆษณาไปเรื่อย ๆ เพราะคิดว่าคงงไม่มีใครมาตรวจสอบ คิดผิดคิดใหม่ได้นะ เพราะการขอ ฆอ. ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่กังวลกัน ปัจจุบันก็มีเอเจนซี่หลายที่เปิดบริการรับขอ ฆอ. ให้อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการได้มากทีเดียว และสำหรับใครที่อยากจะยื่นเรื่องขอด้วยตัวเองสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

หรืออีกหนึ่งทางเลือกก็คือ เลือกอาหารเสริมที่มีบริการยื่นเรื่องขอ ฆอ. โดยทาง Kovic  มีบริการ One Stop – Service ที่นอกจากรับจดแจ้งเลข อย. แล้ว ยังมีบริการยื่นขอ ฆอ. เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์มีความสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปดำเนินการหลายที่

แบบไหนถึงเรียกว่าอวดอ้างเกินจริง

เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไม โฆษณาบางตัวถึงมีคำต้องห้ามได้ ทั้ง ๆ ที่ผู้ประกอบการบางคนตบตีกับ Facebook แทบตาย แต่ก็ไม่สามารถทำโฆษณาได้ บางโฆษณาสามารถใช้คำว่า “ธรรมชาติ” “ปลอดภัย” “ไม่ใส่วัตถุกันเสีย” ทั้ง ๆ ที่คำเหล่านี้ ก็เข้าข่ายคำโฆษณาเกินจริงหรือเปล่า ? นั่นเป็นเพราะว่า ผู้ประกอบการเหล่านั้นยื่นขอ ฆอ. ใช้คำเหล่านี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังมีบางคำที่ไม่สามารถขอ ฆอ.ได้ เพราะถือว่าเป็นคำกล่าวอ้างเกินจริงได้แก่ ยอด, ดีเลิศ,  เด็ดขาด,  อันดับ 1,  ศักดิ์สิทธิ์, มหัศจรรย์, ที่สุด,  สุดยอด, เยี่ยม,  เยี่ยมยอด,  ยอดเยี่ยม, ดีที่สุด, เลิศที่สุด, ชนะเลิศ,  เลิศเลอ,  ดีเด็ด,  สุดเหวี่ยง,  วิเศษ, ฮีโร่,  บริสุทธิ์, ล้ำเลิศ, ชั้นเลิศ, เลิศล้ำ, เด็ด, หนึ่งเดียว, พิเศษ,  ยอดไปเลย, โดดเด่น,  ปาฏิหาริย์

คำเหล่านี้ ล้วนเป็นคำที่ให้ผลโฆษณาที่ดีมาก ผู้ประกอบการหลาย ๆ คนต่างหยิบยกมาใช้กัน แม้จะรู้ว่ามันเป็นคำอวดอ้างเกินจริงก็ตาม เพราะเหตุนี้ จึงต้องมี ฆอ. ออกมาเพื่อควบคุมการโฆษณาอาหารและยา ไม่ให้อวดอ้างเกินจริงจนส่งผลให้ ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดได้

สรุป

จากที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมดก็พอจะบอกได้แล้วว่า ฆอ. นั้นมีความสำคัญและจำเป็นต่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างมาก เพราะการโฆษณาต้องมาคู่กับการขายของอยู่แล้ว ดังนั้นควรยื่นขอ ฆอ. กันไว้ดีกว่า เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภคด้วยการแสดงเลขอนุญาตโฆษณา การจำหน่ายสินค้าแบบสุจริตใจย่อมให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : stopmean.wordpress.com

adsidea.net

คำโฆษณาต้องห้าม พาแบรนด์พังไม่รู้ตัว

คำโฆษณาต้องห้าม พาแบรนด์พังไม่รู้ตัว

การมีแบรนด์สักหนึ่งแบรนด์ กว่าจะสินค้าออกมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารเสริม เครื่องสำอางและสบู่ เพราะต้องผ่านการคิดค้นในส่วนต่าง ๆ อย่างมากมาย แต่เมื่อได้สินค้าออกมาพร้อมจำหน่ายแล้ว ก็จะต้องหาช่องทางให้ขายและทำให้สินค้าของแบรนด์เป็นที่รู้จักมากที่สุด ซึ่งหนึ่งในวิธีที่หลายแบรนด์นิยมใช้กันก็คือ การโฆษณา

โรงงานอาหารเสริม

ซึ่งการโฆษณานั้นก็สามารถทำได้หลากหลายช่องทาง ตามกำลังเงินทุนของแบรนด์ แต่เห็นกันอย่างแพร่หลายก็คงหนีไม่พ้น โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์อย่าง Facebook เนื่องจากในปัจจุบันผู้คนอยู่กับโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ทำให้แบรนด์ที่มีเงินทุนไม่มากพอที่จะทำโฆษณาบนโทรทัศน์ จึงหันมาโฆษณาผ่านทางช่องทางนี้แทน เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว และมีจำนวนมาก

แต่ถ้าให้พูดถึงการโฆษณานั้น ย่อมมีสิ่งที่ควรต้องระวังนั่นก็คือ การโฆษณาเกินจริง สามารถเห็นได้จากข่าวที่แบรนด์อาหารเสริม เครื่องสำอางหรือสบู่ที่โดนจับเพราะใช้ “คำโฆษณาเกินจริง” เพราะฉะนั้นเวลาที่แบรนด์จะทำการโฆษณาสินค้าสักอย่างหนึ่ง ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่ามีคำต้องห้ามต่าง ๆ หรือไม่ ซึ่งในวันนี้ทาง Kovic ได้รวบรวมคำโฆษณาต้องห้ามมาให้ดูกันว่ามีคำอะไรที่ห้ามใช้บ้าง

คำต้องห้าม ผิดกฎ ฆอ. ผิดกฎ Facebook

อย่างที่รู้กันดี เวลาที่จะทำการโฆษณาสักตัว ไม่ว่าจะเป็นใน Google หรือ Facebook ก็จะต้องผ่านการตรวจสอบจาก Facebook ก่อน จนทำให้พ่อค้า แม่ค้าหลายคนต่างพากันกุมขมับ กว่าจะผ่านได้แต่ละตัว เล่นเอาเลือดตาแทบกระเด็น เพราะเนื้อหาและภาพที่จะต้องเผยแพร่สู่ Facebook ให้กับกลุ่มเป้าหมายเห็นนั้นจะต้องไม่มีภาพ โป๊เปลือย การแสดงถึงคววามรุนแรง การส่งเสริมอาชญากรรม หรือแม้แต่คำก็ต้องไม่มี “คำต้องห้ามทำโฆษณา” เด็ดขาด เมื่อใดที่เราต้องการทำโฆษณา ลองอ่านทบทวนอีกมีว่า คำโฆษณาของเรามีคำต้องห้ามเหล่านี้หรือไม่ โดยจะแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจกันง่ายขึ้น ว่าบริบทของแต่ละคำมันผิดกฎอย่างไร ทำไมถึงกลายเป็น คำต้องห้าม ซึ่งมีหมวดหมู่ดังต่อไปนี้

  • ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสบู่
  • รับสมัครตัวแทนจำหน่าย

การโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก

ถือเป็น 1 หมวดที่มีการเข้มงวดเรื่องการโฆษณามาก เพราะส่วนใหญ่ที่อย. มักจะจับสินค้าที่มีการโฆษณาเกินจริงส่วนมากจะเป็นอาหารเสริมลดน้ำหนัก เพราะอาหารเสริมประเภทนี้มีความน่าสนใจมากสำหรับผู้บริโภคพอ ๆ กับอาหารเสริมผิวใส โดยคำต้องห้ามโฆษณาของหมวดหมู่นี้คือ

  • อ้วน / ผอม
  • ระเบิดไขมัน
  • ไซซ์ใหญ่
  • ลดน้ำหนัก
  • ไม่โยโย่
  • ขาแขนใหญ่
  • ดื้อยา
  • ได้ผล 100%
  • คำที่ส่งผลต่อจิตใจ
  • ลดด่วน
  • อยากผอม
  • ผอมทันใจแน่นอน
  • เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
  • เบิร์น
  • ทลายไขมัน
  • หุ่นดีกว่าเดิม
  • คำการันตีผล
  • ยินดีคืนเงิน

จะเห็นเลยว่าคำที่ห้ามใช้ส่วนใหญ่จะเป็นคำที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกทั้งนั้น ตามนโยบายของ Facebook เรื่องของการใช้ถอยคำรุนแรง ที่มีผลกระทบต่อจิตใจคนอื่น เช่น “แขน ขาใหญ่”, “ไซซ์ใหญ่” แม้บางคำฟังดูไม่ใช่คำรุนแรง แต่ว่าสำหรับคนที่มีรูปร่างใหญ่ น้ำหนักเยอะ คำพวกนี้ถือเป็นคำที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเขาได้

“ยินดีคืนเงิน” จริง ๆ แล้วคำนี้สามารถอยู่ในโฆษณาได้ แต่มีข้อแม้ว่า คุณต้องมีหลักฐานการคืนเงินที่แน่ชัด และมีขั้นตอนการคืนเงินที่ครบกระบวนการแนบมาด้วย ส่วนคำอื่น ๆ ที่กล่าวมาก็เข้าหลอกลวง อวดอ้างเกินจริง เลยไม่สามารถนำมาใช้ในการทำโฆษณาได้ ถึงแม้จะหัวใสเกิดไอเดียคิดคำหลบเลี่ยงโดยใช้ภาษาอังกฤษมาผสมคำ เช่น ผOม, ดื้Oยา Uวม เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าจะหัวใสแค่ไหน ก็ไม่รอด

การโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสบู่

ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์มากมายนิยมทำผลิตภัณฑ์ประเภทนี้พอ ๆ กับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เพราะว่าเป็นสินค้าสิ้นเปลือง ใช้แล้วหมดไป ที่สำคัญต้นทุนในการผลิตร้อยเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ปนะเภทอื่น แต่อย่าลืมนะว่า ยิ่งสินค้าประเภทนี้มีเยอะในตลาดกฎและการควบคุมก็ต้องเยอะตามไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องคำต้องห้ามที่ไม่สามารถใช้ในการทำโฆษณาได้ ได้แก่

  • ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • ป้องกันการเกิดสิว
  • รักษาโรคผิวหนัง
  • รักษาโรคสะเก็ดเงิน
  • ขาวไว ขาวทันที ต้านอนุมูลอิสระ
  • ธรรมชาติ 100%
  • ลดรอยแดง
  • ลดรอยดำ
  • ลดรอยสิว
  • ลดฝ้ากระ
  • สลายฝ้า
  • เห็นผล….
  • ระบุวันเห็นผล
  • รับประกัน
  • จริง เช่น ขาวจริง
  • หน้าเรียว
  • คำการันตีผล
  • กระชับสัดส่วน
  • ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน

แน่นอนว่าสินค้าของคุณสามารถช่วยปัญหาที่กล่าวมาได้จริง ๆ มีลูกค้าใช้แล้วเห็นผลลัพธ์แบบนั้นจริง ๆ สามารถลดรอยแดง รอยดำ รอยสิวได้ แต่คุณสามารถพิสูจน์ได้หรือเปล่าว่า คนที่ใช้สินค้า 100 คน จะได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทั้ง 100 คน ถ้าไม่ได้แสดงว่าคุณโฆษณาเกินจริงแล้ว

แล้วทำไมคำว่า “ขาว” ถึงใช้ไม่ได้ เพราะว่าคำนี้สามารถตีความการเหยียดสีผิวได้และอีกอย่างมนุษย์เราไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวตัวเองได้ ทางที่ดีควรใช้คำเลี่ยง อย่างเช่น แลดูกระจ่างใส, แลดูสว่าง แทน ส่วนคำว่า “ธรรมชาติ 100%”  สาเหตุที่ไม่สามารถใช้ได้เพราะเป็นคำอวดอ้างเกินจริง สิ่งใด ๆ ในโลกนี้ถ้าผ่านกระบวนทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีทาง 100% จริง ๆ นอกจากคุณจะขยี้สมุนไพรแล้วเอามาแปะผิวโดยตรง อันนั้นแหละ 100% จริง ๆ อย่างที่บอก ถ้าผู้ใช้สินค้าไม่ได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทั้งหมด การใช้คำเหล่านี้มาโฆษณาถือว่าเป็นคำโฆษณาเกินจริงทั้งนั้น

การโฆษณาเพื่อรับสมัครตัวแทนจำหน่าย

เมื่อมีแบรนด์ก็ย่อมจะต้องการกระจายสินค้าไปสู่ตลาดให้เยอะที่สุด ซึ่งหนึ่งในวิธีนั้นก็คือ การมีตัวแทนจำหน่าย สำหรับเรื่องของการโฆษณารับตัวแทน เชื่อว่าผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์เน้นโชว์ “ความรวย” เพื่อให้คนอยากสมัครเป็นตัวแทน การโชว์รวยไม่ผิด แต่การโชว์รวยที่มากเกินพอดี นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะจะเข้าขายการโฆษณาเกินจริงได้

อีกอย่างที่ควรระวังคือ การใช้ถ้อยคำที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเครือข่ายตรง หรือแชร์ลูกโซ่ ซึ่งคำเหล่านั้นมีดังนี้ไปนี้

  • วิธีรวยเร็ว
  • ทำงานที่บ้านก็รวยได้
  • ทำงานประจำแล้วไม่รวย
  • ขายวันนี้ พรุ่งนี้รวย
  • งานสบาย ๆ รวยเร็วใน 1 เดือน
  • ใช้สิทธิจองรวย
  • รวบง่าย ๆ แค่คลิก
  • แค่ขายก็รวยแล้ว
  • รวยแบบไม่ทันตั้งตัว
  • รวยในข้ามคืน

ข้อความเหล่านี้ คือข้อความที่เป็นการโฆษณาที่เกินจริงมาก ๆ สำหรับการโฆษณารับตัวแทนคุณอาจจะใช้วิธีอื่นเพื่อดึงดูดใจ เช่น การยกเคสคนที่ประสบความสำเร็จมาเป็นแรงบันดาลใจเป็นต้น

หยุดโฆษณาเกินจริง คงความน่าเชื่อถือให้แบรนด์อย่างยั่งยืน

“มาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

สรุป

การสร้างแบรนด์ให้น่าเชื่อถือ ไม่จำเป็นต้องโฆษณาเกินจริงก็ทำได้ การจำหน่ายสินค้าด้วยความจริงใจ ตรงไปตรงมา ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดี สร้างความน่าเชื่อถืออย่างยั่งยืนมากกว่าการเผยแพร่ข้อมูลสินค้าเกินจริง นำเสนอแต่สิ่งที่อวดอ้างเกินจริง เพราะนอกจากไม่ช่วยสร้าง “ชื่อเสียง” แต่จะเป็นการสร้าง “ชื่อเสีย” ให้กับแบรนด์ของคุณแทน

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : adsidea.net

สร้างแบรนด์ของตัวเองแบบมืออาชีพ

สร้างแบรนด์ของตัวเองแบบมืออาชีพ

ในการเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอาง ยาสมุนไพร ครีมหรือแม้แต่สบู่ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นทำธุรกิจเหล่านั้นเป็นอันดับแรก ๆ คือ แบรนด์ (Brand) และการสร้างแบรนด์ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งทำให้เป็นข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจ เนื่องจากความรู้สึกที่มีต่อสินค้า หรือบริการจากแบรนด์นั้น ๆ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า หรือไปใช้ต่าง ๆ นั้น โดยส่วนใหญ่มาจากความน่าเชื่อถือของแบรนด์และชื่อเสียงของบริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์นั้นเป็นหลัก นั่นคือส่วนสำคัญส่วนหนึ่งตามความหมายของการสร้างแบรนด์

สร้างแบรนด์อาหารเสริม

การสร้างแบรนด์ นั้นไม่ใช่แค่การสร้างโลโก้ สร้างชื่อสินค้า หรือแพคเกจจิ้ง แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในส่วนของผู้ดำเนินธุรกิจจำเป็นต้องสร้างความรู้สึกที่ดี และความผูกพันระหว่าง แบรนด์ กับตัวผู้บริโภคให้ดีอีกด้วย ดังนั้นทาง Kovic จึงมีวิธีการสร้างแบรนด์แบบมืออาชีพให้สามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาวกัน

แบรนด์ (Brand) คืออะไร

การจะสร้างแบรนด์ เราต้องมารู้จักคำว่า “แบรนด์” กันก่อน ซึ่ง แบรนด์หรือตราสินค้า คือภาพลักษณ์และมุมมองความคิดที่ลูกค้ามีต่อบริษัท หรือสินค้าและผลิตภัณฑ์ แบรนด์เป็นความรู้สึกที่ถูกสื่อสารผ่าน ชื่อ คำศัพท์ การออกแบบ สัญลักษณ์ หรือประสบการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าสามารถจดจำและจำแนกบริษัท สินค้า หรือบุคคลออกจากคู่แข่งได้

วิธีสร้างแบรนด์ของตัวเองแบบมืออาชีพ

  • Build the Brand
  • Logo Design
  • Brand Awareness
  • Brand Royalty
  • Keep Relationship
  • New Line of Products

จุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ (Build the Brand)

เมื่อคุณกำลังคิดที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง การสร้างแบรนด์นั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ และตัวคุณเองจำเป็นต้องรู้ว่าธุรกิจอะไรอยู่ ธุรกิจที่ต้องการเริ่มนั้นเกี่ยวกับอะไร แล้วเริ่มต้นธุรกิจนี้เพราะอะไร ทำไมถึงต้องการเริ่มต้นธุรกิจนี้ การหาจุดยืนของธุรกิจตัวเองเพื่อให้ผู้บริโภคหรือกลุ่มลูกค้า สามารถคาดหวังต่อสิ่งต่าง ๆ จากธุรกิจของเราได้ เพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจว่า จะได้ประโยชน์หรือความคุ้มครองจากเราอย่างไรบ้าง

ซึ่งจุดนี้ต้องแน่ใจว่าแบรนด์ของสินค้าเราสามารถทำได้จริง ๆ มิเช่นนั้น จะกลายเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ส่งผลดีต่อธุรกิจของเราเท่าไหร่นัก เมื่อมีจุดยืน คุณยังจำเป็นต้องสร้างความเป็นตัวของตัวเองลงไปใน แบรนด์ สินค้าของคุณด้วย เช่น มีความซื่อสัตย์ในการให้ข้อมูล ที่ทำให้ลูกค้าเห็นอย่างสม่ำเสมอ ความสุภาพในการให้บริการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะก่อให้เกิดความผูกพัน และความรู้สึกที่ดีในระยะยาวต่อธุรกิจ ดังนั้นการสร้างแบรนด์จึงเป็นหัวใจสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ ซึ่งหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ที่ดี ควรทำให้แบรนด์มีความน่าสนใจ มีจุดดึงดูด มีจุดเด่นและมีจุดยืนที่เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด

การสร้างโลโก้ (Logo Design)

ในการเริ่มต้นธุรกิจใด ๆ นั้น โลโก้ (Logo) เปรียบเสมือน การสร้างสัญลักษณ์เพื่อเป็นตัวแทนของสินค้า บริการ ธุรกิจ รวมถึงความรู้สึกด้วย ทั้งส่วนชื่อโลโก้ สัญลักษณ์ของโลโก้ หรือแม้แต่สีของโลโก้ สิ่งเหล่านี้มีความจำเป็นในการจดลิขสิทธิ์เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ เทคนิคในการออกแบบโลโก้ คือควรกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่า เราต้องการให้ผู้บริโภคเห็นแล้วนึกถึงอะไรเป็นอันดับแรก ในส่วนของตัวสโลแกน หรือคำบรรยายติดปากสั้น ๆ ของแบรนด์นั้นมีไว้เพื่อทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำแบรนด์ของเราได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness)

ในการเริ่มต้นธุรกิจ การสร้างการรับรู้ของแบรนด์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การใช้เงินจำนวนมาก กับการลงโฆษณา การประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้บริโภคทราบว่ามีแบรนด์ของเราอยู่เท่านั้น เพราะการทำให้คนรู้จักแบรนด์นั้น “ไม่ได้แปลว่าต้องมีคนซื้อเสมอไป”

การสร้างการรับรู้ หรือการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักคือ การที่เราสามารถนำแบรนด์ไปทำให้เป็นที่รู้จักไม่ว่าจะเป็นรู้จัก ชื่อแบรนด์ คุณภาพของสินค้าที่เราสร้างขึ้น เพื่อให้เกิดความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว การสร้างการรับรู้แบรนด์นั้น มีสิ่งที่เราต้องคิดถึงอยู่เสมอคือ จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคนึกถึงแบรนด์ของเราเมื่อพูดถึงสินค้าในกลุ่มนี้

ความจงรักภักดีที่มีต่อแบรนด์ (Brand Royalty)

การจะทำให้การดำเนินธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การสร้างความจงักภักดีต่อแบรนด์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งในการสร้างแบรนด์ เนื่องจากการรักษาฐานลูกค้าเดิมพร้อมกับสร้างฐานลูกค้ารายใหม่นั้น ถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์

การที่ผู้บริโภคซื้อสินค้าเหตุผลหนึ่งคือผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในแบรนด์นั้น ๆ จนทำให้เกิดการเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์เดิมซ้ำ ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่แบรนด์จำเป็นต้องรักษามาตรฐานนี้ไว้ให้ดี อย่างไรก็ตามการทำให้ผู้บริโภคไม่หนีไปไหน ยังมีปัจจัยอื่น ๆ มา ร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็น การบริการลูกค้าสัมพันธ์ที่ดี การตอบแทนสังคม โดยการนำกำไรที่ได้จากการทำธุรกิจไปจัดกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ ก่อให้เกิดความรู้สึกดีต่อแบรนด์เป็นต้น

ทำความเข้าใจลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ (Keep Relationship)

เป็นที่แน่นอนว่าในการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้น ลูกค้า ถือเป็นส่วนสำคัญมาก ที่จะทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ ดังนั้นเพื่อทำให้กลุ่มลูกค้าอยู่กับแบรนด์ของเราไปนาน ๆ ไม่หนีหายไปไหน เจ้าของธุรกิจจึงจำเป็นที่จะต้องคอยพัฒนาตัวสินค้า และบริการของตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อที่คู่แข่งจะตามไม่ทัน

ซึ่งสามารถทำได้โดยการสังเกต สอบถาม วัดความรู้สึกของกลุ่มลูกค้าอยู่เนือง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่ใช้เพียงความรู้สึกของเจ้าของธุรกิจเป็นเครื่องตัดสิน

การแตกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับแบรนด์ (New Line of Products)

เมื่อแบรนด์ของคุณเริ่มมีสินค้าใหม่ หรือบริการใหม่ ๆ ที่ต้องทำภายใต้แบรนด์สินค้าเดิมที่มีอยู่ ทำให้สินค้าหรือบริการนั้น ๆ ดูไม่แตกต่างจากสินค้าหรือบริการเดิมมากนัก หากเป็นเช่นนั้นอาจมีผลทำให้ลูกค้าเกิดความสับสนต่อแบรนด์

นอกจากการแตกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้แบรนด์มีความน่าสนใจมากขึ้นแล้ว การเปิดตลาดใหม่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เช่น การขยายแบรนด์ไปสู่ตลาดต่างประเทศโดยไม่ทิ้งฐานลูกค้าเก่าที่อยู่ในประเทศ ซึ่งวิธีนี้เป็นการสร้างแบรนด์สู่สากลอย่างเต็มรูปแบบ

สรุป

การสร้างแบรนด์สักแบรนด์หนึ่ง จำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้าง ไม่ใช่ว่าสร้างขึ้นมาแล้วประสบความสำเร็จในทันที นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์แล้ว การบริหารแบรนด์ให้มีชื่อเสียง มีคุณภาพ ก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากเช่นกัน ยิ่งหากเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่แล้ว ยิ่งต้องดูแลรักษาคุณภาพของแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นต่อแบรนด์และไม่เปลี่ยนใจไปจากแบรนด์

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.toward-goal.com

thaiwinner.com

พัฒนาสินค้าอย่างไรให้แตกต่างจากคู่แข่ง

พัฒนาสินค้าอย่างไรให้แตกต่างจากคู่แข่ง

ในโลกของธุรกิจยุคใหม่ที่ใคร ๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ง่ายขึ้น ก่อให้เกิดสินค้าและบริการมากมาย จนกลายเป็นมหาสมุทรสินค้าและบริการที่กว้างใหญ่ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารเสริม ที่ผู้ประกอบการทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ต่างกระโจนลงมาในมหาสมุทรนี้ จนเกิดการแข่งขันที่ดุเดือดกลายเป็นทะเลเดือดร้อนระอุ

โรงงานอาหารเสริม

ที่เป็นอย่างนั้น ก็เพราะว่าเมื่อมีการแข่งขันสูงทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา นอกจากต้องพยายามรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ ยังจะต้องช่วงชิงความได้เปรียบในตลาดให้ได้อีกด้วย ดังนั้นความแตกต่างของสินคือจุดที่เด่นที่นำมาใช้เพื่อให้สินค้าของตัวเองโดดเด่นกว่าคู่แข่ง

ซึ่งการพัฒนาสินค้าให้แตกต่างนั้นไม่ใช่แค่เจ้าของแบรนด์มือใหม่เท่านั้น แต่เจ้าของแบรนด์ที่อยู่มานานแล้ว ก็จำเป็นต้องสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าของตัวเองเช่นกัน เพราะเมื่อแบรนด์อยู่มานานแล้วไม่มีการพัฒนาตัวสินค้าอะไรเลย จะเกิดความเบื่อในหมู่ผู้บริโภค เมื่อมีสินค้าใหม่ที่โดดเด่นและแตกต่างกว่าเข้ามาก็ทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อแบรนด์เหล่านั้นแทน

เพราะฉะนั้นยิ่งพัฒนาสินค้าให้แตกต่างและล้ำกว่าคู่แข่งมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งนำหน้าคู่แข่ง และช่วงชิงความได้เปรียบมากเท่านั้น ไม่อยากนั้นคุณอาจโดนขาใหญ่ทุนหนา แตะตัดขาด้วยกลยุทธ์ตัดราคาจนอยู่ไม่ได้ หรือโดนหน้าใหม่ที่แตกต่างและสดใหม่กว่าปาดเอาลูกค้าไปจนหมดได้ เพราะสถานการณ์ในมหาสมุทรธุรกิจการแข่งขัน ไม่ต่างเท่ากับ ตาย!! มาดูวิธีเอาตัวรอดในตลาดด้วยการสร้างความแตกต่างให้สินค้ากัน

แตกต่างที่กระบวนการผลิต

เนื่องจากในปัจจุบันกระบวนการผลิตนั้น มีความหลากหลายและแตกต่างจากสมัยก่อนอยู่มาก ทำให้สินค้าแต่ละตัว มีกระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน ซึ่งนั้นสามารถเอามาเป็นจุดเด่นในสินค้าของตัวเองได้ ยิ่งแตกต่างจากคู่แข่งมากเท่าไหร่ยิ่งได้เปรียบมากทั้งนั้น หรือกระบววนการผลิตที่โบราณแต่หาคนทำได้ยากในปัจจุบัน ล้วนแต่นำมาสร้างความแตกต่างให้สินค้าของเราให้โดดเด่นเหนือคู่แข่งได้ทั้งนั้น

แตกต่างที่บรรจุภัณฑ์

สินค้าที่ราคาใกล้เคียงกัน หรือแม้แต่สินค้าที่ออกมาจางโรงงานรับผลิตอาหารเสริมเดียวกัน ผู้บริโภคมักจะใช้บรรจุภัณฑ์เป็นตัวตัดสินในการเลือกซื้อ เพราะสะดุดตาหรือดึงดูดสายของผู้บริโภคมากกว่า ดังนั้น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เตะตา (inLink : ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เตะตา) สวยงาม สะดวกในการใช้งาน ทำให้เราช่วงชิงความได้เปรียบคู่แข่งได้เป็นอย่างดี บรรจุภัณฑ์ยังเป็นตัวสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้ผู้บริโภคจดจำได้ง่ายอีกด้วย

แตกต่างที่คุณภาพมาตรฐาน

ถ้าให้พูดเรื่องอาหารเสริม ซึ่งสิ่งที่ผู้บริโภคสนใจนอกจากเรื่องผลลัพธ์แล้ว เรื่องคุณภาพและมาตรฐานก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้บริโภคสนใจไม่แพ้กัน เพราะในปัจจุบันอาหารเสริมในท้องตลาดนั้นมีทั้งที่มีคุณภาพและไม่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้น ตราเครื่องหมายรับรองคุณภาพจากองค์กรต่าง ๆ ทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นไว้ว่างใจในตัวสินค้าของเราได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ISO, GMP, HACCP, อย. หรือฮาลาล ซึ่งการรับรองเหล่านี้นั้นทำให้สินค้าของเราแตกต่างและสร้างความได้เปรียบคู่แข่งได้มากทีเดียว

แตกต่างที่วัสดุ / วัตถุดิบ

น้ำมันพืชในท้องตลาดยังมีให้เลือกตั้งมากมาย มีทั้งน้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม แล้วถ้าจะมีเส้นก๋วยเตี๋ยวจากข้าวกล้อง ข้าวไรเบอร์รี่ ก็น่าสนใจไม่น้อย ดังนั้นในวงการอาหารเสริมก็เช่นกัน ความแตกต่างทางวัสดุหรือวัตถุดิบที่ใช้ ก็สามารถสร้างความแตกต่างและได้เปรียบคู่แข่งได้มากทีเดียว

แตกต่างที่บริการ

บริการนั้นก็เป็นส่วนที่สำคัญ อีกไม่นานเราอาจจะได้เห็นเว็บอเมซอนส่งสินค้าโดยใช้โดรน นี่คือตัวอย่างการสร้างความแตกต่างด้านบริการที่นำหน้าคู่แข่ง การบริการสามารถจับมาสร้างความแตกต่างได้อีกมากมายหลากหลายไม่ว่าจะเป็น การจัดส่ง การรับประกัน การสอน ซึ่งเราจำเป็นต้องพัฒนานี้ให้มีความรวดเร็ว มีมากพอกับลูกค้า และได้คุณภาพด้วย เมื่อทำได้ดีกว่าก็ไปไกลกว่าคู่แข่งอีกหลายก้าว

แตกต่างที่ช่องทางจัดจำหน่าย

ในยุคนี้ที่จะซื้อสินค้าสักชิ้น หรือเรียกแท็กซี่สัดคัน เราทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้วจิ้ม สินค้าหรือบริการที่มีช่องทางจำหน่ายแบบเดิม ๆ จึงมีสิทธิ์ถูกแย่งลูกค้าได้ง่าย ๆ การเพิ่มช่องทางจำหน่ายด้วยเทคโนโลยีตามยุคสมัยจึงมีความจำเป็น ไม่ว่าจะเป็น Facebook, IG หรือ Website ดักไว้ทุกทางอย่างนี้ก็หนีคู่แข่งไปได้อีกไกล

แตกต่างที่ตัวผู้ให้บริการ / คนขาย

เครปญี่ปุ่นขนมที่มีขายอยู่แทบทุกซอยใกล้บ้าน กระนั้นยังมีลูกค้าดั้นด้นไปต่อคิวหลายชั่วโมงเพื่อซื้อเครปป้าเฉื่อยในตำนาน หรือเจ๊น้ำแม่ค้าเสื้อผ้าออนไลน์ที่มีลีลาการขายร้าย ๆ ไม่เหมือนใครและไม่มีใครกล้าเหมือน จนโด่งดังไปทั่วเมือง ใครเลือกจะแตกต่างในวิธีการนี้ก็ขอให้เป็นแนวทางที่สร้างสรร เพื่อความต่างจะสร้างความประทับใจได้ยืนยาว

แตกต่างที่เรื่องราว

ในปัจจุบันเรื่องราวมีส่วนสำคัญของสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ซึ่งสินค้าหรือบริการธรรมดา ๆ แต่หากมีเบื้องหลังความเป็นมาอันน่าสนใจ ก็สร้างความแตกต่างและเพิ่มคุณค่าได้ เช่น บะหมี่ที่มีสูตรลับจากบรรพบุรุษที่โซวเถาสืบทอดกันมาร้อยปี แค่ฟังเรื่องราวก็อยากจะลองเข้าไปซื้อไปชิมแล้ว สินค้าของคุณมีเรื่องราวเรื่องเล่าน่าสนใจลองหยิบออกมาใส่สร้างความแตกต่างดู

แตกต่างที่แหล่งวัตถุดิบ แหล่งผลิต

สเต็กเนื้อโกเบนำเข้าจากญี่ปุ่น หรือยอดใบชาจากยอดเขาเฉิงตูประเทศจีน  ครกหินอ่างศิลา เหล่านี้เป็นตัวอย่างการสร้างความแตกต่างจากแหล่งวัตถุดิบหรือแหล่งผลิต ซึ่งทำให้สินค้าและบริการของน่าสนใจเหนือกว่าสินค้าทั่ว ๆ ไปในตลาด

แตกต่างที่ภาพลักษณ์ สัญลักษณ์

การใช้ตราสินค้า คำขวัญ สโลแกน หรือพรีเซ็นเตอร์ เป็นตัวสื่อสารความต่าง เช่น “การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า”  “เบียร์ช้าง กินแล้วภาคภูมิใจ เบียร์ไทยทำเอง”  “ธนาคารกสิกรไทย บริการทุกระดับประทับใจ” ภาพลักษณ์ของเจ้าของสินค้าและบริการนั้นก็สำคัญต่อการที่ลูกค้าสนับสนุนสินค้าหรือบริการของคุณด้วย องค์กรใหญ่ ๆ เจ๊งเพราะผู้บริหารทำพฤติกรรมแย่ ๆ ก็มีให้เห็น

สรุป

วิธีการสร้างความแตกต่างของสินค้านั้น ควรวเลือกที่โดดเด่นจริง ๆ เรื่องใดเรื่องหนึ่งมา และเรื่องที่เลือกมาดูแล้วว่าคู่แข่งของเรายังไม่มี อย่างน้อยก็ในขณะนั้น ความแตกต่างนั้นต้องตอบโจทย์ลูกค้า เป็นสิ่งที่ลูกค้าให้คุณค่าหรือเรียกง่าย ๆ ว่า โดนใจ เพราะมันมีผลอย่างยิ่งที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือไม่

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : taokaemai.com

สร้างแบรนด์อาหารเสริม

ทำไมการมีแบรนด์นั้นถึงสำคัญต่อธุรกิจ

ทำไมการมีแบรนด์นั้นถึงสำคัญต่อธุรกิจ

การทำธุรกิจในยุคนี้ที่การเปลี่ยนแปลงต่าง  ๆ เข้ามามีบทบาทอย่างมากมาย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน แถมเศรษฐกิจโลกที่มีการชะลอตัวและการค้าที่มีสินค้าจากเพื่อนบ้านหรือระแวกใกล้เคียงเข้ามา ทำให้การทำการตลาดโดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อย ๆ นั้นเต็มไปด้วยอุปสรรคต่าง ๆ มากมายที่จะสามารถทำให้ธุรกิจตัวเองนั้นอยู่รอดและสร้างผลกำไรขึ้นมาได้ ดังนั้นการสร้างความแตกต่างหรือกลยุทธ์ทางการค้าที่จะทำให้ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายนั้นสนใจและเลือกสินค้าซื้อสินค้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก

สร้างแบรนด์อาหารเสริม

โดยในปัจจุบันสินค้าและบริการนั้นไม่ได้มีความแตกต่างกัน ทำให้การเลือกซื้อสินค้าหรือบริการสักอย่างของผู้บริโภคนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยเพียงไม่กี่ปัจจัยขึ้นมา ซึ่งหนึ่งในปัจจัยนั้นคือเรื่องการรู้จัก และการรู้จักนี้เองก็เป็นผลมาจากการมี Branding ทำให้การสร้างแบรนด์หรือมีตัวตนของแบรนด์ที่แน่ชัดสำหรับ นักการตลาดนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าธุรกิจนักการตลาดนั้นจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ การมีแบรนด์นั้นสำคัญมากกว่าที่นักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจคิดอย่างมาก วันนี้ทาง Kovic จึงจะพาไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการมีแบรนด์ โดยมีดังต่อไปนี้

แบรนด์ช่วยในการเพิ่มความจดจำ

การจดจำนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับการทำการตลาดในปัจจุบัน เพราะด้วยการจดจำนี้จะช่วยทำให้ผู้บริโภคนั้นสามารถตัดสินใจเลือกสินค้าและบริการได้ว่าจะเลือกของเจ้าไหนที่อยู่ในตลาด เพราะถ้าสินค้าและบริการคุณไม่มีแบรนด์ แปลว่าสินค้าและบริการคุณนั้นไม่มีตัวตนหรือไม่ได้รู้จักในมุมมองของผู้บริโภคเลย

ถ้าคุณไม่ทำแบรนด์ไว้ คุณอาจจะได้แต่ไม่สามารถสร้างการซื้อซ้ำได้เลย เพราะคนจดจำคุณไม่ได้แล้ว ดังนั้นการสร้างแบรนด์ขึ้นจึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะหากคุณเป็นแบรนด์เล็ก ๆ ที่ต้องแย่งชิงความสนใจจากธุรกิจใหญ่ ๆ การมีแบรนด์จะสร้างความสัมพันธ์ของคุณกับกลุ่มเป้าหมายขึ้นมาได้ทันที ทั้งนี้การทำแบรนด์จงมั่นใจว่าการสื่อสารของคุณนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันในทุก ๆ ช่องทางและมีการแสดงออกตามพฤติกรรมของแบรนด์คุณที่ควรจะเป็น

แบรนด์ช่วยในเรื่องดีไซน์

การทำแบรนด์นั้นเหมือนกับการสร้างอัตลักษณ์และนิสัยของแบรนด์ขึ้นมา และเมื่อคุณต้องทำโฆษณาในการโปรโมทแบรนด์คุณ ไม่ว่าจะทำเว็บไซต์ หรือทำนามบัตรแนะนำธุรกิจของคุณ การมีแบรนด์นั้นจะช่วยสร้างอัตลักษณ์ของตัวตนบริษัทคุณไปในทันที ซึ่งช่วยทำให้คนที่ออกแบบวัตถุดิบต่าง ๆ นั้นสามารถทำงานได้ง่ายอย่างมากเพราะสามารถออกแบบสิ่งต่าง ๆ ให้ไปในทิศทางและมุมมองเดียวกันได้อย่างอย่างง่ายดาย อย่างเช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ แถมยังทำให้คนที่มาทำงานในอนาคตสามารถเข้าใจในตัวตนบริษัทแบะออกแบบตามแบรนด์ที่มีต่อมาได้ไม่ยาก สิ่งสำคัญสุดคือประหยัดเวลาในการดีไซน์และช่วยประหยัดงบประมาณในการทำงานดีไซน์ไปเยอะอย่างมากอีกด้วย

แบรนด์ช่วยสร้างมูลค่าบริษัท

มูลค่าของบริษัทนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพย์สินหรือรายได้ของบริษัทที่มีเท่านั้น แต่ชื่อของบริษัทนั้นก็สามารถนำมาสร้างมูลค่าต่าง ๆ ได้เช่นกัน ยิ่งแบรนด์คุณนั้นมีชื่อเสียงดังมากแค่ไหน หรือมีความต้องการสูงมากแค่ไหน ก็ยิ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเติมได้อย่างมากมาย

ตัวอย่างเช่น Coca Cola มีมูลค่าแบรนด์อยู่ที่ 73.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือแบรนด์อื่น เช่นพวกแบรนด์เนม ที่มีมูลค่าชื่อเสียงแบรนด์ที่สูง แค่เอาโลโก้หรือชื่อแบรนด์ไปแปะกับอะไรก็สามารถขายได้อย่างทันที เช่น Supreme บนหนังสือพิมพ์ ด้วยการสร้างแบรนด์เช่นนี้ การที่คุณมีแบรนด์อยู่ การค่อย ๆ สะสมมูลค่าของแบรนด์คุณขึ้นไปย่อมมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะถ้าคุณสามารถสร้างกลุ่มผู้ใช้สินค้าและบริการของคุณที่แน่นแฟ้นขึ้นมาได้ ย่อมทำให้แบรนด์คุณมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้นไปอีก

ทำให้การตลาดง่ายขึ้น

แน่นการมีแบรนด์นั้นช่วยทำให้การทำการตลาดนั้นง่ายขึ้นอย่างมาก เพราแทนที่จะต้องมานั่งสร้างการอธิบายตัวตนของสินค้าและบริการต่าง ๆ ขึ้นมาว่าต่างจากคู่แข่งอย่างไร หรือทำไมกลุ่มเป้าหมายต้องหันมาใช้สินค้าและบริการของคุณ ทำให้คุณสามารถประหยัดเวลาในส่วนนี้มาสร้างการขายหรือสร้างมูลค่าที่โดนใจของผู้บริโภคได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายมาก ปล่อยให้พลังของแบรนด์นั้นทำงานในการขายตัวเองไป ทำให้การตลาดนั้นสามารถโฟกัสได้ทันทีว่าต้องทำงานอะไรและอย่างไรเพื่อที่จะเพิ่มศักยภาพทางการตลาดขึ้นมาได้เพิ่มมากขึ้นไปอีก

ทำให้คนทำงานในทิศทางเดียวกัน

แน่นอนการมีแบรนด์นั้นจะทำให้ทุกคนในองค์กรมีความเข้าใจอันหนึ่งอันเดียวกันว่า องค์กรนั้นมีตัวตนและพฤติกรรมอย่างไร ทำให้เวลาทำงานหรือเวลาที่ต้องสื่อสารออกไปยังโลกภายนอกขององค์กรจะททำให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความสอดคล้องกัน จนทำให้สื่อสารมีพลังออกไปได้ ซึ่งถ้าคุณไม่มีแบรนด์มาครอบในการทำงานของคนในองค์กรแล้ว ทุกคนจะต่างคนต่างเข้าใจในตัวตนของบริษัทและทำให้เกิดการทำงานที่ไม่มีทิศทางหรือไม่มีหลักการให้ยึดว่าจะทำงานอย่างไรออกไป

สรุป

การมีแบรนด์นั้นมีส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอย่างอาหารเสริม เครื่องสำอางหรือยาสมุนไพรร เพราะการมรแบรนด์นั้นจะทำให้ตัวสินค้ามีความน่าสนใจและดูน่าซื้อกว่าสิน้คาที่ไม่มีแบรนด์ และถ้าหากเป็นสินค้าที่มาจากแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในตลาด จะยิ่งทำให้สินค้าเป็นที่สนใจมากขึ้น

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.marketingoops.com

ธุรกิจสุขภาพและความงามที่ควรลงทุน

ธุรกิจสุขภาพและความงามที่ควรลงทุน

การดูแลตัวเองนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญ บวกกับปัจจุบันที่เทรนด์รักสุขภาพและความงามนั้นก็มาแรงอย่างเรื่อย ๆ ทำให้คนไทยหันมาสนใจเรื่องดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้นกว่าเดิม นั่นก็เป็นสาเหตุทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพและความงามมีจำนวนมากและเติบโตขึ้นมากในหลายปีที่ผ่านมา

ผลิตอาหารเสริม

ซึ่งมีแนวโน้มว่า 2 เทรนด์นี้ จะยังคงอยู่ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ยากที่เซาซบลง ทำให้มีนักธุรกิจรุ่นใหม่หลากคนสนใจที่จะมาลงทุนธุรกิจในด้านนี้ แต่อาจจะยังไม่รู้หรือจับทางไม่ถูกว่าจะลงทุนกับธุรกิจอะไรดี โดยทาง Kovic ได้นำธุรกิจด้านสุขภาพและความงามที่ควรค่าแก่การลงทุนกัน ลองไปดูกันดีกว่าว่ามีธุรกิจอะไรบ้าง

ธุรกิจอาหารเสริม

เพราะการกินอาหารอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงสนใจตัวช่วยอย่าง อาหารเสริม หรือผู้บริโภคบางคนอาจทานอาหารเสริมให้ได้ผลลัพธ์บางอย่างที่ต้องการเช่น ลดน้ำหนัก, ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส หรือล้างสารพิษในร่างกายเป็นต้น โดยอาหารเสริมแต่ละประเภทก็จะมีการใช้ส่วนผสมที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ที่ต้องการเช่น สารสกัดสตรอว์เบอร์รี่, สารสกัดชาเขียว เป็นต้น

ซึ่งบางคนเห็นหัวข้อนี้แล้วอาจรู้สึกว่าไม่จริง ธุรกิจอาหารเสริมพังกันไปเป็นแถบ ควรค่าแก่การลงทุนซะที่ไหน แต่หากดูให้ดี ธุรกิจอาหารเสริมที่พังไม่เป็นท่านั้น เกิดมาจากการที่คุณภาพสินค้า ไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้ เพราะส่วนมากจะมาจากโรงงานอาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน

สังเกตได้ว่าแบรนด์ที่เห็นผลดีจริง มักจะได้รับการตอบรับที่ดี และเติบโตอย่างเนื่อง เนื่องจากแบรนด์เหล่านั้นเลือกผลิตสินค้ากับโรงงานรับผลิตอาหารเสริมที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และที่สำคัญผลลัพธ์เป็นตามที่ได้พูดถึงหรือโฆษณาไว้ ในยุคที่ผู้คนสนใจสุขภาพ แต่ไม่สามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์ได้ ธุรกิจอาหารเสริมหจึงตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนเมืองในปัจจุบัน

ธุรกิจสกินแคร์

หลายคนอาจคิดว่าแบรนด์สกินแคร์ล้นตลาด จนอาจเป็นไปได้ยากที่จะทำให้แบรนด์เกิด แต่ในความเป็นจริง ความต้องการของผู้บริโภค ไม่มีที่สิ้นสุด เนื่องจากมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ยึดติดแบรนด์น้อยลง ซึ่งการที่ผู้บริโภคหจะเลือกใช้สกินแคร์นั้น อาจไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อแบรนด์ที่ติดหูเสมอไป แต่หากสินค้าคุณภาพดี และได้รับการรีวิวมากพอสมควร แบรนด์นั้นจะสามารถทำกำไรได้มากมายมหาศาลเลยทีเดียว

ธุรกิจเครื่องสำอาง

เช่นเดียวกับสกินแคร์ ผู้บริโภคชอบลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะเครื่องสำอาง ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับแบรนด์ที่เคยมีอยู่แล้ว ผู้บริโภคก็ต้องการเปรียบเทียบเปรียบเทียบความต่างอยู่ตลอดเวลา เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดี และเหมาะกับตนเองมากที่สุด

เชื่อหรือไม่ว่าประเทศไทยมีอัตราการส่งออกเครื่องสำอางไปยังต่างประเทศแบบก้าวกระโดด ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ย 18% ต่อปี โดยมีมูลค่าตลาดรวม 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ตลาดในประเทศ 60% มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท ตลาดส่งออกอีก 40% มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ส่งออกให้กับประเทศเพื่อนบ้านใน AEC และตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะเติบโตในตลาดจีนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเครื่องสำอางประเภทสมุนไพร ที่ได้รับความนิยมจากคนจีนเป็นจำนวนไม่น้อย

ธุรกิจศัลยกรรมความงาม

ทุกวันนี้ การศัลยกรรมเสริมความมีการเปิดกว้าง เป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ เมื่อมีเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามีบทบาท ทำให้ผู้คนตัดสินใจทำศัลยกรรมความงามได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อน ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่รวมไปถึงทุกประเทศทั่วโลก

จากการสำรวจของ International Society of Aesthetic Plastic Surgery (ISAPS; สมาคมศัลยกรรมความงามนานาชาติ) พบว่า ประเทศที่มีการทำศัลยกรรมความงามสูงสุด คือ สหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก ธุรกิจเสริมความงามของไทย มีมูลค่าสูงถึง 14,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย ร้อยละ 10 ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าการทำศัลยกรรมเสริมความงามในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

ธุรกิจ Botox หรือ Hifu

อย่างเพิ่งแปลกใจว่าทำไม Botox Hifu ต่างจากข้อด้านบนอย่างไร ขอบอกว่า ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่า ในปัจจุบันนั้นมีกลุ่มผู้บริโภค ที่ไม่ได้เน้นทำศัลยกรรมเป็นเรื่องเป็นราวเกิดขึ้นมากมาย ผู้หญิงหลายคนโดยเฉพาะ วัยทำงานขึ้นไป อาจไม่ได้อยากแก้ไขใบหน้ามากมายนัก แต่เพียงแค่อยากหน้าเรียว ยกกระชับผิวหน้าบางจุด ลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ให้ดูอ่อนกว่าวัย

ซึ่ง Botox และ Hifu ถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก ยิ่งในปัจจุบัน ราคานั้นลดลงมาพอสมควร คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย และอายุของ Botox และ Hifu นั้น มีระยะชั่วคราว ทำให้ลูกค้ามีการหมุนเวียนกลับมาทำซ้ำอยู่เสมอ ดังนั้น ธุรกิจ Botox หรือ Hifu นี้ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการลงทุน

ธุรกิจอาหารคลีน

เทรนด์ความงามมักมาคู่กับสุขภาพเสมอ เมื่อสวยจากภายนอกแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะสวยจากภายในด้วย ยุคนี้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นจนเรียกได้ว่า เป็นไลฟ์สไตล์หลักของคนยุคนี้กันแล้ว ต้องออกกำลังกาย กินของดีมีประโยชน์ และของดีมีประโยชน์ที่ว่านี้ สิ่งแรกที่อาจเข้ามาในหัวของทุกคน ก็คืออาหารคลีนนั่นเอง

ธุรกิจอาหารคลีนค่อนข้างมาแรงในตอนนี้ และเป็นการทำที่ง่ายแสนง่าย เพราะสูตรหรือรสชาติ ไม่ได้เน้นมากมายอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องจำสูตรไม่ได้ แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ และต้องแข่งขันกัน อาจเป็นเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบ และการตกแต่งหน้าตาอาหารให้น่ากินเสียมากกว่า มั่นใจได้ว่าเทรนด์รักสุขภาพ จะยังคงอยู่กับคนไทยไปอีกนาน ดังนั้นธุรกิจอาหารคลีนจึงเป็นธุรกิจที่ควรค่าแก่การลงทุนเช่นเดียวกัน

สรุป

ตลาดความงามและสุขภาพนั้นมีการแข่งขันสูง ผลกำไรมากน้อยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ขนาดของธุรกิจเสทอไป เพราะความสำเร็จ ผลกำไรที่ดีนั้นมาจาก “ต้นทุนการผลิต” และ “กลุ่มเป้าหมาย ฐานลูกค้า” ในสภาพตลาดที่มีการแข่งขันกันสุดฤทธิ์เช่นนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจลงทุน ต้องมีระบบการวางแผนและการจัดการที่ดี เพื่อพัฒนาให้ธุรกิจของตนเติบโตไปได้ด้วยดี

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา businesslinx.globallinker.com

เคล็ดลับออกสินค้าใหม่ยังไงให้ปัง

เคล็ดลับออกสินค้าใหม่ยังไงให้ปัง

ธุรกิจไม่สามารถหยุดนิ่งได้ ถ้าหยุดนิ่งปุ๊บมีแววจบทันที เพราะฉะนั้นเพื่อให้แบรนด์ของเราไปต่ออย่างยาวนาน จะต้องมีการพัฒนาในตัวสินค้า แต่เมื่อระยะเวลาหนึ่งที่การพัฒนาสินค้านั้นไม่สามารถไปต่อได้ ไม่ว่าจากการซ้ำซากของสินค้าประเภทเดียวกัน หรือไม่มีไอเดียในการพัฒนาสินค้าตัวนี้แล้ว ก็จะต้องถึงเวลา “ออกสินค้าตัวใหม่” ออกมา

โรงงานผลิตอาหารเสริม

แต่การออกสินค้าตัวใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากแต่ละวันมีสินค้าใหม่ออกมากมาย มีดังบ้างดับบ้าง ซึ่งเราจะทำอย่างไรให้สินค้าออกใหม่ของเราเป็นที่สนใจ ดึงดูดใจลูกค้าให้มาซื้อได้มากที่สุด เพราะความสำเร็จวันดันที่ยอดขายถึงแม้เปิดตัวอย่างอลังการแค่ไหน แต่ยอดขายไม่มีก็ไม่มีประโยชน์อะไร การออกสินค้าใหม่ จึงต้องมีการวางแผนเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี ปิดช่องโหว่ทุกจุดเท่าที่ทำได้ให้เหลือแค่คำว่า “สำเร็จ” ลองมาดูกันว่า มีเคล็ดลับในการเตรียมตัวอะไรบ้าง เพื่อให้ปังแบบยั้งไม่อยู่

วิจัยการตลาดเท่านั้น อย่ามโน

หลายคนมักเข้าข้างตัวเองว่าสินค้าเรานั้นดีเลิศ พอวางลงตลาดนั้นต้องได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นแน่นอน แต่สิ่งที่เราคิดอาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าอยากได้ วิจัยการตลาด จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยรู้ หรือช่วยให้เราตาสว่างขึ้นก่อนเจ็บตัว

หาจุดแข็ง จุดอ่อน เรื่องสำคัญที่อย่ามองข้าม

หากเรารู้จักการวิเคราะห์หาจุดแข็ง จุดอ่อนของสินค้าเรา เปรียบเทียบกับคู่แข่ง คุณก็พอจะรู้ว่า เราแตกต่างกับคู่แข่งตรงไหนบ้าง อะไรที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างเด่นชัด ว่าแต่สิ่งที่เหนือกว่านั้น เป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็ไม่มีประโยชน์อีกเช่นกัน

ลูกค้าเป้าหมาย รักเรามากแค่ไหน

ลูกค้าเป้าหมายคือใคร แล้วเขารู้สึกอย่างไรกับสินค้าเรา ถ้าลูกค้าที่เราเลือกไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับสินค้าเลยนั่นแสดงว่า สินค้านั้นไม่ใช่ช่วยแก้ปัญหาหลักที่ลูกค้า ถึงแม้สินค้าเราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ แต่มันแรงพอที่จะสร้างแรงกระเพื่อมให้ตัดสินใจซื้อกับลูกค้ากลุ่มนี้ อย่าเพิ่งปล่อยมันออกมา กลับไปพัฒนาสินค้าใหม่ ดีกว่าจนกว่าลูกค้าเป้าหมายจะรักเรา

เปลือกนอก ใครว่าไม่สำคัญ

รูปลักษณ์ของสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ เคยซื้อสินค้าแล้วต้องแอบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ให้ใครเห็นไหม รู้สึกอาย ไม่ภูมิใจเวลาใครเห็นเราใช้ ถ้ามีความรู้สึกนี้เกิดกับลูกค้าละก็แย่แล้วล่ะ สินค้าที่ดีต้องเย้ายวนน่าหลงใหล ลูกค้าต้องภูมิใจ กล้าอวดโชว์ หรือแชร์ให้คนอื่นรู้ว่าใช้สินค้านี้ การออกแบบสินค้า แพคเกจ ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการ ออกแบบโลโก้ ต้องเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ และไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของลูกค้าเสื่อมเสียไปด้วย

ติดหู โดนตา กระแทกใจ

มีการศึกษาพบว่า การตั้งสโลแกนให้โดน ต้องมีครบ 3 ปัจจัยหลักคือ

  • มีความชัดเจนของข้อความที่จะสื่อ สั้น กระชับ ไม่อ้อมค้อม
  • มีความคิดสร้างสรรค์ แปล แหวกแนว สื่อถึงสินค้า
  • มีความใกล้ชิดคุ้นเคยกับกลุ่มเป้าหมาย ใช้ภาษา สำนวนให้ตรงเป้า

ถ้าเราได้ยินสโลแกนอย่างเช่น ซ่าส์จี๊ด ซี๊ดถึงใจ เราคงพอจะเดาได้ว่าสินค้านั้นน่าจะจับกลุ่มวัยรุ่น มีความสนุกท้าทาย ชอบความสะใจแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร สโลแกนเท่ ๆ จำง่าย จะบ่งบอกบุคลิกภาพ ความเป็นตัวตนของแบรนด์ แทนการบรรยายเป็นร้อยเป็นพัน

ปั่นกระแส ยั่วให้อยาก

แต่ช้าก่อน ต้องอดใจรอให้ได้ถึงวันเปิดตัว การปลุกกระแสจากการบอกต่อ ปากต่อปาก สามารถทำให้ลูกค้าเกิดอาการคลุ้มคลั่ง สร้างกระแสต่อเนื่องได้ยาวนาน ยิ่งมาก ยิ่งเป็นผลดี เช่นการเปิดตัวไอโฟน การสร้างข่าวรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังอวดโฉม การปล่อยทีเซอร์หนังดัง ๆ ที่ทั่วโลกตั้งตารอ การออกหนังสือใหม่ของนักเขียนชื่อดัง ล้วนกระตุ้นให้เหล่าสาวกไม่เป็นอันกินอันนอน

เลือกใช้สื่อให้เหมาะสม

โดยการจ้างนักเขียนสร้างเรื่องราวปลุกกระแสในเว็บดัง ๆ หรือจ้างคนดังรีวิวสินค้าในเชิงบวก ปล่อยภาพหลุด ความลับบางอย่างออกมาเรียกเสียงฮือฮา เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจริงหรือเท็จ

ลองของจริง เสร็จสรรพสัมผัสเดียว

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาไม่เท่าได้สัมผัสแค่วูบเดียว บางสินค้าการให้กลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสสัมผัสของจริง ทดลองใช้จริง เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่สินค้าอื่นไม่เคยให้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องบรรยายสรรพคุณให้ยืดยาว บางรายอาจทำการสำรวจตลาดดูผลตอบรับจากผู้บริโภค เมื่อได้สัมผัสของจริง เพื่อแก้ไขรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนออกตลาด

ปล่อยหมัดเด็ด ทุกช่องทาง

อย่าจำกัดอยู่แค่สื่อใดสื่อหนึ่ง การใช้ทุกสื่อผสมผสาน เหมือนการประกาศป่าวร้องพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะสังคมออนไลน์สื่อทีวี สื่อกลางแจ้ง โอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะเห็นสื่อสูง โอกาสสำเร็จก็สูงตาม

อยากได้ต้องจองก่อน

การเปิดให้สั่งจองสินค้าก่อน เป็นอีกวิธี เพื่อเช็คกระแสตอบรับความนิยมหรือความสนใจของสินค้าอีกทาง  ถ้าเปิดจอง แต่คนเข้ามาสั่งน้อยมาก มันส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้กับเจ้าของสินค้าแล้ว เหตุผลที่ลูกค้าไม่สนใจสั่งล่วงหน้าคืออะไร

ปั่นกระแสให้พีค ในวันเปิดตัว

ถ้ากระแสการบอกต่อทำงานมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้จะวันที่พีคสุดให้ทุกคนจับตา การตั้งแถวรอซื้อยาวเหยียดข้ามวันข้ามคืนเพื่อรอเป็นเจ้าของสินค้า การวิพากษ์วิจารณ์กันในสังคมออนไลน์  ไม่ว่าสำนักข่าวไหนก็ต้องมาทำข่าว  เกิดการปั่นกระแสให้พีคสุดในวันเปิดตัวนั่นเอง

โปรแรงแค่วันเดียว

ของอะไรที่มีน้อย มีจำนวนจำกัด คนมักมุงรอแย่งเยอะ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากตกขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษ การจัดโปรโดนใจแค่วันเดียว ช้าหมดอดแน่  พิเศษเฉพาะคุณเท่านั้น ยังมีมนต์ขลังเสมอ

แปลก แตกต่างอย่างมีสไตล์

ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวให้ใหญ่โตทุ่มทุนให้งบการตลาดหมดเกลี้ยงแค่วันเดียว การให้สปอตไลท์ส่องมายังคุณในวันเปิดตัว สามารถทำได้ในงบที่จำกัด  ไม่ปฏิเสธที่งานใหญ่มักจะปังได้ง่ายกว่า แต่งานปัง ไม่จำเป็นต้องเป็นงานใหญ่ แค่แตกต่างในการนำเสนออย่างมีชั้นเชิง สร้างธีมที่ไม่เหมือนใคร จัดในที่ที่ต้องทุกคนต้องร้อง ว้าว!! ก็โดนแล้ว

แผนสำรองควรมีไว้

สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ถึงแม้จะเตรียมการดีแค่ไหน แต่ความผิดพลาดที่ไม่คาดฝันระหว่างทางก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ลองหาทางหนีทีไล่ คิดแผนสำรองเผื่อไว้ ถ้าไม่เป็นไปตามแผนจะช่วยให้เราไม่ต้องนั่งอึ้ง คอตก แก้ปัญหาไม่ทันการณ์

สรุป

เหนือสิ่งอื่นใดถึงแม้ว่าจะทำการเตรียมเปิดสินค้าตัวใหม่มาดีแค่ไหน หัวใจหลักที่สำคัญและห้ามลืมเด็ดขาดคือ คุณภาพของสินค้า เพราะถึงแม้ว่าจะเจาะกลุ่มตลาดมาอย่างดี จัดแผนโปรโมทมาเลิศหรู หรือโปรโมชั่นสุดปัง แต่ถ้าสินค้าไม่มีคุณภาพ สินค้าของคุณก็ไม่ต่างกับสินค้าอื่น ๆ ที่ดังช่วงแรก ๆ และหายไปกลับกลีบเมฆไปในไม่ช้า เพราะผลลัพธ์ไม่ตรงความต้องการของลูกค้า

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : taokaemai.com