ทำไมเจ้าของแบรนด์ควรจ้างโรงงานผลิตคอลลาเจน

ทำไมเจ้าของแบรนด์ควรจ้างโรงงานผลิตคอลลาเจน

คอลลาเจน ถูกจัดเป็นอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นอาหารเสริมที่ช่วยให้เรื่องของผิวพรรณ และด้วยรูปแบบที่ทานง่าย ทำให้อาหารเสริมคอลลาเจนกลายเป็น อาหารเสริมที่หลายคนสรรหาที่ทานเพื่อบำรุงผิวพรรณ ให้ผิวใส เต่งตึงเหมือนผิวเด็ก ทำให้มีเจ้าของแบรนด์หลายคนหันมาผลิตคอลลาเจนกันอย่างแพร่หลาย

ซึ่งการผลิตคอลลาเจนเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะง่าย เพราะไม่ว่าใครก็สามารถสร้างแบรนด์คอลลาเจนเป็นของตัวเองได้ แค่มีต้นทุนที่เพียงพอ แต่จริง ๆ แล้วการผลิตคอลลาเจนออกมาสักแบรนด์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหลายด้านในการให้คำปรึกษาและคำแนะนำ

รวมถึงขั้นตอนการผลิตที่ยุ่งยากหลายขึ้นตอน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรจ้างบริษัทโรงงานอาหารเสริมที่รับผลิตคอลลาเจนให้เข้ามาช่วย ดังนั้นในวันนี้เราจะมาบอกเหตุผลกันว่าทำไมเราถึงผลิตคอลลาเจนกับโรงงานรับผลิตอาหารเสริม

คอลลาเจนคืออะไร ?

คอลลาเจน คือ โปรตีนประเภทหนึ่ง โดยปกติแล้วจะอยู่ในร่างกายของมนุษย์หลายส่วนเลยทีเดียว แต่ส่วนที่เห็นได้ชัดนั่นก็คือ ส่วนของผิวหนัง เนื่องจากคอลลาเจนมีหน้าที่ในการช่วยให้ผิวพรรณของคนเราแข็งแรง ซึ่งร่างกายของคนเราสามารถสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองได้ แต่เมื่อคนเราอายุมากขึ้นตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป การสร้างคอลลาเจนในร่างกายจะเริ่มน้อยลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยต่าง ๆ

ประโยชน์ของคอลลาเจนด้านผิวพรรณ

  • เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง
  • เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวนุ่ม เนียนเรียบ ไม่แห้งกร้าน
  • ลดริ้วรอย ชะลอผิวพรรณให้อ่อนเยาว์
  • ลดเลือนรอยแผลจากสิว จุดด่างดำ ฝ้า กระ
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว

ประโยชน์ของคอลลาเจนด้านสุขภาพ

  • ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย
  • เสริมสร้างกระดูให้แข็งแรง
  • ลดการเสียดทานของกระดูก
  • ป้องกันของโรคกระดูกพรุน
  • ลดอาการปวดหัวเข่า หรือข้อต่อต่าง ๆ
  • สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

เลือกคอลลาเจนอย่างไรให้ปลอดภัยตัวเอง

เพื่อให้การรับประทานได้ผลดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด องค์การอาหารและยาแนะนำว่าควรรับประทานคอลลาเจนสายสั้น (Hydrolyzed collagen) เพราะร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าชนิดสายยาว และสามารถทานเป็นอาหารเสริม ได้ถึง 5,000-7,000 มิลลิกรัมต่อวัน

เมื่อทานคอลลาเจนเสริมแนะนำให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ เพราะหากดื่มน้ำไม่เพียงพอร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เต็มที่ นอกจากนี้พบว่าถ้ารับประทานร่วมกับอาหารที่มีวิตามินซีการดูดซึมจะดียิ่งขึ้น

ทำไมเราถึงต้องผลิตคอลลาเจนกับโรงงานผลิต

สะดวก

โรงงานผลิตอาหารเสริม จะมีผู้เชี่ยวชาญหลายด้านคอยให้บริการ เมื่อเรานำสูตรเข้าไปติดต่อผู้เชี่ยวชาญก็จะทำการตรวจสอบสูตร ปรับปรุงสูตร และพัฒนาสูตรออกมาให้ดีที่สุดเพื่อให้ตรงกับความต้องการของเจ้าของแบรนด์ หรือคิดค้นขึ้นมาใหม่ให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด ทำให้เกิดความสะดวกในการดำเนินงาน ไม่ต้องลงมือทำเอง

สินค้ามีคุณภาพ

ทางโรงงานจะมีการรับรองคุณภาพและควบคุมการผลิตจากสถาบันหรือหน่วยงานของรัฐเพื่อการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้สินค้าออกมามีคุณภาพและได้มาตรฐาน

ประหยัดเวลา

ทางโรงงานจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยเหลือและให้คำปรึกษาในทุก ๆ ด้าน ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาคิดหรือทำเอง ถ้าหากเจ้าของแบรนด์เลือกโรงงานที่มีบริการ One – Stop Service ที่เป็นบริการคอยช่วยเหลือเจ้าของแบรนด์ในทุกกระบวนการผลิตตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาติดต่อกับโรงงาน เช่น การคิดค้นสูตรอาหารเสริม ค้นหาสารสกัด หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

ได้คำแนะนำ

สองหัว ย่อมดีกว่าหัวเดียว หากเราคิดเองผลิตเอง อาจจะได้สินค้าที่คุณภาพไม่ดีนัก ซึ่งถ้าหากทำการปรึกษากับโรงงาน จากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญทำให้เจ้าของแบรนด์ได้คำแนะนำดี อย่างเช่นควรเลือกสูตรอย่างไร ควรใช้ส่วนผสมอะไรบ้าง ส่วนผสมไหนที่จัดว่าดีต่อร่างกาย และควรพัฒนาสูตรอย่างไร

มีความปลอดภัย

โรงงานที่ได้มาตรฐานจะมีระบบการควบคุมการผลิตแบบปลอดสารพิษ เพื่อความปลอดภัยต่อตัวสินค้า ทำให้สินค้าออกมาได้มาตรฐานและปลอดภัยต่อลูกค้า

ทั้งหมดนั้นก็คือเหตุผลที่ควรผลิตอาหารเสริมกับทางโรงงานผลิตอาหารเสริม จะเห็นได้ว่าการผลิตคอลลาเจนกับโรงงานนั้นสะดวกและมีคุณภาพมากกว่า เพราะโรงงานที่รับผลิตสามารถบ่งบอกหถึงคุณภาพของสินค้าได้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าสินค้าที่ผลิตออกมาจะเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมายและเติบโตทางการตลาด

เนื่องจากเป็นสินค้าที่ดีคุณภาพ สามารถพัฒนาและต่อยอดให้เติบโตขึ้นได้ไม่ยาก ต่างจากการผลิตแบบทั่วไปที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้ต้องเกรงกลัวการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐอยู่เสมอ

สรุป

นอกจากการการเลือกโรงงาน การทำการตลาดก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน เพราะหากสินค้าออกมาดีมีคุณภาพแต่ทำการตลาดได้ไม่ดีหก็มีโอกาสที่สินค้าจะไม่ได้รับความนิยมได้ จึงควรทำการตลาดและการตลาดออนไลน์ควบคู่กันไปด้วย มีช่องทางสำหรับโปรโมทสินค้าเพื่อให้สินค้าได้เป็นที่รู้จัก ถ่ายรูปสินค้าและทำวิดีโอโฆษณาสินค้าออกมาแบบสวย ๆ และน่าสนใจเท่านี้ก็ช่วยให้การตลาดง่ายขึ้นแล้ว

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : http://innovalabasia.com/

โควิด-19

อยู่อย่างไรให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง สุขภาพดี ปลอดภัยจากโรค

อยู่อย่างไรให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง สุขภาพดี ปลอดภัยจากโรค

ปัจจุบันเรามนุษย์ยังคงเผชิญความท้าทาย ในด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาด ภัยธรรมชาติ อยู่เสมอๆ  ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า  ฝุ่น PM 2.5การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  การยอมรับ เข้าใจ และปรับตัวให้สามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัยนั้นจึงเป็นสิ่งที่เราทำได้เองเป็นอันดับแรก

ดังนั้นเราควรเตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงที่จะป่วยบ่อย หรือติดเชื้อง่าย คงระดับความเข้มแข็งของระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ ด้วยแนวทางการใช้ชีวิตให้ปลอดภัยจากโรคภัยต่างๆ ได้ดังนี้

โควิด-19

ภูมิคุ้มกัน (IMMUNITY) คือ กลไกของร่างกายที่ต้านทานต่อโรคใดโรคหนึ่ง โดยภูมิคุ้มกันอาจเกิดเพียงชั่วคราวหรือตลอดไปก็ได้ ภูมิคุ้มกันแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. ภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ตามธรรมชาติ (innate immunity/ natural immunity)

ภูมิคุ้มกันเเบบนี้มีมาตั้งเเต่เกิด โดยทารกที่มีอายุครรภ์ 5 สัปดาห์ จะเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันได้เอง เเต่ยังสร้างได้น้อยมาก เนื่องจากเริ่มมีการเจริญของอวัยวะน้ำเหลือง

2. ภูมิคุ้มกันโรคที่เกิดขึ้นภายหลัง (acquired immunity) เป็นภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นหลังคลอดโดยแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

2.1 ภูมิคุ้มกันก่อเอง (active immunity) เป็นภูมิคุ้มกันที่เกิดจากร่างกายได้รับแอนติเจน หรือเชื้อโรคที่อ่อนกำลังลงซึ่งไม่ทำอันตรายต่อสุขภาพ โดยนำมาฉีด กิน หรือทาที่ผิวหนัง กระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกันขึ้น เช่น การฉีดวัคซีนไอกรน โปลิโอ วัณโรค ไทฟอยด์ เป็นต้น

2.2 ภูมิคุ้มกันรับมา (passive immunity) เป็นภูมิคุ้มกันที่ได้มาจากการสกัดจากเลือดของสิ่งมีชีวิต แล้วนำมาฉีดให้ร่างกายต้านทานโรคได้ทันที เช่น เซรุ่มแก้พิษงู เซรุ่มโรคพิษสุนัขบ้า บาดทะยัก คอตีบ เป็นต้น หรือได้รับภูมิคุ้มกันจากเเม่ตั้งเเต่อยู่ในครรภ์ เเละเมื่อคลอดออกมาจะได้รับภูมิคุ้มกันจากน้ำนมเเม่ แต่ภูมิคุ้มกันในน้ำนมเเม่จะลดลงหลังจากคลอดได้ 6 เดือนจึงทำให้ทารกติดเชื้อได้ง่ายในระยะนี้

การรักษาระดับภูมิแรงคุ้มกันแข็งให้มีประสิทธิภาพ ด้วยแนวทางการใช้ชีวิตให้ปลอดภัยจากโรคภัยต่างๆ ได้ดังนี้

  • กินให้ได้คุณภาพ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • เสริมภูมิคุ้มกันแข็งแรงด้วยวิตามินซี และอาหารเสริมอื่นๆ

กินให้ได้คุณภาพ

ถึงเราจะได้รับการบอกต่อๆ กันว่าให้ถ้าอยากสุขภาพดีต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่น้อยครั้งที่จะบอกกันว่า กินให้ครบ 5 หมู่ ต้องกินอย่างไร หลักการกินให้ครบ 5 หมู่แบบง่ายๆ มีคอนเซปต์อยู่ว่า กินให้หลากหลายกินทุกหมู่ กินข้าวได้สลับกับกินแป้ง กินผักผลไม้ให้เป็นนิสัย เนื้อสัตว์เน้นที่เนื้อปลา หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และเลี่ยงอาหารหวานจัด เค็มจัด  

แล้วเสริมด้วยอาหารที่ช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งโดยมากจะอยู่ในผักผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี อาทิ ผักใบเขียวจัดหรือสีเหลืองส้ม เห็ดต่างๆ และแร่ธาตุซิลีเนียม หรือสังกะสี ที่พบในเนื้อสัตว์ อาหารทะเล นม หรือถั่ว เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม เมนูคลีนเพื่อสุขภาพ

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนที่มีคุณภาพจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่มีการพักผ่อนไหนจะช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ดีเท่าการนอนหลับ เพราะการนอนหลับนั้นจะช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง 

นอกจากนี้ การนอนหลับพักผ่อนยังช่วยลดระดับความเครียด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการลดประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย ซึ่งรวมไปถึงระบบภูมิคุ้มกัน คนที่พักผ่อนไม่เพียงพอเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย และยังมีโอกาสรับสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกายได้มากกว่าคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

หากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด

เมื่อร่างกายสะสมเอาความเครียดไว้ เจ้าความเครียดนี่แหละ ที่เป็นตัวการร้ายคอยกัดกินให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเรารวน และยังเป็นบ่อเกิดโรคร้ายที่นึกไม่ถึงได้ด้วย ในเมื่อเรามีเวลาอยู่กับบ้านมากขึ้นแล้ว ลองหากิจกรรม งานอดิเรกหรือการฝึกทักษะต่างๆ ระหว่างที่หยุดเชื้ออยู่บ้าน

นอกจากช่วยลดความเครียดได้แล้ว ยังอาจจะเป็นการค้นพบทักษะใหม่ๆ ในตัวเองที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ยังเป็นโอกาสหรือช่องทางสร้างรายได้ใหม่ได้ด้วย

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายจะเพิ่มการหมุนเวียนของเลือดโดยรวม ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกหมุนเวียนไปยังเซลล์ทั้งร่างกาย และทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวมีความสามารถในการเก็บกินสิ่งแปลกปลอมมากขึ้น การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ ส่งผลให้นอนหลับง่าย สดชื่น สมองปลอดโปร่ง ลดความเครียดสะสม

ออกกำลังกาย

รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ในระยะยาว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง เบาหวาน มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วยวิตามินซี และอาหารเสริมอื่นๆ

หัวใจสำคัญของการมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เริ่มต้นจากร่างกายที่มีสุขภาพดี และตัวช่วยสำคัญ ก็คือ สารอาหาร แร่ธาตุ วิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินซีที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ปกติแล้วร่างกายของเราควรได้รับวิตามินซี วันละ 500 – 1,000 มิลลิกรัม ผ่านการกินผักผลไม้เป็นประจำและต่อเนื่อง

แต่เนื่องจากวิตามินซีเป็นวิตามินที่สลายตัวได้ง่าย ไม่สะสมในร่างกาย เป็นไปได้ที่วิตามินซีจะสลายตัวไปก่อนที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้ทัน ประกอบกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ การรับประทานผักผลไม้ที่ไม่หลากหลาย การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือในภาวะเครียด ก็ส่งผลให้ร่างกายขาดวิตามินซีได้เช่นกัน

เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินซีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสามารถอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น และรักษาระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง มีประสิทธิภาพในการรับมือกับเชื้อโรคต่างๆ ทั้งในช่วงที่ไวรัส COVID-19 ยังระบาดอยู่ และพร้อมเผชิญกับเชื้อโรคอื่นๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอในอนาคตนั้น

วิตามินซีจึงเป็นสารสำคัญหลักที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เพราะมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาว ทำให้เม็ดเลือดขาวสามารถกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วิธีตรวจวัดภูมิคุ้มกันต้านเชื้อโรคของร่างกาย

เราสามารถรู้ระดับภูมิคุ้มกันโรคได้จากการตรวจ 3 แบบคือ

1.การตรวจการทำงานของเม็ดเลือดขาวแบบละเอียด (CD Profile) 

เป็นการวิเคราะห์การทำงานของเม็ดเลือดขาว ซึ่งก็คือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแบบละเอียด

2.การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) 

เพื่อหาความผิดปกติของส่วนประกอบของเลือด ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และประเมินความเข้มข้นของเลือด ซึ่งอาจบอกถึงภาวะที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของร่างกาย

3.การตรวจวัดระดับวิตามินดี 

วิตามินดีช่วยในการเสริมสร้างการพัฒนาเซลล์ ความแข็งแกร่ง และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ ยังช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อทุกชนิดรวมถึงโรคหวัดและไข้หวัดใหญ่

สรุป

การรักษาระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง มีประสิทธิภาพในการรับมือกับเชื้อโรคต่างๆ ทั้งในช่วงที่ไวรัส COVID-19 ยังระบาดอยู่ หรือโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นั้นเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญ ดังนั้นเรามาเริ่มต้นสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงภายในร่างกายตั้งแต่วันนี้ กันดีกว่า 

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

ข้อมูลอ้างอิง : kovic.co.th

ฟ้าทะลายโจร ต้านโควิด-19

ฟ้าทะลายโจร ต้านโควิด-19

สิ่งที่ทุกคนในประเทศกังวลตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง โคโรน่าไวรัส หรือโควิด-19 ซึ่งในเวลาที่ผ่านมาก็จะมีผู้คนหรือหมอ ออกมาบอกว่ามีอะไรบ้าง โดยสมุนไพรอย่างหนึ่งที่ได้ยินชื่อออกมาในช่วงหนึ่งอย่างหนาหู นั่นก็คือ ฟ้าทะลายโจร ดังนั้นในวันนี้เราจะมาบอกว่า ฟ้าทะลายโจร สามารถช่วยต้านโควิด-19 ได้ยังไง

ฟ้าทะลายโจร จัดเป็นสมุนไพรท้องถิ่นในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่น อินเดีย จีน ศรีลังกา ไทย และยังใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วทวีปเอเชีย โดยนิยมนำส่วนของใบและลำต้นใต้ดินมาทำเป็นยารักษาโรค โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ ในประเทศไทยได้บรรจุฟ้าทะลายโจรอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ (บัญชียาจากสมุนไพร) ของกระทรวงสาธารณสุขในหมวดหมู่ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ

ฟ้าทะลายโจร ต้านโควิด-19

ในวันที่ 19 เมษายน 2563 ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมด้วย ดร.สุภาพร ภูมิอมร ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงผลการวิจัยฟ้าทะลายโจรกับไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นความร่วมมือของกรมการแพทย์แผนไทยฯ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม

นพ.ปราโมทย์ กล่าวว่า ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้ แต่ไม่มีฤทธิ์ในการป้องกันเซลล์จากการติดเชื้อโควิด-19 จึงไม่แนะนำให้รับประทานเพื่อการป้องกันโรค โดยที่ยังไม่มีอาการเพราะไม่มีผลในการป้องกัน แต่ให้รับประทานทันทีเมื่อเริ่มมีอาการคล้ายอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ (flu-like symptoms) ได้แก่ มีไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจเกิดหจากการติดเชื้อไวรัสที่ก่อโรคไข้หวัดใหญ่ หรือไวรัสก่อโรคทางเดินหายใจ

โดยรับประทานครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง (ครั้งละประมาณ 1,500 มิลลิกรัม) หลังอาหาราและก่อนนอน ส่วนสารสกัดฟ้าทะลายโจร ครั้งละ 1 หรือ 2 แคปซูล เพื่อให้ได้รับสารสำคัญแอนโดรกราโฟไลค์ประมาณ 20 มิลลิกรัม/ครั้ง วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร

การรับประทานยาทั้งสองแบบในขนาดที่แนะนำ จะให้สารสำคัญแอนโดรกราโฟไลค์ประมาณ 60 มิลลิกรัม/วัน แนะนำให้มียาฟ้าทะลายโจรเป็นยาประจำตัว/ประจำบ้าน อาจใช้ร่วมกับพาราเซตามอลได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 ให้พบแพทย์

แหล่งที่มา : https://kovic.co.th/

วิตามินซีช่วยป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่

วิตามินซีช่วยป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่

สุขภาพ เมื่อก่อนที่ว่าสำคัญแล้ว ในปัจจุบันนั้นต้องสำคัญกว่าเดิม เนื่องจากช่วงนี้มีการระบาดของโคโรนาไวรัสหรืออีกชื่อก็คือ โควิด-19 ที่กำลังระบาดอย่างหนักทั่วโลก ซึ่งก็ได้มีคนแนะนำมาว่า การทานวิตามินซีสามารถช่วยเพิ่มภูมิต้านทานได้ แต่จะจริงหรือไม่นั้นเราไปดูกัน

ประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินซีมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อทุกส่วนในร่างกายไม่ว่าจะเป็นเนื้อเยื่อของผิวหนัง เส้นเอ็น เส้นเลือด ซึ่งวิตามินซีนั้นจะช่วยให้อวัยวะเหล่านี้ไม่เปราะ ยืดหยุ่น  และแข็งแรง และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ไม่ป่วยหรือเป็นหวัดได้ง่าย ๆ

วิตามินซี เพิ่มภูมิต้านทานโรคได้อย่างไร

สารต้านอนุมูลอิสระในวิตามินซีช่วยลดการอักเสบ ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายกลับคืนสู่สภาพเดิมได้เร็ว ซึ่งช่วยให้ภูมิต้านทานโรคทำงานได้ดีมากขึ้น และวิตามินซียังช่วยเร่งการทำงานของ ฟาโกไซต์ (phagocytes) เซลล์ที่ช่วยกลืนกินแบคทีเรีย และสิ่งแปลกปลอมที่อาจเข้ามาทำร้ายร่างกายได้ด้วย จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของภูมิคุ้มกันโรคนั่นเอง

ทานวิตามินซี ช่วยป้องกัน โควิด-19 ได้หรือไม่

มีรายงานวิจัยพิสูจน์ได้ว่า วิตามินซีช่วยย่นระยะเวลาในการรักษาไข้หวัดให้หายได้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยป้องกัน “ไข้หวัด” ตั้งแต่ต้น เพียงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคโดยรวมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น เท่ากับว่าแค่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสได้บางส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเชื้อไวรัสแต่ละชนิด

สำหรับโคโรนาไวรัส หรือ โควิด-19 ยังไม่มีรายงานวิจัยแน่ชัดว่าการบริโภควิตามินซี สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้โดยตรงมากน้อยแค่ไหน แต่สำหรับบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารโรคติดเชื้อของจีนของสมาคมแพทย์เซี่ยงไฮ้ ระบุว่าการเพิ่มปริมาณวิตามินซีให้กับผู้ป่วยโควิด-19 สามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการที่ดีขึ้นได้ โดยวิตามินซีสามารถช่วยให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น โดยเป็นการเพิ่มปริมาณมากกว่าที่ควรกินในแต่ละวันเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในเรื่องนี้ยังไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์ได้ว่าวิตามินซีสามารถช่วยรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้จริง และวิตามินซีก็ยังไม่ใช่วิธีการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเป็นทางการจากแพทย์ทั่วโลก

เราควรทานวิตามินซีเสริมในช่วงโควิด-19 ระบาดหรือไม่

ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า วิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริม สามารถลดความเสี่ยงของร่างกายในการติดเชื้อโควิด-19 ได้ แม้ว่าวิตามินซีจะช่วยลดระยะเวลาในการรักษาไข้หวัดให้หายได้เร็วขึ้นจริง แต่ยังไม่มีหลักฐานบยืนยันแน่ชัดว่าจะได้ผลเช่นเดียวกันกับอาการติดเชื้อโควิด-19

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอางรับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.sanook.com

ควรระวัง!! หลังห้างสรรพสินค้ากลับมาเปิด จากมาตรการผ่อนคลายล็อคดาวน์โควิด-19

ข้อควรระวัง!! หลังห้างสรรพสินค้ากลับมาเปิด จากมาตรการผ่อนคลายล็อคดาวน์โควิด-19

ตอนนี้หลายเมืองในประเทศต่างๆ เริ่มผ่อนปรนมาตรการล็อคดาวน์ ด้วยการเปิดห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงภาพยนตร์ ให้คนได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่ยังไม่ลดลงสร้างความกังวลว่าการคลายมาตรการล็อคดาวน์ จะทำให้การระบาดของโรคโควิด-19 มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ โดยเฉพาะในสถานที่สาธารณะหลายแห่งที่จำเป็นต้องใช้ระบบปรับอากาศ

ก่อนหน้านี้ที่เมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มีการรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการนั่งทานอาหารในร้านเดียวกันกับผู้ติดเชื้อคนอื่น เพราะระบบปรับอากาศพัดเอาลมที่มีละอองสารคัดหลั่งเล็กๆ ของผู้ป่วยไปทั่วบริเวณร้านอาหาร ซึ่งความจริงแล้วการแพร่กระจายของโรคผ่านระบบปรับอากาศไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะเมื่อปี 2003 ที่โรคซารส์ระบาดอย่างรุนแรง ก็พบว่าโรคซารส์สามารถกระจายผ่านระบบปรับอากาศ และท่อน้ำในโรงแรมได้เช่นกัน

เมื่อปี 2019 เคยมีการศึกษาพบว่า การระบายอากาศในอาคารด้วยระดับที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันการติดโรคไข้หวัดใหญ่ได้ดี 50-60% เทียบเท่ากับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค เพราะการระบายอากาศที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะติดโรคจากการสูดละอองสารคัดหลั่งที่กระจายไปทั่วห้องในเวลานาน ดังนั้นการเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศภายในห้อง จึงเป็นการลดความเสี่ยงที่โรคโควิด-19 จะกระจายออกไปได้ดีที่สุด

ประเทศไทย อาทิตย์หน้าก็จะก้าวเข้าสู่ มาตราการผ่อนคลายล็อคดาวน์ โควิด-19 ระยะที่สอง  ห้างสรรพสินค้าต่างๆ จะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง  สำหรับห้างที่ปิดมานาน ถ้าเป็นห้างที่มีการเตรียมการปิดล่วงหน้า เขาจะมีการไล่ความชื้นออกจากระบบแอร์ก่อน ปัญหาจะน้อย แต่ถ้าไม่ทันตั้งตัว ปิดทันทีเลย ความชื้นทั้งในตัวชุดคอยล์เย็น ท่อลมและหัวจ่ายต่าง ๆ รวมทั้ง สิ่งของต่าง ๆ ในห้าง จะยังสะสมอยู่ ประกอบกับ สารอาหารต่างๆ ที่ล่องลอยในอากาศ จะไปสะสมเพิ่มเป็นอาหารให้เชื้อต่าง ๆ เจริญเติบโต พอเปิดห้าง  ลมจะเป่าเชื้อที่อยู่ในแผงคอยล์และท่อลมออกมารวม ทั้งที่อยู่ตามสิ่งของ ฟุ้งกระจายออกมาทั่วห้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเปิดห้างชั่วโมงแรก เพราะช่วงแรก ๆ แผงคอยล์เย็นจะแห้ง เชื้อราจะฟุ้งออกมามาก ซึ่งคงจะต้องอาศัยปอดคนจำนวนมากมาช่วยดูดซับออก

ถ้าจำเป็นต้องเข้าห้างหลังโควิด-19  ขอแนะนำว่าควรไปหลังจากเปิดห้างสัก 1 วัน เพื่อให้เวลาแผงคอยล์เย็นแอร์ทำหน้าที่กรองฝุ่นและชะโลมสปอร์เชื้อราให้เปียกและได้ลดเชื้อราในอากาศลงได้บ้าง  และที่สำคัญเราห้ามละเลยมาตรการป้องกันตัวเองไม่ว่าจะเป็น Physical Distancing (การเว้นระยะห่างทางกายภาพ)  การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การล้างมือบ่อยๆ อย่างถูกวิธี  ด้วยความห่วงใยจาก       บ.โควิก เคทท์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จก.รับงานสร้างแบรนด์และรับผลิตอาหารเสริมผลิตเครื่องสำอาง โรงงานรับผลิตอาหารเสริม ท่านที่ต้องการเป็นเจ้าของสินค้า สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นที่ โรงงานอาหารเสริม โควิก เคทท์ เบอร์โทร 02-521-7888 หรือ สามารถกรอกข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ที่ อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ คลิกที่นี่

ข้อมูลอ้างอิง

https://brandinside.asia/

Business Insider

New Normal ด้านสุขภาพหลัง COVID-19

New Normal ด้านสุขภาพหลัง COVID-19

การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ กับโลกทั้งใบอย่างชัดเจน ผู้คนจำนวนไม่น้อยหันมาสนใจรักษาสุขภาพ และเริ่มใส่ใจกับปัญหาสุขภาพของตัวเองมากยิ่งขึ้น  ความปกติแบบใหม่ ( New Normal) หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อเรายังต้องอยู่กับ COVID-19 ไปจนกว่าจะมีค้นพบยาหรือวัคซีนป้องกันสำเร็จ    เราจะให้ความใส่ใจในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น

1. Good Health : เราให้ความสำคัญกับสุขอนามัยมากขึ้น

เราเรียนรู้และปรับพฤติกรรมเพื่อสู้กับเชื้อโรคมากกว่าที่ผ่านมา เราหันมาใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้านหรืออยู่ในที่ชุมชน รวมทั้งเราล้างมือกันบ่อยขึ้น หลายคนพกเจลแอลกอฮอลล์ติดตัวเสมอ ระมัดระวังการจับ สัมผัสสิ่งต่าง ๆ เมื่ออยู่ในที่สาธารณะกันอย่างจริงจัง  และเกิด Proactive Healthcare Platform แพลทฟอร์มการดูแลสุขภาพและการป้องกันความเจ็บป่วยนั้นมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โครงสร้างพื้นฐานของเมือง อาคาร บ้านจะต้องมีบริการและแพลตฟอร์มสุขภาพและสุขภาพจิตเป็นบริการพื้นฐาน 

2. Physical Distancing : เราคำนึงถึงการเว้นระยะห่างทางกายภาพ

เราพบว่าโรคติดต่อจำนวนไม่น้อย รวมถึงไวรัส COVID-19 ติดต่อถึงกันผ่านการจับมือ สัมผัส ถูกเนื้อต้องตัวกัน หรือแม้แต่การยืนพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด ที่อาจมีละอองน้ำลาย หรือสารคัดหลั่งกระเด็นออกมาโดนร่างกายของเราได้ และนำมือนั้นไปเช็ด ขยี้ ลูบดวงตา จมูกหรือปาก หากละอองน้ำลายหรือสารคัดหลั่งมีเชื้อโรคปะปนอยู่ เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย

เมื่อได้รับรู้ถึงช่องทางหรือความเสี่ยงที่จะรับเชื้อ ทำให้เราเริ่มหาทางป้องกันการรับเชื้อด้วยตัวเอง เช่น เราจะเริ่มขยับตัวถอยห่าง เมื่อรู้สึกว่ามีคนเข้าใกล้ตัวเรา หรือหากมีใครสักคนในบริเวณนั้น ไอ จาม เราจะระมัดระวังตัวมากขึ้น รวมไปถึงมาตรการป้องกันตัวเองที่ภาครัฐออกมา อย่างเช่น การเว้นระยะห่างทางกายภาพกับบุคคลอื่น (Physical distancing) มีการงดเว้นสัมผัสใกล้ชิดกัน การจัดที่นั่งในที่ทำงานที่มีระยะห่างระหว่างพนักงาน การลดจำนวนคนโดยสารลิฟต์ ฯลฯ

3. Privacy : เราต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้างของไวรัส COVID-19 ทำให้หลายคนเริ่มไม่มั่นใจในความปลอดภัยหากต้องออกมาอยู่ในที่สาธารณะ หรือคนพลุกพล่าน ทำให้มองหาพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น การเว้นระยะห่างทางกายภาพ (Physical Distancing) หรือการงดเว้นการร่วมกลุ่ม รวมตัวกัน การรณรงค์อยู่บ้านเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อ จึงกลายเป็นกฎข้อบังคับสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส ถึงแม้ว่ามาตรการนี้ก็จำกัดการทำกิจกรรมหลายๆ อย่างในชีวิตประจำวันไป   

แต่ในขณะที่เราถูกจำกัดการทำกิจกรรมบางอย่าง เราก็ได้รับสิทธิ์ให้ทำบางอย่างมากขึ้นนั้นคือ การได้พื้นที่ส่วนตัวกลับคืนมา ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้านมากขึ้น ได้เวลาส่วนตัวคืนมามากขึ้น

4. Immunity : เราตระหนักได้ว่าการมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงเป็นสิ่งจำเป็น

ภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนเราเปรียบเหมือนกองกำลังที่คอยปกป้อง ดูแล คุ้มครองร่างกายไม่ให้เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามารุกรานได้ กองกำลังของเราจะจัดการเชื้อโรคได้นั้น ต้องทำให้กองกำลังของเราแข็งแรงเสียก่อน

ชอบคุณข้อมูลจาก : https://kovic.co.th/

รู้ได้อย่างไร ? แอลกอฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อโรค ได้มาตรฐาน

รู้ได้อย่างไร ? แอลกอฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อโรคได้มาตรฐาน

ในยุค โควิด-19 ระบาด ทำให้ความต้องการในการใช้แอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อทำความสะอาดมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงผลิตแอลกอฮอล์ทั้งแบบน้ำและแบบเจลออกมารองรับความต้องการของผู้บริโภค เราจะรู้ได้อย่างไรแอลกอฮอล์ที่เราใช้อยู่นั้นได้มาตรฐาน ปลอดภัย ไม่ทำอันตรายต่อสุขภาพ  เรามาหาความรู้เพิ่มเติมเรื่องแอลกอฮอล์กันดีกว่า

แอลกอฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อ โดยทั่วไป มี 2 ชนิด คือ 
                    1.เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) 
                    2.ไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์ (Isopropyl Alcohol) 

ปัจจุบันมีความต้องการในการใช้แอลกอฮอล์ในการฆ่าเชื้อสูงขึ้น ส่งผลให้แอลกอฮอล์ทั้ง 2 ชนิด มีราคาสูงขึ้นจึงมีคนนำ เมทิลแอลกอฮอล์ (Methyl Alcohol) หรือ เมทานอลซึ่งมีราคาถูกกว่ามาใช้แทน สังเกตง่าย ๆ เมทิลแอลกอฮอล์จะนิยมใช้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมการทำเฟอร์นิเจอร์ เช่น สีทาไม้ น้ำมันเคลือบเงา ยาลอกสี ฯลฯ เมทิลแอลกอฮอล์ไม่สมควรนำมาใช้ในการฆ่าเชื้อเนื่องจากมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อต่ำและยังมีพิษรุนแรง คือ
                   • ทำให้ระคายเคืองผิวหนัง
                   • หากสูดดมเข้าไปจะส่งผลกระทบต่อสมองและระบบประสาท
                   • หากรับประทานจะทำให้ตาบอดและเสียชีวิต

แอลกอฮอล์ที่ปลอดภัย
• มีความเข้มข้นของเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) และ ไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์ (Isopropyl Alcohol) มากกว่า 70% จะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้
• ไม่ผสมเมทิลแอลกอฮอล์ (Methyl Alcohol) 

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเมทิลแอลกอฮอล์?
1. นำด่างทับทิม 1 เกล็ดเล็ก ละลายในน้ำส้มสายชู 1-3 มิลลิลิตร จะได้สารละลายสีบานเย็น
2. เติมสารละลายด่างทับทิม 1 มิลลิลิตร ลงในแอลกอฮอล์ที่ต้องการทดสอบประมาณ 3 มิลลิลิตร 
3. คนให้สารละลายเป็นเนื้อเดียวกัน จับเวลาแล้วสังเกตการเปลี่ยนสีของแอลกอฮอล์ 
– เมทิลแอลกอฮอล์สีจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล (สีสนิม) ในช่วง 20 นาที
– เอทิลแอลกอฮอล์จะเปลี่ยนเป็นสีสนิมที่ชัดเจนภายใน 15 นาที (สำหรับแอลกอฮอล์น้ำ) และ 20 นาที (สำหรับแอลกอฮอล์เจล)
– ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์จะเปลี่ยนเป็นสีสนิมที่ชัดเจนภายใน 5 นาที
(วิธีนี้สามารถทดสอบได้กับแอลกอฮอล์ทั้งแบบน้ำและแบบเจล)

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://kovic.co.th/



5 เทคนิคเลือกบรรจุภัณฑ์ให้ได้เปรียบคู่แข่ง

5 เทคนิคเลือกบรรจุภัณฑ์ให้ได้เปรียบคู่แข่ง

ไม่ว่าจะแวดวงไหนหรือธุรกิจไหนก็จะต้องมีการแข่งขันในทุกที่ ไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่ง โดยเฉพาะธุรกิจอาหารเสริมที่กำลังเป็นที่นิยมในลาดอยู่ตลอดนี้ การแข่งขันจะต้องคอยจับตาดูทุกฝีก้าว เพราะมีคู่แข่งรายใหม่โผล่ขึ้นมาตลอดเวลา เฉพาะฉะนั้นการได้เปรียบคู่แข่งจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่จะทำให้สินค้าของเราสามารถขายได้มากขึ้น ซึ่งหนึ่งในวิธีที่จะทำให้ได้เปรียบคู่แข่งก็คือ การเลือกบรรจุภัณฑ์ โดยวันนี้เราก็มีเทคนิคการเลือกบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งกัน โดยมีดังนี้

Safer

บรรจุภัณฑ์ควรมีความปลอดภัย เป็นหัวใจสำคัญเลยที่ต้องคำนึงถึง ซึ่งปลอดภัยในที่นี้เช่นการเลือกพลาสติกชนิดที่เหมาะสำหรับสินค้านั้น ๆ ต้องมีการทดสอบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับเนื้อสินค้า ทดสอบสภาวะต่าง ๆ ที่สินค้าต้องเจอระหว่างการเดินทางเพื่อจะป้องกันปัญหา อาจต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อเด็กที่เผื่อมาจับเล่น หรือตัวบรรจุภัณฑ์มีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

Smarter

บรรจุภัณฑ์ต้องมีความฉลาด หมายความว่าการจะเลือกบรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นกระปุก ขวด กล่อง อะไรเหล่านี้ต้องสามารถทำงานได้เหมาะสมกับสินค้าแบบถ้าผู้ใช้ได้ลองใช้แล้วรู้สึกอะเมซิ่ง เช่นครีมผสมวิตามินซีที่บรรจุในแพกเกจแก้วสีชาแบบ Airless ทำให้เนื้อเปลี่ยนสีระหว่างใช้ หรือขวดคลีนซิ่งที่เมื่อเปิดใช้แล้ว สามารถพกไปที่ต่าง ๆ ได้ไม่หกเลอะระหว่างเดินทาง

Simpler

บรรจุภัณฑ์ควรเรียบง่ายอย่างที่ควรจะเป็น ข้อนี้ไม่ได้หมายความว่าให้ออกแบบคลีน ๆ โล้น ๆ ดูไม่มีอะไร แต่หมายถึงบางครั้งสำหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์บางอย่างก็ไม่ต้องใส่เทคโนโลยีอะไรเข้าไปเยอะถ้ามันไม่ได้จำเป็นต่อตัวสินค้า

Save Money

บรรจุภัณฑ์ต้องช่วยเซฟเงินให้ธุรกิจ ยกตัวอย่างเคสที่หลายคนลืมคิดไปก็คือการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ทำให้การขนส่งสะดวก จัดวางในตู้ขนทีนึงได้ปริมาณเยอะคุ้มเงิน เพราะนึกภาพว่าเราออกแบบกล่องมาแบบวิจิตรพิศดาลมาก สวยปัง แต่ตอนขนส่งจากปกติลังนึงบรรจุได้ 100 กล่อง ส่ง 1 รอบหมด กลายเป็นลังนึงบรรจุได้ 20 กล่องต้องส่ง 2 – 3 รอบอย่างนี้ต้องคิดว่าผลตอบแทนกับต้นทุนจะคุ้มไหม

Make Money

บรรจุภัณฑ์หาเงินได้ เมื่อเราเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะกี่ชั้นก็ตาม ต้องมั่นใจในสิ่งที่เลือกว่าลูกค้าเห็นแล้วคันไม่คันมือ อยากจะควักเงินขึ้นมาจ่ายรัว ๆ แม้ยังไม่ได้สัมผัสสินค้าข้างใน นั่นก็คือบรรจุภัณฑ์ต้องสื่อและขายได้ด้วยตัวเอง

ถึงแม้ว่าการเลือกบรรจุภัณฑ์จะเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง แต่ความเป็นจริงแล้วอาหารเสริมที่มีคุณภาพ ปลอดภัยนั้นจะสามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้จริง ๆ ถึงบรรจุภัณฑ์จะสวยจริง ดึงดูดจริง แต่สินค้าไม่ได้คุณภาพ ลูกค้าก็จะมาซื้อได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น โดยอาหารเสริมที่มีคุณภาพนั้นก็จะมาจากโรงงานที่รับผลิตอาหารเสริมที่มีคุณภาพ ได้รับมาตรฐานรับรอง

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://kovic.co.th/

โรงงานอาหารเสริมควรมี Certificate อะไรบ้าง

โรงงานอาหารเสริมควรมี Certificate อะไรบ้าง

Certificate หรือที่หลายคนรู้จักกันกับคำว่ามาตรฐานหรือใบรับรอง ถือเป็นสิ่งสำคัญที่โรงงานรับผลิตอาหารเสริมนั้นควรมี เพื่อเป็นยืนยันในคุณภาพและความปลอดภัยของโรงงาน เพราะเมื่อเวลาที่มีเจ้าของแบรนด์สนใจจะมาทำการผลิตอาหารเสริมกับโรงงานที่เขาสนใจ มีความมั่นใจและเชื่อใจว่าโรงงานแห่งนี้นั้นมีคุณภาพและปลอดภัยได้รับมาตรฐานและใบรับรอง โรงงานจะต้องผลิตสินค้าออกมาดีและปลอดภัยจนเจ้าของสามารถนำไปจำหน่ายจนรายได้ดีได้ โดย Certificate ที่โรงงานผลิตอาหารเสริมต้องมีนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อเป็นตัวพิจารณาสำหรับเจ้าของแบรนด์มือใหม่หรือเจ้าของแบรนด์ที่พอมีประสบการณ์อยู่บ้างในการตัดสินใจใช้บริการกับโรงงานเหล่านั้นได้ วันนี้ทางโควิกจะพาไปรู้จักกับ Certificate เหล่านั้นกัน

GMP

GMP หรือ Good Manufacturing Practice คือหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต เป็นข้อบังคับที่โรงงานผลิตอาหารเสริมนั้นจะต้องได้รับการรับรองการผลิตอาหารเสริม โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญก็คือเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานและมีความปลอดภัย ซึ่งจะเป็นการคุ้มครองสุขอนามัยและผลประโยชน์ของผู้บริโภค ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐานออกมาให้เจ้าของแบรนด์ไปจำหน่ายนั้น ตัวแบรนด์ก็จะได้รับความเชื่อถือจากผู้บริโภค และทางโรงงานอาหารเสริมก็จะได้ความน่าเชื่อถือจากตัวเจ้าของแบรนด์เองเช่นกัน

ISO

ISO หรือ International Standards Organization เป็นมาตรฐานสากล ถ้าหากองค์กรใดนั้นมี ISO รับรองจะแสดงให้เห็นถึงว่าสินค้าหรือบริการขององค์กรนั้น เข้าขั้นมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเลขที่ต่อท้ายของ ISO นั้นก็มีแตกต่างกันออกไปตามมาตรฐานที่ได้รับเช่น ISO 9000 คือการจัดระบบการบริหารเพื่อประกันคุณภาพที่สามารถตรวจสอบได้โดยผ่านระบบเอกสาร ISO 9001 เป็นมาตรฐานระบบคุณภาพ ซึ่งจะกำกับดูแลทั้งในเรื่องของการออกแบบและพัฒนาการผลิต การติดตั้ง และการบริการเป็นต้น

HACCP

HACCP หรือ Hazard Analysis Critical Control Point ซึ่งก็คือระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร โดย HACCP นั้นเป็นมาตรฐานที่จะเน้นในการควบคุมดูแลตั้งแต่กระบวนการผลิตจนกระทั่งผลิตภัณฑ์ถึงมือของผู้บริโภคเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการคัดเลือกวัตถุดิบ ขั้นตอนการผลิต และการขนส่ง ส่งผลให้สามารถป้องกันอันตรายรวมทั้งสารปนเปื้อนได้ ซึ่ง HACCPนั้นเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับความนิยมจากหลายประเทศทั่วโลก

หนังสือรับรองฮาลาล

เป็นมาตรฐานที่จะทำการรับรองว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้ทำการผลิตออกาจำหน่ายให้ผู้บริโภคได้รับประทานนั้น ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขและขั้นตอนต่าง ๆ ที่สำนักงานกรรมการอิสลามกำหนดเอาไว้อย่างเคร่งครัด เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะต้องทานเข้าไป หากเจ้าของแบรนด์ต้องการที่จะต้องการขายให้กับกลุ่มมุสลิมนั้น ก็จะได้เกิดความมั่นใจในการกระบวนการผลิต

Certificate เหล่านั้น นอกจากจะใช้ในรับรองว่าโรงงานผลิตอาหารเสริมแห่งนั้นมีความปลอดภัย และได้คุณภาพแล้ว ยังสามารถใช้ได้กับโรงงานที่รับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

โรงงานรับผลิตสบู่แบบไหนที่ไม่ควรใช้บริการ

โรงงานรับผลิตสบู่แบบไหนที่ไม่ควรใช้บริการ

ในโลกแห่งธุรกิจด้านความสวยความงาม นอกจากธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอางจะแข่งขันกันอย่างดุเดือดแล้ว ยังมีอีกธุรกิจหนึ่งที่แข่งขันตาม ๆ กันมา นั่นก็คือ ธุรกิจสบู่ เพราะในปัจจุบันสบู่ไม่ได้แค่ช่วยทำความสะอาดร่างกายอีกต่อไป เพราะสบู่ในปัจจุบันสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอย ลดสิว ช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้ยังมีสบู่สำหรับผิวหน้าโดยเฉพาะอีกด้วย ทำให้โดยสบู่มาเป็นที่นิยมไม่แพ้อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางสำหรับดูแลผิวพรรณ ส่งผลให้มีผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของแบรนด์สบู่มากขึ้น เนื่องจากไม่อยากขายอาหารเสริม หรือคิดว่าสบู่น่าจะสามารถขายได้ดีกว่า

โดยในการเลือกโรงงานรับผลิตสบู่ เพื่อทำการผลิตสบู่เป็นปัจจัยเริ่มต้นที่บ่งบอกว่าการทำแบรนด์สบู่ของคุณนั้นมีการผลิตที่ดีมีคุณภาพหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อการผลิตสบู่ที่น่าเชื้อทั้งในแง่ของภาพลักษณ์ของสบู่ และในแง่ของผลลัพธ์จาการใช้งานจริงของลูกค้า ส่งผลถึงยอดขาย กำไรที่จะตามมาของผลิตภัณฑ์ เมื่อการเลือกโรงงานรับผลิตสบู่เป็นปัจจัยที่สำคัญ ดังนั้นในการพิจารณาเลือกใช้บริการโรงงงานรับผลิตสบู่ จึงเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจเป็นอย่างมาก ซึ่งสิ่งที่เราจะกว่าถึงต่อจากนี้คือ ลักษณะของโรงงานรับผลิตที่ไม่ควรใช้บริการ และควรหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด ซึ่งมีดังต่อไปนี้

โรงงานรับผลิตสบู่ที่ไม่ได้รับการรับรอง

การเลือกใช้บริการโรงงานที่ไม่มีอะไรรับรองเลย จะเป็นการเลี่ยงที่จะเจอโรงงานรับผลิตสบู่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ยิ่งราคาถูก ไม่มีอะไรรับประกัน ขึ้นตอนการผลิตสบู่อาจจะทำแบบไม่ใส่ใจ ซึ่งก็อาจจะส่งเสียและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเกิดปัญหาถึงการจำหน่ายสบู่ในระยะยาวได้ด้วย

โรงงานรับผลิตสบู่ที่ไม่มีบริการหลังการขาย

การสั่งผลิตสบู่ หากเลือกโรงงานที่ไม่ใส่ใจในเรื่องของการบริการหลังการขายเลย ก็จะทำให้สูญเสียโอกาสอีกมากมาย ไม่ว่าจะต้องเสียเงินเพิ่มกรณีที่สบู่เกิดการใช้จากลูกค้า สูญเสียค่าใช้จ่ายจากการต้องวิ่งไปมาเพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาอะไรต่างๆ ด้วยตัวเอง ทุกอย่างเป็นทุนที่เสียไปหมด

ดังนั้นการเลือกโรงงานรับผลิตสบู่ที่มีบริหารหลังการขายจะดีกว่า ถึงแม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูง แต่ในระยะยาวก็จะคุ้มกว่าอย่างแน่นอน

โรงงานรับผลิตสบู่ที่ไม่มีที่ตั้งแน่นอน

ถ้าหากเป็นประเภทที่รับจ็อบแบบครั้งคราว ควรที่จะรีบหลีกเลี่ยงในการใช้บริการ เพราะว่าการเลือกโรงงานที่ไม่มีที่ตั้งแน่นอนจะติดตามงานยาก มีปัญหาอะไร เมื่อโทรศัพท์ไปก็อาจจะไม่รับและติดต่อไม่ได้ และอาจจะต้องมานั่งปวดหัวเองทีหลังอีก

โรงงานรับผลิตสบู่ที่มีประวัติแย่

ควรดูรีวิวของลูกค้าที่เคยใช้บริการของแต่ละโรงงานก่อน เพราะ รีวิวประวัติการใช้บริการจากหลายๆ คนหลาย ๆ ที่ จะเป็นตัวบ่งบอกถึงคุณภาพการให้บริการทั้งในแง่การผลิตสบู่และในแง่อื่นๆ ของโรงงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งโรงงานรับผลิตสบู่ที่มีประวัติดีก็มีมากมายให้เลือก และอย่าเผลอไปเลือกใช้บริการโรงงานที่มีประวัติแย่ ๆ ถึงแม้จะมีราคาที่ถูกกว่าก็ตาม

ลักษณะโรงงานรับผลิตสบู่ที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างที่กล่าวไปแล้วนั้น ก็ควรลองนำเอาไปพิจารณาว่าโรงงานรับผลิตสบู่ที่คุณกำลังจะเลือกนั้นเข้าข่ายหรือเปล่า ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นเป็นสิ่งที่สำคัญ คือปัจจัยสำคัญทั้งการรับรองของโรงงาน การให้บริการหลังการขายและประวัติการมีชื่อเสียงของโรงงาน จะเป็นตัวช่วยในการคัดกรองโรงงานที่ดีมีคุณภาพให้กับคุณเป็นอย่างดี

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : https://kovic.co.th/