วิตามิน กับ อาหารเสริม ดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่

วิตามิน กับ อาหารเสริม ดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่

ในปัจจุบันนี้ ตลาดของวิตามินและอาหารเสริมนั้นแพร่กระจายไปอย่างกว้างขว้าง สังเกตได้จากวิตามินและอาหารเสริมมากมายหลายยี่ห้อวางขายอยู่เต็มท้องตลาด มีทั้งสรรพคุณที่ช่วยบำรุง เปลี่ยนผิวเสียให้เป็นผิวสวย ลดน้ำหนัก ลดไขมัน และอื่น ๆ อีกมากมาย

ซึ่งก็มีผู้บริโภคหลายคนทานวิตามินและอาหารเสริมรวมกันหลายประเภท เพื่อหวังการบำรุงแบบเต็มพิกัด แต่บางคนก็ยังไม่กล้าทานเพราะกลัวผลเสียที่อาจตามมา ดังนั้นในวันนี้ Kovic จะพาไปไขข้อข้องใจ ว่าจริง ๆ แล้วการทานวิตามินหรืออาหารเสริมนั้น ดีต่อสุขภาพของเราจริงหรือไม่ ถ้าอยากทาน จะต้องทานอย่างไรให้ได้ผล เราไปดูพร้อม ๆ กันเลย

วิตามิน คืออะไร

วิตามิน คือ สารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการ เพื่อให้เซลล์ใช้ในการทำงานเจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่ปกติ เราสามารถแบ่งวิตามินออกได้ 2 ประเภทหลัก ตามกลไกที่เกิดขึ้นในร่างกาย โดยประเภทแรกก็คือ วิตามินที่ละลายได้ในไขมัน ประกอบด้วย วิตามิน A, D, E และ K วิตามินเหล่านี้จะถูกสะสมในเนื้อเยื่อไขมันในร่างกาย ซึ่งเป็นแหล่งที่สามารถดูดซึมไปใช้ได้ง่าย

วิตามินอีกประเภท คือ วิตามินที่สามารถละลาบยได้ในน้ำ เช่น วิตามิน B และ C วิตามินกลุ่มนี้ร่างกายจะนำเข้าไปใช้ทันที โดยไม่ได้มีการเก็บสะสมไว้ในร่างกาย วิตามินส่วนเกินนอกเหนือจากที่ร่างกายต้องการใช้จะถูกขับออกผ่านปัสสาวะ ยกเว้นวิตามิน B12 ซึ่งสามารถสะสมอยู่ในตับได้เป็นปี ๆ

อาหารเสริม คืออะไร

จริง ๆ แล้ว ความหมายของคำว่า “อาหารเสริม” ในบัญญัติของเภสัชกรรมคือ อาหารจากธรรมชาติที่ต้องทานเสริมเป็นพิเศษจากมื้ออาหารหลัก 3 มื้อ เพื่อดูแลสุขภาพในภาวะต่าง ๆ เช่น ให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ตามวัย เสริมร่างกายจากการขาดอาหาร ช่วยรักษาโรคบางชนิด หรือช่วยเสริมให้สุขภาพดีทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

วิตามิน กับ อาหารเสริม ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

วิตามินและอาหารเสริม แต่ละตัวมีสรรพคุณในการช่วยบำรุงแตกต่างกันออกไป บางตัวช่วยบำรุงผม บางตัวช่วยบำรุงเล็บ บางตัวช่วยเสริมธาตุอาหารที่ร่างกายขาดไป ฟังดูแล้วมีประโยชน์ แต่นอกจากช่วยบำรุงแล้ว วิตามินและอาหารเสริมเหล่านี้ส่งผลเสียต่อร่างกายของเราได้ หากทานแบบไม่ถูกวิธี

วิตามินและอาหารเสริมทำให้ตับทำงานหนักขึ้น

วิตามินและอาหารเสริม หากผลิตมาแบบไม่ได้มาตรฐานมักจะมีสารเคมีปะปนมาด้วย หากทานวิตามินและอาหารเสริมเหล่านี้มาก ๆ ก็จะทำให้เรารับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว นานวันเข้า ตับก็จะยิ่งทำงานหนัก เพราะต้องคอยกรองสารอาหารที่จำเป็นไปพร้อม ๆ กัน กับกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก เพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ตับและไตเสื่อมไวขึ้นนั่นเอง

วิตามินและอาหารเสริมที่ดูดซึมไม่หมดจะตกค้างสะสมอยู่ในร่างกาย

วิตามินและอาหารเสริมบางชนิดที่ละลายในน้ำได้ไม่ดี  ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ยากจนเกิดเป็นสารตกค้างอยู่ เมื่อทานเป็นปริมาณมากต่อเนื่องกันก็จะตกค้างอยู่ในร่างกาย ซึ่งส่งผลเสียต่อตับ หรืออาจทำให้เลือดไม่แข็งตัว วิตามินบางชนิดหากร่างกายได้รับมากเกินไป ยิง่ทำให้เกิดนิ่วในไตได้อีกด้วย

ทานวิตามินหรืออาหารเสริมอาจทำให้โรคประจำตัวกำเริบ

วิตามินหรืออาหารเสริมบางอย่าง แม้จะมีประโยชน์กับคนทั่วไป แต่อาจเป็นอันตรายกับคนที่มีโรคประจำตัวเช่นวิตามินซี ที่มีผลกระทบ ทำให้เลือดแข็งตัวช้าขึ้น ทั้งยังเร่งให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย จึงเป็นอันตรยกับผู้ป่วยในกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเลือดแดง หรือวิตามินเอ ที่ดูดซึมยาก คั่งค้างและสะสมในตับได้ง่าย จึงไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคไต

คอลลาเจนและกลูต้า อาหารเสริมที่ต้องระวัง

คอลลาเจนและกลูต้า อาหารเสริมยอดฮิตสำหรับคนอยากผิวขาวใสเต่งตึง แต่อันที่จริงแล้ว อาหารเสริมทั้ง 2 อย่างนี้ ยังไม่มีผลการวิจัยไหนที่จะยืนยันคุณสมบัติ ผลลัพธ์ที่แท้จริง รวมไปถึงผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้ ถือเป็นอาหารเสริม 2 ชนิดที่ควรระมัดระวังให้ดีก่อนตัดสินใจทาน

วิตามินกับอาหารเสริม ทานอย่างไรให้ได้ผล

ไม่ใช่ว่า วิตามินและอาหารเสริม จะส่งผลเสียไปซะหมด หากเลือกทานให้ดี ทานให้ถูก ก็จะช่วยบำรุงร่างกายได้อย่างแน่นอน

เลือกกินวิตามินกลุ่มละลายน้ำได้

หากต้องการทานวิตามิน ให้เลือกทานวิตามินที่ละลายในน้ำได้ดี เช่นวิตามินซี วิตามินบี หรือโฟเลต เพราะร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้ง่าย ไม่สะสมตกค้าง ไม่ทำให้ตับหรือไตต้องทำงานหนักมากเกินไป

เลือกอาหารเสริมที่เป็นโมเลกุลขขนาดเล็ก

สำหรับอาหารเสริม ก็ควรเลือกอาหารเสริมที่ผลิตแบบได้มาตรฐาน เป้นอาหารเสริมที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่า และไม่ตกค้างสะสมอยู่ในร่างกายเช่นกัน

อ่านฉลากบรรจุภัณฑ์วิตามิน / อาหารเสริม ให้ละเอียด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

วิตามินและอาหารเสริมแต่ละชนิด จะมีวิธีการทานแตกต่างกัน บางชนิดทานครั้งเดียวตอนเช้า บางชนิดทานครั้งเดียวก่อนนอน หรือบางชนิดทานสามครั้งหลังอาหาร นอกจากนั้นยังมีข้อควรระมัดระวังและคำแนะนำอื่น ๆ ดังนั้น หากต้องการทานอาหารเสริม หรือวิตามินให้เห็นผล ควรอ่านฉลากบรรจุภัณฑ์ให้ละเอียด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ตรวจร่างกายก่อนทานวิตามิน / อาหารเสริม

ร่างกายของคนเรานั้นมีข้อกำหนดและขีดจำกัดอยู่หลายประการ การจะทานวิตามินหรืออาหารเสริมให้เห็นผล จึงควรปรึกษาแพทย์ และเข้ารับการตรวจร่างกายหาปริมาณวิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ก่อน เพื่อเลือกทานแต่วิตามินหรืออาหารเสริม ที่ร่างกายของเราขาดไป หรือได้รับไม่เพียงพอเท่านั้น

สรุป

อาหารเสริม / วิตามินบางอย่าง ถ้าได้รับมากเกินความจำเป็น ร่างกายก็จะกำจัดออกหรือถ้ากำจัดออกไม่หมด ก็จะตกค้างอยู่ในร่างกาย นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์และยังให้โทษ ทั้งยังทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุอีกด้วย

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มาของข้อมูล

https://www.officemate.co.th/blog/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1/

เคล็ดลับออกแบบฉลากสินค้าเพิ่มยอดขาย

เคล็ดลับออกแบบฉลากสินค้าเพิ่มยอดขาย

การจะมีแบรนด์อาหารเสริมสักตัวนั้นไม่ใช่ง่าย เพราะเจ้าของแบรนด์นั้นจะต้องมีหลายอย่างให้ต้องคิด ถ้าการคิดค้นอาหารเสริมที่ต้องการขาย การค้นหาโรงงานที่รับผลิต การคิดค้นสูตร การหาตลาด หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์

โรงงานอาหารเสริม

แต่เมื่อได้ของที่ต้องการมาครบจนเกิดเปิดอาหารเสริมพร้อมวางจำหน่ายหรือได้ทำการจำหน่ายไปแล้ว สังเกตหรือไม่ว่าทำไมแบรนด์ของเราถึงขายไม่ค่อยได้ ทั้งที่สรรพคุณนั้นแน่นไปด้วยคุณภาพขนาดนั้น อาจจะเป็นเพราะฉลากสินค้าของเรานั้นไม่โดดเด่นเหมือนของแบรนด์อื่นหรือเปล่า ดังนั้นถ้าอยากให้สินค้าของเราปังทุกด้าน ฉลากสินค้าก็สำคัญนะ

แต่เจ้าของแบรนด์หลายคนอาจจะกังวลว่าแล้วจะทำยังไงให้ฉลากสินค้าของเราให้ปังละ วันนี้เราได้รวบรวมเคล็ดลับที่ดีที่สุดในการนำเสนอฉลากติดสินค้า เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล จากการออกแบบที่ดีนั้นจะยิ่งสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์ของเราได้เป็นอย่างดี และจำไว้เสมอว่าฉลากติดสินค้าที่ดีจำเป็นจะต้องใส่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าเสมอ

7 ข้อที่ควรมีในฉลากติดสินค้า

  • โลโก้
  • ชื่อของสินค้า
  • คำอธิบายสั้น ๆ
  • ส่วนผสมของอาหาร (ถ้ามี)
  • ชื่อโรงงาน
  • บาร์โค๊ต
  • ข้อมูลบริษัทของเรา

เมื่อเราตัดสินใจแล้วว่าจะนำข้อมูลไปใส่ไว้ในฉลากสินค้ายังไง สามารถเริ่มการออกแบบดีไซน์ฉลากสินค้าเราได้เลย เรามาเรียบเคล็ดลับน่ารู้ในการออกแบบฉลากติดสินค้าเพิ่มเติมต่อกันเลย เลือกขนาด และรูปแบบฉลากติดสินค้าโดยดูจาก รูปร่างแพ๊คเกจจิ้ง

ก่อนที่เราจะเริ่มออกแบบดีไซน์ฉลากติดสินค้า ควรเริ่มจากการวัดรูปร่างแพ็คเกจจิ้งของเรา โดยองค์ประกอบที่จำเป็นต้องใช้ก็คือ สี รูปแบบ รูปร่าง และอื่น ๆอีกมากมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ เราจำเป็นจะต้องเลือกฉลากติดสินค้าให้เหมาะสมกับแพ็คเกจจิ้งของเรา เมื่อได้เลือกขนาด และ รูปแบบของแพ็คเก็ตจิ้งเรียบร้อยแล้วตอนนี้ก็มาเริ่มออกแบบกันเลย

ร่างรูปแบบดีไซน์ฉลากสินค้าบนแพ็คเกจจิ้ง

เพื่อช่วยเพิ่มยอดขาย เราควรมีข้อมูลสินค้าที่เหมาะสมใส่ไว้ในข้อความอย่างถูกต้อง หากเราคิดอย่างนักการตลาดเรามาลองตั้งคำถามต่อว่า ความต้องการของลูกค้าคืออะไร และ ลูกค้าจะได้อะไรจากสินค้าของเรา ?  การอธิบายรายละเอียดสินค้าบนฉลากติดสินค้าของเราเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการสร้างภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกันกับกลุ่มเป้าหมายและการออกแบบที่โดดเด่นสำหรับพวกเขาเพื่อเพิ่มความสนใจในผลิตภัณฑ์ของเรา 

การออกแบบถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในโลกปัจจุบัน ดังนั้นหากต้องการทำให้สินค้าของเราโดดเด่นจากคู่แข่งขันคนอื่น ห้ามมองข้ามขั้นตอนนี้เด็ดขาด

ใช้ Typography ในการนำเสนอข้อความ

เพื่อให้ข้อความของเราน่าสนใจ และ น่าอ่านมากขึ้นควรเลือกการใช้รูปแบบข้อความแบบ Typography ในการนำเสนอข้อความเพื่อดึงดูดลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่ หรือลูกค้าขาจร โดยเฉพาะลูกค้าที่ให้ความสำคัญในภาพลักษณ์ของตัวสินค้าเป็นพิเศษ

ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายและการรับรู้ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี และ ยังสร้างความเป็นแบรนด์ของเราได้ดีอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อตอบสนองลูกค้าบางกลุ่มเพื่อให้เกิดการแชร์ในโลกโซเชียลมีเดีย การเลือกฟอนต์ก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะฟอนตืที่สวยและอ่านง่ายจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้ดี ซึ่งเราสามารถเลือกได้เว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น ฟอนต์ไทยยอดนิยม

เว้นพื้นที่ว่างเพื่อให้อ่านตัวหนังสือง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น

ข้อความที่ใหญ่เกินไปสามารถรบกวนสายตาผู้อ่านได้ง่ายมาก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฟอนต์ที่เราเลือกใช้ด้วย หากเราใช้ฟอนต์ที่มีความเข้ม และ คม เมื่อนำข้อความมาเรียงด้วยกันแล้วจะดูหนาขึ้น ซึ่งนี่จะทำให้ข้อความดูไม่น่าสนใจ และเยอะมากจนเกินไป เพราะฉะนั้นหากเราเว้นช่องว่างระหว่างข้อความไว้ก็จะช่วยให้ลูกค้าอ่านข้อความได้ง่าย และ สบายตามากยิ่งขึ้น

คุณภาพงานพิมพ์ที่คุณห้ามเมิน!

การเพิ่มคุณภาพงานพิมพ์ จะยิ่งทำให้สินค้าของเราดูน่าสนใจ และ ดูแพงมากยิ่งขึ้น ด้วยรูปแบบการเคลือบงานพิมพ์ที่มันวาว หรือ การเคลือบงานพิมพ์ผิวด้านนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพิจารณาสินค้าของลูกค้า เพราะลูกค้าหลายคนมีความชอบส่วนตัวที่เฉพาะแต่ทั้งนี้การนำเสนอคุณภาพที่ดีที่สุดก็ไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอน ในบางครั้งการเลือกรูปแบบกระดาษ หรือ รูปแบบการพิมพ์สามารถทำให้ฉลากติดสินค้าดูน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น เรียนรู้รายละเอียดฉลากติดสินค้าเพิ่มเติมได้เลย

หลายคนคิดว่าฉลากของผลิตภัณฑ์ไม่สำคัญมากเท่าไหร่นัก เพราะหลายคนมักให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างเดียง แต่อย่างไรก็ตามฉลากติดสินค้าก็คือเครื่องมือการนำเสนอในการขายและสามารถนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับลูกค้าที่กำลังมองหาสินค้าชนิดนั้นอยู่ และยังเป็นการช่วยกระตุ้นการขายสินค้าได้ดีมากยิ่งขึ้น

สรุป

การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งเพื่อต่อสู้กับผู้แข่งขันรายอื่น สิ่งสำคัญที่สุดนั่นก็คือชื่อแบรนด์ของเราจะต้องบ่งบอกถึงสิ่งที่เราต้องการขาย และทำให้ลูกค้านึกถึงตัวสินค้าได้ทันทีเมื่อเห็นชื่อแบรนด์ของเรา วิธีนี้เป็นวิธีที่สามารถเพิ่มโอกาสการขายที่มีคุณภาพได้อย่างมากเลยทีเดียว

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มาของข้อมูล

https://kovic.co.th/

วิธีเลือกอาหารเสริมให้คุ้มค่า

วิธีเลือกอาหารเสริมให้คุ้มค่า

ถ้าพูดเทรนด์ที่กำลังมาแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนก็ต้องคนนึกถึงเทรนด์สุขภาพ เพราะไม่ว่าใครก้ต่างหันมาดูแลตัวเองกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมไปถึงการทานอาหารเสริมและวิตามิน แต่การเลือกอาหารเสริมและวิตามินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จึงต้องมีวิธีการเลือกอาหารเสริมมาฝากกัน เพื่อให้ทุกคนเลือกซื้อกันอย่างคุ้มค่า ปลอดภัย ทานแล้วได้ประโยชน์ตตามความต้องการ

ผลิตอาหารเสริม

ดังนั้นเพื่อให้เราได้ทานอาหารเสริมได้อย่างคุ้มค่า เราจะต้องมีวิธีการเลือกอาหารเสริม โดยวิธีดังกล่าวมีดังต่อไปนี้

อาหารเสริม คืออะไร

คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ความหมาย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไว้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานโดยตรง นอกเหนือจากการรับประทานอาหารหลักตามปกติ ซึ่งมักอยู่ในรูปลักษณะเป็นเม็ด แคปซูล ผง ของเหลว หรือลักษณะอื่นและมีจุดมุ่งหมายสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพปกติ ไม่ใช่สำหรับผู้ป่วย หากผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว จะต้องเป็นของเหลวที่บริโภคโดยไม่มุ่งหมายเพื่อให้มีรสชาติ บริโภคในลักษณะต่างจากเครื่องดื่มทั่วไป หรือเป็นของเหลวข้นสำหรับหยดใส่ผักหรือน้ำผลไม้ เพื่อมุ่งหมายในการให้สารบางอย่าง

วิธีเลือกอาหารเสริมให้คุ้มค่า

คำนึงถึงความจำเป็นต่อร่างกาย

ร่างกายแต่ละคนต้องการสารอาหารเสริมแตกต่างกันไปตามสภาพเช่น หนุ่มสาวที่เพิ่งอายุ 20 ยังไม่เผชิญกับปัญหากระดูกพรุน ก็อาจไม่จำเป็นต้องทานอาหารเสริมอย่างพวกแคลเซียม หรือคนที่ไม่ได้มีปัญหาผิวหนังเป็นพิเศษ อาจไม่จำเป็นต้องทานวิตามินเอเสริม เพราะที่รับจากอาหารก็เพียงพอแล้ว และหากทานมากเกินไป วิตามินเอก็อาจสะสมในร่างกายจนเป็นโทษได้

ดังนั้น การจะเลือกซื้ออาหารเสริมและวิตามินสักกระปุก ควรถามตัวเองก่อนว่าจำเป็นหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เราซื้อโดยไร้ประโยชน์

ดูส่วนประกอบและปริมาณที่เหมาะสม

ฉลากของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและวิตามิน มักจะมีระบุไว้เสมอว่าผลิตภัณฑ์ตัวนั้นประกอบด้วยสารอาหารอะไรบ้าง และมีปริมาณเท่าไหร่ต่อหนึ่งหน่วย บริโภค เช่น อาหารเสริมบำรุงผิว มีส่วนประกอบของ Strawberry Extract ซึ่งเราต้องดูให้ดี แนะนำมาเปรียบเมียบว่าปริมาณที่เราทานเข้าไปคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของ RDA หรือปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน ซึ่งหากอาหารเสริมมีปริมาณสารอาหารไม่ถึง 100% ของ RDA เราก็จำเป็นต้องรับวิตามินและเกลือแร่จากอาหารเพิ่มเติมอีก

เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรอง

อาหารเสริมและวิตามินทุกชนิดที่เราจะทาน ต้องมั่นใจก่อนว่ามี อย. อย่างถูกต้องครบถ้วน ซึ่งแสดงว่า ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา นอกจากนี้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะบ่งบอกถึงมาตรฐานในอุตสาหกรรมการผลิตยาและเครื่องสำอาง และในสหรัฐอเมริกาก็ยังมีองค์กร NSF ไว้สำหรับตรวจสอบและควบคุมสารปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์อีกด้วย ซึ่งถ้าอาหารเสริมและวิตามินที่เราจะซื้อมีเครื่องหมายมาตรฐานเหล่านี้ ก็เป็นอันมั่นใจได้ในอีกระดับหนึ่ง

ดูวิธีการทานที่ถูกต้อง

วิธรการทานอย่างถูกต้อง เป็นอีกหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้อย่างอื่น ก่อนซื้อจึงต้องอ่านฉลากให้ดีว่า ผลิตภัณฑ์ควรทานเวลาใด ทานพร้อมกับอาหารได้หรือไม่ ต้องทานวันละกี่ครึ่ง / กี่เม็ด และนอกจากนี้หากเราซื้อวิตามินอาหารเสริมหลายตัวมาทานร่วมกัน ต้องอย่าลืมว่าสารอาหารแต่ละตัวอาจออกฤทธิ์ส่งเสริมหรือหักล้างกันได้ด้วย เช่นธาตุเหล็กจะดูดซึมได้ดีหากทานร่วมกันกับวิตามินซี แต่จะดูดซึมได้แย่ลงหากทานพร้อมกับแคลเซียม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราต้องศึกษารู้ไว้ก่อนทาน

อย่าตามกระแส และอย่าเห็นแก่ของถูก

การโฆษณาก็เป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยดึงดูดลูกค้าได้ดี เช่นโฆษณาวิตามินเพื่อผิวใส ผิวขาว 1 แถม 1 อาจล่อตาล่อใจหลายคนให้อยากซื้อมาลอง แต่อย่าเพิ่งใจร้อน เราควรพิจารณาสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ให้ดีกว่าก่อนว่าจริงหรือไม่

โดยศึกษาจากหลาย ๆ แหล่งและบางครั้งของถูกก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป ต้องดูก่อนว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการรับรองหรือไม่ ส่วนประกอบและคุณสมบัติเป็นอย่างไร เพื่อให้ตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างฉลาดและคุ้มค่า

สิ่งสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับอาหารเสริม

  • อาหารเสริมเหล่านี้ ทำหน้าที่เพียงแค่ทดแทนสารอาหารที่เราขาดไปเท่านั้น
  • ปัจจุบันอาหารเสริมหาซื้อได้ง่ายและสะดวก ไม่มีแพทย์มาอนุมัติหรือเขียนใบสั่งยา ทำให้ผู้ป่วยบางคนเป็นโรค
  • ผู้ซื้อบางคนคิดว่า ทานในปริมาณมากได้ แต่ผู้ซื้ออาจลืมนึกไปว่าสารอาหารบางอย่างการทานมากไป น้อยไปหรือการทานต่อเนื่องติดต่อกัน อาจเกิดโทษต่อร่างกายได้
  • ผู้ซื้อส่วนใหญ่มักหลงเชื่อและคิดว่า มีคนใช้แล้วได้ผลดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำให้ผิวขาวหรือลดน้ำหนัก ซึ่งจริง ๆ แล้วควรตรวจสอบจากผลการวิจัยและมาตรฐานที่ตัวสินค้านั้นได้รับก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์

สรุป

อาหารเสริมไม่ใช่อาหารหลักที่เราทานทั่วไป ดังนั้นควรพักผ่อนให้เพียงพอและทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก็จะช่วยดูแลสุขภาพของเราให้แข็งแรงไปได้อีกยาวนาน แต่สำหรับใครที่จำเป็นต้องทานอากหารเสริม ก็อย่าลืมพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ ให้ดีก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพจากอาหารเสริมที่ทานเข้าไปมากที่สุดนั่นเอง

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มาของข้อมูล

https://www.mannaturecococap.com/blog/read/24

How to เป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมเงินล้าน 8 ขั้นตอน

How to เป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมเงินล้าน 8 ขั้นตอน

ปัจจุบันธุรกิจอาหารเสริมนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนยุคใหม่ มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างเร่งรีบ อยากผอม อยากขาว อยากสวยไวกันมากขึ้นเลยจำเป็นต้องมีอาหารเสริมมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนยุคใหม่ จึงทำให้มีหลายคนอยากมีธุรกิจอาหารเสริมเป็นของตัวเอง

ผลิตอาหารเสริม

แต่ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน ต้องติดต่อกับใคร ดำเนินการอย่างไร หาโรงงานผลิตอาหารเสริมจากที่ไหน และทำยังไงให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ วันนี้เราเลยจะมาพูดถึง How to เป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมเงินล้านใน 8 ขั้นตอนกัน

มีลิสต์อาหารเสริมที่ต้องการผลิตไว้ในใจ

ก่อนอื่นเลยเจ้าของแบรนด์นั้นจะต้องรู้ว่า อาหารเสริมที่ต้องการผลิตนั้นจะผลิตออกมาในรูปแบบใด เนื่องจากว่าในปัจจุบันนั้นอาหารเสริมมีรูปแบบที่หลากหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมเพื่อผิวขาว อาหารเสริมลดน้ำหนัก อาหารเสริมคอลลาเจน อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ โดยมีทั้งแบบเม็ด แบบแคปซูล แบบผงชงดื่มให้ได้เลือกกันอย่างมากมาย

เพราะฉะนั้น เราจะต้องทำวิเคราะห์หรือเจาะความต้องการของเรากันก่อนว่าอยากได้อาการเสริมแบบใด เช่น อยากได้อาหารเสริมลดหน้ำหนัก จะเอาแบบผงหรือเม็ดเป็นต้น

ปรึกษากับโรงงานผลิตที่ดี ได้คุณภาพ

โรงงานผลิตที่ดีได้คุณภาพก็ทำให้ได้สินค้าออกมาดีและมีคุณภาพ เพราะฉะนั้นเราจะต้องเลือกโรงงานที่ดีและมีคุณภาพ โดยสำรวจก่อนว่าโรงงานที่เราเล็งไว้มีมาตรฐานอะไรรับรองบ้างเช่น GMP, HACCP, ISO, อย.หรือแม้แต่ HALAL สำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการผลิตสินค้าให้กลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลามสามารถทานได้

โดยหลังจากเลือกโรงงานและพูดคุยกับทางพนักงานขายเบื้องต้นแล้ว เจ้าของแบรนด์สามารถเลือกได้ว่าจะใช้สูตรที่ทางโรงงานมีอยู่แล้วหรือต้องการพัฒนาสูตรใหม่กับทางโรงงานเพื่อให้ได้สูตรที่เฉพาะแบรนด์ของตัวเองเพื่อสร้างความแตกต่างก็สามารถเพิ่มยอดขายได้เช่นกัน โดยทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันทั้งนี้

  • ใช้สูตรมาตรฐานของโรงงาน เราสามารถตั้งชื่อแบรนด์ของเราได้เลย หลังจากนั้นทางโรงงานจะเอาชื่อและสูตรไปทำการยื่น อย.ให้ ระยะเวลาก็แล้วแต่สูตร ข้อดีของแบบนี้คือ สามารถนำไปขายได้เลยไม่ต้องเสียเวลาคิดค้นสูตรใหม่
  • คิดค้นสูตรใหม่ โดยคิดค้นไปพร้อมกับโรงงาน เริ่มจากกำหนดความต้องการของตัวสูตรเช่นผลลัพธ์ที่ต้องการหรือ สารสกัด ตัวหลักที่ต้องการใช้ จากหลังทางฝ่ายคิดค้นและวิจัยสูตรจะทำการคิดสูตรมาให้เลือก เมื่อได้สูตรที่ตรงใจแล้วก็ดำเนินการยื่นอย.ได้เลย ข้อดีของแบบนี้คือสินค้าของเราจะมีสูตรที่ไม่มีเหมือนใคร และสามารถความโดดเด่นได้

ในการยื่นอย.นั้น เราจะต้องดูในดีว่าโรงงานที่เราผลิตนั้นมีเจ้าหน้าที่ที่คอยช่วยเรื่องอย. หรือไม่ เพราะถ้าหากว่าโรงงานนั้นไม่มี เราจะต้องทำการยื่นขออย.เอง ซึ่งจะทำให้เวลาเป็นอย่างมาก แนะนำให้เลือกโรงงานรับผลิตอาหารเสริมที่มีบริการ One Stop – Service จะดีที่สุด เพราะจะมีบริการที่คอยช่วยเหลือเจ้าของแบรนด์ครบทุกขึ้นตอน ไม่ทิ้งเราไว้กลางทางแน่นอน

กำหนดเป้าหมาย ทิศทางของแบรนด์

มีอาหารเสริมดี แต่ไม่มีทิศทางของแบรนด์เลย ของดีแค่ไหนก็ขายไม่ออกนะ เพราะฉะนั้นข้อนี้จึงเป็นข้อที่สำคัญอย่างมากเพราะจะทำให้เจ้าของแบรนด์นั้น ทราบถึงการวางแผนและดูทิศทางของแบรนด์ในการสร้างอาหารเสริมให้มีจุดขายที่น่าสนใจและแตกต่างนั่นเอง

เมื่อได้สูตรที่ตรงใจก็เปิดผลิตแบบครบวงจรทันที

เมื่อสูตรนั้นผ่านมาตรฐานอย.เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ก็เริ่มทำการผลิตแบบครบวงจรทันทีโดยที่เราต้องเลือกโรงงานผลิตอาหารเสริมที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ ถูกต้องตามกฎหมาย และถ้าโรงงานมีบริการแบบครบวงจรด้วยนัน จะช่วยให้เจ้าของแบรนด์สบายขึ้นแน่นอน

เมื่อทุกอย่างพร้อมก็ออกแบบบรรจุภัณฑ์

ขั้นตอนนี้ทางเจ้าของแบรนด์อาจจะเป็นฝ่ายออกแบบแล้วนำมาเสนอให้กับโรงงานก็ได้ แต่สำหรับเจ้าของแบรนด์บางเจ้าที่ไม่มีหัวทางด้านการออกแบบ ทางโรงงานก็จะมีฝ่ายกราฟฟิคที่จจะคอยให้คำปรึกษา ออกแบบโลโก้หรือบรรจุภัณฑ์มาให้เจ้าของแบรนด์ได้เลือกใช้ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

ปรึกษากับทีมการตลาด

การตลาดเป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งในการขายสินค้า เพราะถ้าเราเจาะกลุ่มตลาดไม่ถูก เราจะขายสินค้าไม่ได้เลย ซึ่งถ้าหากเรามีทีมการตลาดที่แข็งแรงอยู่แล้ว ก็สามารถสบายใจหายห่วงได้ แต่ถ้าไม่มีล่ะ ? ลองปรึกษากับทางทีมการตลาดของโรงงานดูสิ เขาจะช่วยในการวางแผนจำหน่าย รวมไปถึงการวิเคราะห์ตลาดธุรกิจอาหารเสริม ที่สามารถช่วยให้เจ้าของแบรนด์จำหน่ายสินค้าได้อย่างประสบความสำเร็จ

วางแผนการเงิน

วางแผนทางการเงินไม่ว่าจะเป็นการทำบัญชี รายรับรายจ่าย เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจอย่างไม่คาดคิด จะได้มีเงินทุนสำรองเอาไว้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนั่นเอง

หาตัวแทนจำหน่าย

การหาตัวแทนจำหน่ายเป็นวิธีเพิ่มยอดขายที่หลาย ๆ แบรนด์เลือกใช้กัน เพราะจะทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำหรือเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อขยายธุรกิจให้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วอีกด้วย ยิ่งตัวแทนจำหน่ายเยอะเท่าไหร่ โอกาสในการเติบโตด้านยอดขายก็จะเพิ่มสูงขึ้นมากเท่านั้น

สรุป

การจะเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นเดียวกัน เพราะเจ้าของแบรนด์จะต้องพิจารณาให้ด้านต่าง ๆ ให้ละเอียดและรอบคอบ เพื่อให้สินค้าของเรานั้นโดดเด่นกว่าเจ้าอื่นในตลาด ซึ่งจะส่งผลถึงยอดขาย เพียงเท่านี้การเป็นเจ้าของแบรนด์เงินล้านก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มาข้อมูล

kovic.co.th

รู้จริงเรื่องอาหารเสริม จากปากผู้เชี่ยวชาญ

รู้จริงเรื่องอาหารเสริม จากปากผู้เชี่ยวชาญ

อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่ ”เสริม” เข้ามา ซึ่งในปัจจุบันนั้นกนะแสของการทานอาหารเสริมก็ดังมากและอยู่ในกระแสมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้มีแบรนด์อาหารต่าง ๆ ออกมาแพร่หลาย รวมไปถึงธุรกิจโรงงานรับผลิตอาหารเสริมที่เติบโตตามขึ้นไปด้วย

แต่กระแสของอาหารที่หลาย ๆ คนมักเข้าใจผิดก็คือ การทานอาหารเสริมนู่นนั่นนี่ จะช่วยป้องกันหรือเสกสร้างสารพัดสิ่งวิเศษให้แก่สุขภาพของเราได้อยู่ไม่ขาด ดังนั้นก่อนที่เราจะตามกระแสการทานอาหารเสริมใด ๆ ลองมาฟัง ดร.นพ.ปณต จาก See Doctor Now ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องอาหารเสริม รวมถึงเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้อาหารเสริมกันก่อน ถ้าพร้อมกันแล้วก็ไปดูกันเลย

อาหารเสริม คืออะไร ?

อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Dietary Supplements) คือ อาหารชนิดหนึ่งตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 เพราะฉะนั้นการบริโภคอาหารเสริม ก็สามารถบริโภคได้ในลักษณะที่เป็นอาหารชนิดหนึ่ง ไม่สามารถอวดอ้างสรรพคุณว่ามีฤทธิ์ในการรักษาโรค บรรเทาอาหารเปลี่ยนแปลงร่างกาย หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต่าง ๆ ของร่างกายทุกชนิดได้ เพราะว่าไม่มีใครหรือหน่วงงานใดมารับรอง

เหมือนกับเราทานอาหาร ขนม ซึ่งอยู่ในภายใต้พระราชบัญญัติอาหารเหมือนกัน แม้รูปร่างหน้าตาของมันจะมีลักษณะคล้ายยา เช่น เป็นเม็ด แคปซูล ผงชงดื่ม แต่ก็ไม่ใช่ยา เพราะอะไรที่จะถูกจัดให้เป็นยานั้น ต้องมีการขึ้นทะเบียนตำรับยา ทั้งในต่างประเทศและทะเบียนตำรับยาในประเทศไทย อันนี้จะอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2522

และยาแตกต่างกับอาหารเสริมอย่างมาก การจะขึ้นทะเบียนตำรับยาได้นั้น ต้องมีการพิสูจน์เชิงประจักษ์ทางหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่า ยาตัวนั้นมีผลออกฤทธิ์ตามที่กล่าวอ้างจริง ๆ เช่น ยาตัวนี้เมื่อทานเข้าไปแล้วภายในเวลา 30 นาทีจะลดหรือหายจากอาการปวดหัว ก็จะมีสรรพคุณนี้เขียนอยู่ในฉลากยา อะไรก็ตามวัตถุออกฤทธิ์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการทำงานของร่างกาย เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกาย ต้องขึ้นทะเบียนเป็นยาทั้งหมดไม่ใช่อาหาร อาหารเราทานเพื่ออยู่ แต่ยาเราทานเพื่อรักษาโรค ทำให้การทำงานของร่างกายเปลี่ยนแปลงไป

หน้าที่ขององค์การอาหารและยา คือ ดูเอกสารที่ส่งมาเพื่อขึ้นทะเบียนยา ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ถ้าขอเป็นอาหารเสริม มีสรรพคุณเพื่อบำรุงร่างกาย ถ้าเข้าเกณฑ์การเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ก็รับรองให้ตราอย. แต่คนที่เอาไปทำอย่างอื่นต่อเมื่อได้ตรานั้นมาแล้ว มันต้องเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของสังคม และเจ้าของผลิตภัณฑ์ด้วยที่จะไม่โกงคนอื่น การพูดเกินจริงมันคือการหลอกลวง มันก็ทำให้คนสับสนได้

เลือกอาหารเสริมอย่างไรให้ปลอดภัย

วิธีสังเกต อาหารเสริม อย่างแรกต้องดูก่อนว่ามี อย.หรือเปล่า ถ้าไม่มีให้ทิ้งไปเลย เพราะของที่ถือว่าเป็นอาหารทุกชนิด ต้องมีอย.รับรอง อย.จะรับรองว่าอาหารตัวนี้ปลอดภัย ซึ่งอย.จะรับรองแค่ว่าอาหารตัวนี้ปลอดภัยนะครับ ไม่ได้รับรองสรรพคุณอะไร แต่ถ้าเป็นยาจะไม่มีอย. จะเขียนบนฉลากว่าเป็นตำรับยา มีเลขตำรับยา

อย่างที่สองให้ดูที่ฉลากว่าอาหารเสริมนั้นมีสรรพคุณว่าอย่างไร ส่วนใหญ่จะมีสรรพคุณทั่วไปว่าใช้บำรุงร่างกาย จะเขียนแค่นั้น แต่เวลาโฆษณาจะเป็นอีกแบบหนึ่ง มีการโม้ขึ้นมา ทานแล้วขาว ทานแล้วผอม จะสังเกตได้ง่ายๆ ว่าของไหนที่ไม่ได้มีสรรพคุณนั้นจริง จะจดทะเบียนเป็นอาหารเสริมแล้วอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง โดยไม่ได้ระบุในฉลากของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ซึ่งจริง ๆ ผิดตามพระราชบัญญัติโฆษณานะครับ

การที่อวดอ้างว่าทานแล้วทำให้หายโรค ทานแล้วตื่นมากระปรี้กระเปร่า มีสุขภาพดี กินแล้วฉลาด รักษาได้ทุกโรคเลย ถ้ามันมีจริง ๆ คงรวยระดับโลกแล้ว ต้องดูด้วย อย่างบางบริษัทที่ใหญ่ระดับโลก เขาคงไม่กล้าโฆษณาเกินจริง เพราะเรื่องราวพวกนี้มันค่อนข้างรุนแรง ต้องมีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก พวกนี้จะไม่ค่อยโฆษณาเกินจริงเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเอง ส่วนมากจะเกินจริง ที่สำคัญเลยให้ดูที่ฉลากว่ามีสรรพคุณอะไร มีอย.รับรองไหม

เราจำเป็นจะต้องทาน อาหารเสริม หรือไม่ ?

อย่างที่บอก มันเสริมเข้ามา และมันคืออาหารชนิดหนึ่งที่ใช้กิน เพื่อเสริมจากอาหารที่ทานอยู่ ถ้าเกิดทานอาหารดีอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องทานอาหารเสริมก็ได้ อาหารเสริมคืออาหารชนิดหนึ่ง จะทานหรือไม่ทานก็ได้แล้วแต่ชอบ และบางอาหารเสริมก็ไม่ได้มีสรรพคุณตามที่โฆษณา

ถ้าถามว่าจำเป็นต้องทานไหม ตอบเลยว่าไม่จำเป็น แต่ถ้าอยากทานก็ทานได้ อย่างเช่นถามว่าคนเราต้องดื่มเหล้าหรือเปล่า ก็แล้วแต่คน ถ้าอยากทานก็ทานไปเถอะ แต่ไม่ใช่ว่าทานอาหารเสริมแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรต่อร่างกายนะ ถ้าถามว่าควรทานเพื่อรักษาโรคอะไรบ้างอย่าง หรือเพื่อให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อันนี้บอกได้เลยว่าไม่จริง

ข้อระวังเกี่ยวกับอาหารเสริม

เรื่องของการส่งผลเสียต่อร่างกาย อย่างแรกต้องดูว่าที่เราทานคืออะไร อย่างที่สองคือต้องดูปริมาณที่ทานเข้าไป

ยกตัวอย่างเช่น วิตามินที่ทานเข้าไป ถ้าเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำจะไม่ค่อยมีปัญหาในการทานเกิน เช่น วิตามินซี วันนี้กิน 100 มิลลิกรัม วันต่อมาทาน 3000 มิลลิกรัม ทานติดต่อกันไปสามเดือน ก็ไม่เป็นไรนะ เพราะมันถูกขับออกทางปัสสาวะหมด ถ้าร่างกายนำไปใช้อย่างเพียงพอแล้ว ร่างกายมันไม่เก็บไว้ มันทิ้งหมด ถ้าเราทานเกินก็ไม่มีปัญหาเรื่องการสะสม ก็เหมือนเราไม่ได้กินอะไรไป

ส่วนวิตามินเอ ดี อี เค เป็นวิตามินชนิดที่ไม่ละลายในน้ำนะครับ ละลายในไขมันเท่านั้น แล้วร่างกายไม่ได้ขับไขมันออก น้ำร่างกายเราขับออกทางปัสสาวะ เหงื่อ ลมหายใจ แต่ไขมันไม่ได้ถูกขับออก เลยต้องถูกเผาผลาญออกเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้ากินวิตามินเอ ดี อี เคไปเรื่อย ๆ มันสะสม และก่อให้เกิดโรคที่ผิดปกติ ไม่ควรทานเกินที่ควรจะทาน

วิตามินในทางการแพทย์ ตามปกติหมอจะเป็นผู้สั่งให้คนไข้ทานในบางคน ในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจนว่า คนไข้ขาดวิตามินบางชนิด เช่น คนไข้มาด้วยโรคลักปิดลักเปิด หมอต้องรักษาคนไข้คนนี้ด้วยการให้วิตามินซีเสริมเข้าไป วิตามินเหล่านี้ถือเป็นอาหารเสริม ซึ่งการให้ในทางการแพทย์มีข้อบ่งชี้เดียวคือ ในกรณีที่คนไข้ขาด การที่จะบอกว่าคนๆ นี้ขาด คือแสดงอาการ หรือไปเจาะตรวจ แต่ก็แพง ไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปเจาะ ถ้าเราไม่มีอาการอะไร ก็แสดงว่าร่างกายเราปกติ ถ้าผิดปกติ มันจะแสดงอาการ

การดูโรงงานที่ผลิตอาหารเสริมก็สำคัญ

อาหารที่ดี ย่อมต้องมาจากโรงงานอาหารเสริมที่ดี เพราะฉะนั้นเวลาที่เลือกซื้ออาหารเสริมสักตัวหนึ่ง ควรที่จะดูให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบ สารสกัดต่าง ๆ คำเตือน ตราอย. และรวมไปถึงชื่อโรงงานผลิต เพื่อที่เราจะได้นำชื่อโรงงานแห่งนั้นไปตรวจสอบในอินเตอร์เน็ตว่าเป็นโรงงานที่ได้มาตรฐานหรือไม่ โดยโรงงานที่ได้มาตรฐานควรมี ใบรับรอง ต่อไปนี้

  • ISO
  • HACCP
  • GMP
  • HALAL
  • อย.

ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคเท่านั้นที่ควรดูใบรับรองเหล่านี้จากโรงงาน เจ้าของแบรนด์หรือผู้ริเริ่มสร้างแบรนด์อาหารเสริมก็ควรตรวจสอบเช่นกัน เพราะมันจะเป็นตัวยืนยันว่าโรงงานที่เราสนใจหรือเลือกผลิตอาหารเสริมด้วยนั้นมีคุณภาพและปลิดภัย เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพสู่มือผู้บริโภค

สรุป

อาหารเสริม หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่ ”เสริม” เข้ามา ไม่ใช่ตัวที่จะสามารถทานเป็นอาหารหลักได้ ดังนั้นควรทานอาหารเสริมให้เหมาะสม พอดีกับความต้องการ และควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มาของข้อมูล

การตลาดออนไลน์หลังยุค โควิด-19

การตลาดออนไลน์หลังยุค โควิด-19

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลายเป็นหนึ่งในตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงผู้ประกอบการที่มีช่องทางการตลาดแบบมีหน้าร้านทั่วไปเจอผลกระทบหนัก จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด คือ การทำตลาดออนไลน์ การตลาดแบบ Delivery ถึงบ้าน   ในอนาคตทิศทางการตลาดหลังโควิด-19 จะดำเนินไปในรูปแบบไหน  และเติบโตอย่างไร

การเติบโตของตลาดออนไลน์หลังยุค โควิด-19

ในช่วงโควิด-19  ครึ่งแรกปี 63  ยอดขายในตลาดออนไลน์ภาพรวมทั่วโลกเติบโต 19% , สหรัฐอเมริกา เติบโต 68% ,จีน เติบโต 50% สอดคล้องกับข้อมูลจากลาซาด้า (Lazada) ในประเทศไทยพบว่า ในช่วงครึ่งปีแรก 2563 ที่ผ่านมา ผู้ขายและแบรนด์บนลาซาด้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่ใช้เวลาบนแพลตฟอร์มลาซาด้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 30% ในช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์ (กลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม)

ลาซาด้ายังได้คาดการณ์อีกด้วยว่า ภายในสิ้นปี 2563 นี้ ตลาดออนไลน์ในประเทศไทยจะมีมูลค่ากว่า 2.2 แสนล้านบาท เติบโตขึ้นราว 35% จากปี 2562 ส่วนกลยุทธ์ที่ลาซาด้าจะเน้นต่อจากนี้คือ ‘Shoppertainment’ ที่จะนำความบันเทิงเข้ามาผนวกรวมกับการซื้อขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น การไลฟ์สตรีมมิง เล่นเกม เพื่อสร้างเอ็นเกจเมนต์ระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และแพลตฟอร์ม

การตลาดออนไลน์  จะมีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น 

เช่นรูปแบบ Social E-commerce   หรือ Public Market Place เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  มี Facebook  “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน” ซึ่งเป็นสถาบันไม่หวังผลกำไร ความแตกต่างระหว่าง Market Place ทั่วไป กับ Public Market Place  คือต้นทุน กับ กฎระเบียบข้อปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน การแจ้งเกิดสินค้าและบริการใหม่ๆ ในตลาดออนไลน์ เช่น บริการให้คำปรึกษาทางการแพทย์โดยหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโดยไม่ต้องพบตัวกัน  เช่น  www.doctorraksa.com ปรึกษาอาการโรคหรืออาการเจ็บป่วยที่ทำให้กังวลได้ทุกที่  ไม่เสียเวลาในการเดินทางไปพบคุณหมอในแต่ละครั้ง คุณหมอสามารถให้คำแนะนำเบื้องต้นในการปฏิบัติตัวและสามารถติดตามผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ยังมีระบบบันทึกข้อมูลสุขภาพ เก็บผลเอ็กซ์เรย์ โรคประจำตัว ประวัติการรักษา การแพ้ยา ไว้บนคลาวด์ ไม่หาย ไม่ต้องท่องจำ มีประโยชน์เมื่อยามฉุกเฉิน และมีการเก็บประวัติการให้คำปรึกษาแบบอิเล็กทรอนิคไว้บนแอพ เมื่อคุณปรึกษาoคุณหมอผ่านแอพรักษา คุณหมอจะทำสรุปผลการปรึกษาให้  สรุปผลดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ในบัญชีของคุณโดยอัตโนมัติ สามารถเปิดดูได้ตลอดเวลา   เมื่อจบการให้คำปรึกษาจะมีแบบสอบถามประเมินผู้เป็นแพทย์เพื่อนำไปพัฒนาการให้บริการภายในหลังอีกด้วย

ยังมีธุรกิจอีกมากมายที่ปรับตัวหลังโควิด-19  จะกล่าวถึง ธุรกิจธนาคารเองก็มีการให้บริการ Delivery ซึ่งตอนนี้มี 2 ธนาคารที่เริ่มทำเพื่อการเก็บข้อมูลลูกค้า  และให้บริการสินเชื่อตามมาภายหลัง  หรือแม้แต่การขายเพชรแต่งงานออนไลน์ซึ่งเดิมเพชรเหล่านี้จะซื้อเพียงครั้งเดียวในชีวิตควรจะเห็นด้วยตาก่อนตัดสินใจซื้อ ประกอบกับมีมูลค่าสูง แต่ด้วยพฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบันเริ่มคุ้นชินกับการซื้อออนไลน์ ดังนั้นการซื้อเพชรแต่งงานออนไลน์จึงไม่ใช่เรื่องแปลกต่อไปในยุคนี้แล้ว

ตลาดออนไลน์ ช่วยลดต้นทุนอะไรได้บ้างจากการตลาดแบบเดิม

ตุ้นทนที่ลดลงได้แก่ การเก็บสต็อก  จำนวนพนักงาน  ค่าเช่าพื้นที่  แต่สิ่งที่เป็นต้นทุนเพิ่มคือ คือทักษะการทำตลาดออนไลน์  การตลาดออนไลน์  ทำให้รูปแบบการผลิตเปลี่ยนเพราะการตลาดออนไลน์เราจะได้ข้อมูลค่อนข้างครบแล้ว   การผลิตต้องตอบสนองความต้องการลูกค้า

การแจ้งเกิดในตลาดออนไลน์  ต้องทำอย่างไร ?

ประกอบด้วย

  1. การตลาดออนไลน์จำเป็นต้องมีข้อมูลลูกค้า    ลูกค้าเราอยู่ตรงไหน ? ลูกค้ามีพฤติกรรมอย่างไร?  
  2. เลือก Platform ที่ถูกต้อง  เราจะอยู่บน Platform ไหนซึ่งเป็น Platform เดียวกับที่ลูกค้าเราอยู่ เช่น  ถ้าลูกค้าเราอยู่ใน Platform TIKTOK  เราก็เข้าไปอยู่ใน Platform TIKTOK

ไม่มีคำตอบสุดท้าย ในการทำการตลาด  เพราะการตลาดคือการตอบสนองความต้องการลูกค้า  ซึ่งแน่นอนมีความต้องการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ดังนั้นการทำตลาดก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาไม่มีคำตอบสุดท้าย

  • พิจารณาเรื่องสินค้า (Product)และราคา (Price)  ให้ตอบสนองต่อความต้องการลูกค้าและสามารถแข่งขันได้
  • จะสื่อสารอย่างไร    (How to Communication?)

หลัก 4 P’  =  Product Price Place Promotion ของ ฟิลิป คอตเลอร์   ยังคงเป็นหลักการตลาดพื้นฐาน ในการทการตลาดทุกยุคทุกสมัย  ไม่มีคำตอบสุดท้ายในการทำการตลาด  เพราะการตลาดคือการตอบสนองความต้องการลูกค้า  ซึ่งแน่นอนมีความต้องการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ดังนั้นการทำตลาดก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาเช่นกัน

ปัจจุบัน การตลาดออนไลน์ในส่วนองค์ประกอบด้าน Delivery  และ Payment   ยังไม่สมบูรณ์มากนักเนื่องจากลูกค้าใช้งานแล้วยังมีความสับสนหรือไม่เชื่อมั่น ลูกค้ายังรู้สึกไม่พอใจ ยังรู้สึกเป็นปัญหา ยังถือว่าไม่สมบูรณ์แบบ  ซึ่งยังถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายของนักการตลาดในยุคดิจิทัล ต่อไป

ในอนาคตการตลาดจะไปในรูปแบบไหน?

ในอนาคตการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ จะอยู่ด้วยกันอย่าง Balance มากขึ้น ไม่มีอะไรล้มหายตายจากอย่างสิ้นเชิง  การตลาดในอนาคตจะเป็นรูปแบบ Omni Channel Internal ต้องพึ่งพิงทั้งช่องทางการตลาด online และ offline  ซึ่งจะพึ่งพิงอันไหนมากน้อย ก็ขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมลูกค้า ลักษณะสินค้า ทิศทางเทคโนโลยีในอนาคต    จะเห็นได้ว่า แม้แต่ Amazon ผู้นำใน Market Place บนแพลตฟอร์มออนไลน์ยังหันกลับมาทำ Shop หน้าร้าน ชื่อ Amazon Go  แต่มีรูปแบบไม่เหมือนโชว์ห่วย หรือ Moderntrade ปกติทั่วไป   มีการนำระบบการจ่ายเงินแบบไม่ต้องใช้พนักงานมาทำงาน นำระบบ AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในปฎิบัติการหน้าร้านมากขึ้น   เป็นต้น

สรุป

ไม่มีคำตอบสุดท้าย ในการทำการตลาด  เพราะการตลาดคือการตอบสนองความต้องการลูกค้า  ซึ่งแน่นอนมีความต้องการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ดังนั้นการทำตลาดก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาไม่มีคำตอบสุดท้าย

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

ข้อมูลอ้างอิง

รายการฟังหูไว้หู ช่อง 9 อสมท. การตลาดออนไลน์ยุคโควิด-19 วันที่ 7 กรกฎาคม 2563

https://blog.readyplanet.com/17411394/integrated-platform-for-b2b

ทำไมเจ้าของแบรนด์ควรจ้างโรงงานผลิตคอลลาเจน

ทำไมเจ้าของแบรนด์ควรจ้างโรงงานผลิตคอลลาเจน

คอลลาเจน ถูกจัดเป็นอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นอาหารเสริมที่ช่วยให้เรื่องของผิวพรรณ และด้วยรูปแบบที่ทานง่าย ทำให้อาหารเสริมคอลลาเจนกลายเป็น อาหารเสริมที่หลายคนสรรหาที่ทานเพื่อบำรุงผิวพรรณ ให้ผิวใส เต่งตึงเหมือนผิวเด็ก ทำให้มีเจ้าของแบรนด์หลายคนหันมาผลิตคอลลาเจนกันอย่างแพร่หลาย

ซึ่งการผลิตคอลลาเจนเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะง่าย เพราะไม่ว่าใครก็สามารถสร้างแบรนด์คอลลาเจนเป็นของตัวเองได้ แค่มีต้นทุนที่เพียงพอ แต่จริง ๆ แล้วการผลิตคอลลาเจนออกมาสักแบรนด์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหลายด้านในการให้คำปรึกษาและคำแนะนำ

รวมถึงขั้นตอนการผลิตที่ยุ่งยากหลายขึ้นตอน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรจ้างบริษัทโรงงานอาหารเสริมที่รับผลิตคอลลาเจนให้เข้ามาช่วย ดังนั้นในวันนี้เราจะมาบอกเหตุผลกันว่าทำไมเราถึงผลิตคอลลาเจนกับโรงงานรับผลิตอาหารเสริม

คอลลาเจนคืออะไร ?

คอลลาเจน คือ โปรตีนประเภทหนึ่ง โดยปกติแล้วจะอยู่ในร่างกายของมนุษย์หลายส่วนเลยทีเดียว แต่ส่วนที่เห็นได้ชัดนั่นก็คือ ส่วนของผิวหนัง เนื่องจากคอลลาเจนมีหน้าที่ในการช่วยให้ผิวพรรณของคนเราแข็งแรง ซึ่งร่างกายของคนเราสามารถสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองได้ แต่เมื่อคนเราอายุมากขึ้นตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป การสร้างคอลลาเจนในร่างกายจะเริ่มน้อยลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยต่าง ๆ

ประโยชน์ของคอลลาเจนด้านผิวพรรณ

  • เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง
  • เพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวนุ่ม เนียนเรียบ ไม่แห้งกร้าน
  • ลดริ้วรอย ชะลอผิวพรรณให้อ่อนเยาว์
  • ลดเลือนรอยแผลจากสิว จุดด่างดำ ฝ้า กระ
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว

ประโยชน์ของคอลลาเจนด้านสุขภาพ

  • ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย
  • เสริมสร้างกระดูให้แข็งแรง
  • ลดการเสียดทานของกระดูก
  • ป้องกันของโรคกระดูกพรุน
  • ลดอาการปวดหัวเข่า หรือข้อต่อต่าง ๆ
  • สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

เลือกคอลลาเจนอย่างไรให้ปลอดภัยตัวเอง

เพื่อให้การรับประทานได้ผลดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด องค์การอาหารและยาแนะนำว่าควรรับประทานคอลลาเจนสายสั้น (Hydrolyzed collagen) เพราะร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าชนิดสายยาว และสามารถทานเป็นอาหารเสริม ได้ถึง 5,000-7,000 มิลลิกรัมต่อวัน

เมื่อทานคอลลาเจนเสริมแนะนำให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ เพราะหากดื่มน้ำไม่เพียงพอร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เต็มที่ นอกจากนี้พบว่าถ้ารับประทานร่วมกับอาหารที่มีวิตามินซีการดูดซึมจะดียิ่งขึ้น

ทำไมเราถึงต้องผลิตคอลลาเจนกับโรงงานผลิต

สะดวก

โรงงานผลิตอาหารเสริม จะมีผู้เชี่ยวชาญหลายด้านคอยให้บริการ เมื่อเรานำสูตรเข้าไปติดต่อผู้เชี่ยวชาญก็จะทำการตรวจสอบสูตร ปรับปรุงสูตร และพัฒนาสูตรออกมาให้ดีที่สุดเพื่อให้ตรงกับความต้องการของเจ้าของแบรนด์ หรือคิดค้นขึ้นมาใหม่ให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด ทำให้เกิดความสะดวกในการดำเนินงาน ไม่ต้องลงมือทำเอง

สินค้ามีคุณภาพ

ทางโรงงานจะมีการรับรองคุณภาพและควบคุมการผลิตจากสถาบันหรือหน่วยงานของรัฐเพื่อการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้สินค้าออกมามีคุณภาพและได้มาตรฐาน

ประหยัดเวลา

ทางโรงงานจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยเหลือและให้คำปรึกษาในทุก ๆ ด้าน ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาคิดหรือทำเอง ถ้าหากเจ้าของแบรนด์เลือกโรงงานที่มีบริการ One – Stop Service ที่เป็นบริการคอยช่วยเหลือเจ้าของแบรนด์ในทุกกระบวนการผลิตตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาติดต่อกับโรงงาน เช่น การคิดค้นสูตรอาหารเสริม ค้นหาสารสกัด หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

ได้คำแนะนำ

สองหัว ย่อมดีกว่าหัวเดียว หากเราคิดเองผลิตเอง อาจจะได้สินค้าที่คุณภาพไม่ดีนัก ซึ่งถ้าหากทำการปรึกษากับโรงงาน จากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญทำให้เจ้าของแบรนด์ได้คำแนะนำดี อย่างเช่นควรเลือกสูตรอย่างไร ควรใช้ส่วนผสมอะไรบ้าง ส่วนผสมไหนที่จัดว่าดีต่อร่างกาย และควรพัฒนาสูตรอย่างไร

มีความปลอดภัย

โรงงานที่ได้มาตรฐานจะมีระบบการควบคุมการผลิตแบบปลอดสารพิษ เพื่อความปลอดภัยต่อตัวสินค้า ทำให้สินค้าออกมาได้มาตรฐานและปลอดภัยต่อลูกค้า

ทั้งหมดนั้นก็คือเหตุผลที่ควรผลิตอาหารเสริมกับทางโรงงานผลิตอาหารเสริม จะเห็นได้ว่าการผลิตคอลลาเจนกับโรงงานนั้นสะดวกและมีคุณภาพมากกว่า เพราะโรงงานที่รับผลิตสามารถบ่งบอกหถึงคุณภาพของสินค้าได้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าสินค้าที่ผลิตออกมาจะเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมายและเติบโตทางการตลาด

เนื่องจากเป็นสินค้าที่ดีคุณภาพ สามารถพัฒนาและต่อยอดให้เติบโตขึ้นได้ไม่ยาก ต่างจากการผลิตแบบทั่วไปที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้ต้องเกรงกลัวการตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐอยู่เสมอ

สรุป

นอกจากการการเลือกโรงงาน การทำการตลาดก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน เพราะหากสินค้าออกมาดีมีคุณภาพแต่ทำการตลาดได้ไม่ดีหก็มีโอกาสที่สินค้าจะไม่ได้รับความนิยมได้ จึงควรทำการตลาดและการตลาดออนไลน์ควบคู่กันไปด้วย มีช่องทางสำหรับโปรโมทสินค้าเพื่อให้สินค้าได้เป็นที่รู้จัก ถ่ายรูปสินค้าและทำวิดีโอโฆษณาสินค้าออกมาแบบสวย ๆ และน่าสนใจเท่านี้ก็ช่วยให้การตลาดง่ายขึ้นแล้ว

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : http://innovalabasia.com/

โควิด-19

อยู่อย่างไรให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง สุขภาพดี ปลอดภัยจากโรค

อยู่อย่างไรให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง สุขภาพดี ปลอดภัยจากโรค

ปัจจุบันเรามนุษย์ยังคงเผชิญความท้าทาย ในด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาด ภัยธรรมชาติ อยู่เสมอๆ  ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า  ฝุ่น PM 2.5การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  การยอมรับ เข้าใจ และปรับตัวให้สามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัยนั้นจึงเป็นสิ่งที่เราทำได้เองเป็นอันดับแรก

ดังนั้นเราควรเตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงที่จะป่วยบ่อย หรือติดเชื้อง่าย คงระดับความเข้มแข็งของระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ ด้วยแนวทางการใช้ชีวิตให้ปลอดภัยจากโรคภัยต่างๆ ได้ดังนี้

โควิด-19

ภูมิคุ้มกัน (IMMUNITY) คือ กลไกของร่างกายที่ต้านทานต่อโรคใดโรคหนึ่ง โดยภูมิคุ้มกันอาจเกิดเพียงชั่วคราวหรือตลอดไปก็ได้ ภูมิคุ้มกันแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. ภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ตามธรรมชาติ (innate immunity/ natural immunity)

ภูมิคุ้มกันเเบบนี้มีมาตั้งเเต่เกิด โดยทารกที่มีอายุครรภ์ 5 สัปดาห์ จะเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันได้เอง เเต่ยังสร้างได้น้อยมาก เนื่องจากเริ่มมีการเจริญของอวัยวะน้ำเหลือง

2. ภูมิคุ้มกันโรคที่เกิดขึ้นภายหลัง (acquired immunity) เป็นภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นหลังคลอดโดยแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

2.1 ภูมิคุ้มกันก่อเอง (active immunity) เป็นภูมิคุ้มกันที่เกิดจากร่างกายได้รับแอนติเจน หรือเชื้อโรคที่อ่อนกำลังลงซึ่งไม่ทำอันตรายต่อสุขภาพ โดยนำมาฉีด กิน หรือทาที่ผิวหนัง กระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกันขึ้น เช่น การฉีดวัคซีนไอกรน โปลิโอ วัณโรค ไทฟอยด์ เป็นต้น

2.2 ภูมิคุ้มกันรับมา (passive immunity) เป็นภูมิคุ้มกันที่ได้มาจากการสกัดจากเลือดของสิ่งมีชีวิต แล้วนำมาฉีดให้ร่างกายต้านทานโรคได้ทันที เช่น เซรุ่มแก้พิษงู เซรุ่มโรคพิษสุนัขบ้า บาดทะยัก คอตีบ เป็นต้น หรือได้รับภูมิคุ้มกันจากเเม่ตั้งเเต่อยู่ในครรภ์ เเละเมื่อคลอดออกมาจะได้รับภูมิคุ้มกันจากน้ำนมเเม่ แต่ภูมิคุ้มกันในน้ำนมเเม่จะลดลงหลังจากคลอดได้ 6 เดือนจึงทำให้ทารกติดเชื้อได้ง่ายในระยะนี้

การรักษาระดับภูมิแรงคุ้มกันแข็งให้มีประสิทธิภาพ ด้วยแนวทางการใช้ชีวิตให้ปลอดภัยจากโรคภัยต่างๆ ได้ดังนี้

  • กินให้ได้คุณภาพ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • เสริมภูมิคุ้มกันแข็งแรงด้วยวิตามินซี และอาหารเสริมอื่นๆ

กินให้ได้คุณภาพ

ถึงเราจะได้รับการบอกต่อๆ กันว่าให้ถ้าอยากสุขภาพดีต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่น้อยครั้งที่จะบอกกันว่า กินให้ครบ 5 หมู่ ต้องกินอย่างไร หลักการกินให้ครบ 5 หมู่แบบง่ายๆ มีคอนเซปต์อยู่ว่า กินให้หลากหลายกินทุกหมู่ กินข้าวได้สลับกับกินแป้ง กินผักผลไม้ให้เป็นนิสัย เนื้อสัตว์เน้นที่เนื้อปลา หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และเลี่ยงอาหารหวานจัด เค็มจัด  

แล้วเสริมด้วยอาหารที่ช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งโดยมากจะอยู่ในผักผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี อาทิ ผักใบเขียวจัดหรือสีเหลืองส้ม เห็ดต่างๆ และแร่ธาตุซิลีเนียม หรือสังกะสี ที่พบในเนื้อสัตว์ อาหารทะเล นม หรือถั่ว เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม เมนูคลีนเพื่อสุขภาพ

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนที่มีคุณภาพจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไม่มีการพักผ่อนไหนจะช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ดีเท่าการนอนหลับ เพราะการนอนหลับนั้นจะช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง 

นอกจากนี้ การนอนหลับพักผ่อนยังช่วยลดระดับความเครียด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการลดประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย ซึ่งรวมไปถึงระบบภูมิคุ้มกัน คนที่พักผ่อนไม่เพียงพอเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย และยังมีโอกาสรับสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกายได้มากกว่าคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

หากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด

เมื่อร่างกายสะสมเอาความเครียดไว้ เจ้าความเครียดนี่แหละ ที่เป็นตัวการร้ายคอยกัดกินให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเรารวน และยังเป็นบ่อเกิดโรคร้ายที่นึกไม่ถึงได้ด้วย ในเมื่อเรามีเวลาอยู่กับบ้านมากขึ้นแล้ว ลองหากิจกรรม งานอดิเรกหรือการฝึกทักษะต่างๆ ระหว่างที่หยุดเชื้ออยู่บ้าน

นอกจากช่วยลดความเครียดได้แล้ว ยังอาจจะเป็นการค้นพบทักษะใหม่ๆ ในตัวเองที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ยังเป็นโอกาสหรือช่องทางสร้างรายได้ใหม่ได้ด้วย

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายจะเพิ่มการหมุนเวียนของเลือดโดยรวม ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกหมุนเวียนไปยังเซลล์ทั้งร่างกาย และทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวมีความสามารถในการเก็บกินสิ่งแปลกปลอมมากขึ้น การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ ส่งผลให้นอนหลับง่าย สดชื่น สมองปลอดโปร่ง ลดความเครียดสะสม

ออกกำลังกาย

รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ในระยะยาว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง เบาหวาน มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วยวิตามินซี และอาหารเสริมอื่นๆ

หัวใจสำคัญของการมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เริ่มต้นจากร่างกายที่มีสุขภาพดี และตัวช่วยสำคัญ ก็คือ สารอาหาร แร่ธาตุ วิตามินต่างๆ โดยเฉพาะวิตามินซีที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ปกติแล้วร่างกายของเราควรได้รับวิตามินซี วันละ 500 – 1,000 มิลลิกรัม ผ่านการกินผักผลไม้เป็นประจำและต่อเนื่อง

แต่เนื่องจากวิตามินซีเป็นวิตามินที่สลายตัวได้ง่าย ไม่สะสมในร่างกาย เป็นไปได้ที่วิตามินซีจะสลายตัวไปก่อนที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้ทัน ประกอบกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ การรับประทานผักผลไม้ที่ไม่หลากหลาย การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือในภาวะเครียด ก็ส่งผลให้ร่างกายขาดวิตามินซีได้เช่นกัน

เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินซีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสามารถอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น และรักษาระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง มีประสิทธิภาพในการรับมือกับเชื้อโรคต่างๆ ทั้งในช่วงที่ไวรัส COVID-19 ยังระบาดอยู่ และพร้อมเผชิญกับเชื้อโรคอื่นๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอในอนาคตนั้น

วิตามินซีจึงเป็นสารสำคัญหลักที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เพราะมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาว ทำให้เม็ดเลือดขาวสามารถกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วิธีตรวจวัดภูมิคุ้มกันต้านเชื้อโรคของร่างกาย

เราสามารถรู้ระดับภูมิคุ้มกันโรคได้จากการตรวจ 3 แบบคือ

1.การตรวจการทำงานของเม็ดเลือดขาวแบบละเอียด (CD Profile) 

เป็นการวิเคราะห์การทำงานของเม็ดเลือดขาว ซึ่งก็คือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแบบละเอียด

2.การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) 

เพื่อหาความผิดปกติของส่วนประกอบของเลือด ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และประเมินความเข้มข้นของเลือด ซึ่งอาจบอกถึงภาวะที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของร่างกาย

3.การตรวจวัดระดับวิตามินดี 

วิตามินดีช่วยในการเสริมสร้างการพัฒนาเซลล์ ความแข็งแกร่ง และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ ยังช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อทุกชนิดรวมถึงโรคหวัดและไข้หวัดใหญ่

สรุป

การรักษาระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง มีประสิทธิภาพในการรับมือกับเชื้อโรคต่างๆ ทั้งในช่วงที่ไวรัส COVID-19 ยังระบาดอยู่ หรือโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นั้นเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญ ดังนั้นเรามาเริ่มต้นสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงภายในร่างกายตั้งแต่วันนี้ กันดีกว่า 

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

ข้อมูลอ้างอิง : kovic.co.th

ฟ้าทะลายโจร ต้านโควิด-19

ฟ้าทะลายโจร ต้านโควิด-19

สิ่งที่ทุกคนในประเทศกังวลตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง โคโรน่าไวรัส หรือโควิด-19 ซึ่งในเวลาที่ผ่านมาก็จะมีผู้คนหรือหมอ ออกมาบอกว่ามีอะไรบ้าง โดยสมุนไพรอย่างหนึ่งที่ได้ยินชื่อออกมาในช่วงหนึ่งอย่างหนาหู นั่นก็คือ ฟ้าทะลายโจร ดังนั้นในวันนี้เราจะมาบอกว่า ฟ้าทะลายโจร สามารถช่วยต้านโควิด-19 ได้ยังไง

ฟ้าทะลายโจร จัดเป็นสมุนไพรท้องถิ่นในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่น อินเดีย จีน ศรีลังกา ไทย และยังใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วทวีปเอเชีย โดยนิยมนำส่วนของใบและลำต้นใต้ดินมาทำเป็นยารักษาโรค โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ ในประเทศไทยได้บรรจุฟ้าทะลายโจรอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ (บัญชียาจากสมุนไพร) ของกระทรวงสาธารณสุขในหมวดหมู่ยารักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ

ฟ้าทะลายโจร ต้านโควิด-19

ในวันที่ 19 เมษายน 2563 ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมด้วย ดร.สุภาพร ภูมิอมร ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงผลการวิจัยฟ้าทะลายโจรกับไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นความร่วมมือของกรมการแพทย์แผนไทยฯ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม

นพ.ปราโมทย์ กล่าวว่า ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้ แต่ไม่มีฤทธิ์ในการป้องกันเซลล์จากการติดเชื้อโควิด-19 จึงไม่แนะนำให้รับประทานเพื่อการป้องกันโรค โดยที่ยังไม่มีอาการเพราะไม่มีผลในการป้องกัน แต่ให้รับประทานทันทีเมื่อเริ่มมีอาการคล้ายอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ (flu-like symptoms) ได้แก่ มีไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจเกิดหจากการติดเชื้อไวรัสที่ก่อโรคไข้หวัดใหญ่ หรือไวรัสก่อโรคทางเดินหายใจ

โดยรับประทานครั้งละ 4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง (ครั้งละประมาณ 1,500 มิลลิกรัม) หลังอาหาราและก่อนนอน ส่วนสารสกัดฟ้าทะลายโจร ครั้งละ 1 หรือ 2 แคปซูล เพื่อให้ได้รับสารสำคัญแอนโดรกราโฟไลค์ประมาณ 20 มิลลิกรัม/ครั้ง วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร

การรับประทานยาทั้งสองแบบในขนาดที่แนะนำ จะให้สารสำคัญแอนโดรกราโฟไลค์ประมาณ 60 มิลลิกรัม/วัน แนะนำให้มียาฟ้าทะลายโจรเป็นยาประจำตัว/ประจำบ้าน อาจใช้ร่วมกับพาราเซตามอลได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 ให้พบแพทย์

แหล่งที่มา : https://kovic.co.th/

วิตามินซีช่วยป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่

วิตามินซีช่วยป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่

สุขภาพ เมื่อก่อนที่ว่าสำคัญแล้ว ในปัจจุบันนั้นต้องสำคัญกว่าเดิม เนื่องจากช่วงนี้มีการระบาดของโคโรนาไวรัสหรืออีกชื่อก็คือ โควิด-19 ที่กำลังระบาดอย่างหนักทั่วโลก ซึ่งก็ได้มีคนแนะนำมาว่า การทานวิตามินซีสามารถช่วยเพิ่มภูมิต้านทานได้ แต่จะจริงหรือไม่นั้นเราไปดูกัน

ประโยชน์ของวิตามินซี

วิตามินซีมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อทุกส่วนในร่างกายไม่ว่าจะเป็นเนื้อเยื่อของผิวหนัง เส้นเอ็น เส้นเลือด ซึ่งวิตามินซีนั้นจะช่วยให้อวัยวะเหล่านี้ไม่เปราะ ยืดหยุ่น  และแข็งแรง และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ไม่ป่วยหรือเป็นหวัดได้ง่าย ๆ

วิตามินซี เพิ่มภูมิต้านทานโรคได้อย่างไร

สารต้านอนุมูลอิสระในวิตามินซีช่วยลดการอักเสบ ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายกลับคืนสู่สภาพเดิมได้เร็ว ซึ่งช่วยให้ภูมิต้านทานโรคทำงานได้ดีมากขึ้น และวิตามินซียังช่วยเร่งการทำงานของ ฟาโกไซต์ (phagocytes) เซลล์ที่ช่วยกลืนกินแบคทีเรีย และสิ่งแปลกปลอมที่อาจเข้ามาทำร้ายร่างกายได้ด้วย จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของภูมิคุ้มกันโรคนั่นเอง

ทานวิตามินซี ช่วยป้องกัน โควิด-19 ได้หรือไม่

มีรายงานวิจัยพิสูจน์ได้ว่า วิตามินซีช่วยย่นระยะเวลาในการรักษาไข้หวัดให้หายได้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยป้องกัน “ไข้หวัด” ตั้งแต่ต้น เพียงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคโดยรวมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น เท่ากับว่าแค่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสได้บางส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเชื้อไวรัสแต่ละชนิด

สำหรับโคโรนาไวรัส หรือ โควิด-19 ยังไม่มีรายงานวิจัยแน่ชัดว่าการบริโภควิตามินซี สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้โดยตรงมากน้อยแค่ไหน แต่สำหรับบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารโรคติดเชื้อของจีนของสมาคมแพทย์เซี่ยงไฮ้ ระบุว่าการเพิ่มปริมาณวิตามินซีให้กับผู้ป่วยโควิด-19 สามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการที่ดีขึ้นได้ โดยวิตามินซีสามารถช่วยให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น โดยเป็นการเพิ่มปริมาณมากกว่าที่ควรกินในแต่ละวันเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในเรื่องนี้ยังไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์ได้ว่าวิตามินซีสามารถช่วยรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ได้จริง และวิตามินซีก็ยังไม่ใช่วิธีการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเป็นทางการจากแพทย์ทั่วโลก

เราควรทานวิตามินซีเสริมในช่วงโควิด-19 ระบาดหรือไม่

ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า วิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริม สามารถลดความเสี่ยงของร่างกายในการติดเชื้อโควิด-19 ได้ แม้ว่าวิตามินซีจะช่วยลดระยะเวลาในการรักษาไข้หวัดให้หายได้เร็วขึ้นจริง แต่ยังไม่มีหลักฐานบยืนยันแน่ชัดว่าจะได้ผลเช่นเดียวกันกับอาการติดเชื้อโควิด-19

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอางรับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.sanook.com