เรื่อง

ทำแบรนด์ครีมเป็นของตัวเอง ต้องเริ่มอย่างไร

ทำแบรนด์ครีมเป็นของตัวเอง ต้องเริ่มอย่างไร

ครีม เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องของการบำรุงผิวต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น ครีมผิวขาว ครีมลดเลือนริ้วรอย ครีมลดฝ้า เพื่อให้ผิวพรรณในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนั้นดีขึ้น จึงทำให้มีธุรกิจเกี่ยวครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย และก็มีผู้คนหลายคนที่อยากจะมีแบรนด์ครีมเป็นของตัวเอง ใช้เอง จำหน่ายเอง แต่ไม่มีข้อมูลหรือไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี โดยในวันนี้ทางโควิกก็ได้มีแนวทางในการผลิตครีมมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกัน

ขอบเขตของแบรนด์

ในขั้นแรกเราจะต้องกำหนดขอบเขตของแบรนด์กันก่อนว่าอยากให้แบรนด์ไปไหนทิศทางไหน มีสินค้าอะไรบ้าง จะมีสินค้าย่อยหรือไม่ กลุ่มลูกค้าของแบรนด์จะเป็นแนวไหน จะผลิตเองหรือจ้างโรงงานผลิต เพื่อให้เห็นทิศทางของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

เลือกที่ตั้งโรงงานหรือเลือกโรงงานรับผลิตครีม

ถ้าเกิดเจ้าของแบรนด์นั้นมีเงินลงทุนที่มากพอที่จะสร้างโรงงานและมองอนาคตของแบรนด์ไปในทิศทางที่ยาวไกลแนะนำให้สร้างโรงงานเล็ก ๆ ขึ้นมาก่อนแล้วค่อยขยายตามการขยายตัวของแบรนด์ แต่ถ้ามีเงินทุนน้อย ซึ่งไม่เพียงพอในการสร้างโรงงานเอง ก็สามารถจ้างโรงงานที่รับผลิตครีมให้ผลิตสินค้าออกมาให้ก็ได้ แต่ในการจ้างโรงงานนั้นจะต้องดูและพิจารณาโรงงานผลิตครีมที่ได้มาตรฐานรองรับ เพื่อให้ได้สินค้าที่ได้มาตรฐานพร้อมออกจำหน่าย

กลุ่มสินค้าที่ต้องการผลิต

เราต้องมากำหนดกันว่าผลิตครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกลุ่มไหน เช่น ครีมบำรุงหน้า ครีมกันแดด ครีมลดฝ้า กระจุดด่างดำ โฟมเจลล้างหน้า เจลล้างมือ ครีมบำรุงใต้ดวงตา โดยสินค้าที่ต้องการผลิตนั้นต้องอ้างอิงจากปัญหาส่วนใหญ่ที่กลุ่มลูกค้าพบเจอ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและนำไปสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้น

วิจัย พัฒนา คิดค้นสูตร

ข้อนี้นั้นจะเป็นข้อที่สำคัญที่สุดเพราะจะทำให้แบรนด์นั้นแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ โดยโรงงานรับผลิตครีมนั้นจะมีทีมวิจัยและพัฒนาสูตร หรือที่เรียกว่าทีม R&D เพื่อทำหน้าที่ในการคิดค้นและจัดทำสูตรต้นตำรับ ที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า โดยในแต่ละแบรนด์ก็จะสูตรลับเฉพาะที่เป็นสูตรของตัวเองกันทั้งนั้น ดังนั้นผู้คิดค้นสูตรจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับส่วนประกอบในสูตรว่า มีหน้าที่อะไร มีคุณสมบัติอย่างไร ต้องใช้สัดส่วนเท่าไหร่ในการผสม และพัฒนาสูตรให้เหมาะสมทั้งคุณภาพ สี กลิ่น ก่อนที่จะเริ่มผลิตจริง

กระบวนการผลิต

กระบวนการผลิตนั้นจะต้องมีการควบคุมการผลิตให้เป็นตามวิธีที่กำหนด ต้องมีการควบคุมตัวแปรต่าง ๆ ให้เหมาะสม เช่น การปนเปื้อนของเชื้อ ความชื้น ความคงตัว และอื่น ๆ อีกมายมาก ซึ่งจะต้องระวังมากสำหรับโรงงานที่เป็นของตัวเอง แต่ถ้าหากจ้างโรงงานผลิตครีมที่ได้มาตรฐานผลิตนั้นก็สามารถวางใจได้ส่วนหนึ่ง เพราะโรงงานเหล่านี้จะมีการตรวจสอบกระบวนการผลิตอยู่แล้ว

การควบคุมคุณภาพ

เมื่อทำการผลิตครีมเป็นอันเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องมีการ QC หรือการตรวจสอบคุณภาพ โดยจะมีต้องวิเคราะห์คุณลักษณะภายนอก ลักษณะทางกายภาพ และลักษณะทางเคมีของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นสี กลิ่น เนื้อ ความสะอาด การปนเปื้อนของเชื้อ และอีกมากมาย เพื่อให้สินค้าออกมามีคุณภาพพร้อมจำหน่าย

การบรรจุ

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ลืมไม่ได้ เพราะการบรรจุภัณฑ์ที่ดี การล้างขวดด้วยระบบไอน้ำ การอบแห้งด้วยตู้อบลมร้อน Hot Air Oven และการบรรจุด้วยเทคนิคที่ปราศจากเชื้อ Sterile Technique นับเป็นส่วนสำคัญในขั้นตอนการผลิตขั้นตอนหนึ่ง เพราะจะทำให้ครีมปราศจากการปนเปื้อน ทำให้สามารถเก็บรักษาครีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีอายุการใช้งานมากขึ้น

การจดแจ้งเลข อย.

การจดเลข อย. นั้นจะทำให้สินค้าของเราได้มาตรฐานมากขึ้น ทำให้ผู้ที่สนใจสามารถซื้อได้อย่างไม่ลังเลเพราะสินค้าได้รับการจดเลข อย. อย่างถูกกฎหมาย

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : kovic.co.th

ความแตกต่างของเนื้อครีมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

ความแตกต่างของเนื้อครีมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

ชีวิตของคนเราในปัจจุบันนั้นจะต้องเจอกับอะไรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ควัน มลพิษต่าง ๆ แสงแดดรวมไปถึงความเครียดจากการทำงาน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอยต่าง ๆ และผิวที่แก่ก่อนวัย ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิงนั้นจะต้องหันมาบำรุงและดูแลผิวพรรณกัน เพราะอยากจะให้ผิวพรรณนั้นดูสวย สดใส ไม่มีริ้วรอยต่าง ๆ จึงทำให้ผลิตภัณฑ์อย่างครีมบำรุงผิวนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก จึงทำให้มีหลายคนสนใจที่จะจับธุรกิจครีมบำรุงผิวด้วยเช่นกัน แต่ก็หน้านั้นเจ้าของแบรนด์จะต้องรู้ความแตกต่างของเนื้อครีมแต่ละประเภทก่อน ซึ่งมีดังต่อไปนี้

ครีม (Cream)

ครีมนั้นส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของน้ำมันกับน้ำ ซึ่งจะมีเข้มข้นของเนื้อครีมสูงมากที่สุดในบรรดาเนื้อครีมทั้งหมด แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกันก็คือ การดูดซึมเนื้อครีมเข้าสู่ผิวพรรณนั้นจะช้ากว่าเนื้อครีมประเภทอื่น ๆ โดยเนื้อครีมที่นิยมใช้กันในปัจจุบันนั้นอาจจะมีการใส่ส่วนผสมของสาร Active Ingredients เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ โดยครีมนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ใบหน้าลอกและเกิดริ้วรอยอ่อนวัยได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น

โลชั่น (Lotion)

โลชั่น นั้นจะมีลักษณะคล้ายครีมอย่างมาก แต่จะมีส่วนประกอบของน้ำมากกว่าเนื้อครีมและยังสามารถเพิ่มส่วนผสมของสาร Active Ingredients, วิตามิน หรือสารสกัดบำรุงผิวชนิดอื่น ๆ ลงในเนื้อโลชั่นได้ ซึ่งจะทำให้เห็นผลการเปลี่ยนอปลงของผิวมากขึ้นกว่าเดิม โดยเนื้อโลชั่นนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวธรรมดาหรือผิวผสม

เจล (Gel)

เนื้อเจล เป็นเนื้อครีมที่มีการผสมน้ำมันในปริมาณที่น้อยหรือไม่มีเลย ซึ่งในกระบวนการผลิตจะใส่สารที่ทำให้เกิดเนื้อเจล แล้วนำมาปั่นรวมกับสารอื่น ๆ เช่นสารบำรุง น้ำ น้ำหอมเป็นต้น โดยจะมีเนื้อสัมผัสคล้าย ๆ เจล ซึ่งเป็นสารประเภท Polymer โครงสร้างภายในเนื้อเจลนั้นสามารถอุ้มน้ำได้จำนวนมาก โดยเนื้อเจลนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ผิวมีสิวมากที่สุด

ซีรั่ม (Serum)

เนื้อซีรั่มส่วนใหญ่นั้นจะเป็นแบบใส มีเนื้อสัมผัสที่บางเบาเมื่อเทียบกับเนื้อครีมประเภทอื่น เนื้อซีรั่มมีลักษณะเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก อุดมไปด้วยสารอาหารที่เข้มข้น ทำให้เห็นผลที่ชัดเจนได้ระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ และยังสามารถซึมซับการบำรุงเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว บำรุงผิวพรรณได้อย่างล้ำลึก เหมาะกับทุกสภาพผิว

เอสเซ้นส์ (Essence)

เอสเซ้นส์ นั้นจะมีลักษณะคล้ายเนื้อซีรั่ม แต่จะมีสีที่เข้มข้นมากกว่าซีรั่มทั่วไป เนื่องจากมีส่วนผสมเพิ่มความเข้มข้นในปริมาณสูงสุด สามารถดูดซึมเข้าผิวได้อย่างรวดเร็ว เกลี่ยง่ายและทำให้การบำรุงผิวนั้นมีประสิทธิภาพที่เห็นผลชัดเจน

ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวแต่ละประเภทนั้นจะมีการใช้เนื้อครีมที่แตกต่างกัน เพื่อที่จะช่วยบำรุงผิวได้ตรงตามความต้องการ ดังนั้นเวลาผลิตครีม หรือผลิตเครื่องสำอางควรที่จะต้องรู้เกี่ยวกับเนื้อครีมแต่ละประเภทและความแตกต่างกันของเนื้อครีมด้วย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ได้คุณภาพ หรือแม้กระทั่งการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเช่นกัน เพื่อให้ได้ผลดีควรเลือกเนื้อครีมที่ตรงกับความต้องการ

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย