เรื่อง

รู้ได้อย่างไร ? แอลกอฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อโรค ได้มาตรฐาน

รู้ได้อย่างไร ? แอลกอฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อโรคได้มาตรฐาน

ในยุค โควิด-19 ระบาด ทำให้ความต้องการในการใช้แอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อทำความสะอาดมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงผลิตแอลกอฮอล์ทั้งแบบน้ำและแบบเจลออกมารองรับความต้องการของผู้บริโภค เราจะรู้ได้อย่างไรแอลกอฮอล์ที่เราใช้อยู่นั้นได้มาตรฐาน ปลอดภัย ไม่ทำอันตรายต่อสุขภาพ  เรามาหาความรู้เพิ่มเติมเรื่องแอลกอฮอล์กันดีกว่า

แอลกอฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อ โดยทั่วไป มี 2 ชนิด คือ 
                    1.เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) 
                    2.ไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์ (Isopropyl Alcohol) 

ปัจจุบันมีความต้องการในการใช้แอลกอฮอล์ในการฆ่าเชื้อสูงขึ้น ส่งผลให้แอลกอฮอล์ทั้ง 2 ชนิด มีราคาสูงขึ้นจึงมีคนนำ เมทิลแอลกอฮอล์ (Methyl Alcohol) หรือ เมทานอลซึ่งมีราคาถูกกว่ามาใช้แทน สังเกตง่าย ๆ เมทิลแอลกอฮอล์จะนิยมใช้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรมการทำเฟอร์นิเจอร์ เช่น สีทาไม้ น้ำมันเคลือบเงา ยาลอกสี ฯลฯ เมทิลแอลกอฮอล์ไม่สมควรนำมาใช้ในการฆ่าเชื้อเนื่องจากมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อต่ำและยังมีพิษรุนแรง คือ
                   • ทำให้ระคายเคืองผิวหนัง
                   • หากสูดดมเข้าไปจะส่งผลกระทบต่อสมองและระบบประสาท
                   • หากรับประทานจะทำให้ตาบอดและเสียชีวิต

แอลกอฮอล์ที่ปลอดภัย
• มีความเข้มข้นของเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) และ ไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์ (Isopropyl Alcohol) มากกว่า 70% จะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้
• ไม่ผสมเมทิลแอลกอฮอล์ (Methyl Alcohol) 

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเมทิลแอลกอฮอล์?
1. นำด่างทับทิม 1 เกล็ดเล็ก ละลายในน้ำส้มสายชู 1-3 มิลลิลิตร จะได้สารละลายสีบานเย็น
2. เติมสารละลายด่างทับทิม 1 มิลลิลิตร ลงในแอลกอฮอล์ที่ต้องการทดสอบประมาณ 3 มิลลิลิตร 
3. คนให้สารละลายเป็นเนื้อเดียวกัน จับเวลาแล้วสังเกตการเปลี่ยนสีของแอลกอฮอล์ 
– เมทิลแอลกอฮอล์สีจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล (สีสนิม) ในช่วง 20 นาที
– เอทิลแอลกอฮอล์จะเปลี่ยนเป็นสีสนิมที่ชัดเจนภายใน 15 นาที (สำหรับแอลกอฮอล์น้ำ) และ 20 นาที (สำหรับแอลกอฮอล์เจล)
– ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์จะเปลี่ยนเป็นสีสนิมที่ชัดเจนภายใน 5 นาที
(วิธีนี้สามารถทดสอบได้กับแอลกอฮอล์ทั้งแบบน้ำและแบบเจล)

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://kovic.co.th/



ความแตกต่างของเนื้อครีมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

ความแตกต่างของเนื้อครีมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

ชีวิตของคนเราในปัจจุบันนั้นจะต้องเจอกับอะไรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ควัน มลพิษต่าง ๆ แสงแดดรวมไปถึงความเครียดจากการทำงาน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอยต่าง ๆ และผิวที่แก่ก่อนวัย ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิงนั้นจะต้องหันมาบำรุงและดูแลผิวพรรณกัน เพราะอยากจะให้ผิวพรรณนั้นดูสวย สดใส ไม่มีริ้วรอยต่าง ๆ จึงทำให้ผลิตภัณฑ์อย่างครีมบำรุงผิวนั้นได้รับความนิยมอย่างมาก จึงทำให้มีหลายคนสนใจที่จะจับธุรกิจครีมบำรุงผิวด้วยเช่นกัน แต่ก็หน้านั้นเจ้าของแบรนด์จะต้องรู้ความแตกต่างของเนื้อครีมแต่ละประเภทก่อน ซึ่งมีดังต่อไปนี้

ครีม (Cream)

ครีมนั้นส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของน้ำมันกับน้ำ ซึ่งจะมีเข้มข้นของเนื้อครีมสูงมากที่สุดในบรรดาเนื้อครีมทั้งหมด แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกันก็คือ การดูดซึมเนื้อครีมเข้าสู่ผิวพรรณนั้นจะช้ากว่าเนื้อครีมประเภทอื่น ๆ โดยเนื้อครีมที่นิยมใช้กันในปัจจุบันนั้นอาจจะมีการใส่ส่วนผสมของสาร Active Ingredients เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ โดยครีมนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ใบหน้าลอกและเกิดริ้วรอยอ่อนวัยได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น

โลชั่น (Lotion)

โลชั่น นั้นจะมีลักษณะคล้ายครีมอย่างมาก แต่จะมีส่วนประกอบของน้ำมากกว่าเนื้อครีมและยังสามารถเพิ่มส่วนผสมของสาร Active Ingredients, วิตามิน หรือสารสกัดบำรุงผิวชนิดอื่น ๆ ลงในเนื้อโลชั่นได้ ซึ่งจะทำให้เห็นผลการเปลี่ยนอปลงของผิวมากขึ้นกว่าเดิม โดยเนื้อโลชั่นนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวธรรมดาหรือผิวผสม

เจล (Gel)

เนื้อเจล เป็นเนื้อครีมที่มีการผสมน้ำมันในปริมาณที่น้อยหรือไม่มีเลย ซึ่งในกระบวนการผลิตจะใส่สารที่ทำให้เกิดเนื้อเจล แล้วนำมาปั่นรวมกับสารอื่น ๆ เช่นสารบำรุง น้ำ น้ำหอมเป็นต้น โดยจะมีเนื้อสัมผัสคล้าย ๆ เจล ซึ่งเป็นสารประเภท Polymer โครงสร้างภายในเนื้อเจลนั้นสามารถอุ้มน้ำได้จำนวนมาก โดยเนื้อเจลนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ผิวมีสิวมากที่สุด

ซีรั่ม (Serum)

เนื้อซีรั่มส่วนใหญ่นั้นจะเป็นแบบใส มีเนื้อสัมผัสที่บางเบาเมื่อเทียบกับเนื้อครีมประเภทอื่น เนื้อซีรั่มมีลักษณะเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก อุดมไปด้วยสารอาหารที่เข้มข้น ทำให้เห็นผลที่ชัดเจนได้ระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ และยังสามารถซึมซับการบำรุงเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว บำรุงผิวพรรณได้อย่างล้ำลึก เหมาะกับทุกสภาพผิว

เอสเซ้นส์ (Essence)

เอสเซ้นส์ นั้นจะมีลักษณะคล้ายเนื้อซีรั่ม แต่จะมีสีที่เข้มข้นมากกว่าซีรั่มทั่วไป เนื่องจากมีส่วนผสมเพิ่มความเข้มข้นในปริมาณสูงสุด สามารถดูดซึมเข้าผิวได้อย่างรวดเร็ว เกลี่ยง่ายและทำให้การบำรุงผิวนั้นมีประสิทธิภาพที่เห็นผลชัดเจน

ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวแต่ละประเภทนั้นจะมีการใช้เนื้อครีมที่แตกต่างกัน เพื่อที่จะช่วยบำรุงผิวได้ตรงตามความต้องการ ดังนั้นเวลาผลิตครีม หรือผลิตเครื่องสำอางควรที่จะต้องรู้เกี่ยวกับเนื้อครีมแต่ละประเภทและความแตกต่างกันของเนื้อครีมด้วย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ได้คุณภาพ หรือแม้กระทั่งการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเช่นกัน เพื่อให้ได้ผลดีควรเลือกเนื้อครีมที่ตรงกับความต้องการ

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย