เรื่อง

5 เทคนิคเลือกบรรจุภัณฑ์ให้ได้เปรียบคู่แข่ง

5 เทคนิคเลือกบรรจุภัณฑ์ให้ได้เปรียบคู่แข่ง

ไม่ว่าจะแวดวงไหนหรือธุรกิจไหนก็จะต้องมีการแข่งขันในทุกที่ ไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่ง โดยเฉพาะธุรกิจอาหารเสริมที่กำลังเป็นที่นิยมในลาดอยู่ตลอดนี้ การแข่งขันจะต้องคอยจับตาดูทุกฝีก้าว เพราะมีคู่แข่งรายใหม่โผล่ขึ้นมาตลอดเวลา เฉพาะฉะนั้นการได้เปรียบคู่แข่งจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่จะทำให้สินค้าของเราสามารถขายได้มากขึ้น ซึ่งหนึ่งในวิธีที่จะทำให้ได้เปรียบคู่แข่งก็คือ การเลือกบรรจุภัณฑ์ โดยวันนี้เราก็มีเทคนิคการเลือกบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งกัน โดยมีดังนี้

Safer

บรรจุภัณฑ์ควรมีความปลอดภัย เป็นหัวใจสำคัญเลยที่ต้องคำนึงถึง ซึ่งปลอดภัยในที่นี้เช่นการเลือกพลาสติกชนิดที่เหมาะสำหรับสินค้านั้น ๆ ต้องมีการทดสอบบรรจุภัณฑ์ร่วมกับเนื้อสินค้า ทดสอบสภาวะต่าง ๆ ที่สินค้าต้องเจอระหว่างการเดินทางเพื่อจะป้องกันปัญหา อาจต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อเด็กที่เผื่อมาจับเล่น หรือตัวบรรจุภัณฑ์มีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

Smarter

บรรจุภัณฑ์ต้องมีความฉลาด หมายความว่าการจะเลือกบรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นกระปุก ขวด กล่อง อะไรเหล่านี้ต้องสามารถทำงานได้เหมาะสมกับสินค้าแบบถ้าผู้ใช้ได้ลองใช้แล้วรู้สึกอะเมซิ่ง เช่นครีมผสมวิตามินซีที่บรรจุในแพกเกจแก้วสีชาแบบ Airless ทำให้เนื้อเปลี่ยนสีระหว่างใช้ หรือขวดคลีนซิ่งที่เมื่อเปิดใช้แล้ว สามารถพกไปที่ต่าง ๆ ได้ไม่หกเลอะระหว่างเดินทาง

Simpler

บรรจุภัณฑ์ควรเรียบง่ายอย่างที่ควรจะเป็น ข้อนี้ไม่ได้หมายความว่าให้ออกแบบคลีน ๆ โล้น ๆ ดูไม่มีอะไร แต่หมายถึงบางครั้งสำหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์บางอย่างก็ไม่ต้องใส่เทคโนโลยีอะไรเข้าไปเยอะถ้ามันไม่ได้จำเป็นต่อตัวสินค้า

Save Money

บรรจุภัณฑ์ต้องช่วยเซฟเงินให้ธุรกิจ ยกตัวอย่างเคสที่หลายคนลืมคิดไปก็คือการเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ทำให้การขนส่งสะดวก จัดวางในตู้ขนทีนึงได้ปริมาณเยอะคุ้มเงิน เพราะนึกภาพว่าเราออกแบบกล่องมาแบบวิจิตรพิศดาลมาก สวยปัง แต่ตอนขนส่งจากปกติลังนึงบรรจุได้ 100 กล่อง ส่ง 1 รอบหมด กลายเป็นลังนึงบรรจุได้ 20 กล่องต้องส่ง 2 – 3 รอบอย่างนี้ต้องคิดว่าผลตอบแทนกับต้นทุนจะคุ้มไหม

Make Money

บรรจุภัณฑ์หาเงินได้ เมื่อเราเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะกี่ชั้นก็ตาม ต้องมั่นใจในสิ่งที่เลือกว่าลูกค้าเห็นแล้วคันไม่คันมือ อยากจะควักเงินขึ้นมาจ่ายรัว ๆ แม้ยังไม่ได้สัมผัสสินค้าข้างใน นั่นก็คือบรรจุภัณฑ์ต้องสื่อและขายได้ด้วยตัวเอง

ถึงแม้ว่าการเลือกบรรจุภัณฑ์จะเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ได้เปรียบคู่แข่ง แต่ความเป็นจริงแล้วอาหารเสริมที่มีคุณภาพ ปลอดภัยนั้นจะสามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้จริง ๆ ถึงบรรจุภัณฑ์จะสวยจริง ดึงดูดจริง แต่สินค้าไม่ได้คุณภาพ ลูกค้าก็จะมาซื้อได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น โดยอาหารเสริมที่มีคุณภาพนั้นก็จะมาจากโรงงานที่รับผลิตอาหารเสริมที่มีคุณภาพ ได้รับมาตรฐานรับรอง

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://kovic.co.th/

โรงงานรับผลิตสบู่แบบไหนที่ไม่ควรใช้บริการ

โรงงานรับผลิตสบู่แบบไหนที่ไม่ควรใช้บริการ

ในโลกแห่งธุรกิจด้านความสวยความงาม นอกจากธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอางจะแข่งขันกันอย่างดุเดือดแล้ว ยังมีอีกธุรกิจหนึ่งที่แข่งขันตาม ๆ กันมา นั่นก็คือ ธุรกิจสบู่ เพราะในปัจจุบันสบู่ไม่ได้แค่ช่วยทำความสะอาดร่างกายอีกต่อไป เพราะสบู่ในปัจจุบันสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอย ลดสิว ช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใสขึ้น นอกจากนี้ยังมีสบู่สำหรับผิวหน้าโดยเฉพาะอีกด้วย ทำให้โดยสบู่มาเป็นที่นิยมไม่แพ้อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางสำหรับดูแลผิวพรรณ ส่งผลให้มีผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของแบรนด์สบู่มากขึ้น เนื่องจากไม่อยากขายอาหารเสริม หรือคิดว่าสบู่น่าจะสามารถขายได้ดีกว่า

โดยในการเลือกโรงงานรับผลิตสบู่ เพื่อทำการผลิตสบู่เป็นปัจจัยเริ่มต้นที่บ่งบอกว่าการทำแบรนด์สบู่ของคุณนั้นมีการผลิตที่ดีมีคุณภาพหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อการผลิตสบู่ที่น่าเชื้อทั้งในแง่ของภาพลักษณ์ของสบู่ และในแง่ของผลลัพธ์จาการใช้งานจริงของลูกค้า ส่งผลถึงยอดขาย กำไรที่จะตามมาของผลิตภัณฑ์ เมื่อการเลือกโรงงานรับผลิตสบู่เป็นปัจจัยที่สำคัญ ดังนั้นในการพิจารณาเลือกใช้บริการโรงงงานรับผลิตสบู่ จึงเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจเป็นอย่างมาก ซึ่งสิ่งที่เราจะกว่าถึงต่อจากนี้คือ ลักษณะของโรงงานรับผลิตที่ไม่ควรใช้บริการ และควรหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด ซึ่งมีดังต่อไปนี้

โรงงานรับผลิตสบู่ที่ไม่ได้รับการรับรอง

การเลือกใช้บริการโรงงานที่ไม่มีอะไรรับรองเลย จะเป็นการเลี่ยงที่จะเจอโรงงานรับผลิตสบู่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ยิ่งราคาถูก ไม่มีอะไรรับประกัน ขึ้นตอนการผลิตสบู่อาจจะทำแบบไม่ใส่ใจ ซึ่งก็อาจจะส่งเสียและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเกิดปัญหาถึงการจำหน่ายสบู่ในระยะยาวได้ด้วย

โรงงานรับผลิตสบู่ที่ไม่มีบริการหลังการขาย

การสั่งผลิตสบู่ หากเลือกโรงงานที่ไม่ใส่ใจในเรื่องของการบริการหลังการขายเลย ก็จะทำให้สูญเสียโอกาสอีกมากมาย ไม่ว่าจะต้องเสียเงินเพิ่มกรณีที่สบู่เกิดการใช้จากลูกค้า สูญเสียค่าใช้จ่ายจากการต้องวิ่งไปมาเพื่อหาวิธีแก้ไขปัญหาอะไรต่างๆ ด้วยตัวเอง ทุกอย่างเป็นทุนที่เสียไปหมด

ดังนั้นการเลือกโรงงานรับผลิตสบู่ที่มีบริหารหลังการขายจะดีกว่า ถึงแม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูง แต่ในระยะยาวก็จะคุ้มกว่าอย่างแน่นอน

โรงงานรับผลิตสบู่ที่ไม่มีที่ตั้งแน่นอน

ถ้าหากเป็นประเภทที่รับจ็อบแบบครั้งคราว ควรที่จะรีบหลีกเลี่ยงในการใช้บริการ เพราะว่าการเลือกโรงงานที่ไม่มีที่ตั้งแน่นอนจะติดตามงานยาก มีปัญหาอะไร เมื่อโทรศัพท์ไปก็อาจจะไม่รับและติดต่อไม่ได้ และอาจจะต้องมานั่งปวดหัวเองทีหลังอีก

โรงงานรับผลิตสบู่ที่มีประวัติแย่

ควรดูรีวิวของลูกค้าที่เคยใช้บริการของแต่ละโรงงานก่อน เพราะ รีวิวประวัติการใช้บริการจากหลายๆ คนหลาย ๆ ที่ จะเป็นตัวบ่งบอกถึงคุณภาพการให้บริการทั้งในแง่การผลิตสบู่และในแง่อื่นๆ ของโรงงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งโรงงานรับผลิตสบู่ที่มีประวัติดีก็มีมากมายให้เลือก และอย่าเผลอไปเลือกใช้บริการโรงงานที่มีประวัติแย่ ๆ ถึงแม้จะมีราคาที่ถูกกว่าก็ตาม

ลักษณะโรงงานรับผลิตสบู่ที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างที่กล่าวไปแล้วนั้น ก็ควรลองนำเอาไปพิจารณาว่าโรงงานรับผลิตสบู่ที่คุณกำลังจะเลือกนั้นเข้าข่ายหรือเปล่า ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นเป็นสิ่งที่สำคัญ คือปัจจัยสำคัญทั้งการรับรองของโรงงาน การให้บริการหลังการขายและประวัติการมีชื่อเสียงของโรงงาน จะเป็นตัวช่วยในการคัดกรองโรงงานที่ดีมีคุณภาพให้กับคุณเป็นอย่างดี

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล : https://kovic.co.th/

เทคนิคการตั้งชื่อแบรนด์ให้ปัง

เทคนิคการตั้งชื่อแบรนด์ให้ปัง

การมีแบรนด์อาหารเสริม แบรนด์เครื่องสำอาง แบรนด์ครีมที่มีเอกลักษณ์ สามารถจดจำได้ง่าย เป็นที่รู้จักนั้น ก็สำคัญไม่น้อยกว่าคุณภาพของตัวสินค้า เพราะถ้าหากตัวสินค้ามีคุณภาพ แต่ไม่มีความโดดเด่นให้น่าจดจำเลย ก็ไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของแบรนด์ได้ ดังนั้นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ โลโก้ หรือแม้แต่ชื่อสินค้า แต่ยอมรับการว่าผู้บริโภคมักจะมองชื่อสินค้าเป็นอันดับแรก ๆ ถ้าหากเจ้าของแบรนด์ตั้งชื่อสินค้าให้เป็นที่สนใจได้ก็จะสามารถสร้างการจดจำในตัวสินค้า โดยในวันนี้ทางโควิกได้มีเทคนิคการตั้งชื่อแบรนด์ให้ปังมาฝากกัน โดยมีดังต่อไปนี้

ยึดกฎสากล 6 ตัวอักษร 3 พยางค์

เป็นกฎในต่างประเทศที่ไว้ตั้งชื่อภาษาอังกฤษ ซึ่งจะต้องไม่เกิน 6 ตัวอักษรและออกเสียงไม่เกิน 3 พยางค์ จุดประสงค์เพื่อให้ชื่อกระชับ ออกเสียงง่าย จำง่าย ต้องติดปากคนทั่วไป อย่างเช่นแบรนด์ดัง ๆ อย่าง Nike, Dior ส่วนชื่อที่เป็นภาษาไทยก็ควรจะคำนึงถึงความกระชับ เช่น Xerox, มาม่าหรือแฟ้บ ก็สามารถติดปากจนเป็นชื่อเรียกแทนผลิตภัณฑ์ได้เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อมีแบรนด์เกิดขึ้นมามากมาย ทำให้การทำสิ่งที่แตกต่างเป็นสิ่งที่ทำให้เราโดดเด่น อย่างเช่น โชกุบุสสึ โมโนกาตาริ ดังนั้นเราอาจจะไม่ต้องซีเรียสกับจำนวนตัวอักษรและพยางค์มากนัก แต่คำนึงถึงความเหมาะสมดีกว่า

เรียบง่ายเข้าไว้

การตั้งชื่อแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ เราควรจะตั้งชื่อที่ง่าย ๆ สามารถเข้าถึงได้ง่าย จดจำได้ง่ายเช่นจะขายครีมผิวขาว อาจจะตั้งชื่อว่า White Shadow ซึ่งจะง่ายกว่าชื่อแบบ International Beauty Cream by ABC หรือการตั้งชื่อแบรนด์ครีมกันแดด ควรตั้งชื่อแบรนด์ ให้สื่อความหมายของครีมกันแดด หรือกระทั่ง KFC ก็เป็นการย่อชื่อจากชื่อเก่า Kentucky Fried Chicken การตั้งชื่อที่สะกดยาก ออกเสียงยากนั้นควรหลีกเลี่ยงเพราะจะทำให้แบรนด์ไม่น่าจดจำ

แตกต่างเด่นกว่า

ชื่อดีในการตั้งชื่อแบรนด์นั้นมีมากมาย แต่การจะตั้งชื่อจะต้องดูคู่แข่งด้วยเพื่อความโดดเด่นและแตกต่าง ซึ่งถ้าหากชื่อเหมือนกันเกินไปก็อาจจะถูกเปรียบเทียบ หรือโดนกล่าวหาว่าเป็นแบรนด์ล้อเลียนได้ แม้เราจะเถียงว่าไม่ได้เลียนแบบ ก็คงมีส่วนน้อยที่เชื่อ หรือการใช้ชื่อที่มันดูโหล ๆ ที่คนส่วนใหญ่ใช้กันอย่างเช่น ครีมของเอ ครีมน้องบี จะทำให้เกิดความสับสนว่าสนค้าไหนเป็นของเรากันแน่และจะทำให้ผู้บริโภคจำแบรนด์ของเราไม่ได้ในที่สุด

เลือกแนวทางตั้งชื่อ

โดยแนวทางตั้งชื่อนั้นสามารถแยกออกได้หลายวิธีดังนี้

  • ตั้งชื่อโดยบรรยายธุรกิจของเรา เช่น Microsoft, Miss lily, Master Card
  • ไม่เกี่ยวกับเราเลย แต่ปลุกเร้าได้สื่อความหมายได้ เช่น Big C
  • ชื่อที่ไม่มีความหมายแต่จำได้ง่าย เช่น Google
  • เอาวิธีข้างต้นมาผสมกันและอาจจะเล่นคำลงไปเช่น salz

ชื่อที่มีลักษณะเป็น Platform เพื่อต่อยอดสินค้าและบริการ

หมายถึงการตั้งชื่อกลาง ๆ เพื่อเป็นชื่อแบรนด์หลักที่สามารถเติมชื่อพ่วงท้าย กลายเป็นแบรนด์ย่อย ๆ ของสินค้าใหม่ได้ อย่างเช่น Sony ก็แตกเป็น Sony Music, Sony Computer Entertainment ซึ่งการตั้งชื่อแบบนี้มีข้อดีคือ เราจะประหยัดทั้งงบ ทั้งเวลา เพราะแม้ว่าเราจะมีแบรนด์สินค้าตัวใหม่ขึ้นมายังไงคนก็จดจำแบรนด์ใหญ่ของเราได้อยู่แล้ว

ชื่อสินค้านั้นมีความสำคัญก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือคุณภาพของสินค้า เพราะคุณภาพของสินค้าจะช่วยส่งผลถึงชื่อเสียงของแบรนด์โดยตรง สามารถทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำแบรนด์ได้อีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งถ้าหากสินค้าของแบรนด์ไม่ได้คุณภาพก็จะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของแบรนด์เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะตั้งชื่อมาเพราะและน่าจดจำแค่นั้นถ้ายังไงเรื่องคุณภาพก็ต้องมาก่อนเสมอ

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : https://www.premacare.co.th/