เช็คให้ดีคำโฆษณาเกินจริงที่ห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

เช็คให้ดีคำโฆษณาเกินจริงที่ห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

เมื่อไม่นานมานี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ทำการแจ้งคำที่ไม่อนุญาตให้ใช้ประกอบการโฆษณาอวดสรรพคุณอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารออกมาใหม่ ซึ่งการเพื่อให้การอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีควาทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน มีความชัดเจน และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งมาตรา 40 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร อันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวง ให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในตลาดปัจจุบันมีมากมายหลายแบรนด์ โดยเฉพาะตลาดออนไลน์ที่มีการแข่งขันสูง เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าในแต่ละวันผู้บริโภคจะเห็นผลิตภัณฑ์เสริมจากแบรนด์ไหนบ้าง ดังนั้นการโฆษณาด้วยคำพูดต่าง ๆ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค

ซึ่งสำหรับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น อาจจะมีการโฆษณาเกินจริงในผลิตภัณฑ์บางตัว เพื่อให้สินค้าเป็นที่สนใจจากลูกค้า และทำการซื้อขายสินค้าได้มากขึ้น แต่นั่นก็คือเปรียบเหมือนกันหลอกลวง เพราะจริง ๆ แล้วสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ไม่ได้เป็นอย่างที่โฆษณาไว้ ดังนั้นเพื่อป้องกันเรื่องกล่าว ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจึงได้ทำการประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2564 โดยระบุคำที่ไม่อนุญาตในการโฆษณาคุณภาพ คุณประโยชน์ หรือสรรพคุณของอาหาร ดังต่อไปนี้

คำที่ไม่อนุญาตในการโฆษณาคุณภาพ คุณประโยชน์ หรือสรรพคุณของอาหารเช่น

  • ศักดิ์สิทธิ์ มหัศจรรย์ ปาฏิหาริย์ วิเศษ
  • เลิศที่สุด ดีเลิศ ชนะเลิศ เลิศเลอ ล้ำเลิศ เลิศล้ำ
  • ยอด ยอดเยี่ยม ยอดไปเลย เยี่ยมยอด เยี่ยมไปเลย สุดยอด
  • ที่หนึ่ง หนึ่งเดียว ที่หนึ่งเลย
  • ที่สุด ดีที่สุด ดีเด็ด สูงสุด
  • เด็ดขาด หายห่วง หายขาด หมดกังวล
  • สุดเหวี่ยง
  • ไม่มีผลข้างเคียง ไร้ผลข้างเคียง
  • อย. รับรอง ปลอดภัย
  • เห็นผลเร็ว

ข้อความที่ไม่อนุญาตในการโฆษณาอาหาร รวมถึงการใช้ภาพที่สื่อให้เข้าใจได้ในความหมายเดียวกัน

ข้อความที่สื่อแสดงสรรพคุณอันทำให้เข้าใจว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษา ป้องกัน โรคหรืออาการของโรคหรือความเจ็บป่วยเช่น

  • ลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง เนื้องอก โรคเบาหวาน หลอดเลือดแข็งตัว ภูมิแพ้ หอบหืด
  • บรรเทาอาการปวดหัว ไมเกรน อาการชา บวมและเส้นเลือดขอด
  • แก้ปัญหาปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการตกขาว
  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
  • ป้องกันหรือต่อต้านเชื้อโรค เช่น เชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ไข้หวัด แบคทีเรีย เป็นต้น
  • รักษาโรคติดเชื้อ
  • เพิ่มความจำ แก้อาการหลงลืม ความจำเสื่อม รักษาโรคอัลไซเมอร์
  • รักษาอาการซึมเศร้า นอนไม่หลับ
  • รักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ไขมันพอกตับ
  • รักษาโรคไตเสื่อม นิ่วในไต
  • รักษาโรคเกาต์ รูมาตอยด์ เอสแอลดี
  • บรรเทาอาการข้ออักเสบ ข้อเข่าเสื่อม ปวดเข่า ปวดกล้ามเนื้อ  กล้ามเนื้ออักเสบ
  • รักษาโรคต้อ วุ้นในตาเสื่อม กระจกตาเสื่อม จอประสาทตาเสื่อม ตาแห้ง เคืองตา แสบตา
  • บรรเทาอาการหูอื้อ ฟื้นฟูการได้ยิน
  • รักษาโรคริดสีดวงทวาร กรดไหลย้อน
  • รักษาโรคปอดอักเสบ วัณโรค หลอดลมอักเสบ ไอเรื้อรัง
  • รักษาโรคผิวหนังอักเสบ สะเก็ดเงิน

ข้อความที่สื่อแสดงให้เข้าใจว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกาย หน้าที่อวัยวะ หรือระบบการทำงานของร่างกาย เช่น

  • ปรับสมดุลให้ร่างกาย ฟื้นฟูร่างกายหรืออวัยวะ
  • เพิ่มน้ำนม กระตุ้นน้ำนม
  • เพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • บำรุงสมอง บำรุงประสาท บำรุงตับ บำรุงไต บำรุงสายตา หรือบำรุงอวัยวะของร่างกาย
  • เสริมสร้างหรือกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เพิ่มภูมิคุ้มกัน เพิ่มภูมิต้านทาน
  • Detox / ล้างสารพิษ ล้างลำไส้
  • ปรับสายตาสั้น – ยาว ให้เป็นปกติ
  • ขับน้ำคาวปลา ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ ลดอาการวัยทอง ร้อนวูบวาบ
  • กรอบหน้าชัด เหนียงหาย หน้ายก หน้าเรียว หนังตาตกเป็นตาสองชั้น รอยขมวดคิ้วหาย ร่องแก้มตื้น จมูกเข้ารูป

ข้อความที่สื่อแสดงให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณบำรุงกาม บำรุงเพศ หรือเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ เช่น

  • ช่วยบำรุงและเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ เสริมสร้างศักยภาพทางเพศ
  • เพิ่มสมรรถภาพท่ายชาย / หญิง เพิ่มความต้องการทางเพศชาย / หญิง
  • อาหารเสริมสำหรับชาย / หญิง
  • เพิ่มฮอร์โมนเพศ
  • เพิ่มประสิทธิภาพน้ำอสุจิให้แข็งแรง
  • เพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้นาน
  • ลดอาการหลั่งเร็ว
  • เพิ่มขนาดหน้าอก อัพไซส์
  • กระชับช่องคลอด
  • ปลุกความเป็นชาย ปลุกเซ็กส์ อึด ถึก ทน ปลุกไวฟื้นง่าย
  • กระตุ้นความเป็นหญิง
  • คืนความเป็นหนุ่ม คืนความสาว

ข้อความที่สื่อแสดงให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณเพื่อบำรุงผิวพรรณและความสวยงาม เช่น

  • ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ลดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ
  • ผิวขาว กระจ่าง ใส นุ่ม เด้ง เปล่งปลั่ง ออร่า
  • กระชับรูขุมขน / ฟื้นฟูผิว
  • ลดริ้วรอย / ลดความมันบนใบหน้า
  • ยกกระชับผิวหน้า
  • ชะลอความแก่ ดูอ่อนกว่าวัย
  • แก้ผมร่วง ผมหงอก
  • ช่วยให้ผมและเล็บแข็งแรง
  • กันแดด ท้าแดด
  • ช่วยดับกลิ่นตัว กลิ่นปาก

ข้อความที่สื่อแสดงให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณในการลดน้ำหนัก ลดความอ้วนหรือข้อความอื่นใดในทำนองเดียวกัน

  • ลดความอ้วน
  • ช่วยให้ระบายท้อง
  • สลายไขมันที่สะสมในร่างกาย ดักจับไขมัน ลดไขมันส่วนเกิน
  • ลดน้ำหนัก
  • Block / Burn / Build / Break / Firm
  • การใช้ภาพสายวัด / เครื่องชั่งน้ำหนัก / กางเกง Oversize
  • ภาพ Before / After
  • Weight Loss
  • เพรียว สลิม Slim Slen
  • ไม่โยโย่
  • กระชับสัดส่วน ลดต้นแขน ลดต้นขา ลดหน้าท้อง พุงหาย ช่วยให้แขนขาเรียว
  • หุ่นดี หุ่นสวย หุ่นเป๊ะ
  • ผอม ผอมเร่งด่วน ลดน้ำหนักถาวร
  • ลดยาก / ดื้อยา / ลดความอยากอาหาร

สรุป

การโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรโฆษณาตามความจริง บอกสรรพคุณที่เชื่อถือได้ ไม่เกินความเป็นจริง เพื่อสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นกับผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อใจในทั้งตัวผลิตภัณฑ์ และตัวแบรนด์เอง ส่งผลให้ทำการซื้อซ้ำ ดีกว่าโฆษณาเกินจริง อวดอ้างสรรพคุณต่าง ๆ เกินความเป็นจริง สิ่งเหล่านั้นจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่เชื่อถือในตัวแบรนด์ เนื่องจากหลอกลวงผู้บริโภค และทำการซื้อเพียงครั้งเดียวและไม่มีครั้งต่อไปอย่างแน่นอน

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา

www.ratchakitcha.soc.go.th

www.springnews.co.th

ปั้นแบรนด์ด้วยเทรนด์ธรรมชาติ รักษ์สิ่งแวดล้อม

ปั้นแบรนด์ด้วยเทรนด์ธรรมชาติ รักษ์สิ่งแวดล้อม

โลกร้อนขึ้นทุกวันเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้แล้ว แต่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดโลกร้อนนั้นน้อยมากที่จะตระหนักรู้ว่า แค่เพียงเปิดคอมพิวเตอร์ เปิดแอร์ ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า สบู่ ยาสีฟัน เครื่องสำอาง ทานอาหาร และอื่น ๆ อีกมากมายในชีวิตประจำวันก็ตกเป็นผู้ทำลายสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่รู้ตัว เพราะในทุกอุตสาหกรรมการผลิตที่เกิดขึ้นโดยมนุษย์นั้นยากที่จะเลี่ยงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมหรือธรรมชาติ

สร้างแบรนด์อาหารเสริม

ด้วยเหตุการณ์ภาวะโลกร้อนต่าง ๆ ทำให้ผู้คน หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ หันมาให้ความสำคัญกับการรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยหันมาสร้างภาพลักษณ์ไปจนถึงปรับผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อสร้างกระตระหนักรู้ให้เกิดในกลุ่มชน จนกลายเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดช่วยเสริมภาพลักษณ์อันดีแก่แบรนด์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์อาหารเสริมและเครื่องสำอาง ที่ผู้บริโภคหันมาสนใจแบรนด์ที่มีการเลือกสรรจากที่มาจากธรรมชาติ หรือสินค้าที่เป็นแนวรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม จึงทำให้เทรนด์รักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขยายกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ดังนั้นในวันนี้ทาง Kovic ได้มีคำแนะนำในการปั้นแบรนด์ด้วยเทรนด์ธรรมชาติ รักษ์สิ่งแวดล้อม

เทคนิคการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ ด้วยพลังรักษ์สิ่งแวดล้อม

การสร้างแบรนด์ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการผลิตอาหารเสริม การผลิตเครื่องสำอาง ผลิตครีมหรือแม้แต่การผลิตสบู่ก็ตาม อาจใช้กลยุทธ์แบบเน้นไปที่การบริโภคอย่างยิ่งยืน และสร้างการจดจำแบรนด์ที่ดีให้เกิดขึ้นในหมู่ผู้บริโภค โดยสร้างความรับรู้ว่าแบรนด์นี้เกิดขึ้นมาท่ามกลางความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงใจ ด้วยภาพลักษณ์อันชัดเจน ภายใต้เทคนิคนี้

  • Green Business จากภายในสู่ภายนอก
  • ยกระดับสู่ Green Marketing
  • สร้างความแตกต่างของแบรนด์ส่งต่อผู้บริโภค
  • ปลูกฝังค่านิยมในองค์กรรักษ์สิ่งแวดล้อม
  • รักษามาตรฐานให้ต่อเนื่อง

Green Business จากภายในสู่ภายนอก

ก่อนจะสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ผู้บริโภคจดจำได้ จะต้องเริ่มจากการทำความรู้จักตัวตนของแบรนด์ให้ท่องแท้ก่อนว่า เราคือใคร ทำอะไร และตอบโจทย์ใครได้บ้าง ภายใต้กฎ 3 ข้อคือ

  • ทำไมผู้บริโภคต้องเลือกแบรนด์เรา
  • แบรนด์เราจะโดดเด่นได้อย่างไร
  • แบรนด์จะให้ประโยชน์อะไรกับผู้บริโภค

เพื่อประเมินตัวเองให้ขาด แล้วจะทำให้รู้ถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ชัดเจน ขณะเดียวกันภายใต้โจทย์การปั้นแบรนด์ให้มีพลังจุดกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม การออกแบบโลโก้ แพ็กเก็จจิ้งต่าง ๆ ต้องใส่ใจเรื่องความเป็น Green Business ด้วย

ยกระดับสู่ Green Marketing

แม้ในเรื่องของกลยุทธ์ CSR จะมีรูปแบบหลากหลายที่แต่ละองค์กรพยายามหยิบมาใช้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในโลกของธุรกิจยุคใหม่ คำว่า “Green” ดูจะหนักแน่นและมีน้ำหนักมากกว่าประเด็นอื่น ๆ ด้วยกระแสของโลกร้อน Green Marketing ได้กลายเป็นโจทย์ให้องค์กรขนาดใหญ่และเล็กต่างนำไปคิดและทำการตีความออกมาในรูปแบบของกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง บางองค์กรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ถึงขนาดตั้งงบและวางแผนระยะยาว ที่จะใช้เรื่องนี้เป็นหนี่งในแบรนดิ้งองค์กร

สร้างความแตกต่างของแบรนด์ส่งต่อผู้บริโภค

นอกจากตัวตนของแบรนด์ การตลาดด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน การสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ให้ผู้บริโภคตระหนักรู้ว่าแบรนด์ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นหน้าที่หลักที่ผู้ประกอบการจะต้องทำก็คือ การสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนในทุกจุดสัมผัส เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นและรู้สึกแตกต่าง เช่น แบรนด์ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ ให้คุณค่ากับการใช้วัสดุแทนไม้หรือแบรนด์เครื่องดื่มที่ให้คุณค่ากับการใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล สิ่งเหล่านี้คือการนำมาเล่าถึงความแตกต่างของแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมให้ผู้บริโภคได้ตระหนักและเห็นคุณค่า

ปลูกฝังค่านิยมในองค์กรรักษ์สิ่งแวดล้อม

หากคนในองค์กรตั้งแต่พนักงานระดับล่างยันผู้บริหารระดับสูง ยังไม่รู้ว่าแบรนด์เรามีคุณค่าอะไร ก็ยากที่จะทำให้คนภายนอกหรือกลุ่มลูกค้าเข้าถึงคุณค่าของแบรนด์ได้ ดังนั้น Brand Image ควรเริ่มจากคนภายในออกไปสู่ภายนอก เพื่อให้ทุกคนกลายเป็น Brand Ambassador ด้วยตนเอง และขยายฐานรากออกไปสู่งานบริการที่อาจต้องสื่อสารแทนองค์กรหรือกับลูกค้าต่อไป

ด้วยเหตุนี้เจ้าของแบรนด์จึงต้องมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การปิดไฟ การควบคุมการใช้พลังงาน ลดการใช้กระดาษ หรือแม้แต่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนในองค์กรสามารถทำได้เพื่อโลกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

รักษามาตรฐานให้ต่อเนื่อง

อย่าให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า การให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมที่แบรนด์ทำขึ้นเป้นอะไรที่ฉาบฉวย แค่ CSR ที่ทำตามนโยบายปีต่อปีโดยไม่มีความต่อเนื่องเพียงพอ เพราะนั่นเท่ากับว่าที่ลงแรงลงเงินทุนเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ไปสู่แบรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อมนั้นเสียเปล่า

ถึงแม้ว่าวันนี้ หรือปีนี้อาจไม่เห็นผลแต่ค่อยเป็นค่อยไป และต่อเนื่องคงมาตรฐานเดิม นี่คือการเปลี่ยนแปลงแบรนด์เป็นแบรนด์ที่ใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง ดังนั้นถ้าคิดจะใช้กลยุทธ์ในการสร้างภาพลักษณ์อันดีให้แก่แบรนด์ตัวเองด้วยการรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นมิตรกับธรรมชาติก็ควรทำให้เป็นประจำสม่ำเสมอ

สรุป

การรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นมิตรต่อธรรมชาติมาเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด กระตุ้นยอดขาย ต้องตอบโจทย์ให้ได้ตั้งแต่วันแรกก่อนว่า แบรนด์พร้อมจะอยู่กับเรื่องนี้ไปอีกยาวนานหรือไม่ ถ้าเทรนด์ใหม่มาแรงจะปรับให้ไปด้วยกันกับการรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างไร โดยไม่ให้เสียภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ปูทางมานานไปพร้อม ๆ กับการเรียกยอดขายจากผู้บริโภคให้ทันเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไว

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.bangkokbanksme.com

ไขความลับเกี่ยวกับแพคเกจจิ้งแบรนด์ดัง

ไขความลับเกี่ยวกับแพคเกจจิ้งแบรนด์ดัง

ไม่ว่าจะแวดวงธุรกิจไหน ก็จะมีแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากกว่าแบรนด์อื่นเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจอาหารเสริมหรือเครื่องสำอาง ซึ่งสิ่งที่ทำให้แบรนด์เหล่านั้นสามารถโด่งดังกว่าแบรนด์ นอกจากสินค้าที่มีคุณภาพ การทำการตลาดสินค้าที่ดีแล้ว แพคเกจจิ้ง (Packaging) ก็ถือเป็นหนึ่งสิ่งที่น่าจับตามอง เพราะนอกจากจะสร้างความโดดเด่นดึงดูดสายตาผู้บริโภคแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้า รวมไปถึงเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย

เคยสังสัยกันหรือไม่ว่าทำไมแบรนด์อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางที่มีชื่อเสียง ที่ถึงแม้จะมีการออกแบบแพคเกจจิ้งออกมาดูเรียบง่าย ลวดลายไม่เยอะ แต่ดูดี ดูแพงได้ เพราะว่าการใส่ลวดลายหรือองค์ประกอบต่าง ๆ ลงไปในแพคเกจจิ้งอาจไม่ได้ช่วยให้สินค้าของแบรนด์ดูโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่น ดังนั้นวันนื้ Kovic จะมาไขความลับที่ทำให้แพคเกจจิ้งของคุณดูดีและทำให้ยอดขายปังเหมือนกับแบรนด์ดัง

สไตล์ (Style)

อย่างแรกคือ สไตล์ (Style) คุณจะต้องกำหนดภาพลักษณ์แบรนด์สินค้าของคุณให้ชัดเจนว่า คุณมีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าวัยใด เพศอะไร วางขายแบบไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณตีกรอบสไตล์การออกแบบได้ง่ายขึ้น ต่อจากนั้นให้คุณสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ หรือสร้างภาพลักษณ์ที่สื่ออารมณ์ความรู้สึกออกมาผ่านรูปแบบในสไตล์ต่าง ๆ ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์หของแบรนด์มากที่สุด เช่น สไตล์มินิมอล สไตล์หรูหรา หรือสไตล์สีสันสดใสน่ารัก

โดยคุณสามารถหาแนวการออกแบบที่ชอบได้จากเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วลองนำรูปแบบที่ชอบมาเปรียบเทียบกันหลายรูป ๆ เพื่อใช้เป็นไอเดียในการออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงแบรนด์สินค้าของคุณมากที่สุด

โทนสี (Color)

ในการเลือกสีของแพคเกจจิ้ง จะต้องเป็นสีที่เข้ากับเอกลักษณ์ของแบรนด์ เป็นสีที่สามารถดึงดูดสายตา และความสนใจของผู้บริโภค และที่สำคัญจะต้องโดดเด่นกว่าสินค้าแบรนด์อื่น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถจดจำแบรนด์ของคุณได้ทันทีที่พบเห็น ตัวอย่าง เทรนด์การแต่งหน้าโทนสีชมพู แบรนด์สินค้าส่วนมากจะออกแบบกล่องแพคเกจจิ้ง เป็นโทนสีชมพูแบบเดียวกันหมด เพื่อให้สีกล่องกลมกลืนไปกับเนื้อสีด้านใน

ดังนั้นเมื่อคุณออกแบบแพคเกจจิ้ง เป็นสีชมพูเหมือนแบรนด์อื่นๆ มันก็ไม่มีความแตกต่างและไม่ดึงดูดสายตาลูกค้าได้เลย คุณควรใช้ช่องทางนี้ในการออกแบบโทนสีที่ตัดกับสีชมพูไปเลย เพื่อให้เกิดความโดดเด่นและสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ของคุณ หรือการใช้โทนสีตรงข้ามกับผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมทามือที่ให้ความรู้สึกอ่อนโอน โดยทั่วไปจะเป็นแพคเกจจิ้งโทนสีอ่อน คุณลองเปลี่ยนเป็นสีสันสดใสก็ได้อารมณ์ความรู้สึกใหม่ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ได้

สีกับการออกแบบ

รู้หรือไม่ 90% ในการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคมาจากสีสันบนแพคเกจจิ้ง ซึ่งสีที่ใช้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ช่วยสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์สินค้าได้ ดังนั้น เราต้องรู้จักเลือกสีให้เข้ากับสินค้าที่เราจะขาย มาดูกันว่าแต่ละสีนั้นสื่อสารความหมายออกมาอย่างไรบ้าง

  • โทนสีม่วง : แสดงพลังลึกลับ จิตวิญญาณและความยิ่งใหญ่ มีเสน่ห์ น่าติดตาม
  • โทนสีน้ำเงิน : ให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือ สุขุม
  • โทนสีฟ้า : ปลอดโปร่ง โล่งสบาย ให้ความรู้สะอาดและปลอดภัย
  • โทนสีเขียว : รู้สึกถึงความผ่อนคลาย รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ เพิ่มความสดชื่น
  • โทนสีเหลือง : มองโลกในแง่บวก สดใสร่าเริง
  • โทนสีส้ม : ช่วยเพิ่มความสนุกและสร้างสรรค์ มีความมั่นใจและความกระตือรือร้น ความสดใส มีชีวิตชีว
  • โทนสีแดง : สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ สมบูรณ์แบบ ช่วยดึงดูดความสนใจ ให้ความรู้สึกมั่นใจ และสื่อถึงการมีสุขภาพที่ดี
  • โทนสีชมพู : ความอ่อนโยน นุ่มนวล อ่อนหวาน สื่อถึงความน่ารัก ความสดใส
  • โทนสีน้ำตาล : แสดงถึงความเป็นชาย ความแข็งแกร่ง อีกในหนึ่งก็แผงความหมายถึงธรรมชาติ
  • โทนสีดำ : ลึกลับ หนักแน่น เข้มเข็ง อดทน และมีพลัง
  • โทนสีขาว : บริสุทธิ์ สะอาด สดใส เบาบาง อ่อนโยน เปิดเผย
  • ฟอยล์ทอง : ความหรูหรา มีราคา
  • ฟอยล์เงิน : ทันสมัย คลาสสิค

เทรนด์สีแพคเกจจิ้ง ปี 2021

ทุกปีวงการงานออกแบบทั้งแฟชั่นเครื่องแต่งกาย การตกแต่งบ้าน รวมไปถึงงานออกแบบกล่องแพคเกจจิ้ง ต่างรอคอยการอัพเดตเทรนด์สีจากศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center : TCDC) ในปี 2021 ที่กำลังจะใกล้เข้ามา ทาง TCDC ได้สรุปโทนสีที่กำลังมาแรงให้คุณได้นำไปใช้ในงานออกแบบ มีทั้งหมด 7 สี ดังต่อไปนี้

  • สีขาว Egret เป็นสีของความเคารพ การเกิดใหม่ แสงสว่าง และความสะอาดบริสุทธิ์
  • สีเทา Blue Fog เป็นสีของความสงบและความผ่อนคลาย
  • สีเขียว Canton เป็นสีแห่งชีวิต การบำบัดรักษา และสิ่งแวดล้อม
  • สีฟ้า Cyan Blue เป็นสีของการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ซึ่งเป็นสีที่ตระหนักถึงปัญหามลพิษทางทะเล และย้ำเตือนให้คิดถึงคุณค่าของท้องทะเล รวมไปถึงสะท้อนถึงการเริ่มต้นของเทคโนโลยีทางสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ
  • สีม่วง Petunia เป็นสีของความล้ำสมัย ความเท่าเทียมในทุกเพศสภาพ ทั้งนี้ยังเป็นสีแห่งเทคโนโลยี
  • สีส้มอมชมพู Desert Flower เป็นสีของความมีชีวิตชีวา ความอ่อนโยน ซึ่งในปีนี้ สีนี้จะเป็นสีแห่งการมองหาสิ่งเรียบง่าย ไม่ปรุงแต่ง
  • สีส้มแสด Fiesta เป็นสีตัวแทนของพลังใจ กระตุ้นการรับรู้ และอีกแง่หนึ่ง คือ สีมงคลแห่งการเฉลิมฉลอง เป็นสีที่สร้างพลังตอบสนองต่อจิตใจเมื่อมองเห็นได้อย่างดี

ฟ้อนต์อักษร (Font)

การเลือกฟ้อนต์ต้องคำนึงถึงความโดดเด่น น่าสนใจ และแปลกตาเช่นกัน ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับสไตล์ของแบรนด์ เช่น ฟ้อนต์ตัวอักษรหนาจะช่วยสร้างความโดดเด่น ฟ้อนต์ตัวอักษรบางจะเน้นความเรียบง่าย สบายตา นอกจากนี้เรื่องความเหมาะสมของตัวฟ้อนต์บนตัวกล่องแพคเกจจิ้งก็สำคัญ หากว่ากล่องแพคเกจจิ้งของคุณมีขนาดเล็ก ฟ้อนต์ที่ใช้ก็ไม่ควรจะใหญ่หรือมีสีฉูดฉาดจนเกินไป ในขณะเดียวกันหากว่ากล่องแพคเกจจิ้งมีขนาดใหญ่ ฟ้อนต์ก็จะต้องไม่เล็กและบางจนลูกค้ารู้สึกว่าอ่านยากเกินไป

สรุป

การออกแบบแพคเกจจิ้งนั้นมีส่วนสำคัญ 3 อย่าง คือ สไตล์ โทนสีและฟ้อนต์ ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้จะต้องแสดงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและบ่งบอกถึงตัวแบรนด์ออกมามากที่สุด เพื่อดึงดูดสายตาของผู้บริโภคให้จับจ้องมาที่สินค้าของแบรนดและตัดสินใจซื้อสินค้า ก็สามารถเพิ่มยอดขายได้อีกทางหนึ่ง

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.bkkpaperbox.com

เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ต่างกันอย่างไร

เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ต่างกันอย่างไร

เพราะในปัจจุบัน ผู้คนหันมาสนใจเรื่องความสวยความงาม และผิวพรรณมากขึ้น ทำให้ธุรกิจแบรนด์เครื่องสำอางนั้นต่างพากันผลิตสินค้าออกมาเพื่อดึงลูกค้ามาไว้ในแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งจริง ๆ ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่เราพากันเรียกว่า “เครื่องสำอาง” ยังมีอีกคำที่หลายคนอาจเคยได้ยินคือคำว่า “เวชสำอาง”

ผลิตเครื่องสำอาง

ซึ่งเครื่องสำอาง และเวชสำอางนั้นมีความคล้ายคลึงกันอยู่ ทำให้มีหลายคนเกิดความสงสัยว่า 2 คำนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร และผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่นั้นเป็นเครื่องสำอางหรือเวชสำอางกันแน่ วันนี้ Kovic เลยชวนมาหาคำตอบกัน

เครื่องสำอางคืออะไร

เครื่องสำอาง ความหมายก็คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ไม่ว่าเพื่อให้เกิดความสวยงาม ปัด ทา ถู นวด และอีกมากมายเพื่อให้เกิดความสวยงาม แต่คุณสมบัติของเครื่องสำอาง จะไม่สามารถรักษา บำบัด บรรเทา หรือมีฤทธิ์ฝนการรักษาได้ ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังได้ แต่สามารถปกปิดจุดด่างดำ รอยสิว บนผิวของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เวชสำอาง คืออะไร

เวชสำอาง มีคุณสมบัติเดียวกับเครื่องสำอาง แต่มีความสามารถในการรักษาอาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น สิว, ริ้วรอย, จุดด่างดำ, ฝ้า กระ ให้กับผิวได้ คล้ายยา เลยทำให้ฤทธิ์ในการรักษา และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้จัดว่าเวชสำอางนั้นเป็นยา กล่าวง่าย ๆ คือ  เป็นเครื่องสำอางที่มีผลคล้ายยา แต่ไม่ใช่ยาเพราะไม่มีผลในการรักษาโรค ซึ่งแปลว่าเมื่อใช้แล้วจะมีผลการเปลี่ยนแปลงทางลักษณะภายนอกเช่น สิวลดลง ผิวดูตื้นขึ้น รอยสิวดูจางลงเป็นต้น

สรุปทั้งสองคำนั้นมีความแตกต่างกัน โดยเครื่องสำอางจะมีความสามารถใช้เพื่อให้เกิดความสวยงามเท่านั้น กลไกการทำงานด้านการบำรุงจะเห็นผลได้ช้ากว่า เวชสำอาง แต่ในส่วนของเวชสำอาง จะไม่เน้นเรื่องของการเสริมความงาม แต่จะให้ความสำคัญในเรื่องของการรักษา ปัญหา เฉพาะที่เป็นจุดประสงค์หลัก แต่ไม่จัดเป็นยา

ตัวอย่างความแตกต่างของเวชสำอางและเครื่องสำอางของผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ประเภทให้ความความชุ่มชื้นกับผิว

เครื่องสำอาง : ครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นเพียงชั่วคราว และระเหยออกไป ต้องมีการทาใหม่เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอีกครั้ง แต่ไม่มีส่วนทำให้โครงสร้างของผิวหนัง แต่ไม่มีส่วนทำให้โครงสร้างของผิวหนังเปลี่ยนแปลงไป

เวชสำอาง : ครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหนังที่มีส่วนผสมในการปรับเปลี่ยนของโครงสร้างเซลล์ ทำให้ผิวสามารถกักเก็บน้ำได้ดียิ่งขึ้น เมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์ผิวบริเวณนั้นกักเก็บความชุ่มชื้นต่อไป ได้อย่างเป็นธรรมชาติจนกว่า เซลล์จะเสื่อมสภาพไป

ผลิตภัณฑ์ประเภทช่วยลดเลือนริ้วรอย

เครื่องสำอาง : ครีมหรือผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะทำหน้าที่เติมและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวเพียงเท่านั้น ทำให้ผิวดูเต่งตึงหลังการใช้ แต่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เมื่อมีการระเหยของสารหล่อเลี้ยงผิว ผิวหนังบริเวณนั้นก็กลับมาแห้งและปรากฎริ้วรอยที่ชัดเจนดังเดิม

เวชสำอาง : ครีมหรือผลิตภัณฑ์ประเภทนี้สามารถเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเซลล์ผิวทำให้มีการกักเก็บสารหล่อเลี้ยงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวดูเรียบเนียนและริ้วรอยจะค่อย ๆ ลดเลือนไป

เวชสำอาง ควรเลือกใช้อย่างระมัดระวังในเรื่องของส่วนผสมและความน่าเชื่อถือ

ด้วยตัวยา อาจทำให้ทรงดีเป็นผลร้ายได้เหมือนกัน แต่ในปัจจุบันผลข้างเคียงก็ได้ลดทอนลงไปบ้างแล้วเพราะในสมัยนี้ ผู้ผลิตเวชสำอางจะเน้นเลือกใช้สารสกัดจากธรรมชาติมากขึ้น แต่ก็ยังแอบมี เวชสำอาง ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน หรือ การรับรองออกมาจำหน่ายอยู่มากทางอินเทอร์เน็ต ด้วยการโฆษณาว่าเห็นผลอย่างรวดเร็ว แต่ข้อเสียคือถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานต่อกัน อาจจะเกิดผลเสียกับผิวที่ได้รับสารมากเกินไปจนอาจทำให้เกิดผิวบาง เป็นฝ้า กระได้ ดังนั้นถ้าหากสนใจเลือกซื้อเวชสำอางควรตรวจสอบให้ดีก่อนใช้

ใช้เวชสำอาง แล้วเกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่าเครื่องสำอาง

ขอบอกว่าไม่เป็นความจริง เพราะอาการแพ้ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเวชสำอาง หรือ เครื่องสำอาง ก็สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้เหมือนกัน แม้เจอผลิตภัณฑ์ที่ผ่านผลการทดสอบในอาสาสมัครที่ผิวแพ้ง่ายแต่ไม่มีใครแพ้เลย ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าเราซื้อมาใช้แล้วจะไม่แพ้

ถ้าผู้บริโภคอยากทดลองว่าผิวจะแพ้ไหม โดยที่ไม่ต้องทดสอบที่ผิวหน้าเราโดยตรง ให้ลองทดสอบการแพ้ระคายเคืองที่ท้องแขน หรือหลังหูอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนใช้ ถ้ามีอาการผิดปกติเช่น ผื่นแดง สิวผดขึ้น ก็ถือว่าเป็นอาการแพ้

เลือกซื้อเครื่องสำอาง และเวชสำอางให้เหมาะกับตัวเอง

ในสมัยนี้เครื่องสำอาง และ เวชสำอาง หลายแบรนด์มาก ผู้บริโภคสามารถหาซื้อได้ง่ายไม่ยาก ดังนั้นควรศึกษาตัวผลิตภัณฑ์ตัวที่สนใจให้ดี เพื่อผิวขาวผู้บริโภคนั้นจะได้ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวแพ้หลังใช้

ผู้บริโภคควรตรวจสอบให้ดี เลือกเครื่องสำอางหรือเวชสำอางที่มีความปลอดภัยและได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานจาก อย. ตรวจเช็คส่วนผสมสำคัญ ถ้าเจอว่ามีส่วนผสมที่เป็นอันตรายควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะในเวชสำอาง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้หลังใช้ได้อีกเยอะ

สรุป

เครื่องสำอาง และเวชสำอาง ก็มีหลากหลายแบรนดืที่ดีไม่แพ้กัน สำคัญที่สุดคือต้องเลือกให้ถูกสภาพผิวตัวเอง รู้จักว่าผิวตัวเองเป็นอย่างไร ต้องดูแลแบบไหน เพราะไม่งั้นถึงจะใช้เครื่องสำอางดี ๆ เวชสำอางแพง ๆ ไปก็ไม่ได้ช่วยให้ผิวหน้าของผู้บริโภคดีขึ้นแน่นอน

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.wemall.com

10 เรื่องต้องโฟกัสก่อนก้าวข้ามมาเป็นเจ้าของแบรนด์

10 เรื่องต้องโฟกัสก่อนก้าวข้ามมาเป็นเจ้าของแบรนด์

การจะเป็นเจ้าของแบรนด์สักแบรนด์หนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะแบรนด์ธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอาง เพราะในปัจจุบันวงการธุรกิจเหล่านี้มีคู่แข่งรายใหม่เกิดขึ้นมาไม่เว้นแต่ละวัน ไหนจะคู่แข่งที่เป็นแบรนด์ดัง ๆ ที่ยึดฐานลูกค้าเอาไว้จำนวนมาก ทำให้การแข่งขันในธุรกิจเหล่านี้ดุเดือดอย่างมาก

สร้างแบรนด์อาหารเสริม

แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่อยากจะมีแบรนด์อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางสักแบรนด์ ซึ่งการอยากมีแบรนด์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถึงแม้ตลาดนี้จะดุเดือดมากก็ตาม แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้น เราจะต้องมีสิ่งที่ต้องโฟกัสก่อนจะก้ามเข้ามาเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมหรือเครื่องสำอาง

ทำไมธุรกิจถึงต้องมีแบรนด์ ?

ปัจจุบันการแข่งขันทางการตลาดมีสูงขึ้น เนื่องจากธุรกิจมีคู่แข่งจำนวนมากขึ้น สินค้าหรือบริการของธุรกิจมีความแตกต่างกันน้อยลง ธุรกิจจึงใช้แนวคิดสร้างแบรนด์ และมุ่งรักษาแบรนด์ของสินค้าให้แกร่งอยู่เสมอ

 ความหมายของการสร้างแบรนด์ คือ การที่นักการตลาดสร้างควาสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ของสินค้า กับผู้บริโภคเป้าหมาย โดยใช้เครื่องมือทางการตลาด ซึ่งประกอบด้วย ตราสินค้า คุณภาพของสินค้าและเครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ ทั้ง Online และ Offline  ที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์ และมีความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์นั้น

10 สิ่งที่ต้องโฟกัส ก่อนจะเข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจอาหารเสริมหรือเครื่องสำอาง

  • มองหากลุ่มลูกค้า
  • หา Concept
  • เลือกหาโรงงาน
  • ทดลองสูตร
  • โฟกัสขวดบรรจุ
  • Packaging
  • วิธีการจัดจำหน่าย
  • ศึกษาโมเดลธุรกิจ
  • วางโครงสร้างการคิดราคา
  • Online Marketing

มองหากลุ่มลูกค้า

เชื่อว่าเจ้าของแบรนด์มือใหม่หลาย ๆ คน ที่เริ่มต้นจากการอยากมีธุรกิจของตัวเองซักตัว มักจะเริ่มจากการมองหาโรงงานที่รับผลิตอาหารเสริมหรือรับผลิตเครื่องสำอางก่อนเป็นอันดับแรก จะไปดูสูตรของสินค้าต่าง ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเอาไปขายให้ใคร จริง ๆ การหาโรงงานก่อนหรือดูสูตรไม่ใช่เรื่องแย่ แต่ก็ไม่เรื่องที่ควรทำเป็นอย่างแรกเหมือนกัน

ซึ่งอย่างแรกที่ควรทำเลยก็คือ มองหากลุ่มลูกค้าของเราก่อน ว่าเรานั้นอยากจะทำสินค้าเพื่อเจาะตลาดคนกลุ่มนั้น เมื่อได้กลุ่มคนที่ต้องการแล้ว สิ่งต่าง ๆ หลังจากนั้นจะง่ายขึ้น ไม่ว่าจะการเลือกประเภทสินค้า สูตรของสินค้า สิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้ลูกค้าสนใจแบรนด์ของเรามากขึ้น ดังนั้นควรเริ่มต้นจากการหาสิ่งที่ตัวเองถนัด และมีตลาดรองรับ มองหาลูกค้าก่อนเสมอ

หา Concept

อย่างบอกที่ในข้อแรกถ้ามองหากลุ่มลูกค้าเจอก่อนอะไรหลายอย่างก็จะง่ายขึ้น อย่างเช่นการ หา Concept ให้กับสินค้าหรือแบรนด์ ต้องยอมรับก่อนว่าในปัจจุบันนี้การแข่งขันทางด้านคุณภาพและราคาอาจไม่พออีกต่อไป หากเราไม่สามารถหาจุดเด่นของสินค้า หรือแบรนด์ของเราได้ อาจทำให้แลรนด์ของเราตายหายจากตลาดไปเลย

ดังนั้นเราควรมองหา Concept ของสินค้าหรือแบรนด์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เพื่อช่วงชิงความสนใจของลูกค้าในตลาด

เลือกหาโรงงาน

ถึงส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการมีแบรนด์กันแล้ว ต้องยอมรับกันเลยว่าสินค้าที่ดีนั้นย่อมต้องมาจากโรงงานที่ดี ดังนั้นการหาโรงงานสักที่เพื่อผลิตสินค้าที่เราจะนำไปขายนั้น เราจะต้องศึกษาข้อมูลให้ เพราะแต่ละโรงงานจะมีจุดเด่นและสิ่งที่ถนัดไม่เหมือนกัน เวลาเลือกโรงงานควรเลือกโรงงานที่ถนัดในการผลิตสินค้าที่เราต้องการด้วย เพื่อให้สินค้าออกมามีคุณภาพ

ทดลองสูตร

ถ้าไม่ลอง เราจะรู้กันอย่างไร เพราะฉะนั้นเราควรทดลองสูตรของสินค้าก่อนขายจริง เพื่อให้ทราบถึงปัญหาต่าง ๆ และทำให้การแก้ไขได้ทัน ดีกว่านำเอาไปจำหน่ายแล้วมีปัญหาตามมาให้แก้อย่างไม่หยุดหย่อน หากเป็นแบบนั้นก็จะส่งผลเสียต่อสินค้าหรือแบรนด์ได้ นอกจากนี้การทดลองสูตรควรทดลองจนเราอินไปกับสินค้าตัวนั้นจริง ๆ เพื่อที่เวลาตอบคำถามต่าง ๆ จากลูกค้า ก็จะสามารถตอบได้ราวกับเราเป็นตัวสินค้านั้นเอง

โฟกัสขวดบรรจุ

“แค่ขวดใส่สินค้าจะขวดอะไรที่ใส่ก็ได้” หากคิดแบบนี้รับรองได้เลยว่าสินค้าของเราอยู่ในตลาดไม่ได้ยาวแน่ ๆ ถึงแม้ในด้านอาหารเสริมจะไม่ค่อยได้ประสบกับปัญหาเรื่องขวดบรรจุเท่าไหร่นัก แต่ในด้านของเครื่องสำอางโดยเฉพาะ ครีม นั้นเกิดปัญหาได้อย่างไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็น ขวดปั๊มสวยมาก แต่หัวปั๊มไม่ออก, หลอดหักใน หรือแม้แต่กระปุกครีมข้างในเกิดการระเหย ซึ่งสั่งเหล่าอาจสร้างความไม่พอใจให้กับลูกค้าและทำให้โอกาสในการเกิดซื้อซ้ำลดน้อยลง เพราะฉะนั้นควรตรวจสอบให้ดี เรื่องพวกนี้ก็สำคัญไม่แพ้ตัวเนื้อสินค้าเลย

Packaging

การที่เราจะขายสินค้าได้หรือไม่ได้นั้น Packaging มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ลูกค้าเห็นก่อนเป็นอันดับแรก ลูกค้าจะสนใจสินค้าหรือมองภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับ Packaging อย่างเดียว ดังนั้นควรออกแบบ Packaging ให้ตรงกับความชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมาย โดดเด่น มีเอกลักษณ์ แต่อย่าลืมใส่ความแบรนด์ของเราลงไปด้วย เพื่อให้ลูกค้ามองเห็นสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อสารให้กับลูกค้า

วิธีการจัดจำหน่าย

เราควรมองหาวิธีการจัดจำหน่ายให้ดี ไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหนก็ตาม ทางออนไลน์จะขายทางไหน อย่างไร ทางออฟไลน์จะขายที่ไหน อย่างไร เรื่องนี้คิดให้รอบคอบ เพราะการมีช่องทางขายที่หลากหลายสามารถทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายกว่าแบรนด์ที่มีช่องทางขายสินค้าน้อย

ศึกษาโมเดลธุรกิจ

สำหรับเจ้าของแบรนด์มือใหม่ ที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นธุรกิจอย่างไร ให้ลองศึกษาโมเดลของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จดู ให้ไปศึกษาข้อดีข้อเสียมากกว่า 1 ที่ เพื่อทำการค้นคว้า และปรับให้เหมาะสมกับแบรนด์ของเราให้มากที่สุด

วางโครงสร้างการคิดราคา

การวางโครงสร้างการคิดราคานั้น เราจะต้องรู้ก่อนว่าต้นทุนมีอะไรบ้างเช่น ต้นทุนการผลิต ต้นทุนขนส่ง ต้นทุนการบริหารจัดการ ต้นทุนขาย ต้นทุนทางการตลาด ดังนั้นควรตั้งราคาขายให้สมดุลกับราคาทุนทั้งหมด แต่ที่สำคัญการตั้งราคาสูง ๆ เพราะกลัวขาดทุนทีหลังอันนี้ก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะถ้าแพงแบบไร้เหตุผล ลูกค้าก็ไม่ซื้อเหมือนกัน

Online Marketing

Online Marketing เป็นเรื่องต้องรู้ และรู้ให้ลึก อย่าคิดว่ามันง่าย มันอาจจะง่ายเมื่อ 5 ปีก่อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ว่าแบรนด์ไหน ๆ ก็ต่างทำ Online Marketing กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Content การยิงแอดโฆษณาต่าง ๆ ดังนั้นควรศึกษาเอาไวช่วยให้แบรนด์ของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น

สรุป

การสร้างแบรนด์อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางเป็นของตัวเองสักหนึ่งแบรนด์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มีเรื่องที่ต้องให้โฟกัสหลายจุด แต่ถ้าเราโฟกัสทุกจุดให้ออกมาได้นั้น ก็จะทำให้แบรนด์ของเรากลายเป็นแบรนด์ที่พร้อมสู่ในตลาดของธุรกิจ และสามารถโดดเด่นจนสามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.terrabkk.com

adsidea.net

ทำ Content อาหารเสริม อย่างไรให้คนจดจำ

ทำ Content อาหารเสริม อย่างไรให้คนจดจำ

ถึงมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีคุณภาพมากแค่ไหน ก็ใช่ว่ายอดออกหรือสร้างยอดขายได้ถล่มทลาย ดังนั้นนอกจากสินค้าดีแล้ว การตลาดของสินค้าก็ต้องดีเช่นกัน และยิ่งปัจจุบันตลาดสำหรับขายสินค้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนดินที่จะต้องเดินไปเลือกดูถึงจะเห็นและซื้อสินค้า แต่ยังอีกหนึ่งตลาดที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก นั่นก็คือ ตลาดออนไลน์ เพราะแค่เพียงเลื่อนโทรศัพท์ไปเว็บและเพจต่าง ๆ ก็สามารถเห็นและซื้อสินค้าได้โดยตัวของเรานั้นยังอยู่ที่บ้าน

โรงงานอาหารเสริม

พอเริ่มมีสินค้าต่าง ๆ เริ่มขายในตลาดมากขึ้น การแข่งขันก็จะสูงขึ้นตาม เพราะผู้บริโภคสามารถเห็นสินค้าที่หลากหลาย สามารถเปรียบเทียบสรรพคุณต่าง ๆ ราคาหรือความสนใจของตัวสินค้าได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะสินค้าอย่าง อาหารเสริม ที่เพียงแค่พิมพ์ไปในช่องค้นหาก็เจอสินค้าจากแบรนด์ต่าง ๆ ให้เลือกอย่างมากมาย ดังนั้นการทำการตลาดในโลกออนไลน์จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะต้องทำให้สินค้าของแบรนด์โดดเด่น และดึงดูดสายตาของผู้บริโภคมากกว่าแบรนด์คู่แข่ง ซึ่งหนึ่งในวิธีที่น่าสนใจก็คือ การทำ Content Marketing

Content Marketing คือการทำการตลาดออนไลน์รูปแบบหนึ่ง แม้ว่าธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณจะเป็นธุรกิจก็ตาม หากอยากให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักและจดจำในโลกออนไลน์ Content Marketing เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจาการทำการตลาดออนไลน์ด้วยการทำคอนเทนต์นั้นให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจกว่าการพยายามขายโดยการยิงโฆษณากันแบบตรง ๆ โดยในวันนี้ทาง Kovic ได้มีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการการทำคอนเทนต์อาหารเสริม สำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มทำหรือผู้ที่ทำแล้วแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร

ค้นหากลุ่มเป้าหมายที่อยากจะเสนอคอนเทนต์ให้เขา

การหากลุ่มเป้าหมายก่อนการทำคอนเทนต์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะธุรกิจหรือแบรนด์อาหารเสริมแต่ละชนิดย่อมมีกลุ่มเป้าหมายหรือเหมาะสมกับกลุ่มคนที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเริ่มทำคอนเทนต์ ควรต้องเข้าใขกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ก่อนว่าเขาเหล่านั้นเป็นใคร

ที่ต้องรู้ก่อนว่าเป็นใครนั้น เพราะมันสัมพันธ์กับเนื้อหาของคอนเทนต์ที่คุณต้องการจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย แพลตฟอร์มที่คุณจะนำคอนเทนต์ไปลง ภาษาที่ใช้ เพราะถ้าหากคอนเทนต์ที่สร้างมาไม่ได้สัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายที่อยากจะสร้างการรับรู้ คอนเทนต์ที่ทำไปนั้นก็เสียเวลาและเสียโอกาสไปโดยเปล่าประโยชน์

คอนเทนต์นั้นต้องเป็นผู้ให้อย่างสุด ๆ

คอนเทนต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการทำการตลาดออนไลน์อาหารเสริม ก็คือคอนเทนต์ที่ถูกเรียกว่า “Value Content” หรือคอนเทนต์ทรงคุณค่า หากคิดจะทำคอนเทนต์คุณจะต้องใส่ทัศนคติของการเป็นผู้ให้ลงไปในคอนเทนต์โดยเฉพาะหากธุรกิจหากธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณเกี่ยวข้องกับอาหารเสริม คุณต้องเป็นผู้ให้อย่างสุด ๆ โดยเฉพาะการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ หรือสาระความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ หากสามารถสร้างคอนเทนต์ทรงคุณค่าที่ทำให้คนสนใจ มีการแชร์ มีการพูดถึงหรือบอกต่อได้ ก็จะยิ่งทำให้แบรนด์เป็นที่จำจดมากยิ่งขึ้น

กระตุกอารมณ์อยากรู้ของคนตั้งแต่ต้น คือการขายที่เนียนกริบที่สุด

คอนเทนต์ทรงคุณค่าที่มีเนื้อหาที่ดีคือ สิ่งที่ที่จะทำให้คนบอกต่อก็จริง แต่คอนเทนต์ที่ดีจริง ๆ ต้องกระตุกต่อมอยากรู้ของคนตั้งแต่แรกหรือตั้งแต่ชื่อเรื่อง ถ้าคุณไม่สามารถดีงความสนใจได้ตั้งแต่แรกแม้คอนเทนต์จะมีค่ามากแต่ไหนก็ไม่มีโอกาสสร้างการรับรู้เพราะคนไม่สนใจนั่นเอง

จงจำไว้เสมอว่าหากคิดจะทำคอนเทนต์สำหรับธุรกิจอาหารเสริม ควรจะต้องกระตุกอารมณ์ความสนใจของกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ตอนแรกของแคนเทนต์ ทำให้กลุ้มเป้าหมายเกิดความสงสัย ความอยากรู้จนไม่อยากจะพลาดเนื้อหาที่อยู่ด้านใน ถ้าทำได้มันจะเป็นผลดีต่อธุรกิจอย่างมาก เพราะการกระตุกต้อมให้คนอยากรู้คือวิธีการขายที่แนบเนียนอย่างที่สุด ส่วนจะเนียนขนาดไหนคุณเองเป็นผู้ออกแบบและกำหนดเนื้อหาทั้งหทด

ทำให้คนที่เข้ามาเสพเนื้อหารู้สึกว่า “โอ้ นี่แหละคือตัวฉัน”

คอนเทนต์ที่จะเสริมให้ธุรกิจอาหารเสริมประสบความสำเร็จได้นั้นก็คือ คอนเทนต์ที่ทรงคุณค่าในประเภทที่จ้อง “ขยี้” ถึงปัญหาของคนเสพให้กระจุยหรือก็คือคอนเทนต์ที่เริ่มต้นด้วยการนำเสนอถึงปัญหาของผู้ที่เข้ามาดู คอนเทนต์แบบนี้จะสร้างความรู้สึกของคนให้รู้สึกว่าคุณเข้าอกเข้าใจปัญหาของเขาเป็นอย่างดี สร้างอารมณ์ร่วมจนเขารู้สึก “โอ้ นี่แหละคือตัวฉัน”

เมื่อคุณขยี้ กระชากปัญหาของเขาและดึงอารมณ์ร่วมของเขาให้เข้าสู่จุดพีคได้ และหากคุณสามารถตลบอารมณ์พีคของเขาด้วยการนำเสนอหนทางแก้ไขปัญหาให้แก่เขาได้ด้วยสารพัดวิธีที่รู้ รับรองได้เลยว่าคอนเทนต์ของคุณจะได้ใจพวกเขาไปเต็ม ๆ และแม้ในตอนท้ายคุณจะแทรกผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของคุณลงไปด้วยก็ไม่ดูน่าเกลียดอะไรเลย

ทำคอนเทนต์ให้รองรับในทุก ๆ แพลตฟอร์ม

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่ากลุ่มเป้าหมายของอาหารเสริมนั้นมีหลากหลายกลุ่ม ดังนั้นควรออกแบบและทำคอนเทนต์ให้กระจายและครอบคลุมในทุก ๆ แพลตฟอร์มโซเซียลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะคุณจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าช่องทางไหนจะเข้าถึงกลุ้มเป้าหมายและได้ผลที่สุดจนกว่าจะได้ข้อมูลจริง ๆ มาวิเคราะห์เปรียบเทียบ

อีกประการหนึ่งคือแต่ละแพลตฟอร์มทางโซเชียลก็มีจุดเด่นและพลังในการดึงดูดความสนใจแตกต่างกัน หากทำคอนเทนต์ที่ครอบคลุม มีความน่าสนใจและดึงดูดควาสนใจได้มากพอ ก็จะได้ลูกค้ากลุ้มเป้าหมานที่หลากหลายมากขึ้น

ความสม่ำเสมอคือหนทางหลักแห่งความสำเร็จ

การทำคอนเทนต์สำหรับธุรกิจอาหารเสริม คุณอาจมีคำถามว่า “แล้วจะต้องทำคอนเทนต์นานเพียงใด” หรือ “มากแต่ไหน” คำตอบคือ ทำจนกว่าจะเลิกกิจการ เพราะการตลาดโดยการทำคอนเทนต์หัวใจสำคัญอยู่ที่ “ความสม่ำเสมอ” เพราะความสม่ำเสมอจะช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขายอยู่เรื่อย ๆ ความสม่ำเสมอยังทำให้ลูกค้านึงถึงแบรนด์ของคุณอยู่เสมอ

นอกจากนี้ยังจะสามารถได้กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ จากคอนเทนต์ที่สร้างและปล่อยออกมาเรื่อย ๆ ผ่านการบอกต่อหรือแชร์ตัวคอนเทนต์ หากยังไม่เลิกกิจการก็ให้ทำคอนเทนต์ด้วยความสม่ำเสมอ

สรุป

การทำการตลาดด้วยการสร้างคอนเทนต์นั้น เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ ซึ่งหัวใจหลักของธุรกิจนั้นก็จะหนีไม่พ้นการทำให้สินค้ามีคุณภาพ เพราะถ้าหากคอนเทนต์ดีแต่สินค้าไม่ได้คุณภาพ ทำคอนเทนต์ไปมากมายก็ไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นนอกจากคอนเทนต์จะต้องดีแล้ว ตัวสินค้าจริงก็ต้องตามที่คอนเทนต์บอกด้วย

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : taokaemai.com

มาตรฐาน GMP ในโรงงานผลิตอาหารเสริม

มาตรฐาน GMP ในโรงงานผลิตอาหารเสริม

ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ใช่ว่าจะผลิตออกมาอย่างไรก็ได้ ตามความต้องการของตนเอง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารอย่าง “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” หรือที่คุ้นหูกันในชื่อ อาหารเสริม ซึ่งเราไม่ได้พูดในเรื่องของผลลัพธ์ของสินค้า เพราะสิ่งนั้นเป็นความต้องการของผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์เอง แต่ที่เราพูดถึงอยู่นั้นคือ ขั้นตอนการผลิตสินค้า เพราะการผลิตสินค้านั้นมีกฎ ระเบียบหรือมาตรฐานที่คอยควบคุมกระบวนการผลิตเหล่านั้นอยู่

รับผลิตอาหารเสริม

ผู้ประกอบการโรงงานอาหารนั้นย่อมต้องมีกฎ ระเบียบ และมาตรฐานหลายอย่างที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพส่งออกไปยังผู้บริโภค รวมไปถึงการผลิตอาหารเสริม ซึ่งตามกฎหมายแล้วผู้บริโภคนั้นได้รับความคุ้มครองขั้นพื้นฐาน โดยผู้บริโภคต้องได้รับประทานอาหารเสริมที่สะอาด ปลอดภัย ไม่มีสิ่งเจือปน หรือไม่มีสารพิษที่เป็นอันตราย ภายใต้การควบคุมมาตรฐาน GMP

โดยมาตรฐาน GMP ซึ่งถือเป็นเครื่องการันตีว่าอาหารเสริมที่ผลิตออกมาจากโรงงานนั้นมีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสำหรับการผลิตเพื่อจำหน่ายไปสู่ผู้บริโภค โดยวันนี้ทาง Kovic ได้รวบข้อมูลเกี่ยวกับ GMP มานำเสนอ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเจ้าโรงงานอาหารเสริม รวมไปถึงเจ้าของแบรนด์ที่กำลังมองหาโรงงานอาหารเสริมที่มีคุณภาพสักที่เพื่อผลิตสินค้าออกมาจำหน่าย ซึ่งมีดังต่อไปนี้

GMP คืออะไร

มาตรฐาน GMP ย่อมาจาก Good Manufacturing Practice หมายถึงมาตรฐานในการผลิตอาหาร ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำเพื่อควบคุมการผลิตอาหารด้วยข้อกำหนดต่าง ๆ ให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้อาหารที่มีมาตรฐานเรื่องความสะอาดและปลอดภัย มาตรฐาน GMP นั้นจะช่วยป้องกันความเสี่ยงที่เกิดกับกับกระบวนการผลิตอาหาร ทั้งเรื่องของสิ่งเจือปน อาหารเป็นพิษ และความไม่ปลอดภัยที่อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย

GMP คือมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากทั่วโลก

มาตรฐาน GMP มีความน่าเชื่อถือสูงมาก เพราะได้รับการรับรองจากทั่วโลกแล้วว่ามีมาตรฐานที่ดีในเรื่องการควบคุมกระบวนการผลิตอาหาร มีการพิสูจน์จากกลุ่มนักวิชาการด้านอาหารทั่วโลกว่า GMP ทำให้อาหารจากกระบวนการผลิตมีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ยังเป็นการรับรองว่าถ้าหากผู้ผลิตอาหารปฏิบัติตามข้อกำหนดของ GMP ทุกอย่าง จะทำให้สามารถผลิตอาหารที่ถูกต้องตามหลักสุขอนามัยและมีความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค จะถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานสากล

GMP ควบคุมอะไรบ้าง

GMP ควบคุมทั้งส่วนของสถานประกอบการ โครงสร้างอาคารไปจนถึงกระบวนการผลิตที่ต้องสะอาด ปลอดภัย ในส่วนของกระบวนการผลิตยังมีรายละเอียดที่ GMP ควบคุมอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน การคัดสรรและควบคุมวัตถุดิบ การควบคุมคุณภาพ การจัดเก็บไปจนถึงผลผลิตที่สำเร็จรูปแล้ว

นอกจากนี้ GMP ยังควบคุมการจัดส่งของผู้ประกอบการด้วยโดยทางโรงงานจะต้องมีการบันทึกข้อมูลและการตรวจสอบติดตามคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมาตรฐาน GMP เป็นการรับรองพื้นฐานที่จะนำไปสู่การรับรองมาตรฐานลำดับต่อไปที่สูงกว่าอย่าง ISO 9000 และ HACCP (Hazards Analysis and Critical Points) เป็นต้น

GMP มีกี่ประเภท

มาตรฐาน GMP แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • GMP สุขลักษณะทั่วไป (General GMP) สำหรับอาหารทุกประเภท
  • GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์ (Specifics GMP) สำหรับเน้นเรื่องความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารโดยเฉพาะ

GMP สุขลักษณะทั่วไป (General GMP)

เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้สำหรับอาหารทุกประเภท มีทั้งหมด 6 ข้อกำหนดด้วยกันได้แก่

  • สถานที่ตั้งและอาคารผลิต
  • เครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต
  • การควบคุมกระบวนการผลิต
  • การสุขาภิบาล
  • การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด
  • บุคลากรและสุขลักษณะ

ข้อกำหนดของ General GMP

ด้านสถานประกอบการ

ต้องสะอาดและตั้งอยู่ในที่ที่ห่างไกลจากสิ่งที่ทำให้อาหารปนเปื้อนได้ง่าย สถานประกอบการที่ใช้ดำเนินกระบวนการผลิตต้องมีขนาดเหมาะสม ออกแบบและก่อสร้างให้รองรับกับการซ่อมบำรุงและการรักษาความสะอาด สะดวกต่อการปฏิบัติงาน ส่วนพื้นที่ภายในโรงผลิตจะต้องแยกบริเวณผลิตอาหารออกเป็นสัดส่วน ทั้งยังต้องระบายอากาศได้อย่างเหมาะสม

ด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์

ต้องทำจากวัสดุที่ปลอดภัยไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ไม่เป็นสนิม ไม่เป็นพิษ แข็งแรงและมีการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ผ่านการฆ่าเชื้อก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต นอกจากนี้ต้องแยกเก็บเป็นสัดส่วน และมีการป้องกันฝุ่นละอองรวมถึงสิ่งสกปรกด้วย

ด้านกระบวนการผลิต

มีการควบคุมตามหลักสุขาภิบาลทุกขั้นตอนอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ ส่วนผสม ภาชนะ การผลิต การเก็บรักษา การขนย้าย และขนส่งผลิตภัณฑ์อาหาร

ด้านการสุขาภิบาล

ต้องควบคุมสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขาภิบาลเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน เช่น อ้างล้างมือ ห้องน้ำ ระบบกำจัดขยะมูลฝอย การระบายน้ำทิ้ง การป้องกันสัตว์และแมลง เป็นต้น

ด้านการบำรุงรักษาและการทำความสะอาด

เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างถูกต้องด้านความสะอาดและเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกรวมถึงสารอันตรายปนเปื้อนสู่ผลิตภัณฑ์อาหาร ทางโรงงานจะต้องมีการทำความสะอาด ดูแลและเก็บรักษาเครื่องมือ เครื่องจักร รวมถึงอุปกรณ์สำหรับผลิตให้อยู่ในสภาพที่สะอาด ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการผลิต

ด้านบุคลากร

ต้องสวมเครื่องแต่งกายที่สะอาดและเหมาะต่อการปฏิบัติงาน ต้องมีสุขภาพดี ไม่เป็นวัณโรคในระยะอันตราย และไม่เป็นโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจหรือโรคเรื้อน

GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์ (Specific GMP)

เป็นหลักเกณฑ์ที่เพิ่มเติมจาก GMP ทั่วไป เน้นในเรื่องความเสี่ยงและความปลอดภัยของแต่ละผลิตภัณฑ์อาหารโดยเฉพาะเช่น ข้อกำหนด GMP สำหรับน้ำบริโภค หรือข้อกำหนด GMP สำหรับนมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอร์ไรส์ เป็นต้น

สำหรับ GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์จะมีการควบคุมการผลิตของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดที่แตกต่างกันออกไปตามรายละเอียดของผลิตภัณฑ์อาหารนั้น ๆ โดยเฉพาะ

การบังคับใช้ GMP

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทยนำเอาหลักเกณฑ์มาตรฐาน GMP มาบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยกำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193) พ.ศ. 2543 ผู้ประกอบการอาหารจึงต้องศึกษาข้อกำหนดโดยละเอียดเพื่อการผลิตที่ได้มาตรฐาน นำมาซึ่งอาหารคุณภาพที่อยู่บนพื้นฐานข้อบังคับทางกฎหมาย ซึ่งมาตรฐาน GMP ครอบคลุมเนื้อหาในเรื่องวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2544

ประโยชน์ของ GMP

  • ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยมีคุณภาพ
  • เป็นแนวทางการผลิต เพื่อประกันว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพปลอดภัย ตรงตามที่มาตรฐานกำหนด และผลิตภัณฑ์มีความสม่ำเสมอในทุก ๆ ล็อตการผลิต
  • ช่วยลดข้อผิดพลาดหรือความเบี่ยงเบนที่จะผลิตไม่ได้มาตรฐาน
  • ป้องกันไม่ให้มีข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตหรือการควบคุมคุณภาพ รวมทั้งขจัดปัญหามิให้เกิดขึ้นซ้ำซ้อน
  • ส่งผลต่อคุณภาพอาหารในระยะยาว และช่วยลดต้นทุนการผลิต
  • มีความสะดวก และง่ายต่อการติดตามข้อมูล
  • มีการควบคุม และรักษามาตรฐานความสะอาด และถูกสุขลักษณะของโรงงาน
  • สร้างความสะดวกปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานในขณะปฏิบัติงาน
  • ช่วยสร้างทัศนคติที่ดี และถูกต้องแก่ผู้ปฏิบัติงาน
  • ความคล่องตัวในการดูแล การจัดการ และการประเมินงานในโรงงาน

โดยโรงงานที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่นั้นในประเทศไทยนั้นต่างก็ได้รับรองมาตรฐาน GMP ซึ่ง Kovic Kate International ก็เป็นอีกหนึ่งโรงงานที่ได้รับรองมาตรฐาน GMP ดังนั้นหากผลิตอาหารเสริมกับทาง Kovic รับรองได้เลยว่าสินค้าที่ถูกผลิตออกมานั้นได้คุณภาพ สะอาดและปลอดภัยตามกฎเกณฑ์ปฏิบัติของ GMP อย่างแน่นอน

สรุป

สำหรับโรงงานผลิตอาหาร สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก็คือ การผลิตอาหารที่ได้คุณภาพ ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน GMP เพื่อเป็นเครื่องมือรับประกันว่าสินค้าที่ออกมาจากโรงงานนั้น มีคุณภาพ สะอาดและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา

www.proindsolutions.com

www.chi.co.th

ฆอ. จำเป็นแค่ไหนกับอาหารเสริม

ฆอ. จำเป็นแค่ไหนกับอาหารเสริม

ในยุคที่อาหารเสริมนั้นมีอยู่ทั่วไปเกลื่อนตลาด หันไปทางไหนก็เจอแต่อาหารเสริมหลากหลายแบรนด์ ซึ่งการจะทำให้สินค้าของแบรนด์แตกต่างจากแบรนด์คู่แข่ง หรือทำให้สินค้ากลายเป็นที่รู้จัก โดยวิธีที่เห็นกันบ่อยที่สุดก็คือ การโฆษณา ไม่ว่าจะช่องทางไหนก็ตามอย่างเช่น โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นต้น

รับผลิตอาหารเสริม

เมื่อต้องการโฆษณาสินค้า ก็ต้องมีการพูดถึงสรรพคุณต่าง ๆ ของสินค้าให้ดูน่าสนใจ ดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้ามาซื้อ ซึ่งมีสินค้าจำนวนไม่น้อยที่มีการโฆษณาเกินจริง ถ้าได้ผลภายในวันนั้นวันนี้ หรือเห็นผลชัวร์ 100% ทั้งที่ตัวสินค้าจริง ๆ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น และที่สำคัญคือสินค้าและแบรนด์เหล่านั้นอาจจะยังไม่มี ฆอ. หรือใบอนุญาตโฆษณาอาหาร

ซึ่งก็โดนกันไปหลายรายแล้วสำหรับวงการอาหารเสริมและเครื่องสำอาง เพราะว่าตอนนี้ทาง อย. เขาเอาจริง จับจริง สำหรับแบรนด์อาหารเสริม และเครื่องสำอางชื่อดังที่โดนทีต้องสะดุ้งกันทั้งวงการ ถ้าไม่มี ฆอ. ทั้งเรื่องของการโฆษณาเกินจริง และเรื่องของการใส่ส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค งานนี้ทั้งอย. และสคบ. โดนคำสั่งมาให้คุมเข้มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากยิ่งขึ้น เตรียมกวาดล้างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานกันอย่างจริงจัง

เพราะฉะนั้น ฆอ. จึงมีเข้ามาบทบาทในเรื่องของการโฆษณาของอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ดังนั้นในวันนี้ทาง Kovic จะมาบอกว่าทำไม ฆอ. จึงมีจำเป็นกับธุรกิจอาหารเสริม

การโฆษณา หมายถึง

การโฆษณา (Advertising) เป็นการนำเสนอข่าวสารการขาย หรือแจ้งข่าวสารให้บุคคลที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทราบเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือแนวความคิด โดยเจ้าของสินค้าและบริการทั้งหลายนั้นได้มีการจ่ายเงินเพื่อเป็นการใช้สื่อ และเป็นการเสนอข้อมูลที่ไม่ใช่เป็นการส่งบุคคลเข้าไปติดต่อโดยตรง

โดยจุดมุ่งหมายของการโฆษณา คือ การขายสินค้า แต่จุดมุ่งหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นฉับพลันก็คือ การติดต่อสื่อสาร (Immediate purpose is to communicate) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แอบแฝงด้วย

ใบขออนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) จำเป็นมาก แค่มีก็ไม่เสี่ยงคุก

ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมหลายคนยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องขอ ฆอ. ในเมื่อเรามีใบรับรองจาก อย. อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขอก็ได้ แต่จริง ๆ แล้วการขอ ฆอ.เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ถ้าผลิตภัณฑ์ของเรายังต้องถูกนำใส่ปาก นอกจากใบรับรองต่าง ๆ ที่ได้จาก อย. แล้ว การขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร หรือ ฆอ. จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้การโฆษณาของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น

ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตราที่ 40, 41, 42 ผู้ประกอบการสินค้าใด ๆ ที่เกี่ยวกับอาหารและยา ที่ต้องการจะโฆษณาคุณประโยชน์ หรือสรรพคุณสินค้า ต้องนำข้อความที่จะโฆษณาเหล่านั้นมาขออนุญาตก่อน เมื่อผ่านการพิจารณาจึงจะสามารถนำไปใช้ในการโฆษณาได้

การขอ ฆอ. คือการขออนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์ของคุณที่เป็นอาหารหรือยาลงบนสื่อต่าง ๆ เป็นใบรับรองว่าผลิตภัณฑ์ของคุณ ไม่ได้มีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงแต่อย่างใด ทุกถ้อยคำบนโฆษณาสามารถเชื่อถือได้

สามารถโฆษณาโดยไม่ขอ ฆอ. ได้หรือไม่ ?

สำหรับผู้ประกอบการที่ทำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องนำเข้าสู่ปาก ไม่จำเป็นต้องขอก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมจิตสำนึกของการเป็นพ่อค้า แม่ค้าที่ดีด้วย ว่าไม่ควรโฆษณาเกินจริง อย่าหลอกลวงคนซื้อ เพราะความจริงใจคือสิ่งสำคัญในการขายของทุกอย่าง

โฆษณาที่ไม่ต้องนำมายื่นขออนุญาต

  • โฆษณาที่ไม่มีการกล่าวอ้างถึงสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อาหาร หรือไม่มีการแสดงข้อมูลด้วยภาพ ข้อความ สัญลักษณ์ หรืออื่นใด ที่อาจเชื่อมโยงให้เข้าใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์อาหารมีสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของอาหารตามข้อมูลนั้น ๆ
  • การให้ข้อมูลทางวิชาการ ที่ไม่เชื่อมโยงให้เข้าใจได้ว่าเป็นสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อาหารอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ทางการค้า
  • การโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขาย เช่น การลด แลก แจก แถมของรางวัล ชิงโชค โดยไม่มีการแสดงสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อาหาร

สำหรับเจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือหรือผลิตภัณฑ์ชา กาแฟ ต่าง ๆ ควรจะขอเอาไว้ เพราะถ้าไม่ได้ขอแล้วทำการโฆษณาตามอำเภอใจ อาจโดนโทษทั้งจำทั้งปรับ ตามราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตราที่ 70, 71, 72 ได้

การขอ ฆอ. ที่ผู้ประกอบการควรรู้

ใครที่อยากจะทำเนียนไม่ขอ เพราะคิดว่าขอยาก จะปล่อยผ่านโฆษณาไปเรื่อย ๆ เพราะคิดว่าคงงไม่มีใครมาตรวจสอบ คิดผิดคิดใหม่ได้นะ เพราะการขอ ฆอ. ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่กังวลกัน ปัจจุบันก็มีเอเจนซี่หลายที่เปิดบริการรับขอ ฆอ. ให้อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการได้มากทีเดียว และสำหรับใครที่อยากจะยื่นเรื่องขอด้วยตัวเองสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

หรืออีกหนึ่งทางเลือกก็คือ เลือกอาหารเสริมที่มีบริการยื่นเรื่องขอ ฆอ. โดยทาง Kovic  มีบริการ One Stop – Service ที่นอกจากรับจดแจ้งเลข อย. แล้ว ยังมีบริการยื่นขอ ฆอ. เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์มีความสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปดำเนินการหลายที่

แบบไหนถึงเรียกว่าอวดอ้างเกินจริง

เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไม โฆษณาบางตัวถึงมีคำต้องห้ามได้ ทั้ง ๆ ที่ผู้ประกอบการบางคนตบตีกับ Facebook แทบตาย แต่ก็ไม่สามารถทำโฆษณาได้ บางโฆษณาสามารถใช้คำว่า “ธรรมชาติ” “ปลอดภัย” “ไม่ใส่วัตถุกันเสีย” ทั้ง ๆ ที่คำเหล่านี้ ก็เข้าข่ายคำโฆษณาเกินจริงหรือเปล่า ? นั่นเป็นเพราะว่า ผู้ประกอบการเหล่านั้นยื่นขอ ฆอ. ใช้คำเหล่านี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังมีบางคำที่ไม่สามารถขอ ฆอ.ได้ เพราะถือว่าเป็นคำกล่าวอ้างเกินจริงได้แก่ ยอด, ดีเลิศ,  เด็ดขาด,  อันดับ 1,  ศักดิ์สิทธิ์, มหัศจรรย์, ที่สุด,  สุดยอด, เยี่ยม,  เยี่ยมยอด,  ยอดเยี่ยม, ดีที่สุด, เลิศที่สุด, ชนะเลิศ,  เลิศเลอ,  ดีเด็ด,  สุดเหวี่ยง,  วิเศษ, ฮีโร่,  บริสุทธิ์, ล้ำเลิศ, ชั้นเลิศ, เลิศล้ำ, เด็ด, หนึ่งเดียว, พิเศษ,  ยอดไปเลย, โดดเด่น,  ปาฏิหาริย์

คำเหล่านี้ ล้วนเป็นคำที่ให้ผลโฆษณาที่ดีมาก ผู้ประกอบการหลาย ๆ คนต่างหยิบยกมาใช้กัน แม้จะรู้ว่ามันเป็นคำอวดอ้างเกินจริงก็ตาม เพราะเหตุนี้ จึงต้องมี ฆอ. ออกมาเพื่อควบคุมการโฆษณาอาหารและยา ไม่ให้อวดอ้างเกินจริงจนส่งผลให้ ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดได้

สรุป

จากที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมดก็พอจะบอกได้แล้วว่า ฆอ. นั้นมีความสำคัญและจำเป็นต่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างมาก เพราะการโฆษณาต้องมาคู่กับการขายของอยู่แล้ว ดังนั้นควรยื่นขอ ฆอ. กันไว้ดีกว่า เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภคด้วยการแสดงเลขอนุญาตโฆษณา การจำหน่ายสินค้าแบบสุจริตใจย่อมให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : stopmean.wordpress.com

adsidea.net

คำโฆษณาต้องห้าม พาแบรนด์พังไม่รู้ตัว

คำโฆษณาต้องห้าม พาแบรนด์พังไม่รู้ตัว

การมีแบรนด์สักหนึ่งแบรนด์ กว่าจะสินค้าออกมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารเสริม เครื่องสำอางและสบู่ เพราะต้องผ่านการคิดค้นในส่วนต่าง ๆ อย่างมากมาย แต่เมื่อได้สินค้าออกมาพร้อมจำหน่ายแล้ว ก็จะต้องหาช่องทางให้ขายและทำให้สินค้าของแบรนด์เป็นที่รู้จักมากที่สุด ซึ่งหนึ่งในวิธีที่หลายแบรนด์นิยมใช้กันก็คือ การโฆษณา

โรงงานอาหารเสริม

ซึ่งการโฆษณานั้นก็สามารถทำได้หลากหลายช่องทาง ตามกำลังเงินทุนของแบรนด์ แต่เห็นกันอย่างแพร่หลายก็คงหนีไม่พ้น โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์อย่าง Facebook เนื่องจากในปัจจุบันผู้คนอยู่กับโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ทำให้แบรนด์ที่มีเงินทุนไม่มากพอที่จะทำโฆษณาบนโทรทัศน์ จึงหันมาโฆษณาผ่านทางช่องทางนี้แทน เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว และมีจำนวนมาก

แต่ถ้าให้พูดถึงการโฆษณานั้น ย่อมมีสิ่งที่ควรต้องระวังนั่นก็คือ การโฆษณาเกินจริง สามารถเห็นได้จากข่าวที่แบรนด์อาหารเสริม เครื่องสำอางหรือสบู่ที่โดนจับเพราะใช้ “คำโฆษณาเกินจริง” เพราะฉะนั้นเวลาที่แบรนด์จะทำการโฆษณาสินค้าสักอย่างหนึ่ง ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่ามีคำต้องห้ามต่าง ๆ หรือไม่ ซึ่งในวันนี้ทาง Kovic ได้รวบรวมคำโฆษณาต้องห้ามมาให้ดูกันว่ามีคำอะไรที่ห้ามใช้บ้าง

คำต้องห้าม ผิดกฎ ฆอ. ผิดกฎ Facebook

อย่างที่รู้กันดี เวลาที่จะทำการโฆษณาสักตัว ไม่ว่าจะเป็นใน Google หรือ Facebook ก็จะต้องผ่านการตรวจสอบจาก Facebook ก่อน จนทำให้พ่อค้า แม่ค้าหลายคนต่างพากันกุมขมับ กว่าจะผ่านได้แต่ละตัว เล่นเอาเลือดตาแทบกระเด็น เพราะเนื้อหาและภาพที่จะต้องเผยแพร่สู่ Facebook ให้กับกลุ่มเป้าหมายเห็นนั้นจะต้องไม่มีภาพ โป๊เปลือย การแสดงถึงคววามรุนแรง การส่งเสริมอาชญากรรม หรือแม้แต่คำก็ต้องไม่มี “คำต้องห้ามทำโฆษณา” เด็ดขาด เมื่อใดที่เราต้องการทำโฆษณา ลองอ่านทบทวนอีกมีว่า คำโฆษณาของเรามีคำต้องห้ามเหล่านี้หรือไม่ โดยจะแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจกันง่ายขึ้น ว่าบริบทของแต่ละคำมันผิดกฎอย่างไร ทำไมถึงกลายเป็น คำต้องห้าม ซึ่งมีหมวดหมู่ดังต่อไปนี้

  • ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสบู่
  • รับสมัครตัวแทนจำหน่าย

การโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก

ถือเป็น 1 หมวดที่มีการเข้มงวดเรื่องการโฆษณามาก เพราะส่วนใหญ่ที่อย. มักจะจับสินค้าที่มีการโฆษณาเกินจริงส่วนมากจะเป็นอาหารเสริมลดน้ำหนัก เพราะอาหารเสริมประเภทนี้มีความน่าสนใจมากสำหรับผู้บริโภคพอ ๆ กับอาหารเสริมผิวใส โดยคำต้องห้ามโฆษณาของหมวดหมู่นี้คือ

  • อ้วน / ผอม
  • ระเบิดไขมัน
  • ไซซ์ใหญ่
  • ลดน้ำหนัก
  • ไม่โยโย่
  • ขาแขนใหญ่
  • ดื้อยา
  • ได้ผล 100%
  • คำที่ส่งผลต่อจิตใจ
  • ลดด่วน
  • อยากผอม
  • ผอมทันใจแน่นอน
  • เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
  • เบิร์น
  • ทลายไขมัน
  • หุ่นดีกว่าเดิม
  • คำการันตีผล
  • ยินดีคืนเงิน

จะเห็นเลยว่าคำที่ห้ามใช้ส่วนใหญ่จะเป็นคำที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกทั้งนั้น ตามนโยบายของ Facebook เรื่องของการใช้ถอยคำรุนแรง ที่มีผลกระทบต่อจิตใจคนอื่น เช่น “แขน ขาใหญ่”, “ไซซ์ใหญ่” แม้บางคำฟังดูไม่ใช่คำรุนแรง แต่ว่าสำหรับคนที่มีรูปร่างใหญ่ น้ำหนักเยอะ คำพวกนี้ถือเป็นคำที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเขาได้

“ยินดีคืนเงิน” จริง ๆ แล้วคำนี้สามารถอยู่ในโฆษณาได้ แต่มีข้อแม้ว่า คุณต้องมีหลักฐานการคืนเงินที่แน่ชัด และมีขั้นตอนการคืนเงินที่ครบกระบวนการแนบมาด้วย ส่วนคำอื่น ๆ ที่กล่าวมาก็เข้าหลอกลวง อวดอ้างเกินจริง เลยไม่สามารถนำมาใช้ในการทำโฆษณาได้ ถึงแม้จะหัวใสเกิดไอเดียคิดคำหลบเลี่ยงโดยใช้ภาษาอังกฤษมาผสมคำ เช่น ผOม, ดื้Oยา Uวม เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าจะหัวใสแค่ไหน ก็ไม่รอด

การโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสบู่

ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์มากมายนิยมทำผลิตภัณฑ์ประเภทนี้พอ ๆ กับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เพราะว่าเป็นสินค้าสิ้นเปลือง ใช้แล้วหมดไป ที่สำคัญต้นทุนในการผลิตร้อยเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ปนะเภทอื่น แต่อย่าลืมนะว่า ยิ่งสินค้าประเภทนี้มีเยอะในตลาดกฎและการควบคุมก็ต้องเยอะตามไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องคำต้องห้ามที่ไม่สามารถใช้ในการทำโฆษณาได้ ได้แก่

  • ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • ป้องกันการเกิดสิว
  • รักษาโรคผิวหนัง
  • รักษาโรคสะเก็ดเงิน
  • ขาวไว ขาวทันที ต้านอนุมูลอิสระ
  • ธรรมชาติ 100%
  • ลดรอยแดง
  • ลดรอยดำ
  • ลดรอยสิว
  • ลดฝ้ากระ
  • สลายฝ้า
  • เห็นผล….
  • ระบุวันเห็นผล
  • รับประกัน
  • จริง เช่น ขาวจริง
  • หน้าเรียว
  • คำการันตีผล
  • กระชับสัดส่วน
  • ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน

แน่นอนว่าสินค้าของคุณสามารถช่วยปัญหาที่กล่าวมาได้จริง ๆ มีลูกค้าใช้แล้วเห็นผลลัพธ์แบบนั้นจริง ๆ สามารถลดรอยแดง รอยดำ รอยสิวได้ แต่คุณสามารถพิสูจน์ได้หรือเปล่าว่า คนที่ใช้สินค้า 100 คน จะได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทั้ง 100 คน ถ้าไม่ได้แสดงว่าคุณโฆษณาเกินจริงแล้ว

แล้วทำไมคำว่า “ขาว” ถึงใช้ไม่ได้ เพราะว่าคำนี้สามารถตีความการเหยียดสีผิวได้และอีกอย่างมนุษย์เราไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวตัวเองได้ ทางที่ดีควรใช้คำเลี่ยง อย่างเช่น แลดูกระจ่างใส, แลดูสว่าง แทน ส่วนคำว่า “ธรรมชาติ 100%”  สาเหตุที่ไม่สามารถใช้ได้เพราะเป็นคำอวดอ้างเกินจริง สิ่งใด ๆ ในโลกนี้ถ้าผ่านกระบวนทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีทาง 100% จริง ๆ นอกจากคุณจะขยี้สมุนไพรแล้วเอามาแปะผิวโดยตรง อันนั้นแหละ 100% จริง ๆ อย่างที่บอก ถ้าผู้ใช้สินค้าไม่ได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทั้งหมด การใช้คำเหล่านี้มาโฆษณาถือว่าเป็นคำโฆษณาเกินจริงทั้งนั้น

การโฆษณาเพื่อรับสมัครตัวแทนจำหน่าย

เมื่อมีแบรนด์ก็ย่อมจะต้องการกระจายสินค้าไปสู่ตลาดให้เยอะที่สุด ซึ่งหนึ่งในวิธีนั้นก็คือ การมีตัวแทนจำหน่าย สำหรับเรื่องของการโฆษณารับตัวแทน เชื่อว่าผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์เน้นโชว์ “ความรวย” เพื่อให้คนอยากสมัครเป็นตัวแทน การโชว์รวยไม่ผิด แต่การโชว์รวยที่มากเกินพอดี นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะจะเข้าขายการโฆษณาเกินจริงได้

อีกอย่างที่ควรระวังคือ การใช้ถ้อยคำที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเครือข่ายตรง หรือแชร์ลูกโซ่ ซึ่งคำเหล่านั้นมีดังนี้ไปนี้

  • วิธีรวยเร็ว
  • ทำงานที่บ้านก็รวยได้
  • ทำงานประจำแล้วไม่รวย
  • ขายวันนี้ พรุ่งนี้รวย
  • งานสบาย ๆ รวยเร็วใน 1 เดือน
  • ใช้สิทธิจองรวย
  • รวบง่าย ๆ แค่คลิก
  • แค่ขายก็รวยแล้ว
  • รวยแบบไม่ทันตั้งตัว
  • รวยในข้ามคืน

ข้อความเหล่านี้ คือข้อความที่เป็นการโฆษณาที่เกินจริงมาก ๆ สำหรับการโฆษณารับตัวแทนคุณอาจจะใช้วิธีอื่นเพื่อดึงดูดใจ เช่น การยกเคสคนที่ประสบความสำเร็จมาเป็นแรงบันดาลใจเป็นต้น

หยุดโฆษณาเกินจริง คงความน่าเชื่อถือให้แบรนด์อย่างยั่งยืน

“มาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

สรุป

การสร้างแบรนด์ให้น่าเชื่อถือ ไม่จำเป็นต้องโฆษณาเกินจริงก็ทำได้ การจำหน่ายสินค้าด้วยความจริงใจ ตรงไปตรงมา ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดี สร้างความน่าเชื่อถืออย่างยั่งยืนมากกว่าการเผยแพร่ข้อมูลสินค้าเกินจริง นำเสนอแต่สิ่งที่อวดอ้างเกินจริง เพราะนอกจากไม่ช่วยสร้าง “ชื่อเสียง” แต่จะเป็นการสร้าง “ชื่อเสีย” ให้กับแบรนด์ของคุณแทน

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : adsidea.net

สร้างแบรนด์ของตัวเองแบบมืออาชีพ

สร้างแบรนด์ของตัวเองแบบมืออาชีพ

ในการเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอาง ยาสมุนไพร ครีมหรือแม้แต่สบู่ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นทำธุรกิจเหล่านั้นเป็นอันดับแรก ๆ คือ แบรนด์ (Brand) และการสร้างแบรนด์ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งทำให้เป็นข้อได้เปรียบในการทำธุรกิจ เนื่องจากความรู้สึกที่มีต่อสินค้า หรือบริการจากแบรนด์นั้น ๆ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า หรือไปใช้ต่าง ๆ นั้น โดยส่วนใหญ่มาจากความน่าเชื่อถือของแบรนด์และชื่อเสียงของบริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์นั้นเป็นหลัก นั่นคือส่วนสำคัญส่วนหนึ่งตามความหมายของการสร้างแบรนด์

สร้างแบรนด์อาหารเสริม

การสร้างแบรนด์ นั้นไม่ใช่แค่การสร้างโลโก้ สร้างชื่อสินค้า หรือแพคเกจจิ้ง แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในส่วนของผู้ดำเนินธุรกิจจำเป็นต้องสร้างความรู้สึกที่ดี และความผูกพันระหว่าง แบรนด์ กับตัวผู้บริโภคให้ดีอีกด้วย ดังนั้นทาง Kovic จึงมีวิธีการสร้างแบรนด์แบบมืออาชีพให้สามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาวกัน

แบรนด์ (Brand) คืออะไร

การจะสร้างแบรนด์ เราต้องมารู้จักคำว่า “แบรนด์” กันก่อน ซึ่ง แบรนด์หรือตราสินค้า คือภาพลักษณ์และมุมมองความคิดที่ลูกค้ามีต่อบริษัท หรือสินค้าและผลิตภัณฑ์ แบรนด์เป็นความรู้สึกที่ถูกสื่อสารผ่าน ชื่อ คำศัพท์ การออกแบบ สัญลักษณ์ หรือประสบการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าสามารถจดจำและจำแนกบริษัท สินค้า หรือบุคคลออกจากคู่แข่งได้

วิธีสร้างแบรนด์ของตัวเองแบบมืออาชีพ

  • Build the Brand
  • Logo Design
  • Brand Awareness
  • Brand Royalty
  • Keep Relationship
  • New Line of Products

จุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ (Build the Brand)

เมื่อคุณกำลังคิดที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง การสร้างแบรนด์นั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ และตัวคุณเองจำเป็นต้องรู้ว่าธุรกิจอะไรอยู่ ธุรกิจที่ต้องการเริ่มนั้นเกี่ยวกับอะไร แล้วเริ่มต้นธุรกิจนี้เพราะอะไร ทำไมถึงต้องการเริ่มต้นธุรกิจนี้ การหาจุดยืนของธุรกิจตัวเองเพื่อให้ผู้บริโภคหรือกลุ่มลูกค้า สามารถคาดหวังต่อสิ่งต่าง ๆ จากธุรกิจของเราได้ เพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจว่า จะได้ประโยชน์หรือความคุ้มครองจากเราอย่างไรบ้าง

ซึ่งจุดนี้ต้องแน่ใจว่าแบรนด์ของสินค้าเราสามารถทำได้จริง ๆ มิเช่นนั้น จะกลายเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ส่งผลดีต่อธุรกิจของเราเท่าไหร่นัก เมื่อมีจุดยืน คุณยังจำเป็นต้องสร้างความเป็นตัวของตัวเองลงไปใน แบรนด์ สินค้าของคุณด้วย เช่น มีความซื่อสัตย์ในการให้ข้อมูล ที่ทำให้ลูกค้าเห็นอย่างสม่ำเสมอ ความสุภาพในการให้บริการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะก่อให้เกิดความผูกพัน และความรู้สึกที่ดีในระยะยาวต่อธุรกิจ ดังนั้นการสร้างแบรนด์จึงเป็นหัวใจสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ ซึ่งหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์ที่ดี ควรทำให้แบรนด์มีความน่าสนใจ มีจุดดึงดูด มีจุดเด่นและมีจุดยืนที่เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด

การสร้างโลโก้ (Logo Design)

ในการเริ่มต้นธุรกิจใด ๆ นั้น โลโก้ (Logo) เปรียบเสมือน การสร้างสัญลักษณ์เพื่อเป็นตัวแทนของสินค้า บริการ ธุรกิจ รวมถึงความรู้สึกด้วย ทั้งส่วนชื่อโลโก้ สัญลักษณ์ของโลโก้ หรือแม้แต่สีของโลโก้ สิ่งเหล่านี้มีความจำเป็นในการจดลิขสิทธิ์เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ เทคนิคในการออกแบบโลโก้ คือควรกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่า เราต้องการให้ผู้บริโภคเห็นแล้วนึกถึงอะไรเป็นอันดับแรก ในส่วนของตัวสโลแกน หรือคำบรรยายติดปากสั้น ๆ ของแบรนด์นั้นมีไว้เพื่อทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำแบรนด์ของเราได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness)

ในการเริ่มต้นธุรกิจ การสร้างการรับรู้ของแบรนด์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การใช้เงินจำนวนมาก กับการลงโฆษณา การประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้บริโภคทราบว่ามีแบรนด์ของเราอยู่เท่านั้น เพราะการทำให้คนรู้จักแบรนด์นั้น “ไม่ได้แปลว่าต้องมีคนซื้อเสมอไป”

การสร้างการรับรู้ หรือการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักคือ การที่เราสามารถนำแบรนด์ไปทำให้เป็นที่รู้จักไม่ว่าจะเป็นรู้จัก ชื่อแบรนด์ คุณภาพของสินค้าที่เราสร้างขึ้น เพื่อให้เกิดความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว การสร้างการรับรู้แบรนด์นั้น มีสิ่งที่เราต้องคิดถึงอยู่เสมอคือ จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคนึกถึงแบรนด์ของเราเมื่อพูดถึงสินค้าในกลุ่มนี้

ความจงรักภักดีที่มีต่อแบรนด์ (Brand Royalty)

การจะทำให้การดำเนินธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การสร้างความจงักภักดีต่อแบรนด์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งในการสร้างแบรนด์ เนื่องจากการรักษาฐานลูกค้าเดิมพร้อมกับสร้างฐานลูกค้ารายใหม่นั้น ถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์

การที่ผู้บริโภคซื้อสินค้าเหตุผลหนึ่งคือผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในแบรนด์นั้น ๆ จนทำให้เกิดการเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์เดิมซ้ำ ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่แบรนด์จำเป็นต้องรักษามาตรฐานนี้ไว้ให้ดี อย่างไรก็ตามการทำให้ผู้บริโภคไม่หนีไปไหน ยังมีปัจจัยอื่น ๆ มา ร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็น การบริการลูกค้าสัมพันธ์ที่ดี การตอบแทนสังคม โดยการนำกำไรที่ได้จากการทำธุรกิจไปจัดกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ ก่อให้เกิดความรู้สึกดีต่อแบรนด์เป็นต้น

ทำความเข้าใจลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ (Keep Relationship)

เป็นที่แน่นอนว่าในการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้น ลูกค้า ถือเป็นส่วนสำคัญมาก ที่จะทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ ดังนั้นเพื่อทำให้กลุ่มลูกค้าอยู่กับแบรนด์ของเราไปนาน ๆ ไม่หนีหายไปไหน เจ้าของธุรกิจจึงจำเป็นที่จะต้องคอยพัฒนาตัวสินค้า และบริการของตัวเองต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อที่คู่แข่งจะตามไม่ทัน

ซึ่งสามารถทำได้โดยการสังเกต สอบถาม วัดความรู้สึกของกลุ่มลูกค้าอยู่เนือง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่ใช้เพียงความรู้สึกของเจ้าของธุรกิจเป็นเครื่องตัดสิน

การแตกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับแบรนด์ (New Line of Products)

เมื่อแบรนด์ของคุณเริ่มมีสินค้าใหม่ หรือบริการใหม่ ๆ ที่ต้องทำภายใต้แบรนด์สินค้าเดิมที่มีอยู่ ทำให้สินค้าหรือบริการนั้น ๆ ดูไม่แตกต่างจากสินค้าหรือบริการเดิมมากนัก หากเป็นเช่นนั้นอาจมีผลทำให้ลูกค้าเกิดความสับสนต่อแบรนด์

นอกจากการแตกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้แบรนด์มีความน่าสนใจมากขึ้นแล้ว การเปิดตลาดใหม่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เช่น การขยายแบรนด์ไปสู่ตลาดต่างประเทศโดยไม่ทิ้งฐานลูกค้าเก่าที่อยู่ในประเทศ ซึ่งวิธีนี้เป็นการสร้างแบรนด์สู่สากลอย่างเต็มรูปแบบ

สรุป

การสร้างแบรนด์สักแบรนด์หนึ่ง จำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้าง ไม่ใช่ว่าสร้างขึ้นมาแล้วประสบความสำเร็จในทันที นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์แล้ว การบริหารแบรนด์ให้มีชื่อเสียง มีคุณภาพ ก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากเช่นกัน ยิ่งหากเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่แล้ว ยิ่งต้องดูแลรักษาคุณภาพของแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นต่อแบรนด์และไม่เปลี่ยนใจไปจากแบรนด์

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.toward-goal.com

thaiwinner.com