เรื่อง

สร้างแบรนด์อาหารเสริม

Step Marketing ของธุรกิจสุขภาพและความงาม

Step Marketing ของธุรกิจสุขภาพและความงาม

ธุรกิจสุขภาพและความงามถือเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเมื่อไม่นานมานี้เทรนด์รักสุขภาพนั้นเป็นกระแสอย่างมาก และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ COVID – 19  ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่หันมารักษาสุขภาพมาขึ้นทั้งภายในและภายนอก รวมถึงการใส่หน้ากากอนามัยที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นการอุดตัน อับชื้น หรือการเกิดสิวเป็นต้น

สร้างแบรนด์อาหารเสริม

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ธุรกิจสุขภาพและความงามมากมาย จนนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นทั้งอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ทำให้แบรนด์บางแบรนด์สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด แต่ในขณะที่บางแบรนด์กลับไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่หวังไว้และหายไปในที่สุด หรือแม้แต่มีแบรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด

แต่การที่มีแบรนด์อาหารเสริมและเครื่องสำอางต่าง ๆ เกิดขึ้นมามากมายนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เรื่องที่ใหญ่จริง ๆ คือ ในฐานะเจ้าของแบรนด์จะทำอย่างไรที่สามารถทำให้ธุรกิจและแบรนด์ของเรานั้นอยู่รอดและเติบโตเป็นที่รู้จักได้ในสถานการณ์แบบนี้ ดังนั้นในวันนี้ทาง Kovic จึงได้รวบรวม Step Marketing สำหรับธุรกิจสุขภาพและความงามในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมและเครื่องสำอาง ที่ทำตามแล้วแบรนด์ของเราจะไม่จมหายไปจากวงการธุรกิจนี้อย่างแน่นอน

Step 1 : Brand Awearness

การทำธุรกิจหรือสร้างแบรนด์ของตัวเองสักแบรนด์หนึ่งขึ้นมา เปรียบเสมือนเราสร้างตัวตนคน ๆ หนึ่งขึ้นมา ยิ่งปัจจุบันโลกเราเข้าถึงโซเชียลมีเดียมากมาย เราจำเป็นที่จะต้องสร้างตัวตนของเราขึ้นมาในโลกออนไลน์ด้วย เท่านั้นยังไม่พอต้องทำให้พวกเขาเห็นเราในทุก ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Facebook, Instagram, Twitter, Youtube, Google และ Line เป็นต้น

ซึ่งช่องทางเหล่านี้จะช่วยให้แบรนด์ของเราได้เข้าถึง ทำความรู้จักกับลูกค้า บอกข่าวสารต่าง ๆ แก่พวกเขา เกิดการซื้อขายเกิดขึ้น และยังสามารถรักษาลูกค้าของเราไว้กับเราไปนาน ๆ ได้อีกด้วย

Step 2 : ทำให้เราเป็นที่สนใจ

ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ต้องสามารถทำให้แบรนด์ของเราเป็นที่พูดถึงให้ได้ และถ้ายิ่งวงกว้างเท่าไหร่ยิ่งดี การทำให้เราเป็นที่สนใจบนโลกออนไลน์ ยกตัวอย่างเช่น การสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ เจ๋ง ๆ หรือ คอนเทนต์ที่ตามกระแส ยิ่งเราจับจุดความสนใจของลูกค้ามากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งรู้ว่าคอนเทนต์แบบไหน แนวไหนที่จะโดนใจพวกเขา และทำให้เขารู้สึกอยากติดตามคอนเทนต์เราอยู่ตลอด

แต่อยากลืมว่าการเน้นการขายของมากเกินไปในคอนเทนต์ของเรา จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถูกยัดเยียดมากเกินไป จะทำให้กลายเป็นไม่อยากติดตามเรา หรือจะเป็นการทำ Search Engine (SEO) ใน Google เพื่อให้เวลาลูกค้าค้นหาสินค้าประเภทเกี่ยวกับสุขภาพหรือความงาม แบรนด์ของเราจะขึ้นมาให้เขาเห็นเราเป็นอันดับต้น ๆ ง่านต่อการเข้าถึงและทำให้เพิ่มความน่าเชื่อถือไปได้ด้วย

Step 3 : เสนอ How to แก้ปัญหาอย่างแนบเนียน

เมื่อลูกค้าเริ่มรู้จักกับเราแล้ว แต่เราก็อยากให้เขาสนิทกับเรามากยิ่งขึ้น มาใช้บริการหรือซื้อผลิตภัณฑ์ของเรามากขึ้น คอนเทนต์ How to แก้ปัญหาในเรื่องของสุขภาพความงามต่าง ๆ ที่ลูกค้าประสบพบเจอนั้น จะยิ่งเป็นการเพิ่มความน่าสนใจ และความอยากสนิทกับเรามากยิ่งขึ้น แบรนด์ของเราอาจจะทำคอนเทนต์ How to ตบเข้าด้วยวิธีรักษาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการมาใช้แบรนด์ของเรานั่นเอง ถือว่าเป็นการขายของไปในตัวก็ว่าได้

Step 4 : เสนอบริการที่ตอบโจทย์

ขึ้นชื่อเรื่องของสุขภาพและความงาม ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็คงจะหนีไม่พ้นกับการเข้ามาใช้บริการเพื่อรักษาปัญหา หรืออาการที่เป็นอยู่ ซึ่งในขั้นนี้จะเป็นการเมคชัวร์ให้กับลูกค้าว่าเรานั้นสามารถรักษา หรือสินค้าของเรามีสรรพคุณที่ช่วยบรรเทาอาการ หรือบำรุงได้จริง

เราแค่ต้องมีข้อมูลและบริการต่าง ๆ ขึ้นตามเว็บไซต์ หรือตามสื่อโซเชียลขอเรา แยกตามประเภทของสินค้า หรือบริการ หรือปัญหาให้เห็นชัดเจน และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้ รวมถึงการมีพนังงานคอยตอบคำถามของพวกเขาได้ รวมถึงการมีพนักงานคอยตอบคำถามของพวกเขา และแนะนำการใช้บริการที่ตรงจุดก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้น

Step 5 : ดูแลลูกค้าเหมือนคนที่เรารัก

เมื่อพวกเขาเข้ามาเป็นลูกค้าของเราแล้ว สิ่งที่สำคัญมาก ๆ เลยก็คือ การรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ ดูแลพวกเขาให้เหมือนกับคนที่เรารัก โปรดจำไว้ว่าการรักษาฐานลูกค้าเดิม ประหยัดต้นทุนกว่าการสร้างลูกค้าใหม่ เพราะฉะนั้นเราจึงควรดูแลรักษาเขาเป็นอย่างดี

ตัวอย่างการรักษาฐานลูกค้าเช่น การทำ CRM ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพิเศษต่าง ๆ หรือมี Line@ แจ้งข้อมูลข่าวสาร สิทธิประโยชน์ หรือเสนอคอนเทนต์อยู่เป็นประจำ ลูกค้าจะรู้สึกว่าพวกเขาเป็นพิเศษ และคนสำคัญ ซึ่งการทำ CRM นั้นจะสามารถช่วยให้เรารักษาฐานลูกค้าของเราไว้ได้ตลอด

Step 6 : อัพเดทข้อมูลวางแผนการตลาดสม่ำเสมอ

ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก ทางแบรนด์ต้องใส่ใจในข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่จะสื่อสารให้กับลูกค้าได้รับรู้ สื่อช่องทางไหนมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากน้อยเพียงไหน ช่องทางที่ดีอยู่แล้วก็ให้รักษามาตรฐานแบบนี้ไว้ ส่วนช่องทางที่ผลตอบรับน้อยหน่อยก็ให้นำมาวิเคราะห์ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

ซึ่งจะเป็นแนวทางในการวางแผนการตลาดของแบรนด์ต่อไปได้ว่าเราควรมุ่งไปในทิศทางไหน มีนวัตกรรม เทคโนโลยีอะไรใหม่ ๆ เข้ามาบ้าง เราสามารถที่จะแสดงจุดเด่นของเราได้อย่างไร โดยทั้งหมดก็จะส่งผลมาถึงยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นด้วยนั่นเอง

สรุป

การทำ Marketing นั้นสามารถทำให้แบรนด์ของเราเป็นที่รู้จักของหมู่ผู้บริโภคและสามารถทำให้อยู่รอดในวงการที่มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพและความงามจำหน่ายอยู่เต็มท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม เครื่องสำอาง ครีม หรือสกินแคร์ต่าง ๆ

ซึ่งในความเป็นจริงนอกจาก Marketing จะดีแล้วนั้น คุณภาพของผลิตภัณฑ์ก็ต้องดีด้วย เพราะการสร้างแบรนด์อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางเป็นของตัวเองสักแบรนด์ คุณภาพถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถ้าหากการตลาดดี บรรจุภัณฑ์สวยน่าใช้แค่ไหน แต่คุณภาพของผลิตภัณฑ์แย่หรือไม่ได้คุณภาพ ก็ไม่อาจสร้างยอดขายให้กับแบรนด์ได้ ดังนั้นนอกจากจะต้องทำการตลาดดีแล้ว การเลือกโรงงานผลิตอาหารเสริม ผลิตเครื่องสำอางที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ให้ออกมามีคุณภาพก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่แบรนด์จะต้องใส่ใจไม่แพ้กัน

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : taokaemai.com

การตลาดออนไลน์หลังยุค โควิด-19

การตลาดออนไลน์หลังยุค โควิด-19

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลายเป็นหนึ่งในตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงผู้ประกอบการที่มีช่องทางการตลาดแบบมีหน้าร้านทั่วไปเจอผลกระทบหนัก จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด คือ การทำตลาดออนไลน์ การตลาดแบบ Delivery ถึงบ้าน   ในอนาคตทิศทางการตลาดหลังโควิด-19 จะดำเนินไปในรูปแบบไหน  และเติบโตอย่างไร

การเติบโตของตลาดออนไลน์หลังยุค โควิด-19

ในช่วงโควิด-19  ครึ่งแรกปี 63  ยอดขายในตลาดออนไลน์ภาพรวมทั่วโลกเติบโต 19% , สหรัฐอเมริกา เติบโต 68% ,จีน เติบโต 50% สอดคล้องกับข้อมูลจากลาซาด้า (Lazada) ในประเทศไทยพบว่า ในช่วงครึ่งปีแรก 2563 ที่ผ่านมา ผู้ขายและแบรนด์บนลาซาด้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่ใช้เวลาบนแพลตฟอร์มลาซาด้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 30% ในช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์ (กลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม)

ลาซาด้ายังได้คาดการณ์อีกด้วยว่า ภายในสิ้นปี 2563 นี้ ตลาดออนไลน์ในประเทศไทยจะมีมูลค่ากว่า 2.2 แสนล้านบาท เติบโตขึ้นราว 35% จากปี 2562 ส่วนกลยุทธ์ที่ลาซาด้าจะเน้นต่อจากนี้คือ ‘Shoppertainment’ ที่จะนำความบันเทิงเข้ามาผนวกรวมกับการซื้อขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น การไลฟ์สตรีมมิง เล่นเกม เพื่อสร้างเอ็นเกจเมนต์ระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และแพลตฟอร์ม

การตลาดออนไลน์  จะมีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น 

เช่นรูปแบบ Social E-commerce   หรือ Public Market Place เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  มี Facebook  “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน” ซึ่งเป็นสถาบันไม่หวังผลกำไร ความแตกต่างระหว่าง Market Place ทั่วไป กับ Public Market Place  คือต้นทุน กับ กฎระเบียบข้อปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน การแจ้งเกิดสินค้าและบริการใหม่ๆ ในตลาดออนไลน์ เช่น บริการให้คำปรึกษาทางการแพทย์โดยหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโดยไม่ต้องพบตัวกัน  เช่น  www.doctorraksa.com ปรึกษาอาการโรคหรืออาการเจ็บป่วยที่ทำให้กังวลได้ทุกที่  ไม่เสียเวลาในการเดินทางไปพบคุณหมอในแต่ละครั้ง คุณหมอสามารถให้คำแนะนำเบื้องต้นในการปฏิบัติตัวและสามารถติดตามผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ยังมีระบบบันทึกข้อมูลสุขภาพ เก็บผลเอ็กซ์เรย์ โรคประจำตัว ประวัติการรักษา การแพ้ยา ไว้บนคลาวด์ ไม่หาย ไม่ต้องท่องจำ มีประโยชน์เมื่อยามฉุกเฉิน และมีการเก็บประวัติการให้คำปรึกษาแบบอิเล็กทรอนิคไว้บนแอพ เมื่อคุณปรึกษาoคุณหมอผ่านแอพรักษา คุณหมอจะทำสรุปผลการปรึกษาให้  สรุปผลดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ในบัญชีของคุณโดยอัตโนมัติ สามารถเปิดดูได้ตลอดเวลา   เมื่อจบการให้คำปรึกษาจะมีแบบสอบถามประเมินผู้เป็นแพทย์เพื่อนำไปพัฒนาการให้บริการภายในหลังอีกด้วย

ยังมีธุรกิจอีกมากมายที่ปรับตัวหลังโควิด-19  จะกล่าวถึง ธุรกิจธนาคารเองก็มีการให้บริการ Delivery ซึ่งตอนนี้มี 2 ธนาคารที่เริ่มทำเพื่อการเก็บข้อมูลลูกค้า  และให้บริการสินเชื่อตามมาภายหลัง  หรือแม้แต่การขายเพชรแต่งงานออนไลน์ซึ่งเดิมเพชรเหล่านี้จะซื้อเพียงครั้งเดียวในชีวิตควรจะเห็นด้วยตาก่อนตัดสินใจซื้อ ประกอบกับมีมูลค่าสูง แต่ด้วยพฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบันเริ่มคุ้นชินกับการซื้อออนไลน์ ดังนั้นการซื้อเพชรแต่งงานออนไลน์จึงไม่ใช่เรื่องแปลกต่อไปในยุคนี้แล้ว

ตลาดออนไลน์ ช่วยลดต้นทุนอะไรได้บ้างจากการตลาดแบบเดิม

ตุ้นทนที่ลดลงได้แก่ การเก็บสต็อก  จำนวนพนักงาน  ค่าเช่าพื้นที่  แต่สิ่งที่เป็นต้นทุนเพิ่มคือ คือทักษะการทำตลาดออนไลน์  การตลาดออนไลน์  ทำให้รูปแบบการผลิตเปลี่ยนเพราะการตลาดออนไลน์เราจะได้ข้อมูลค่อนข้างครบแล้ว   การผลิตต้องตอบสนองความต้องการลูกค้า

การแจ้งเกิดในตลาดออนไลน์  ต้องทำอย่างไร ?

ประกอบด้วย

  1. การตลาดออนไลน์จำเป็นต้องมีข้อมูลลูกค้า    ลูกค้าเราอยู่ตรงไหน ? ลูกค้ามีพฤติกรรมอย่างไร?  
  2. เลือก Platform ที่ถูกต้อง  เราจะอยู่บน Platform ไหนซึ่งเป็น Platform เดียวกับที่ลูกค้าเราอยู่ เช่น  ถ้าลูกค้าเราอยู่ใน Platform TIKTOK  เราก็เข้าไปอยู่ใน Platform TIKTOK

ไม่มีคำตอบสุดท้าย ในการทำการตลาด  เพราะการตลาดคือการตอบสนองความต้องการลูกค้า  ซึ่งแน่นอนมีความต้องการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ดังนั้นการทำตลาดก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาไม่มีคำตอบสุดท้าย

  • พิจารณาเรื่องสินค้า (Product)และราคา (Price)  ให้ตอบสนองต่อความต้องการลูกค้าและสามารถแข่งขันได้
  • จะสื่อสารอย่างไร    (How to Communication?)

หลัก 4 P’  =  Product Price Place Promotion ของ ฟิลิป คอตเลอร์   ยังคงเป็นหลักการตลาดพื้นฐาน ในการทการตลาดทุกยุคทุกสมัย  ไม่มีคำตอบสุดท้ายในการทำการตลาด  เพราะการตลาดคือการตอบสนองความต้องการลูกค้า  ซึ่งแน่นอนมีความต้องการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ดังนั้นการทำตลาดก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาเช่นกัน

ปัจจุบัน การตลาดออนไลน์ในส่วนองค์ประกอบด้าน Delivery  และ Payment   ยังไม่สมบูรณ์มากนักเนื่องจากลูกค้าใช้งานแล้วยังมีความสับสนหรือไม่เชื่อมั่น ลูกค้ายังรู้สึกไม่พอใจ ยังรู้สึกเป็นปัญหา ยังถือว่าไม่สมบูรณ์แบบ  ซึ่งยังถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายของนักการตลาดในยุคดิจิทัล ต่อไป

ในอนาคตการตลาดจะไปในรูปแบบไหน?

ในอนาคตการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ จะอยู่ด้วยกันอย่าง Balance มากขึ้น ไม่มีอะไรล้มหายตายจากอย่างสิ้นเชิง  การตลาดในอนาคตจะเป็นรูปแบบ Omni Channel Internal ต้องพึ่งพิงทั้งช่องทางการตลาด online และ offline  ซึ่งจะพึ่งพิงอันไหนมากน้อย ก็ขึ้นอยู่กับ พฤติกรรมลูกค้า ลักษณะสินค้า ทิศทางเทคโนโลยีในอนาคต    จะเห็นได้ว่า แม้แต่ Amazon ผู้นำใน Market Place บนแพลตฟอร์มออนไลน์ยังหันกลับมาทำ Shop หน้าร้าน ชื่อ Amazon Go  แต่มีรูปแบบไม่เหมือนโชว์ห่วย หรือ Moderntrade ปกติทั่วไป   มีการนำระบบการจ่ายเงินแบบไม่ต้องใช้พนักงานมาทำงาน นำระบบ AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในปฎิบัติการหน้าร้านมากขึ้น   เป็นต้น

สรุป

ไม่มีคำตอบสุดท้าย ในการทำการตลาด  เพราะการตลาดคือการตอบสนองความต้องการลูกค้า  ซึ่งแน่นอนมีความต้องการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ดังนั้นการทำตลาดก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาไม่มีคำตอบสุดท้าย

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

ข้อมูลอ้างอิง

รายการฟังหูไว้หู ช่อง 9 อสมท. การตลาดออนไลน์ยุคโควิด-19 วันที่ 7 กรกฎาคม 2563

https://blog.readyplanet.com/17411394/integrated-platform-for-b2b

สู้ศึกการตลาด 2020 ด้วยกลยุทธ์ B-A-S-I-C

สู้ศึกการตลาด 2020 ด้วยกลยุทธ์ B-A-S-I-C

ในทุกธุรกิจนั้นไม่ว่าจะธุรกิจด้านเสื้อผ้า ความสวยความงาม ไปจนถึงธุรกิจอาหารเสริม ที่ถึงแม้ว่าเจ้าของแบรนด์จะผลิตอาหารเสริมกับโรงงานอาหารเสริมที่มีคุณภาพ แต่ถ้าไม่มีการตลาดที่ดีก็ไม่สามารถทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักและสร้างรายได้ไปจนถึงกำไรได้ ซึ่งการตลาดนั้นก็จะต้องอัพเดทตลอดเวลาตามวันเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะถ้าวันเวลาเปลี่ยน แต่แผนการตลาดยังเป็นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก็ไม่สามารถทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักได้ ซึ่งในการตลาด 2020 นั้น จะเน้นไปที่กลยุทธ์ B-A-S-I-C ขอการตลาดในยุค Digital Economy ซึ่งมีดังต่อไปนี้

B : Beyond Tools

ทศวรรษที่กำลังจะมาถึงนี้จะมี Tools และ Technology ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายจาก 5G ที่กำลังมาถึงเต็มรูปแบบ แต่ต้องไม่ลืมว่า “อุปกรณ์” ไม่มีความสำคัญเท่าผลลัพธ์จากการใช้งาน นักการตลาดจะต้องมีกลยุทธ์ และเป้าหมายชัดเจนเพื่อหาอุปกรณ์ที่เหมาะสม มาใช้งานในตรงวัตถุประสงค์และเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลสูงสุด

A : Advocacy is the key

ในยุคที่ลูกค้าเป็นใหญ่ และเทคโนโลยีก้าวไกล นี่คือโอกาสที่แบรนด์จะสร้าง “กลุ่มนักรบ” ของตัวเองที่จะเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญที่สุดให้แบรนด์ ซึ่งการสร้างกลุ่มคนนี้ได้ แบรนด์จะต้องมีให้ทั้งคุณภาพ และความจริงใจอย่างต่อเนื่อง ในยุคที่โลกใบเล็กลง และเสียงของผู้บริโภคเชื่อมต่อกันทั่วโลก การที่แบรนด์สามารถเปลี่ยนกลุ่มคนที่ซื้อและใช้ซ้ำ ให้กลายเป็นคนที่แนะนำแบรนด์ของเราให้แก่คนอื่น นับเป็นความสำเร็จขั้นสูงสุดของโลกยุคนี้

S : Strategic Shift

การตลาดยุคใหม่ ยังต้องวางกลยุทธ์ แต่จะเป็นการวางกลยุทธ์การตลาดที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยรูปแบบของ 4P ได้เปลี่ยนไปแล้ว

  • P = Product เทคโนโลยีทำให้เกิดสินค้า และบริการรูปแบบใหม่ที่เราเคยได้แต่จินตนาการถึง
  • P = Pricing ผู้บริโภคเช็คราคาได้หลายช่องทางและผู้บริโภคสมันใหม่นั้นจะ “จ่ายเมื่อใช้” เพราะฉะนั้นนักการตลาดต้องจับโมเมนต์ของผู้บริโภค “จ่ายเมื่อใช้” จะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่นักการตลาดต้องดู
  • P = Place ช่องทางการจำหน่าย และตัวกลางการจำหน่ายเปลี่ยน ปัจจุบันคำว่า “Marketplace” เกิดขึ้นแทนที่แล้ว
  • P = Promotion กลายเป็นการสร้าง Value ให้กับลูกค้า หรือผู้บริโภค มากกว่าการลดแลกแจกแถม

I = Integrated Platform

นักการตลาดจะต้องไม่มองว่า ดิจิทัลเป็นแค่สื่อ แต่ต้องมองว่า ดิจิทัลคือ ชีวิตและความเปลี่ยนแปลงในโลกของผู้บริโภค และสิ่งนี้ส่งผลอย่างมากกับรูปแบบ Behavior ที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจกับ Customer Journey และศาสตร์ของ Moment Design มาใช้ ทั้งในมุมของการออกแบบการสื่อสาร การออกแบบช่องทางการขาย

C = Customer Experience

ยิ่งโลกเทคโนโลยีก้าวไกล ผู้บริโภคยิ่งคาดหวังว่าจะได้รับประการณ์ที่ดีขึ้นจากแบรนด์ ประสบการณ์นี้ไม่ได้แยกเป็น ออนไลน์ หรือออฟไลน์ แต่เป็น All Experience ที่เขาจะได้รับทั้งหมด เป็นประสบการณ์ที่ถูกออกแบบมาโดยมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

การตลาดที่ดีก็จะส่งผลให้สินค้าของแบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และสามารถส่งต่อแบบปากต่อปากได้ แต่นอกเหนือจากการตลาดที่ดีแล้วนั้น สินค้าที่มีคุณภาพก็เป็นตัวช่วยในการขายสินค้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสินค้าที่ดีก็จะมาแหล่งผลิตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตอาหารเสริม ถ้าได้ผลิตในโรงงานรับผลิตอาหารเสริมที่ได้คุณภาพ มีมาตรฐานต่าง ๆ รับรองก็สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.marketingoops.com

Omni – Channel การตลาดแบบ 4.0

Omni – Channel การตลาดแบบ 4.0

ปัจจุบันในการจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ อาหาร ครีม เครื่องสำอางหรือแม้แต่สิ่งที่ช่วยบำรุงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่าง อาหารเสริมนั้น การขายสินค้าโดยตรงอย่างเดียวก็คงไม่พอ ซึ่งจะต้องอาศัยการตลาดช่วยกระตุ้นการซื้อสินค้ามากขึ้น โดยในยุคนี้เป็นยุค 4.0 ที่การดำเนินชีวิตของคนส่วนใหญ่วนเวียนกับเทคโนโลยี ทำให้มีการตลาดออนไลน์เกิดขึ้นมาจากเมื่อก่อนก็มีเพียงแค่การตลาดออฟไลน์ ซึ่งการตลาดที่น่าสนใจในช่วงนี้และเจ้าแบรนด์ควรที่จะศึกษาเอาไว้ก็คือ Omni – Channel

Omni – Channel คืออะไร

Omni – Channel ก็คือ การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่หลากหลายช่องทาง การเชื่อมโยงช่องทางต่าง ๆ รวมให้เป็นหนึ่งเดียว โดยผสมผสานช่องทางการสื่อสารทั้งออนไลน์ (Online) และขายหน้าร้านหรืออฟไลน์ (Offline) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างชาญฉลาดและไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นระบบ CRM ยุคเศรษฐกิจและสังคม 4.0

Omni – Channel ในประเทศไทยนั้นเป็นอย่างไร

การทำ Omni – Channel กับสินค้า Comsumer ที่เริ่มมีให้เห็นในประเทศไทยเช่น เมื่อลูกค้าเข้ามากรอกข้อมูลในเว็บไซต์, Facebook หรือ Line ลูกค้าจะได้รับคูปอง จากนั้นเจ้าของแบรนด์จะมีการสื่อสารตอบกลับโดยส่ง SMS, E – mail หรือ Line หาลูกค้าให้นำคูปองไปใช้ที่หน้าร้านจริง และหลังจากใช้คูปองแล้วควรมีการติดตามผลเพื่อการปรับปรุงระบบปฏิบัติงาน ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และสร้างการกลับมาซื้อซ้ำเป็น Repeat Order รวมไปถึงการบอกต่อ เพื่อให้กลายเป็นกลุ่มลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์หรือ Loyalty Customer

ในส่วนของการเก็บข้อมูลการซื้อสินค้าของลูกค้าอย่าง ซื้อจากร้านไหน ซื้อสินค้าตัวไหน ซื้อในราคาเท่าไหร่ หรือนิยมซื้อในช่วงโปรโมชั่น หรือที่เรียกว่า Point of Sales ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากส่วนที่ขายหน้าร้าน แต่ขาดข้อมูลที่ระบุตัวตนของลูกค้าเช่น ชื่อ เบอร์โทร E – Mails เพื่อนำมาทำระบบ CRM เพื่อรวบรวมข้อมูลลูกค้าให้ได้ในระดับลึก การเชื่อมดยงระบบการขายหน้าร้านกับการขายออนไลน์เป็น Omni – Channel จึงเกิดขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทั้งนี้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลการตลาดภายในต้องนำไปรวมกับฐานข้อมูลภายนอก เพื่อให้มีข้อมูลลูกค้าทุกมิติ

การใช้ Omni – Channel กับ Contact Center

ปัจจุบันแนวโน้มการผสมผสานของช่องทางการติดต่อมายัง Contact Center ร่วมกับ Non – Voice ซึ่งรวมการติดต่อผ่าน Mobile Application, Website, Instant Message, E – mail หรือใน Social Media นั้นมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากความต้องการของลูกค้านั้นมีมากขึ้น และลูกค้า 1 ก็จะมีการติดต่อที่หลากหลายช่องทาง ซึ่งจะต้องเป็นโจทย์ในการบริหารจัดการและควบคุมคุณภาพของ Contact Center ที่จะต้อง Customize การบริการให้ตรงใจลูกค้าแต่ละราย ซึ่งมีผลต่อการเพิ่มความพึงพอใจในการใช้บริการในที่สุด

Omni – Channel นั้นเพียงช่องการตลาดเพียงช่องทางหนึ่งเท่านั้น เพราะถ้าหากการตลาดอีกแค่ไหน แต่สินค้าไม่มีคุณภาพก็ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ ดังนั้นนอกจากการตลาดจะดีแล้ว สินค้าก็จะต้องดีด้วยโดยเฉพาะ อาหารเสริม ที่มีสินค้าไม่ได้คุณภาพเกลื่อนตลาด โดยโควิก เคทท์ รับผลิตอาหารเสริม รับผลิตเครื่องสำอางที่ได้คุณภาพ มีมาตรฐานต่าง ๆ รับรอง รับประกันความปลอดภัยด้วยระยะเวลาในวงการผลิตอาหารเสริมกว่า 10 ปี และบริการการผลิตที่ครบวงจร ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : https://www.affinity.co.th