เรื่อง

ไขความลับเกี่ยวกับแพคเกจจิ้งแบรนด์ดัง

ไขความลับเกี่ยวกับแพคเกจจิ้งแบรนด์ดัง

ไม่ว่าจะแวดวงธุรกิจไหน ก็จะมีแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากกว่าแบรนด์อื่นเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจอาหารเสริมหรือเครื่องสำอาง ซึ่งสิ่งที่ทำให้แบรนด์เหล่านั้นสามารถโด่งดังกว่าแบรนด์ นอกจากสินค้าที่มีคุณภาพ การทำการตลาดสินค้าที่ดีแล้ว แพคเกจจิ้ง (Packaging) ก็ถือเป็นหนึ่งสิ่งที่น่าจับตามอง เพราะนอกจากจะสร้างความโดดเด่นดึงดูดสายตาผู้บริโภคแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้า รวมไปถึงเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย

เคยสังสัยกันหรือไม่ว่าทำไมแบรนด์อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางที่มีชื่อเสียง ที่ถึงแม้จะมีการออกแบบแพคเกจจิ้งออกมาดูเรียบง่าย ลวดลายไม่เยอะ แต่ดูดี ดูแพงได้ เพราะว่าการใส่ลวดลายหรือองค์ประกอบต่าง ๆ ลงไปในแพคเกจจิ้งอาจไม่ได้ช่วยให้สินค้าของแบรนด์ดูโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่น ดังนั้นวันนื้ Kovic จะมาไขความลับที่ทำให้แพคเกจจิ้งของคุณดูดีและทำให้ยอดขายปังเหมือนกับแบรนด์ดัง

สไตล์ (Style)

อย่างแรกคือ สไตล์ (Style) คุณจะต้องกำหนดภาพลักษณ์แบรนด์สินค้าของคุณให้ชัดเจนว่า คุณมีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าวัยใด เพศอะไร วางขายแบบไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณตีกรอบสไตล์การออกแบบได้ง่ายขึ้น ต่อจากนั้นให้คุณสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ หรือสร้างภาพลักษณ์ที่สื่ออารมณ์ความรู้สึกออกมาผ่านรูปแบบในสไตล์ต่าง ๆ ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์หของแบรนด์มากที่สุด เช่น สไตล์มินิมอล สไตล์หรูหรา หรือสไตล์สีสันสดใสน่ารัก

โดยคุณสามารถหาแนวการออกแบบที่ชอบได้จากเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วลองนำรูปแบบที่ชอบมาเปรียบเทียบกันหลายรูป ๆ เพื่อใช้เป็นไอเดียในการออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงแบรนด์สินค้าของคุณมากที่สุด

โทนสี (Color)

ในการเลือกสีของแพคเกจจิ้ง จะต้องเป็นสีที่เข้ากับเอกลักษณ์ของแบรนด์ เป็นสีที่สามารถดึงดูดสายตา และความสนใจของผู้บริโภค และที่สำคัญจะต้องโดดเด่นกว่าสินค้าแบรนด์อื่น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถจดจำแบรนด์ของคุณได้ทันทีที่พบเห็น ตัวอย่าง เทรนด์การแต่งหน้าโทนสีชมพู แบรนด์สินค้าส่วนมากจะออกแบบกล่องแพคเกจจิ้ง เป็นโทนสีชมพูแบบเดียวกันหมด เพื่อให้สีกล่องกลมกลืนไปกับเนื้อสีด้านใน

ดังนั้นเมื่อคุณออกแบบแพคเกจจิ้ง เป็นสีชมพูเหมือนแบรนด์อื่นๆ มันก็ไม่มีความแตกต่างและไม่ดึงดูดสายตาลูกค้าได้เลย คุณควรใช้ช่องทางนี้ในการออกแบบโทนสีที่ตัดกับสีชมพูไปเลย เพื่อให้เกิดความโดดเด่นและสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ของคุณ หรือการใช้โทนสีตรงข้ามกับผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมทามือที่ให้ความรู้สึกอ่อนโอน โดยทั่วไปจะเป็นแพคเกจจิ้งโทนสีอ่อน คุณลองเปลี่ยนเป็นสีสันสดใสก็ได้อารมณ์ความรู้สึกใหม่ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ได้

สีกับการออกแบบ

รู้หรือไม่ 90% ในการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคมาจากสีสันบนแพคเกจจิ้ง ซึ่งสีที่ใช้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ช่วยสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์สินค้าได้ ดังนั้น เราต้องรู้จักเลือกสีให้เข้ากับสินค้าที่เราจะขาย มาดูกันว่าแต่ละสีนั้นสื่อสารความหมายออกมาอย่างไรบ้าง

  • โทนสีม่วง : แสดงพลังลึกลับ จิตวิญญาณและความยิ่งใหญ่ มีเสน่ห์ น่าติดตาม
  • โทนสีน้ำเงิน : ให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือ สุขุม
  • โทนสีฟ้า : ปลอดโปร่ง โล่งสบาย ให้ความรู้สะอาดและปลอดภัย
  • โทนสีเขียว : รู้สึกถึงความผ่อนคลาย รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ เพิ่มความสดชื่น
  • โทนสีเหลือง : มองโลกในแง่บวก สดใสร่าเริง
  • โทนสีส้ม : ช่วยเพิ่มความสนุกและสร้างสรรค์ มีความมั่นใจและความกระตือรือร้น ความสดใส มีชีวิตชีว
  • โทนสีแดง : สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ สมบูรณ์แบบ ช่วยดึงดูดความสนใจ ให้ความรู้สึกมั่นใจ และสื่อถึงการมีสุขภาพที่ดี
  • โทนสีชมพู : ความอ่อนโยน นุ่มนวล อ่อนหวาน สื่อถึงความน่ารัก ความสดใส
  • โทนสีน้ำตาล : แสดงถึงความเป็นชาย ความแข็งแกร่ง อีกในหนึ่งก็แผงความหมายถึงธรรมชาติ
  • โทนสีดำ : ลึกลับ หนักแน่น เข้มเข็ง อดทน และมีพลัง
  • โทนสีขาว : บริสุทธิ์ สะอาด สดใส เบาบาง อ่อนโยน เปิดเผย
  • ฟอยล์ทอง : ความหรูหรา มีราคา
  • ฟอยล์เงิน : ทันสมัย คลาสสิค

เทรนด์สีแพคเกจจิ้ง ปี 2021

ทุกปีวงการงานออกแบบทั้งแฟชั่นเครื่องแต่งกาย การตกแต่งบ้าน รวมไปถึงงานออกแบบกล่องแพคเกจจิ้ง ต่างรอคอยการอัพเดตเทรนด์สีจากศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center : TCDC) ในปี 2021 ที่กำลังจะใกล้เข้ามา ทาง TCDC ได้สรุปโทนสีที่กำลังมาแรงให้คุณได้นำไปใช้ในงานออกแบบ มีทั้งหมด 7 สี ดังต่อไปนี้

  • สีขาว Egret เป็นสีของความเคารพ การเกิดใหม่ แสงสว่าง และความสะอาดบริสุทธิ์
  • สีเทา Blue Fog เป็นสีของความสงบและความผ่อนคลาย
  • สีเขียว Canton เป็นสีแห่งชีวิต การบำบัดรักษา และสิ่งแวดล้อม
  • สีฟ้า Cyan Blue เป็นสีของการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ซึ่งเป็นสีที่ตระหนักถึงปัญหามลพิษทางทะเล และย้ำเตือนให้คิดถึงคุณค่าของท้องทะเล รวมไปถึงสะท้อนถึงการเริ่มต้นของเทคโนโลยีทางสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ
  • สีม่วง Petunia เป็นสีของความล้ำสมัย ความเท่าเทียมในทุกเพศสภาพ ทั้งนี้ยังเป็นสีแห่งเทคโนโลยี
  • สีส้มอมชมพู Desert Flower เป็นสีของความมีชีวิตชีวา ความอ่อนโยน ซึ่งในปีนี้ สีนี้จะเป็นสีแห่งการมองหาสิ่งเรียบง่าย ไม่ปรุงแต่ง
  • สีส้มแสด Fiesta เป็นสีตัวแทนของพลังใจ กระตุ้นการรับรู้ และอีกแง่หนึ่ง คือ สีมงคลแห่งการเฉลิมฉลอง เป็นสีที่สร้างพลังตอบสนองต่อจิตใจเมื่อมองเห็นได้อย่างดี

ฟ้อนต์อักษร (Font)

การเลือกฟ้อนต์ต้องคำนึงถึงความโดดเด่น น่าสนใจ และแปลกตาเช่นกัน ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับสไตล์ของแบรนด์ เช่น ฟ้อนต์ตัวอักษรหนาจะช่วยสร้างความโดดเด่น ฟ้อนต์ตัวอักษรบางจะเน้นความเรียบง่าย สบายตา นอกจากนี้เรื่องความเหมาะสมของตัวฟ้อนต์บนตัวกล่องแพคเกจจิ้งก็สำคัญ หากว่ากล่องแพคเกจจิ้งของคุณมีขนาดเล็ก ฟ้อนต์ที่ใช้ก็ไม่ควรจะใหญ่หรือมีสีฉูดฉาดจนเกินไป ในขณะเดียวกันหากว่ากล่องแพคเกจจิ้งมีขนาดใหญ่ ฟ้อนต์ก็จะต้องไม่เล็กและบางจนลูกค้ารู้สึกว่าอ่านยากเกินไป

สรุป

การออกแบบแพคเกจจิ้งนั้นมีส่วนสำคัญ 3 อย่าง คือ สไตล์ โทนสีและฟ้อนต์ ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้จะต้องแสดงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและบ่งบอกถึงตัวแบรนด์ออกมามากที่สุด เพื่อดึงดูดสายตาของผู้บริโภคให้จับจ้องมาที่สินค้าของแบรนดและตัดสินใจซื้อสินค้า ก็สามารถเพิ่มยอดขายได้อีกทางหนึ่ง

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.bkkpaperbox.com

สารสกัดอาหารเสริม ชะงักวัยทอง

สารสกัดอาหารเสริม ชะงักวัยทอง

พอผู้หญิงเริ่มอายุเข้าเลข 4 หลายคนก็คงกังวไม่น้อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ซึ่งจะมีผลทางร่างกาย และจิตใจ ภาวะที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นจากการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนในรังไข่ลดลง สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนฮอร์โมนเพศหญิงผลิตน้อยลงของสาวใหญ่ทั้งหลายก็คือภาวะทางอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ขี้หงุดหงิด รวมถึงระบบการทำงานของร่างกายมีประสิทธิภาพไม่ดีเหมือนตอนสมัยสาว  ๆ ซึ่งอาการดังกล่าวเป็นผลจากภาวะ “วัยทอง” เมื่อเกิดขึ้นแล้ว การดูแลตัวเองก็ต้องละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น

โรงงานรับผลิตอาหารเสริม

เนื่องจากผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ระบบการทำงานของร่างกายจะไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน จึงจะต้องหาวิธีเสริม ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีวิตามินและอาหารเสริมมากมายที่สามารถช่วยภาวะวัยทองได้ โดยวันนี้ทาง Kovic ก็ได้รวบรวมเอาสารสกัดอาหารเสริมและวิตามินเสริมที่ช่วยอาการต่าง ๆ ที่เป็นผลจากภาวะวันทองมาฝากกัน

สารสกัดอาหารเสริมหรือวิตามิน ชะงักวัยทอง

  • Soy isoflavone
  • Black Cohosh
  • Vitamin D
  • Calcium
  • Red yeast rice
  • Anti-oxidant

Soy isoflavone สารสกัดในกลุ่ม flavonoids

สารสกัดที่สกัดออกมาจากถั่วเหลือง โดยพบว่า soy isoflavone เมื่อร่างกายรับเข้าไป แล้วก็จะถูกเปลี่ยนเป็นสารสารสกัดจากพืชที่ออกฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งจะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบตามตัว หงุดหงิดง่าย ป้องกันไม่ให้ ผิวพรรณเหี่ยวหย่น หรือแห้งเกินไป

นอกจากนี้งานวิจัยล่าสุดส่วนใหญ่บ่งชี้ไปทางเดียวกันว่า สามารถช่วยลดปัญหาการเกิดโรคกระดูกบาง, กระดูกพรุนได้ หากรับประ ทานอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญตัว Soy isoflavone ไม่ได้มีผลในการเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศหญิงจึงคลาย ความกังวล ได้ว่าจะไม่มีผลอันตรายต่อการเกิดปัญหามะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูกได้ แม้ว่าจะใช้เป็นเวลานาน

Black Cohosh

เป็นสมุนไพรที่นำส่วนของรากมาใช้สกัดเป็นสารออกฤทธิ์ ปัจจุบันเป็นที่ใช้อย่างแพร่หลายในด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ซึ่งช่วยในเรื่องการลดอาการปวดศีรษะบ่อย ๆ ใจสั่น นอนไม่หลับ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออก และอารมณ์แปรปรวน

ซึ่งสมุนไพรตัวนี้ก็พบว่ามีการนำมาใช้ในผู้ป่วยสูติ-นรีเวชด้วย เนื่องจากอาการดังกล่าวสร้าง ความรำคาญหงุดหงิดให้กับคุณผู้หญิงไม่น้อย การหันมาใช้ Black Cohosh ก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าจะพิจารณามากกว่าการแก้ปัญหาด้วยการทานยานอนหลับ

Vitamin D

ถ้าพูดถึงวิตามินดี คงนึกถึงสรรพคุณในการป้องกันโรคกระดูกบางหรือพรุนที่พบได้ บ่อยในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และคิดว่าวิตามินดีไม่จำเป็นต้องไปเสริม เพราะการโดนแดดจะทำให้ร่างกายเรา ได้รับวิตามินดีเพียงพอ แต่จริง ๆ แล้วในปัจจุบันเราพบว่าคนไทยขาดวิตามินดีเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากคนไทย กลัวแดด กลัวผิวคล้ำ มีรอยด่างดำ และเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังมากด้วย ซึ่งในงานวิจัยปัจจุบันเราพบว่าผู้ที่มีระดับ วิตามินดีในเลือดสูงมากกว่า 50 ug/dl ขึ้นไปจะลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรงได้มากถึง 4 อย่าง คือ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคกระดูก และโรคแพ้ภูมิตนเอง

นอกจากนี้มีงานวิจัยที่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ของผู้ที่มี สุขภาพดีและอายุยืนคู่กับการมีระดับวิตามินดีในเลือดสูงอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ต้องตรวจดูระดับวิตามินดี และกินวิตามินดีทดแทน เพราะการตรวจดูระดับวิตามินดีจากเลือดจะช่วยในการพิจารณาถึงปริมาณของวิตามินดีที่จะกินเสริม ซึ่งในผู้ป่วยแต่ละคนอาจจะต้องการใช้มากน้อยไม่เท่ากัน

Calcium

แร่ธาตุที่คนทั่วไปรู้จักดี โดยอยู่ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม ที่อุดมด้วย แคลเซียม แต่ถ้าเรามีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน ไขมันใน เลือดสูง ก็ควรเลือกอาหารประเภทงา งาดำ ถั่วต่าง ๆ จะได้แคลเซียมเช่นเดียวกัน ซึ่งปัญหาของการได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอก็คือเรื่องการดูดซึม คนทั่วไปคิดว่ากินแคลเซียมเสริมเป็นเม็ด ๆ หรือเม็ดฟู่บ้างก็จะได้แคลเซียมที่เพียงพอ แต่จริง ๆ แล้วการกินแคลเซียม เข้าไปร่างกายอาจดูดซึมได้ไม่ถึง 20% เพราะฉะนั้น เราจะได้ประโยชน์จากการกินแคลเซียมเสริม ต้องรู้ก่อน ว่าร่างกายเราจะดูดซึมแคลเซียมได้ดีหรือไม่

Red yeast rice

สมุนไพรตัวนี้ที่จีนใช้กันมานาน โดยเอามาทาเคลือบผิวเป็ดปักกิ่ง อีกทั้งยังมีสรรพคุณ เรื่องการลดระดับไขมันคอเลสเตอรอล ทั้งชนิดรวมและชนิดไม่ดี ซึ่งมีการศึกษาวิจัยจากทั้งที่จีนและอิตาลี โดยนำเอามาใช้ลดระดับไขมันในเลือดของผู้ป่วยที่เริ่มมีปัญหาไขมันคอเลสเตอรอลระดับรุนแรงน้อยถึงปานกลางได้ดี สตรีที่เข้าวัยทองส่วนมากอาจจะต้องเริ่มพึ่งเจ้าสมุนไพรตัวนี้ เพราะการที่ฮอร์โมนเพศหญิงลดลงจะส่งผลในแง่ระบบการเผาผลาญมีปัญหา ไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดก็จะสูงขึ้นได้

Anti-oxidant

วิตามินในกลุ่มนี้ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี สารกลุ่มแคโรทีน ไลโคพีน โคเอมไซม์คิวเท็น สารสกัดเมล็ดองุ่น สารสกัดเปลือกสนฝรั่งเศส แอสต้าแซนทิน และ เรสเวอลาทอร์ เป็นสารกลุ่มต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยมากในการป้องกันการเกิดโรค ทั้งโรคหลอดเลือดอุดตันหัวใจและสมอง ลดการสร้างสารเบต้าอไมลอยด์ในสมอง ที่เป็นต้นเหตุของโรคความจำเสื่อม ลดการทำลายของคลอลาเจนที่ผิวพรรณ เสริมภูมิต้านทาน ลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง

เราเข้าข่าย “วัยทอง” แล้วหรือยัง

สตรีวัยทอง หรือสตรีวัยหมดประจำเดือน (Menopause) คือวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ เกิดจากการขาดฮอร์โมนเพศจากรังไข่ ส่งผลให้ไม่มีประจำเดือนติดต่อกัน 1 ปี โดยพบได้ในช่วงอายุ 40 – 60 ปี หรือในสตรีที่ได้รับการผ่าตัดรังไข่ออกทั้งสองข้าง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายคล้าย ๆ คนหมดประจำเดือน

อาการของคนวัยทอง

หลังหมดประจำเดือน บางคนอาจไม่มีอาการ แต่ส่วนใหญ่มีอาการเกิดขึ้นในช่วงใกล้หมดระดู อาการวัยทองได้แก่

อาการทางกาย

  • เหนื่อยออกง่าย ร้อนวูบวาบ หงุดหงิด ขี้ร้อน ปวดเมื่อยตามตัว นอนไม่หลับ อาการเหล่านี้เกิดจากขาดฮอร์โมนเพศที่ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เมื่อฮอร์โมนน้อยลง ทำให้การควบคุมอุณหภูมิไม่ดี  ระบบหลอดเลือดจะปรับอุณหภูมิ ทำให้ร้อนวูบวาบเกิดขึ้นเป็นพัก ๆ และมักจะเป็นตอนกลางคืนทำให้นอนหลับพักไม่เต็มที่
  • ผิวหนังแห้งเหี่ยวและคัน การขาดฮอร์โมนเพศทำให้เนื้อเยื่อของผิวหนังขาดความยืดหยุ่นและชุ่มชื้นการใช้ฮอร์โมนเพศจะช่วยให้ผิวหนังยืดหยุ่นขึ้น ลดอาการได้แต่ไม่สามารถป้องกันไม่ให้แก้ได้

อาการทางด้านจิตใจ อารมณ์

บางรายอาจมีอารมณ์และจิตใจที่ไม่มั่นคงมากกว่าผู้อื่น บางคนลืมง่าย หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ กลัวและซึมเศร้า ปัญหาเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดจากสมองมีการเปลี่ยนแปลงในทางเสื่อมคือฝ่อลง ส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ส่งผลต่อสภาพจิตใจ ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เข้าใจ และขาดการเอาใจใส่ดูแลจากลูกหลาน หือบบุคคลใกล้ชิด

อาการทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะและช่องคลอด

การขาดฮอร์โมนเพศ ทำให้เนื้อเยื่อช่องคลอดขาดความยืดหยุ่นและชุ่มชื้น ทำให้มีอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ เนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อที่อยู่รอบ ๆ ช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะมีการฝ่อลีบและหน่อยตัวลงทำให้มีปัญหาเรื่องการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะบ่อยและมีอาการแสบที่ช่องทางออกของท่อปัสสาวะ ในรายที่เนื้อเยื่อหย่อนมากจะมีผนังช่องคลอด และมดลูกเคลื่อนลงต่ำออกมานอกปากช่องคลอด ดังที่รู้จักกันว่า “กระบังลมหย่อน”

 อาการทางระบบทางเดินอาหารและขับถ่าย

สตรีในวัยทองมักจะไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าลง ประกอบกับการที่ฟันไม่ค่อยดี ทำให้ไม่ค่อยได้ทานอาหารที่มีกาก ส่งผลให้มีอาการท้องอืดและท้องผูก

โรคหัวใจ

การขาดฮอร์โมนเพศหญิง เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด ทั้งนี้เนื่องจากสัดส่วนของไขมันในเลือดเปลี่ยนไป ทำให้ไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือด ฯลฯ ทำให้หลอดเลือดหัวใจอุดตัน โอกาสเสี่ยงนี้จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น

โรคกระดูกบาง (กระดูกผุ หรือกระดูกพรุน)

สตรีวัยทองบางรายภายหลังหมดระดูไปแล้ว 10 – 20 ปี กระดูกอาจบางมากจนทำให้กระดูกหักได้ง่าย แม้ได้รับอุบัติเหตุเพียงเบา ๆ หรือเพียงแค่ยกของหนัก ตำแหน่งที่กระดูกหักได้บ่อยในวัยนี้คือ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกข้อมือ การหักที่กระดูกสันหลังมักเป็นการยุบตัวเอง ส่งผลให้ตัวเตี้ยลง หลังโก่ง

สรุป

วัยทอง เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนจะต้องเจอเมื่ออายุเข้าเลข 4 แต่อาการหรือผลที่เกิดขึ้นนั้นอาจแตกต่างกันไปตามบุคคล ซึ่งเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทองควรหมั่นดูแลตัวเองอยู่ตลอด ทานอาหารที่มีส่วนช่วยให้อาการเหล่านี้ดีขึ้น หรือร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ การทานอาหารเสริมและวิตามินเสริมก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.vejthani.com

www.siphhospital.com

โรงงานอาหารเสริม

รู้จักโพรไบโอติก สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่จำเป็นกับสุขภาพ

รู้จักโพรไบโอติก สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่จำเป็นกับสุขภาพ

ในร่างกายของคนเรานั้นมีเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งจุลินทรียเหล่านั้นมีประโยชน์กับร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะจะเข้าไปช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยหนึ่งในจุลินทรีย์ที่มีการพูดถึงมากที่สุดก็คือ โพรไบโอติก (Probiotic) โดยวันนี้ทาง Kovic จะไปรู้จักกับโพรไบโอติก สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่จำเป็นกับสุขภาพ

โรงงานอาหารเสริม

โพรไบโอติก คืออะไร

โพรไบโอติก (Probiotic) เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กซึ่งจัดเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดดี สามารถพบได้ในอาหาร เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ มิโสะ เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหารให้คำจำกัดความว่า โพรไบโอติกคือ จุลินทรีย์ที่มีชีวิต เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้สุขภาพดีในภาวะต่าง ๆ โดยเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติทนต่อกรดและด่าง สามารถจับที่บริเวณผิวของเนื้อเยื่อบุลำไส้แล้วผลิตสารต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ รวมถึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพได้”

โพรไบโอติกและพรีไบโอติกต่างกันอย่างไร

มีผู้บริโภคหลายคนสับสนกับ 2 คำนี้ และเกิดความสงสัยว่ามันก็คืออย่างเดียวกันหรือคนละอย่าง อย่างที่กล่าวข้างต้นว่า โพรไบโอติก (Probiotic) นั้นเป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยในการย่อยพรีไบโอติกเพื่อกระตุ้นการทำงานของแบคทีเรียชนิดนี้ในลำไส้ และช่วยให้แบคทีเรียที่ดีในลำไส้เจริญเติบโต

ส่วน พรีไบโอติก (Prebiotic) คืออาหารชนิดหนึ่ง เป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิต ซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ที่ลำไส้เล็ก อาหารเหล่านี้จึงสามารถเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ได้ในรูปที่ไม่เปลี่ยนแปลง และจะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียโพรไบโอติก ทำให้กระตุ้นการเจริญเติบโตและการทำงานของแบคทีเรีย พบได้หัวหอม กระเทียม ถั่วเหลือง ถั่วแดง ไฟเบอร์ในผักและผลไม้ต่าง ๆ เป็นต้น

อธิบายง่าย ๆ ก็คือ พรีไบโอติกเป็นอาหารของโพรไบโอติกนั่นเอง ดังนั้นหากรับประทานอาหารพวกพรีไบโอติกก็จะช่วยส่งเสริมฤทธิ์โพรไบโอติกได้ดียิ่งขึ้น

ทำไมเราถึงควรได้รับโพรไบโอติกส์เสริม

โพรไบโอติกจัดเป็นจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย เรียกได้ว่าเป็นจุลินทรีย์ประจำถิ่นหรือ Normal Flora อย่างหนึ่งในทางเดินอาหาร หากร่างกายมีสุขภาพดีก็จะมีการรักษสมดุลจุลินทรีย์ให้เป็นปกติ แต่ถ้าหากมีอะไรไปรบกวนสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย จุลินทรีย์ประจำถิ่นลำไส้ถูกรุกราน อาจเกิดผลกระทบตามมาได้

หากร่างกายได้รับยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานาน ยาเหล่านี้ส่งผลให้จุลินทรีย์ในร่างกายมีจำนวนลดลง เมื่อร่างกายมีการรับเชื้ออื่นซึ่งอาจก่อโรคเข้ามา อาจมีโอกาสสูญเสียจุลินทรีย์ดีในร่างกายได้ ดังนั้นการสร้างสภาวะความสมดุลระหว่าง Normal Flora และร่างกายนั้นจึงมรความสำคัญ ซึ่งการรับประทานโพรไบโอติกจึงเป็นทางเลือกอย่างหนึ่งในการเสริมจุลินทรีย์ชนิดดี และรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย

โพไบโอติก มีกี่กลุ่ม

โพรไบโอติกนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ดังนี้

  • แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) เป็น แบคทีเรียชนิดดีในกลุ่มของโพรไบโอติกที่พบได้มากที่สุด โดยสามารถพบได้ในอาหารจำพวก โยเกิร์ต นมเปรี้ยว อาหารหมักดองต่าง ๆ ดีต่อระบบขับถ่าย และดีต่อผู้ที่มีประสบปัญหาไม่สามารถย่อยแลคโตสในนมได้
  • ไบฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) ได้รับการจัดว่าเป็นหนึ่งในจุลินทรีย์โพรไบโอติกที่ดีที่สุด สามารถพบได้ในอาหารจำพวกผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน

นอกจากจุลินทรีย์สองกลุ่มใหญ่แล้ว อีกส่วนหนึ่งของโพรไบโอติกก็ยังเป็นเชื้อยีสต์ ได้แก่ แซคคาดรไมซิส (Saccharomyces boulardii) เป็นยีสต์ที่พบได้ในกลุ่มของโพรไบโอติก มีส่วนช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย และบรรเทาอาการปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบทางเดินทางอาหาร

บทบาทของโพรไบโอติกในร่างกาย

โพรไบโอติกมีบทบาทมากมายที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่าง ๆ ในร่างกายดังนี้

  • ป้องกันไม่ให้เชื้อก่อโรคจับที่ผิวเยื่อบุลำไส้ โดยการสร้างเกราะป้องกันบริเวณเยื่อบุลำไส้
  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อฉวยโอกาสในร่างกาย
  • กระตุ้นระบบการย่อยอาหารโดยการสร้างเอนไซม์หลากหลายชนิด
  • ช่วยรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกายที่เสียไป
  • เหนี่ยวนำการกระตุ้นการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกัน ทำให้มีการสร้างสารป้องกันและกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เข้าสู่ภาวะสมดุลได้

โพรไบโอติกมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร

จากการศึกษาพบว่าโพรไบโอติกมีประโยชน์ในการรักษาหรือช่วยบรรเทาความผิดปกติต่าง ๆ ของร่างกายเช่น

  • โรคระบบทางเดินอาหาร อาการลำไส้แปรปรวน, กรดไหลย้อน, ท้องผูก, ท้องร่วงจากการติดเชื้อ, ท้องร่วงอันเกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน, ภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแลคโตส
  • โรคภูมิแพ้ ผื่นผิวหนัง, ภูมิแพ้อากาศ
  • โรคทางอวัยวะสืบพันธุ์ ภาวะติดเชื้อในช่องคลอด, ช่องคลอดแห้งหลังหมดประจำเดือน
  • โรคทางเดินปัสสาวะ ภาวะติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ

ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้น โดยมีการปรับสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่เหมาะสมและเสริมฤทธิ์กันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโพรไบโอติก โดยประเภทและสายพันธุ์ของโพรไบโอติกที่ต่างกันล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพในการรักษาที่แตกต่างกันออกไป

อาการข้างเคียงที่อาจพบได้หลังจากรับประทานโพรไบโอติก

ส่วนใหญ่มักพบเมื่อมีการรับในขนาดที่สูงเกินไป โดยอาจจะทำให้เกิดภาวะลมในท้องเพิ่มขึ้น เกิดท้องอืดหรือแน่นท้องได้

สรุป

เพื่อช่วยดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น การรับประทานโพรไบโอติก จึงเป็นตัวเสริมในการซ่อมแซมสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น แต่การซ่อมแซมร่างกายให้ได้ผลและยั่งยืนที่สุดคือการจัดการปัญหาที่ต้นเหตุ และปรับสมดุลในการใช้ชีวิต โดยการทานอาการที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยบำรุงสุขภาพได้อย่างแท้จริง

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา

www.bumrungrad.com

medthai.com

Maqui Berry ส่วนประกอบอาหารเสริม

Maqui Berry ส่วนประกอบอาหารเสริม

ถ้าหากพูดถึงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของผลไม้เพื่อสุขภาพ ที่สามารถช่วยในเรื่องต่าง ๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดี แถมยังมีหลายหลากชนิดให้เลือกกันตามใจชอบ ซึ่งในวงการธุรกิจอาหารเสริม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่ถูกนำมาใช้ผลิตอาหารเสริม หรือแม้แต่เครื่องสำอางอย่างแพร่หลายเช่น บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ และอีกมากมาย ซึ่งผลไม้แต่ละนั้นล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และเป็นที่นิยมอย่างมาก

รับผลิตอาหารเสริม

แต่ปัจจุบันที่วงการธุรกิจอาหารเสริมแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย ทำให้มีการผลิตอาหารเสริมนั้นมีมากขึ้น การใช้สารสกัดหรือวัตถุดิบต่าง ๆ ก็จะมีความใกล้เคียงกัน จนไม่มีความโดดเด่น ทำให้แต่ละแบรนด์ต้องสรรหาสารสกัดหรือวัตถุดิบที่มีความแปลกใหม่และน่าสนใจเพื่อให้สินค้าของแบรนด์มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

ซึ่งหนึ่งในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่ผู้คนส่วนใหญ่อาจค่อยไม่รู้จัก หรืออาจไม่เคยได้ยินนี้ชื่อเลยก็คือ มากิเบอร์รี่ ซึ่งผลไม้ชนิดนี้นั้นก็มีคุณประโยชน์ไม่แพ้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ชนิดอื่น ๆ วันนี้ทาง Kovic จะพาไปรู้จักกับ มากิเบอร์รี่ ให้มากขึ้น

มากิเบอร์รี่ (Maqui Berry) คืออะไร

มากิ เบอร์รี่ (Maqui Berry) จัดเป็นพืชตระกูลดอกในสกุล Aristotelia ซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับพวกบลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ เป็นพืชที่ใช้เวลาในการปลูกหลายปี ลักษณะของผลมากิเบอร์รี่ จะเป็นผลไม้ลูกเล็ก ๆ สีม่วงเข้ม รูปร่างคล้ายกับบลูเบอร์รี่ แต่ผลเล็กกว่า และผิวจะมีความมันกว่าบลูเบอร์รี่ ส่วนรสชาติจะมีรสตั้งแต่เปรี้ยว เปรี้ยวอมหวาน ไปจนถึงหวาน ขึ้นอยู่กับระดับความสุก

ประวัติของมากิเบอร์รี่

มากิเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่ชาวอินเดียนแดงชนเผ่ามาปูเช่ในแถบทวีปอเมริกาใต้ รู้จักและทานกันมาเป็นเวลาหลายสิบปี ชนเผ่าปูเช่ยกย่องให้มากิเบอร์รี่ เป็นสัญลักษณ์ของความสดชื่น มีชีวิตชีวา ความแข็งแรง และสุขภาพดี นอกจากนั้นชาวชนเผ่ามาปูเช่ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับมากิเบอร์รี่อีกว่า มีพลังอำนาจที่ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ทำให้มากิเบอร์รี่ถูกเลือกมาเป็นส่วนผสมของอาหารเสริม ซึ่งในปัจจุบัน มากิเบอร์รี่ จะปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคปาตาโกเนีย ประเทศชิลีและประเทศอาร์เจนติน่า ผลมากิเบอร์รี่ส่วนใหญ่จะนิยมนำไปอบแห้ง ทำแยม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่ม

มากิเบอร์รี่ น่าสนใจอย่างไร

ต้องบอกก่อนว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่คือมีความน่าสนใจทุกชนิดอยู่แล้ว แต่มากิเบอร์รี่ เป็นพืชที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในโลกเทียบกับน้ำหนัก มากกว่า อาซาอิเบอร์รี่ 5 เท่า และมากกว่าโกจิเบอร์รี่ถึง 9 เท่า ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ กลุ่มแอนโทไซยานิน ชื่อเดลฟินิดิน มี Anthocyanidin สูงสุด 35% และ Polyphenol รวม 65% ซึ่งมีฤทธิ์สูงมาก

นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุแคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม กรอไขมันโอเมก้า 6 และ 9 รวมไปถึงวิตามินอีกมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 และวิตามินบี 3 อีกด้วย

ประโยชน์ของ มากิ เบอร์รี่

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
  • ปกป้องและบำรุงสายตา
  • ช่วยลดการเผาผลาญ
  • Superfood ด้านผิวพรรณ
  • ชะลอความเสื่อมของร่างกายของผิวพรรณ
  • เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เสริมสร้างระบบลำไส้

มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก

มากิเบอร์รี่ ถือเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก มีค่า ORAC score สูงมาก ซึ่งสามารถช่วยลดระดับไขมันในกระแสเลือดได้ในปริมาณสูงกว่า แบล็กเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหมด

ปกป้องและบำรุงสายตา

ในมากิเบอร์รี่มีวารแอนโธไซยานิน ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา ป้องกันอาการอ่อนล้าจากการใช้สายตาอย่างหนักช่วยลดอาการตาแห้ง ช่วยปกป้องดวงตาไม่ให้ถูงแสงทำลายเซลล์ให้เสื่อม ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เลยก็ว่าได้

ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย

ส่วนเนื้อของมากิเบอร์รี่มีสารที่เป็นส่วนลดไขมันเลว เป็นผลไม้ที่ช่วยยับยั้งความอยากอาหาร ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับอินซูลินให้สมดุล และยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายได้ด้วย

Superfood ด้านผิวพรรณ บำรุงผิวให้สดใส

ในมากิเบอร์รี่อุดมด้วยวิตามินซี ช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สดใสและยังช่วยลดริ้วรอย ช่วยพื้นฟูผิวที่ต้องเจอกับมลภาวะ สารเคมีต่าง ๆ จากการแต่งหน้า ที่สำคัญคือป้องกันผิวจากการโดนทำร้ายของรังสียูวีได้เป็นอย่างดี

ชะลอความเสื่องของร่างกายและผิวพรรณ

สารแอนโธไซยานินที่มีอยู่ในมากิเบอร์รี่ จะช่วยต้านความเสื่อมของร่างกาย ชะลอความชรา ทำให้แก่ช้าลง ช่วยฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนในผิว ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ริ้วรอยดูลบเลือนลงให้ผิวแลดูอ่อนกว่าวัย

เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เสริมสร้างระบบลำไส้ที่สมดุล

มากิเบอร์รี่ทีไฟเบอร์สูง มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลภายในลำไส้ ช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในร่างกาย ระบบลำไส้ของคนเรามีแบคทีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมหาศาล รวมทั้งไวรัส และจุลินทรีย์ขนาดเล็กมากมาย ซึ่งความสมดุลของระบบในลำไส้จะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย สมองและหัวใจ

สรุป

มากิเบอร์รี่ คือสุดยอดผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เสริมสร้างการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดระดับไขมันในกระแสเลือด เพิ่มอัตราการไหลเวียนของเลือด จัดเป็น Superfood ด้านผิวพรรณ ลดริ้วรอย ลดจุดด่างดำ ลดรอยเหี่ยวย่น ความหย่อนคล้อยและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : llamito.com

ฆอ. จำเป็นแค่ไหนกับอาหารเสริม

ฆอ. จำเป็นแค่ไหนกับอาหารเสริม

ในยุคที่อาหารเสริมนั้นมีอยู่ทั่วไปเกลื่อนตลาด หันไปทางไหนก็เจอแต่อาหารเสริมหลากหลายแบรนด์ ซึ่งการจะทำให้สินค้าของแบรนด์แตกต่างจากแบรนด์คู่แข่ง หรือทำให้สินค้ากลายเป็นที่รู้จัก โดยวิธีที่เห็นกันบ่อยที่สุดก็คือ การโฆษณา ไม่ว่าจะช่องทางไหนก็ตามอย่างเช่น โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นต้น

รับผลิตอาหารเสริม

เมื่อต้องการโฆษณาสินค้า ก็ต้องมีการพูดถึงสรรพคุณต่าง ๆ ของสินค้าให้ดูน่าสนใจ ดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้ามาซื้อ ซึ่งมีสินค้าจำนวนไม่น้อยที่มีการโฆษณาเกินจริง ถ้าได้ผลภายในวันนั้นวันนี้ หรือเห็นผลชัวร์ 100% ทั้งที่ตัวสินค้าจริง ๆ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น และที่สำคัญคือสินค้าและแบรนด์เหล่านั้นอาจจะยังไม่มี ฆอ. หรือใบอนุญาตโฆษณาอาหาร

ซึ่งก็โดนกันไปหลายรายแล้วสำหรับวงการอาหารเสริมและเครื่องสำอาง เพราะว่าตอนนี้ทาง อย. เขาเอาจริง จับจริง สำหรับแบรนด์อาหารเสริม และเครื่องสำอางชื่อดังที่โดนทีต้องสะดุ้งกันทั้งวงการ ถ้าไม่มี ฆอ. ทั้งเรื่องของการโฆษณาเกินจริง และเรื่องของการใส่ส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค งานนี้ทั้งอย. และสคบ. โดนคำสั่งมาให้คุมเข้มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากยิ่งขึ้น เตรียมกวาดล้างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานกันอย่างจริงจัง

เพราะฉะนั้น ฆอ. จึงมีเข้ามาบทบาทในเรื่องของการโฆษณาของอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ดังนั้นในวันนี้ทาง Kovic จะมาบอกว่าทำไม ฆอ. จึงมีจำเป็นกับธุรกิจอาหารเสริม

การโฆษณา หมายถึง

การโฆษณา (Advertising) เป็นการนำเสนอข่าวสารการขาย หรือแจ้งข่าวสารให้บุคคลที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทราบเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือแนวความคิด โดยเจ้าของสินค้าและบริการทั้งหลายนั้นได้มีการจ่ายเงินเพื่อเป็นการใช้สื่อ และเป็นการเสนอข้อมูลที่ไม่ใช่เป็นการส่งบุคคลเข้าไปติดต่อโดยตรง

โดยจุดมุ่งหมายของการโฆษณา คือ การขายสินค้า แต่จุดมุ่งหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นฉับพลันก็คือ การติดต่อสื่อสาร (Immediate purpose is to communicate) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แอบแฝงด้วย

ใบขออนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) จำเป็นมาก แค่มีก็ไม่เสี่ยงคุก

ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมหลายคนยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องขอ ฆอ. ในเมื่อเรามีใบรับรองจาก อย. อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขอก็ได้ แต่จริง ๆ แล้วการขอ ฆอ.เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ถ้าผลิตภัณฑ์ของเรายังต้องถูกนำใส่ปาก นอกจากใบรับรองต่าง ๆ ที่ได้จาก อย. แล้ว การขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร หรือ ฆอ. จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้การโฆษณาของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น

ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตราที่ 40, 41, 42 ผู้ประกอบการสินค้าใด ๆ ที่เกี่ยวกับอาหารและยา ที่ต้องการจะโฆษณาคุณประโยชน์ หรือสรรพคุณสินค้า ต้องนำข้อความที่จะโฆษณาเหล่านั้นมาขออนุญาตก่อน เมื่อผ่านการพิจารณาจึงจะสามารถนำไปใช้ในการโฆษณาได้

การขอ ฆอ. คือการขออนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์ของคุณที่เป็นอาหารหรือยาลงบนสื่อต่าง ๆ เป็นใบรับรองว่าผลิตภัณฑ์ของคุณ ไม่ได้มีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงแต่อย่างใด ทุกถ้อยคำบนโฆษณาสามารถเชื่อถือได้

สามารถโฆษณาโดยไม่ขอ ฆอ. ได้หรือไม่ ?

สำหรับผู้ประกอบการที่ทำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องนำเข้าสู่ปาก ไม่จำเป็นต้องขอก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมจิตสำนึกของการเป็นพ่อค้า แม่ค้าที่ดีด้วย ว่าไม่ควรโฆษณาเกินจริง อย่าหลอกลวงคนซื้อ เพราะความจริงใจคือสิ่งสำคัญในการขายของทุกอย่าง

โฆษณาที่ไม่ต้องนำมายื่นขออนุญาต

  • โฆษณาที่ไม่มีการกล่าวอ้างถึงสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อาหาร หรือไม่มีการแสดงข้อมูลด้วยภาพ ข้อความ สัญลักษณ์ หรืออื่นใด ที่อาจเชื่อมโยงให้เข้าใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์อาหารมีสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของอาหารตามข้อมูลนั้น ๆ
  • การให้ข้อมูลทางวิชาการ ที่ไม่เชื่อมโยงให้เข้าใจได้ว่าเป็นสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อาหารอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ทางการค้า
  • การโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขาย เช่น การลด แลก แจก แถมของรางวัล ชิงโชค โดยไม่มีการแสดงสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อาหาร

สำหรับเจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือหรือผลิตภัณฑ์ชา กาแฟ ต่าง ๆ ควรจะขอเอาไว้ เพราะถ้าไม่ได้ขอแล้วทำการโฆษณาตามอำเภอใจ อาจโดนโทษทั้งจำทั้งปรับ ตามราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตราที่ 70, 71, 72 ได้

การขอ ฆอ. ที่ผู้ประกอบการควรรู้

ใครที่อยากจะทำเนียนไม่ขอ เพราะคิดว่าขอยาก จะปล่อยผ่านโฆษณาไปเรื่อย ๆ เพราะคิดว่าคงงไม่มีใครมาตรวจสอบ คิดผิดคิดใหม่ได้นะ เพราะการขอ ฆอ. ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่กังวลกัน ปัจจุบันก็มีเอเจนซี่หลายที่เปิดบริการรับขอ ฆอ. ให้อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการได้มากทีเดียว และสำหรับใครที่อยากจะยื่นเรื่องขอด้วยตัวเองสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

หรืออีกหนึ่งทางเลือกก็คือ เลือกอาหารเสริมที่มีบริการยื่นเรื่องขอ ฆอ. โดยทาง Kovic  มีบริการ One Stop – Service ที่นอกจากรับจดแจ้งเลข อย. แล้ว ยังมีบริการยื่นขอ ฆอ. เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์มีความสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปดำเนินการหลายที่

แบบไหนถึงเรียกว่าอวดอ้างเกินจริง

เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไม โฆษณาบางตัวถึงมีคำต้องห้ามได้ ทั้ง ๆ ที่ผู้ประกอบการบางคนตบตีกับ Facebook แทบตาย แต่ก็ไม่สามารถทำโฆษณาได้ บางโฆษณาสามารถใช้คำว่า “ธรรมชาติ” “ปลอดภัย” “ไม่ใส่วัตถุกันเสีย” ทั้ง ๆ ที่คำเหล่านี้ ก็เข้าข่ายคำโฆษณาเกินจริงหรือเปล่า ? นั่นเป็นเพราะว่า ผู้ประกอบการเหล่านั้นยื่นขอ ฆอ. ใช้คำเหล่านี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังมีบางคำที่ไม่สามารถขอ ฆอ.ได้ เพราะถือว่าเป็นคำกล่าวอ้างเกินจริงได้แก่ ยอด, ดีเลิศ,  เด็ดขาด,  อันดับ 1,  ศักดิ์สิทธิ์, มหัศจรรย์, ที่สุด,  สุดยอด, เยี่ยม,  เยี่ยมยอด,  ยอดเยี่ยม, ดีที่สุด, เลิศที่สุด, ชนะเลิศ,  เลิศเลอ,  ดีเด็ด,  สุดเหวี่ยง,  วิเศษ, ฮีโร่,  บริสุทธิ์, ล้ำเลิศ, ชั้นเลิศ, เลิศล้ำ, เด็ด, หนึ่งเดียว, พิเศษ,  ยอดไปเลย, โดดเด่น,  ปาฏิหาริย์

คำเหล่านี้ ล้วนเป็นคำที่ให้ผลโฆษณาที่ดีมาก ผู้ประกอบการหลาย ๆ คนต่างหยิบยกมาใช้กัน แม้จะรู้ว่ามันเป็นคำอวดอ้างเกินจริงก็ตาม เพราะเหตุนี้ จึงต้องมี ฆอ. ออกมาเพื่อควบคุมการโฆษณาอาหารและยา ไม่ให้อวดอ้างเกินจริงจนส่งผลให้ ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดได้

สรุป

จากที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมดก็พอจะบอกได้แล้วว่า ฆอ. นั้นมีความสำคัญและจำเป็นต่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างมาก เพราะการโฆษณาต้องมาคู่กับการขายของอยู่แล้ว ดังนั้นควรยื่นขอ ฆอ. กันไว้ดีกว่า เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภคด้วยการแสดงเลขอนุญาตโฆษณา การจำหน่ายสินค้าแบบสุจริตใจย่อมให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : stopmean.wordpress.com

adsidea.net

เคล็ดลับออกสินค้าใหม่ยังไงให้ปัง

เคล็ดลับออกสินค้าใหม่ยังไงให้ปัง

ธุรกิจไม่สามารถหยุดนิ่งได้ ถ้าหยุดนิ่งปุ๊บมีแววจบทันที เพราะฉะนั้นเพื่อให้แบรนด์ของเราไปต่ออย่างยาวนาน จะต้องมีการพัฒนาในตัวสินค้า แต่เมื่อระยะเวลาหนึ่งที่การพัฒนาสินค้านั้นไม่สามารถไปต่อได้ ไม่ว่าจากการซ้ำซากของสินค้าประเภทเดียวกัน หรือไม่มีไอเดียในการพัฒนาสินค้าตัวนี้แล้ว ก็จะต้องถึงเวลา “ออกสินค้าตัวใหม่” ออกมา

โรงงานผลิตอาหารเสริม

แต่การออกสินค้าตัวใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากแต่ละวันมีสินค้าใหม่ออกมากมาย มีดังบ้างดับบ้าง ซึ่งเราจะทำอย่างไรให้สินค้าออกใหม่ของเราเป็นที่สนใจ ดึงดูดใจลูกค้าให้มาซื้อได้มากที่สุด เพราะความสำเร็จวันดันที่ยอดขายถึงแม้เปิดตัวอย่างอลังการแค่ไหน แต่ยอดขายไม่มีก็ไม่มีประโยชน์อะไร การออกสินค้าใหม่ จึงต้องมีการวางแผนเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี ปิดช่องโหว่ทุกจุดเท่าที่ทำได้ให้เหลือแค่คำว่า “สำเร็จ” ลองมาดูกันว่า มีเคล็ดลับในการเตรียมตัวอะไรบ้าง เพื่อให้ปังแบบยั้งไม่อยู่

วิจัยการตลาดเท่านั้น อย่ามโน

หลายคนมักเข้าข้างตัวเองว่าสินค้าเรานั้นดีเลิศ พอวางลงตลาดนั้นต้องได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นแน่นอน แต่สิ่งที่เราคิดอาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าอยากได้ วิจัยการตลาด จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยรู้ หรือช่วยให้เราตาสว่างขึ้นก่อนเจ็บตัว

หาจุดแข็ง จุดอ่อน เรื่องสำคัญที่อย่ามองข้าม

หากเรารู้จักการวิเคราะห์หาจุดแข็ง จุดอ่อนของสินค้าเรา เปรียบเทียบกับคู่แข่ง คุณก็พอจะรู้ว่า เราแตกต่างกับคู่แข่งตรงไหนบ้าง อะไรที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างเด่นชัด ว่าแต่สิ่งที่เหนือกว่านั้น เป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็ไม่มีประโยชน์อีกเช่นกัน

ลูกค้าเป้าหมาย รักเรามากแค่ไหน

ลูกค้าเป้าหมายคือใคร แล้วเขารู้สึกอย่างไรกับสินค้าเรา ถ้าลูกค้าที่เราเลือกไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับสินค้าเลยนั่นแสดงว่า สินค้านั้นไม่ใช่ช่วยแก้ปัญหาหลักที่ลูกค้า ถึงแม้สินค้าเราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ แต่มันแรงพอที่จะสร้างแรงกระเพื่อมให้ตัดสินใจซื้อกับลูกค้ากลุ่มนี้ อย่าเพิ่งปล่อยมันออกมา กลับไปพัฒนาสินค้าใหม่ ดีกว่าจนกว่าลูกค้าเป้าหมายจะรักเรา

เปลือกนอก ใครว่าไม่สำคัญ

รูปลักษณ์ของสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ เคยซื้อสินค้าแล้วต้องแอบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ให้ใครเห็นไหม รู้สึกอาย ไม่ภูมิใจเวลาใครเห็นเราใช้ ถ้ามีความรู้สึกนี้เกิดกับลูกค้าละก็แย่แล้วล่ะ สินค้าที่ดีต้องเย้ายวนน่าหลงใหล ลูกค้าต้องภูมิใจ กล้าอวดโชว์ หรือแชร์ให้คนอื่นรู้ว่าใช้สินค้านี้ การออกแบบสินค้า แพคเกจ ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการ ออกแบบโลโก้ ต้องเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ และไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของลูกค้าเสื่อมเสียไปด้วย

ติดหู โดนตา กระแทกใจ

มีการศึกษาพบว่า การตั้งสโลแกนให้โดน ต้องมีครบ 3 ปัจจัยหลักคือ

  • มีความชัดเจนของข้อความที่จะสื่อ สั้น กระชับ ไม่อ้อมค้อม
  • มีความคิดสร้างสรรค์ แปล แหวกแนว สื่อถึงสินค้า
  • มีความใกล้ชิดคุ้นเคยกับกลุ่มเป้าหมาย ใช้ภาษา สำนวนให้ตรงเป้า

ถ้าเราได้ยินสโลแกนอย่างเช่น ซ่าส์จี๊ด ซี๊ดถึงใจ เราคงพอจะเดาได้ว่าสินค้านั้นน่าจะจับกลุ่มวัยรุ่น มีความสนุกท้าทาย ชอบความสะใจแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร สโลแกนเท่ ๆ จำง่าย จะบ่งบอกบุคลิกภาพ ความเป็นตัวตนของแบรนด์ แทนการบรรยายเป็นร้อยเป็นพัน

ปั่นกระแส ยั่วให้อยาก

แต่ช้าก่อน ต้องอดใจรอให้ได้ถึงวันเปิดตัว การปลุกกระแสจากการบอกต่อ ปากต่อปาก สามารถทำให้ลูกค้าเกิดอาการคลุ้มคลั่ง สร้างกระแสต่อเนื่องได้ยาวนาน ยิ่งมาก ยิ่งเป็นผลดี เช่นการเปิดตัวไอโฟน การสร้างข่าวรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังอวดโฉม การปล่อยทีเซอร์หนังดัง ๆ ที่ทั่วโลกตั้งตารอ การออกหนังสือใหม่ของนักเขียนชื่อดัง ล้วนกระตุ้นให้เหล่าสาวกไม่เป็นอันกินอันนอน

เลือกใช้สื่อให้เหมาะสม

โดยการจ้างนักเขียนสร้างเรื่องราวปลุกกระแสในเว็บดัง ๆ หรือจ้างคนดังรีวิวสินค้าในเชิงบวก ปล่อยภาพหลุด ความลับบางอย่างออกมาเรียกเสียงฮือฮา เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจริงหรือเท็จ

ลองของจริง เสร็จสรรพสัมผัสเดียว

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาไม่เท่าได้สัมผัสแค่วูบเดียว บางสินค้าการให้กลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสสัมผัสของจริง ทดลองใช้จริง เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่สินค้าอื่นไม่เคยให้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องบรรยายสรรพคุณให้ยืดยาว บางรายอาจทำการสำรวจตลาดดูผลตอบรับจากผู้บริโภค เมื่อได้สัมผัสของจริง เพื่อแก้ไขรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนออกตลาด

ปล่อยหมัดเด็ด ทุกช่องทาง

อย่าจำกัดอยู่แค่สื่อใดสื่อหนึ่ง การใช้ทุกสื่อผสมผสาน เหมือนการประกาศป่าวร้องพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะสังคมออนไลน์สื่อทีวี สื่อกลางแจ้ง โอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะเห็นสื่อสูง โอกาสสำเร็จก็สูงตาม

อยากได้ต้องจองก่อน

การเปิดให้สั่งจองสินค้าก่อน เป็นอีกวิธี เพื่อเช็คกระแสตอบรับความนิยมหรือความสนใจของสินค้าอีกทาง  ถ้าเปิดจอง แต่คนเข้ามาสั่งน้อยมาก มันส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้กับเจ้าของสินค้าแล้ว เหตุผลที่ลูกค้าไม่สนใจสั่งล่วงหน้าคืออะไร

ปั่นกระแสให้พีค ในวันเปิดตัว

ถ้ากระแสการบอกต่อทำงานมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้จะวันที่พีคสุดให้ทุกคนจับตา การตั้งแถวรอซื้อยาวเหยียดข้ามวันข้ามคืนเพื่อรอเป็นเจ้าของสินค้า การวิพากษ์วิจารณ์กันในสังคมออนไลน์  ไม่ว่าสำนักข่าวไหนก็ต้องมาทำข่าว  เกิดการปั่นกระแสให้พีคสุดในวันเปิดตัวนั่นเอง

โปรแรงแค่วันเดียว

ของอะไรที่มีน้อย มีจำนวนจำกัด คนมักมุงรอแย่งเยอะ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากตกขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษ การจัดโปรโดนใจแค่วันเดียว ช้าหมดอดแน่  พิเศษเฉพาะคุณเท่านั้น ยังมีมนต์ขลังเสมอ

แปลก แตกต่างอย่างมีสไตล์

ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวให้ใหญ่โตทุ่มทุนให้งบการตลาดหมดเกลี้ยงแค่วันเดียว การให้สปอตไลท์ส่องมายังคุณในวันเปิดตัว สามารถทำได้ในงบที่จำกัด  ไม่ปฏิเสธที่งานใหญ่มักจะปังได้ง่ายกว่า แต่งานปัง ไม่จำเป็นต้องเป็นงานใหญ่ แค่แตกต่างในการนำเสนออย่างมีชั้นเชิง สร้างธีมที่ไม่เหมือนใคร จัดในที่ที่ต้องทุกคนต้องร้อง ว้าว!! ก็โดนแล้ว

แผนสำรองควรมีไว้

สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ถึงแม้จะเตรียมการดีแค่ไหน แต่ความผิดพลาดที่ไม่คาดฝันระหว่างทางก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ลองหาทางหนีทีไล่ คิดแผนสำรองเผื่อไว้ ถ้าไม่เป็นไปตามแผนจะช่วยให้เราไม่ต้องนั่งอึ้ง คอตก แก้ปัญหาไม่ทันการณ์

สรุป

เหนือสิ่งอื่นใดถึงแม้ว่าจะทำการเตรียมเปิดสินค้าตัวใหม่มาดีแค่ไหน หัวใจหลักที่สำคัญและห้ามลืมเด็ดขาดคือ คุณภาพของสินค้า เพราะถึงแม้ว่าจะเจาะกลุ่มตลาดมาอย่างดี จัดแผนโปรโมทมาเลิศหรู หรือโปรโมชั่นสุดปัง แต่ถ้าสินค้าไม่มีคุณภาพ สินค้าของคุณก็ไม่ต่างกับสินค้าอื่น ๆ ที่ดังช่วงแรก ๆ และหายไปกลับกลีบเมฆไปในไม่ช้า เพราะผลลัพธ์ไม่ตรงความต้องการของลูกค้า

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : taokaemai.com

สมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพเพศชาย

สมุนไพรเพิ่มสมรรถภาพเพศชาย

สมรรถภาพทางเพศถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญสำหรับผู้ชาย เพราะไม่เพียงแค่เพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง แต่ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับคู่รักอีกด้วย แต่ก็มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่มีความกังวลใจในเรื่องดังกล่าว จนอาจจะหาหนทางรักษาโดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรืออาหารเสริมต่าง ๆ ตามท้องตลาดที่อ้างสรรพคุณว่าช่วยกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศได้

รับผลิตอาหารเสริม

เนื่องจากการมีสมรรถภาพทางเพศที่ดีคือส่วนหนึ่งของสุขภาพกายใจที่สมบูรณ์แข็งแรง เพิ่มความพึงพอใจให้กับคนรัก ช่วยตัดปัญหาที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างคู่ครอง อีกทั้งยังแสดงถึงความเป็นชาย ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเองได้เป็นอย่างดี จึงเป็นเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ชายหลายคนถึงต้องการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศของตนนั่นเอง

ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ผู้ที่ประสบปัญหารังควาญใจอย่างภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรืออาการนกเขาไม่ขัน (Erectile Dysfunction) อาจมีอาการเช่น องคชาตไม่แข็งตัว หรือแข็งตัวไม่นานพอจะมีเพศสัมพันธ์ มีความต้องการทางเพศลดลง มีความผิดปกติในการหลั่งอสุจิ โดยอาจมีปัญหาหลั่งเร็วหรือช้าเกินไปเป็นต้น

ซึ่งอาการเหล่านั้นอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งจากโรคประจำตัวและภาวะทางสุขภาพต่าง ๆ เช่น กลุ่มอาการอ้วนลงพุง โรคหลอดเลือด โรคในระบบประสาทและสมอง โรคไต ร่างกายมีสารอนุมูลอิสระในปริมาณมากเป็นต้น รวมไปถึงการใช้ยารักษาโรค การผ่าตัด การบาดเจ็บ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และอายุที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนปัจจัยทางด้านอารมณ์และจิตใจอย่างภาวะซึมเศร้าหรือความเครียดก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้เช่นกัน

สมรรถภาพเพศชายเพิ่มได้ด้วยการปรับพฤติกรรม

การเพิ่มสมรรถภาพทางเพศมีวิธีมากมายที่สามารถนำมาใช้ได้ ซึ่งแตกต่างกันไปตามบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรง และโรคประจำตัวของผู้ป่วยด้วย โดยแพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดน้ำหนักหากอยู่ในภาวะอ้วน จัดการกับความเครียด เลิกสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิดเป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการรักษาทางเลือกอื่น ๆ ที่อาจช่วยรักษาและบรรเทาปัญหานี้ได้แก่ การใช้สมุนไพร การรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์ การใช้ฮอร์โมนบำบัด การใช้กระบอกสุญญากาศ การใช้ยาสอดเข้าทางท่อปัสสาวะ การใช้ยาฉีด การผ่าตัด และการใส่แกนอวัยวะเพศเทียม

สมุนไพรในอาหารเสริมเพิ่มสมรรถภาพเพศชาย

ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรมากมายที่เชื่อกันว่ามีสรรพคุณช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศแก่ผู้ชายได้ ซึ่งก็มีงานวิจัยบางส่วนศึกษาว่าสมุนไพรบางชนิดรักษาภาวะนี้ได้จริง โดยเฉพาะสมุนไพรที่ได้รับความสนใจและนิยมรับประทานกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งมีดังต่อไปนี้

  • กระชายดำ
  • ตรีผลา
  • เห็ดหลินจือ
  • โสม
  • เมล็ดองุ่นสกัด
  • เปลือกสน
  • เจียวกู่หลาน
  • โกจิเบอร์รี่

กระชายดำ

กระชายดำ หรือที่รู้จักกันในชื่อโสมไทย เป็นพืชในวงศ์เดียวกับกระชาย ข่า ขิง และขมิ้น โดยในตำรายาไทยระบุว่า กระชายดำมีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ และช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งการแพทย์พื้นบ้านของไทยได้นำกระชายดำมาใช้เป็นเวลาหลายร้อยปี

ด้านการทดลองเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกระชายดำในการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มีงานวิจัยที่ทดลองในกลุ่มอาสาสมัครซึ่งเป็นผู้สูงอายุจำนวน 45 คน โดยให้ผู้ทดลองรับประทานสารสกัดจากกระชายดำปริมาณ 90 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 2 เดือน หลังการทดลองพบว่ากลุ่มอาสาสมัครผู้สูงอายุมีสมรรถภาพทางเพศที่ดีขึ้นโดยไม่มีผลข้างเคียง

ตรีผลา

ตรีผลาถูกนำมาใช้เป็นยาอายุวัฒนะนานนับพันปี โดยประกอบไปด้วยผลไม้แห้ง 3 ชนิด ได้แก่ สมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม อาจกล่าวได้ว่าการผสมผสานนี้ทำให้ตรีผลามีสรรพคุณทางยามากมายอย่างช่วยลดความเครียดหรือต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จากการศึกษาค้นคว้าในสัตว์ทดลองที่ผ่านมาก็พบว่า ตรีผลาช่วยป้องความเครียดได้

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีงานวิจัยที่เผยว่า ตรีผลาอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงอาจช่วยให้ผู้ประสบปัญหานกเขาไม่ขันมีอาการดีขึ้น

เห็ดหลินจือ

โรคหรือภาวะทางจิตใจอาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์ทางเพศได้ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล ความเครียด ความเหนื่อยล้า ปัญหาด้านการนอนหลับ และปัญหาด้านความสัมพันธ์ เป็นต้น ซึ่งเห็ดหลินจือเป็น 1 ในสมุนไพรมีการกล่าวอ้างสรรพคุณว่าสามารถต้านอาการอ่อนเพลียและช่วยรักษาโรคซึมเศร้าได้

โดยงานค้นคว้าหนึ่งได้ทดลองประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเห็ดหลินจือกับอาสาสมัคร 48 คน ผลลัพธ์ที่ได้คือ เห็ดหลินจืออาจมีคุณสมบัติในการลดอารมณ์ซึมเศร้าและอาการของโรควิตกกังวล ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

โสม

สมุนไพรชนิดนี้ถูกนำมาใช้ในตำราแพทย์แผนจีนเพื่อบำรุงสุขภาพและรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศมานานนับศตวรรษ โดยการศึกษากับหนูทดลองชิ้นหนึ่งพบว่า โสมแดงมีประสิทธิภาพช่วยรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในหนูที่ป่วยด้วยกลุ่มอาการอ้วนลงพุง ทั้งยังช่วยยับยั้งการเกิดพังผืดบริเวณกล้ามเนื้อคอร์ปัส คาเวอร์โนซัม (Corpus Cavernosum) ขององคชาตอีกด้วย

เมล็ดองุ่นสกัด

นอกจากโรคประจำตัวและปัญหาสุขภาพจิตแล้ว ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ (Hypogonadism) ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้เช่น โดยภาวะดังกล่าวเกิดจากลูกอัณฑะผลิตฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนได้ไม่เพียงพอ ซึ่งฮอร์โมนนี้มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เกิดความต้องการทางเพศและการผลิตน้ำอสุจิ

โดยหลายคนเชื่อว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่นอาจมีคุณสมบัติช่วยป้องกันภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำได้ เนื่องจากอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ และแอนโทไซยานินในปริมาณสูง ทั้งนี้ มีการศึกษาชิ้นหนึ่งสนับสนุนสรรพคุณในข้อนี้ โดยค้นคว้าในหนูทดลองแล้วพบว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่นช่วยเพิ่มปริมาณของน้ำอสุจิในหนูทดลองได้

เปลือกสน

จากการศึกษาทดลองที่ผ่านมาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสารสกัดจากเปลือกสนต่อการกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศและคุณภาพของอสุจิ พบว่าการรับประทานสารสกัดจากเปลือกสนคู่กับแอลอาร์จินีนอาจช่วยกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ และช่วยพัฒนาคุณภาพของอสุจิให้ดีขึ้นได้

เจียวกู่หลาน

น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดเจียวกู่หลานมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระโดยตรง ทั้งยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่ทำการศึกษาในสัตว์และห้องทดลองแล้วพบว่า เจียวกู่หลานมีสารพอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharides) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จึงอาจเป็นได้ถึงสรรพคุณในการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศของสมุนไพรนี้

โกจิเบอร์รี่

หลายคนเชื่อกันว่าโกจิเบอร์รี่มีประโยชน์ในหลายด้าน ทั้งฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดน้ำหนัก บำรุงสายตา และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ จึงมีการศึกษาค้นคว้าโดยให้หนูทดลองกินสารสกัดจากโกจิเบอร์รี่ทุกวันในปริมาณ 150 และ 300 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ ผลปรากฏว่า สารสกัดจากโกจิเบอร์รี่ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอาจส่งผลเชิงบวกต่อสมรรถภาพทางเพศได้

นอกจากนั้น อีกหนึ่งงานวิจัยในหนูทดลองยังชี้ให้เห็นว่า สารสกัดจากโกจิเบอร์รี่อาจช่วยฟื้นฟูเส้นประสาทบริเวณองคชาตและเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศให้ดีขึ้นอีกครั้ง

สรุป

สมุนไพรในอาหารเสริมที่ได้พูดถึงกันไปนั้น ถึงแม้ว่าจะมีการทดลองแล้วเห็นผลก็ตามที แต่สมุนไพรบางตัวก็ยังเป็นการทดลองแค่ในสัตว์เท่านั้น ดังนั้นควรศึกษาให้แน่ใจก่อน นอกจากนี้การพิจารณาด้วยตนเองในเบื้องต้น ผู้บริโภคควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรให้ดีก่อนรับประทานยาหรืออาหารเสริมสมุนไพรใด โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ และควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากพบว่ามีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นหลังใช้อาหารเสริมเหล่านั้น

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : https://www.pobpad.com/

ประโยชน์ของเบต้ากลูแคน (Beta Glucan)

ประโยชน์ของเบต้ากลูแคน (Beta Glucan)

เบต้ากลูแคน คืออะไร

เบต้า-กลูแคน เป็นสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต พบได้ในผนังเซลล์ของแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ สาหร่าย หรือพืชชนิดต่าง ที่พบได้จากอาหารตามธรรมชาติ ได้แก่ ธัญพืช เห็ด และยีสต์

เบต้า-กลูแคน ในธัญพืช เช่น ข้าวโอ๊ต รำข้าว จะมีคุณสมบัติในการลดระดับไขมัน และน้ำตาลในเลือด

โรงงานอาหารเสริม

เบต้า-กลูแคน ในเห็ด เช่น เห็ดหอมหรือเห็ดชิตาเกะ เห็ดไมตาเกะ เห็ดยามาบูชิตาเกะ จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด และลดปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็ง

เบต้า-กลูแคน ยังสามารถยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเซลล์ผิวและปกป้องผิวจากรังสี UV ผิวพก็ตาม ควรมีการศึกษาวิจัยทาง

ประโยชน์ เบต้ากลูแคน

1. บรรเทาโรคมะเร็งร้าย

เบต้ากลูแคนจะช่วยให้เม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันด่านแรกของเราทำลายเชื้อโรค และเซลล์แปลกปลอมได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งเบต้ากลูแคนยังเพิ่มจำนวน และกระตุ้นการทำงานของเลือด ให้กำจัดเซลล์มะเร็งได้ดียิ่งขึ้น

2. เหมาะสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน

เบต้ากลูแคน เป็นเส้นใยอาหารที่สามารถชะลอไม่ให้น้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดเร็วเกินไป ทำให้น้ำตาลค่อย ๆ ไหลเข้าสู่กระแสเลือดแบบที่ควรจะเป็น ลดระดับความต้องการอินซูลินของร่างกายลงได้ อีกทั้งเบต้ากลูแคนยังเป็นสารอาหารที่ช่วยฟื้นฟูสภาพของตับอ่อน ซึ่งทำหน้าที่ผลิตอินซูลินตามธรรมชาติ ให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

3. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแดง

เบต้ากลูแคนจะช่วยให้คอเลสเตอรอลในเลือดของคุณลดลงได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการลดความเสี่ยงของโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือดแดง ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้สะดวก ป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจอย่างได้ผล

 4. ชะลอวัย ผิวหนังเต่งตึง เพิ่มความยาวนานให้วัยหนุ่มสาว

เบต้ากลูแคนมีประโยชน์ในการกระตุ้นเซลล์ในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการสร้างเส้นใยที่ทำหน้าที่ผลิตสารสำคัญที่จำเป็นต่อผิว ไม่ว่าจะเป็น คอลลาเจน อีลาสติน รวมทั้งกรดไฮยาลูโรนิก ทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น ลดริ้วรอย ผิวดูมีน้ำมีนวล ชุ่มชื้น และที่สำคัญคือ เบต้ากลูแคนจะช่วยให้โครงสร้างผิวหนังของเราแข็งแรง คงรูป ไม่อ่อนเหลว กลับเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง

 5. ช่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เอดส์) เบต้ากลูแคนมีคุณสมบัติเข้าไปช่วยเพิ่มจำนวนและกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่คอยจำแนกสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้สามารถตรวจพบสิ่งผิดปกติได้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันที่เคยทำงานผิดปกติ สามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6. ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ตัวเอง

เบต้ากลูแคน เป็นสารอาหารที่ช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ซึ่งเบต้ากลูแคนจะเข้าไปลดสารที่กระตุ้นให้ร่างกายเกิดอาการภูมิแพ้ อีกทั้งยังควบคุมไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานมากเกินไป 

7. เบต้ากลูแคน ช่วยสมานแผล

เบต้ากลูแคนยังมีอีกหนึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่น โดยสามารถรักษาแผลผิวหนังอักเสบได้ โดยเบต้ากลูแคนจะเข้าไปเพิ่มภูมิต้านทานของเม็ดเลือดขาวให้เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวหลักในการรักษาแผลทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น แผลจากศัลยกรรม ผ่าตัด เบาหวาน และรักษาอาการผิวแห้ง ซึ่งเบต้ากลูแคนช่วยให้แผลหายไว รอยแผลเป็นจางลง ลดการติดเชื้อ และลดอัตราการตายของเซลล์

8. ลดการติดเชื้อ

เบต้ากลูแคน ช่วยลดปัญหาการติดเชื้อต่าง ๆ ทั้งการติดเชื้อจากการผ่าตัด และการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน ทำให้เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันกำจัดเชื้อแบคทีเรีย โดยเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพของเซลล์ อีกทั้งยังมีการใช้เบต้ากลูแคนในการลดการติดเชื้อในกระแสเลือด ด้วยการกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้เพิ่มภูมิคุ้มกันมากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด

9. รักษาและบรรเทาระบบทางเดินอาหาร

เบต้ากลูแคนช่วยบรรเทาอาการท้องผูก หรือโรคที่เกิดจากภาวะทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี เพราะมีคุณสมบัติที่ช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายกลับไปสู่ภาวะปกติ เนื่องจากมีไฟเบอร์สูง ทำให้อิ่มท้องง่าย อีกทั้งเบต้ากลูแคนยังเป็นอาหารของพรีไบโอติกในลำไส้ ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ลดภาวะกรดไหลย้อน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหารอีกมากมาย

เบต้ากลูแคนถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการแพทย์ อุตสาหกรรมอาหารเสริมและความงาม ด้านการเกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร

ด้านการแพทย์   ถูกนำมาใช้ในการป้องกันโรคของมนุษย์  เบต้ากลูแคนเป็นตัวปรับการตอบสนอง ทางชีวภาพ ความสามารถในการเสริมสร้างและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ของมนุษย์ ต้านโรคภูมิแพ้ โรคสะเก็ดเงิน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน เบต้ากลูแคนถูกประยุกต์ใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์ ทางเภสัชกรรม ทางการเกษตร และทางอุตสาหกรรม

ด้านอุตสาหกรรมอาหารเสริมและความงาม   สอดคล้องกับประโยชน์ทางการแพทย์  ทำให้มีอาหารเสริมหลายชนิดที่ใช้ส่วนประกอบจากเบต้ากลูแคนเข้าไป  เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้บริโภคทั้งในด้านส่งเสริมสุขภาพและความสวยงาม

ด้านการเกษตร  ในการเลี้ยงสัตว์เช่น สัตว์ปีก ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของสัตว์เหล่านั้น สัตว์จะมีน้ำหนักตัวมากและมี ปริมาณของเนื้อมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือสัตว์ปราศจากโรคทำให้เพิ่มความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ด้านอุตสาหกรรมอาหาร  สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นอาหาร เช่นเป็น สารให้ความเข้มข้น สารทดแทนไขมันและเป็นสารให้ ความคงตัว น้าไปผลิตน้ำสลัดให้มีรสชาติที่ดีขึ้น อาหาร ทะเลแช่แข็ง ซอส โยเกิร์ต และผลิตภัณฑ์นมอื่น ๆ ทั้งนี้ ยังสามารถใช้เป็นส่วนผสมในการทำเค้กได้อีก

สรุป

เบต้ากลูแคน มีประโยชน์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณ ภูมิคุ้มกันหรือแม้แต่การติดเชื้อ ในอาหารเสริมบางส่วนจึงมีส่วนผสมของเบต้ากลูแคน เพื่อให้สารตัวนี้เข้าไปช่วยในเรื่องต่าง ๆ ที่แบรนด์ต้องการ

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

ข้อมูลอ้างอิง 

1.วารสารเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยสยาม ปีที่ 13 ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน 2561 “การสกัดและการประยุกต์ใช้เบต้ากลูแคนจากยีสต์”

2.https://omgthailand.net/12-benefits-of-beta-glucan/

5 เทรนด์อาหารที่ควรรู้ในปี 2021

5 เทรนด์อาหารที่ควรรู้ในปี 2021

ในปี 2020 นั้นถือเป็นปีที่โหดร้ายของโลกจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ดังกล่าว จนคำว่า New Normal กลายเป็นคำที่ฮิตติดหู ผู้บริโภคต่างมีความกังวลและหันมาให้ความสำคัญกับบางเรื่องที่ไม่เคยใส่ใจมาก่อน

รับผลิตอาหารเสริม

อย่างเช่น พฤติกรรมการกินการซื้อของก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บริษัทวิจัยตลาดหลายสำนักได้รวบรวมข้อมูลเพื่อคาดเดาเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่จะเกิดขึ้นในปี 2021 นี้ ซึ่งในวันนี้เราจะมีอัพเดทเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่ควรรู้ในปี 2021 กัน

ความโปร่งใสเรียกความเชื่อมั่น

จากผลการสำรวจ Innova Consumer Survey ในปี 2020 พบว่าผู้บริโภคทั่วโลกกว่า 3 ใน 5 คน  สนใจว่าอาหารต่าง ๆ ที่เรากำลังจะกินนั้นมีที่มาที่ไปจากไหน ผู้ผลิตจึงต้องเปิดเผยข้อมูลให้ชัดเจนและกระชับเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

ความโปร่งใสอยู่เทรนด์สำหรับปี 2021 เพราะมันสื่อไปถึงจรรยาบรรณ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ Clean Label ของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคกำลังมองหาในช่วงนี้และหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 จบลง

ผู้ผลิตอาจจะต้องหาเทคโนโลยีและเทคนิคต่าง ๆ เข้ามาช่วยเก็บข้อมูลตลอดซัพพลายเชน ตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิต ไปจนถึงรายชื่อบริษัทผู้จัดส่งวัตถุดิบ (Ingredient) รวมทั้งรายละเอียดของผลิตภัณฑ์

อาหารจากพืชแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่

เทรนด์อาหารจากพืช กลายเป็นปรากฎการณ์ในระดับโลก และเป็นกระแสที่จะขยายตัวต่อเนื่องไปทั่วทุกภูมิภาค และจะเข้าไปแทรกตัวในหลายชนิดอาหาร โดย Innova Consumer Survey เผย 4 เหตุผลหลักที่ตัวเลือกจากพืชจะได้รับความนิยมมากขึ้นได้แก่ เรื่องสุขภาพ ความหลากหลาย ความยั่งยืน และรสชาติ

ผู้บริโภคต้องการโปรตีนจากพืช อาหารในรูปแบบไม่จำเจ และอยากมีทางเลือกในการกินมากขึ้น ไม่เพียงเฉพาะ Plant-based meat แต่อาหาร Lab grown meat แบบที่กำลังจะวางขายในสิงคโปร์ ก็จะเริ่มเข้ามาเป็นเทรนด์หลักเช่นกัน

ความเป็นปัจเจกคือที่สุด

Personalized nutrition หรือโภชนการส่วนบุคคลกำลังอยู่ในความสนใจของผู้บริโภคที่อยากจะได้อาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองที่สุด พวกเขาอยากจะเห็นผลิตภัณฑ์ที่ออกมาตรงใจมากที่สุด

สมัยนี้ผู้บริโภคสามารถรู้ข้อมูลทางชีววิทยาในร่างกายตนเองได้ง่ายมากผ่านชุดทดสอบสุขภาพส่วนบุคคล ที่ทำให้พวกเขาสามารถเปรียบอาหารและการดูแลสุขภาพตามสภาวะของแต่ละคน เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลบริโภคว่าอะไรจำเป็นสำหรับบำรุงสุขภาพของแต่ละคนอย่างเช่น สมองหรืออารมณ์

ภูมิคุ้มกันและสุขภาพไม่ควรละเลย

จากความกังวลของการแพร่ระบาดจาก COVID-19 ยิ่งทำให้ผู้บริโภคใส่ใจในระบบภูมิคุ้มกันมากขึ้น และจะเป็นเทรนด์ที่ต่อเนื่องไปในปี 2021 และอาจยาวนานกว่านั้นถ้าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น จาก Innova Consumer Survey พบว่าผู้บริโภคทั่วโลกมองหาอาหารและเครื่องดื่มที่ เสริมภูมิคุ้มกัน มากขึ้น ทั้งนี้มีถึง 1 ใน 3 ที่มีความกังวลเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นจากปี 2019

Ingredient ที่ช่วยเสริมภูมิกันจะมีบทบาทมากขึ้นในปีหน้า ในขณะที่งานวิจัยก็กำลังพุ่งความสนใจไปที่เชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้และ Personalized nutrition ที่จะเป็นอีกหนทางในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Functional Food อื่น ๆ ก็จะมีมูลค่าตลาดเติบโตมากขึ้นเช่นกัน ทั้งเรื่องสมองและความทรงจำ อารมณ์และการปรับสมดุลฮอร์โมน รวมถึงการบำรุงร่างกายและจิตใจให้เป็นปกติ ทั้งนี้มันจะช่วยเร่งให้เทคโนโลยีเกิดใหม่หลายอย่างพัฒนามากขึ้น

สุขภาพระบบย่อยอาหารก็มาเป็นเทรนด์กับเค้าเหมือนกัน มีผู้บริโภคทั่วโลกประมาณ 25% ที่ประสบปัญหารการขับถ่าย โดยผลิตภัณฑ์ที่เน้นบำรุงจุลินทรีย์ในลำไส้จะช่วยปรับสภาวะการเผาผลาญและให้ประโยชน์อื่น ๆ เช่น การควบคุมน้ำหนัก ระบบภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงสภาวะอารมณ์ Ingredient ต่าง ๆ จึงมีบทบาทสำคัญ เช่น พรีไบโอติกส์ และโปรไบโอติกส์ ที่คอยสนับสนุนการทำงานของจุลินทรีย์ในลำไส้

ความยั่งยืนอยู่อีกยาวนาน

2 ใน 3 ของผู้บริโภคอยากทำอะไรที่เกิดผลดีกับสิ่งแวดล้อม โดย 32% ของผู้บริโภคเลือกที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืน ความตื่นตัวกับผลกระทบของสิ่งแวดล้อมสร้างแรงกดดันให้บริษัทต้องแสดงจุดยืนในเรื่องดังกล่าว ขณะนี้ความยั่งยืนไม่ได้จบเพียงแค่ผลิตภัณฑ์สุดท้ายแล้ว แต่ต้องครอบคลุมตลอดซัพพลายเชน

ยกตัวอย่าง อาหารสัตว์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนในระหว่างการเลี้ยงสัตว์ อะไรแบบนี้จะช่วยดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจแหล่งโปรตีนประเภทนี้มากขึ้น การทำฟาร์มแนวใหม่ เช่น เกษตรกรรมฟื้นฟู (regenerative agriculture) ก็ถูกนำมาใช้เพื่อบำรุงดิน ทำให้ลดการปล่อยคาร์บอน และกระตุ้นการหมุนเวียนน้ำ ส่วนวัตถุดิบจากพืชอย่างแป้งข้าวโพดหรือแม้แต่สาหร่ายก็จะถูกนำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์มากขึ้น เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบลง

สรุป

เทรนด์ในปี 2021 จะเน้นไปที่ความปลอดภัยของวัตถุดิบ รวมไปถึงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงธุรกิจการสร้างแบรนด์ OEM อย่างอาหารเสริม เครื่องสำอาง สบู่หรือยาสมุนไพร ต่างต้องมีผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และบอกเกี่ยวกับรายละเอียดของสินค้าได้อย่างโปร่งตั้งแต่ขั้นตอนแรก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในตัวสินค้าของแบรนด์

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : https://foodbizs.com/

ออกแบบโลโก้ให้โดนใจ ด้วย 8 เทคนิค

ออกแบบโลโก้ให้โดนใจ ด้วย 8 เทคนิค

บนฉลากบรรจุภัณฑ์นั้น สิ่งแรก ๆ ที่จะสะดุดตาของผู้บริโภคคงหนีไม่พ้น ชื่อสินค้า รูปภาพบนฉลาก หรือโลโก้ของแบรนด์ ซึ่งโลโก้ของแบรนด์นั้น ไม่ได้เป็นเพียงการออกแบบตัวหนังสือหรือรูปภาพ แต่โลโก้จะต้องทำให้คนที่เห็นสามารถเข้าถึงความเป็นตัวตนของแบรนด์ได้

รับผลิตอาหารเสริม

โดยทุกธุรกิจต่างก็ต้องการโลโก้ที่สวยงามและน่าจดจำมาเป็นตัวดึงดูดควาสนใจของลูกค้าทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอางที่มีการแข่งขันในตลาดสูงมาก การมีโลโก้สวย ๆ สักอันก็สามารถดึงลูกค้าไปหาแบรนด์ตัวเองได้อย่างง่ายดาย

แล้วจะทำอย่างให้แบรนด์ของคุณนั้นสามารถมีโลโก้ที่เปรียบเสมือนหน้าตาของแบรนด์ ที่ทั้งดูดี ดึงดูดและโดนใจ ในวันนี้ทาง Kovic ดีรวบรวมเอาเทคนิคดี ๆ ในการออกแบบโลโก้มาฝากกัน โดยมีดังต่อไปนี้

หาแรงบันดาลใจ

อันดับแรกในการคิดโลโก้คือ การหาไอเดีย ลองมองหาสิ่งใหม่ ๆ อะไรใหม่ ๆ ที่จะนำมาเป็นแรงบันดาลใจและเป็นตัวจุดประกายความคิด เช่น เดินป่าสัมผัสธรรมชาติ ดูงานศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ นั่งสมาธิ ถ่ายภาพ เล่นกีฬา เป็นต้น ซึ่งการได้ลองทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยพลังและความสนุกจะช่วยให้เราได้ไอเดียใหม่ ๆ มาใช้ในการออกแบบ

เช็กคู่แข่ง

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโลโก้ของแบรนด์คุณดันไปคล้ายกับแบรนด์ของคู่แข่ง ? คำตอบก็คือ แบรนด์เราจะไม่น่าดึงดูดนั่นเอง ฉะนั้นการเข้าไปดูเว็บไซต์หรือโซเซียลมีเดียของแบรนด์อื่น ๆ ที่เป็นคู่แข่งของเรา นอกจากจะทำให้คุณได้เห็นว่าพวกเขาใช้โลโก้แบบไหนแล้ว ยังช่วยฝึกการคิดวิเคราะห์ได้

หลังจากได้ดูโลโก้ของแบรนด์เหล่านั้นแล้วคุณรู้สึกอย่างไร มันดูดีหรือยัง น่าสนใจไหม มีตรงไหนที่ควรแก้อีกบ้างไหม คำถามพวกนี้แหละที่จะช่วยให้เราเอากลับมาพัฒนาแบรนด์หรือกลยุทธ์การตลาดของคุณเองได้ อีกอย่าง ควรหาว่าจุดแข็งและจุดอ่อนของแบรนดคู่แข่งคืออะไรและนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับแบรนด์ของคคุณเอง

ใช้คำที่มีความหมายโดน ๆ

หัวใจสำคัญของโลโก้คือ การสร้างความสัมพันธ์ที่น่าจดจำกับตัวแบรนด์ ดังนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่คุณควรคิดว่าอยากให้แบรนด์หรือโปรดักต์นั้นมีความเกี่ยวข้องกับอะไร ลองลิสต์คำที่อยากจะให้เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ดู

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณทำธุรกิจเครื่องประดับอาจใช้คำวว่า อัญมณี สวยงาม หรูหรา มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อ่อนหวานแบบสตรีเพศ งดงาม ดั่งราชินีเป็นต้น และเมื่อคุณได้คำที่ใช่แล้วจะช่วยให้การเลือกฟอนด์ สี  หรือเทคนิคการทำภาพของโลโก้นั้นง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เลือกประเภทโลโก้ให้เหมาะสม

คำถามง่าย ๆ อย่าง โลโก้แบบไหนล่ะที่อยากได้ เป็นคำถามยอดฮิตที่ผู้ประกอบการต้องเจอและคำตอบที่ได้ส่วนมากก็จะเป็น อยากได้แบบที่มันแจ๋ง ๆ ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเลย เพราะคุณควรใช้เวลาและหาแบบโลโก้ที่ต้องการ ที่คุณคิดว่ามันจะเวิร์กกับแบรนด์ของคุณจริง ๆ โดย ประเภทของโลโก้มีดังต่อไปนี้

  • โลโก้ตัวอักษร
  • ตัวย่อ
  • สัญลักษณ์และกราฟิก
  • มาสคอต
  • โลโก้เชิงสัญลักษณ์
  • ตรา
  • โลโก้ภาพและตัวอักษร

ติดตามเทรนด์

เวลาออกแบบโลโก้มีหลายทางที่ช่วยในการช่วยเพลย์เซฟ อย่างใช้ตัวหนังสือแบบหนา สีขาว – ดำ หรือการเลือกใช้ฟอนต์ Serifs แต่ถ้าหากคุณอยากจะได้โลโก้ที่โดนนั้น ต้องกล้าที่จะสร้างความแตกต่าง ดังนั้นต้องติดตามเทรนด์ของการดีไซน์อยู่เสมอ เช่น ใช้สีแห่งปีของปีนั้น หรือจะใช้การใล่เฉดสีและลูกเล่นในการพิมพ์ก็จะช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับโลโก้ของคุณได้

อย่าหยุดออกแบบ

คุณไม่รู้หรอกว่าเมื่อไหร่ที่ไอเดียบรรเจิดจะมา ดังนั้นควรมีอุปกรณ์สำหรับการร่างแบบโลโก้ติดตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษหรือสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้สมัยนี้สามารถวาดภาพต่าง ๆ ผ่านทางแอปพลิเคชันได้ ทางที่ดีอย่าหยุดร่างแบบโลโก้ที่คุณชอบเสียล่ะ เพราะมันอาจจะมีประโยชน์และนำมาใช้ประโยชน์และนำมาใช้ได้ในวันข้างหน้า

ใช้ตัวช่วยออนไลน์

บนอินเตอร์เน็ตมีเครื่องมือออนไลน์มากมายที่ช่วยในการออกแบบโลโก้ได้ ถ้าคุณอยากที่จะทำโลโก้ด้วยตัวเองต้องแน่ใจว่าคุณมีความรู้และความถนัดที่จะใช้เว็บไซต์หรือซอฟต์แวร์นั้น ๆ ลองตั้งคำถามดูว่าเว็บไซต์นั้นมีทุกอย่างที่ต้องการไหม ง่ายที่จะใช้หรือเปล่า

จำไว้ว่าถ้าคุณยังไม่พอใจ 100 เปอร์เซ็นต์ คุณก็สามารถไปลองใช้ของเว็บไซต์อื่น ๆ ได้ แต่ถ้าคุณไม่รู้จริง ๆ ว่าต้องเข้าเว็บหนและควรใช้เครื่องมืออะไร ลองเข้าไปที่เว็บไซต์ LogotypeMaker เพราะเป็นเว็บที่ง่ายแม้กับคนที่ไม่มีพื้นฐานด้านการออกแบบเลยก็ตาม

ทดลองก่อนใช้จริง

เมื่อคุณได้แบบโลโก้ที่ชอบมาแล้วนั้น อย่าเพิ่งรีบร้อนที่จะทำออกมาเร็วจนเกินไป ลองเอามาเทสต์บนส่วนต่าง ๆ ก่อนเช่น บนฉลากสินค้า บนหน้าเว็บไซต์หรือทำเป็นโปรไฟล์ดูก่อน หรือบางทีอาจจะทำโพลขึ้นมาให้คนเข้ามาฟีดแบคเช่น ถามว่ามันดูสวยพอหรือยัง อยากแก้ตรงไหนไหม ดูเข้ากันกับฉลากสินค้าหรือเปล่า

ดูการออกแบบฉลกาสินค้าได้ที่ เคล็ดลับออกแบบฉลากสินค้าเพิ่มยอดขาย

โดยคุณควรใช้โลโก้ที่คุณชอบแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามันยังไม่โดนใจพอ คุณก็ยังสามารถเปลี่ยนแบบโลโก้ใหม่ได้

สรุป

การจะมีโลโก้ที่โดนใจนั้น  ไม่ควรรีบร้อนในการออกแบบมากนัก จำเอาไว้ว่าโลโก้จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของธุรกิจของคุณได้ในอนาคต เพราะฉะนั้นควรใช้เวลาให้คุ้มค่าและทำออกมาให้ดีที่สุด

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มาข้อมูล : www.smethailandclub.com