เรื่อง

Top 3 รูปแบบอาหารเสริมในการสร้างแบรนด์

Top 3 รูปแบบอาหารเสริมในการสร้างแบรนด์

ต้องยอมรับกันเลยว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ คนไทยหันมาสนใจอาหารเสริมมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society ที่มีประชากรสูงวัยมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งสถิติล่าสุดในประเทศไทยนั้นมีผู้สูงอายุเกือบ 12 ล้านคนหรือคิดเป็น 13% ของคนไทยทั้งประเทศเลยทีเดียว

ผลิตอาหารเสริม

แน่นอนว่าเมื่อประชากรผู้สูงอายุมากขึ้น การดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายและการเลือกรับประทานอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตลาดอาหารเสริม จะมีตัวเลขเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 7 – 8% ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตเร็วมาก ๆ และทำให้มีผู้คนมากมายหันมาสนใจเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมมากขึ้น สังเกตได้จากแบรนด์อาหารเสริมต่าง ๆ ที่มีให้เลือกซื้อกันอย่างมากหน้าหลายตาในท้องตลาด

ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เจ้าของแบรนด์มือใหม่หรือผู้ที่สนใจในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมจะต้องรู้ก็คือ อาหารเสริมมีหลากหลายรูปแบบ เห็นได้จากในท้องตลาดที่มีทั้งแบบผงชงดื่ม แบบเม็ด แบบแคปซูล หรือแบบเซฟเจล แต่ในจำนวนรูปแบบอาหารเสริมเหล่านั้น ก็จะมีรูปแบบที่เป็นที่นิยม สามารถพบเห็นได้บ่อย ๆ วันนี้โควิก เคทท์ เลยจะพาทุก ๆ คนมารู้จักกับ Top 3 รูปแบบอาหารเสริมที่นิยมในการสร้างแบรนด์ จะมีรูปแบบอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย

อาหารเสริมรูปแบบเม็ด (Tablet)

อาหารเสริมรูปแบบเม็ด เป็นรูปแบบอาหารเสริมที่สามารถพบได้ในแบรนด์ต่าง ๆ บ่อยมากที่สุด โดยลักษณะอาหารเสริมแบบเม็ดนั่นคือ การนำผงยา หรือสารสกัดต่าง ๆ ที่ต้องการมาอัดผสมรวมเป็นเม็ดในขนาดที่ต้องการได้ โดยทางเจ้าของแบรนด์นั้นสามารถกำหนดความเข้มข้น ปริมาณสารอาหาร รวมไปถึงรูปแบบของเม็ดได้อาทิเช่น ทรงกลม ทรงรี ทรงเหลี่ยม เคลือบเม็ดหรือไม่เคลือบเม็ด

ข้อดีของอาหารเสริมรูปแบบเม็ด

  • เมื่อทานเข้าไปสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว
  • สามารถกำหนดเวลาในการดูดซึมและออกฤทธิ์ได้
  • เก็บรักษาได้นาน สามารถเก็บได้นาน 1 – 3 ปี
  • สามารถควบคุมขนาดของสารสกัดและปริมาณของสารได้
  • สามารถกำหนดรูปทรง ขนาด และน้ำหนักตัวเม็ดได้

ข้อเสียของอาหารเสริมรูปแบบเม็ด

  • รับรู้ถึงรส และกลิ่นสัมผัสมากกว่ารูปแบบอื่น อาจทำให้ขม หรือมีกลิ่นแรงเมื่อทาน
  • เมื่อผลิตในปริมาณมาก อาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ เช่น ค่ากล่อง ค่าฟอยล์แผงเป็นต้น
  • รับประทานยาก สำหรับผู้บริโภคบางคนอาจเกิดการสำลัก หรือติดคอ
  • บางแบรนด์มีการทำสารเคลือบหวาน ทำให้กลืนง่าย

อาหารเสริมรูปแบบซอฟเจล (Softgel)

อาหารเสริมรูปแบบซอฟเจล อาจพบได้ไม่มากเท่าอาหารเสริมรูปแบบเม็ด อาจจะด้วยรูปแบบการใช้งาน หรือสารบางอย่างที่ไม่สามารถอยู่ในรูปแบบเม็ดได้ โดยอาหารเสริมรูปแบบซอฟเจล คือ รูปแบบที่เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว เนื่องจากสารบางชนิดไม่สามารถสกัดให้อยู่ในรูปของผงแห้งได้ เหมาะสำหรับการบรรจุสารที่เป็นน้ำมันเช่น น้ำมันปลา, น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันดอกคำฝอย

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงวิตามินที่ละลายได้ในน้ำมันเช่น วิตามินเอ, วิตามินดี, วิตามินอี, วิตามินเค และสารที่ละลายในน้ำมันเช่น Coenzyme Q10, Lecithin, Lutein เป็นต้น เพื่อให้สารเหล่านี้สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

ข้อดีของอาหารเสริมรูปแบบซอฟเจล

  • เปลือกของซอฟเจลเป็นเจลาตินแบบนิ่ม ง่ายต่อการรับประทาน
  • สามารถป้องกันกลิ่นของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ดี
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมของร่างกายให้นำไปใช้ได้ดีขึ้น
  • สามารถมั่นใจได้ว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอมภายใน เนื่องจากซอฟเจลนั้นจะต้องปิดสนิท ไม่รั่วซึม

ข้อเสียของอาหารเสริมรูปแบบเม็ด

  • กระบวนการผลิตอาศัยเทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูง ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการผลิตสูง
  • หากเกิดการกดทับ มีโอกาสทำให้เกิดความเสียหายได้ง่ายกว่ารูปแบบอื่น ๆ
  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องสิว หน้ามัน หรือไขมันส่วนเกิน อาจหลีกเลี่ยงสารที่อยู่ในรูปแบบน้ำมัน

อาหารเสริมรูปแบบผงชงดื่ม (Powder)

อาหารเสริมรูปแบบผงชงดื่ม เป็นอาหารเสริมที่สามารถผสมผสานสารสกัดได้หลากหลายรูปแบบ แต่ก็ส่งผลให้ขนาดของซองผลิตภัณฑ์มีขนาดใหญ่ขึ้น รวมไปถึงน้ำหนักของผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นด้วย แต่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการใส่ในกระป๋องแทนการใส่แบบซอง

โดยอาหารเสริมรูปแบบผงชงดื่มเป็นรูปแบบอาหารเสริมที่รับประทานได้ง่าย เพียงผงผสมกับน้ำเปล่าให้เข้ากันก็สามารถทานได้ทันที โดยอาหารเสริมยอดนิยมที่ทำเป็นรูปแบบผงชงดื่มได้แก่ คอลลาเจน, ไฟเบอร์ และดีท็อกซ์เป็นต้น

ข้อดีของอาหารเสริมรูปแบบผงชงดื่ม

  • สามารถแต่งกลิ่น แต่งรสชาติให้ดื่มง่ายขึ้น
  • มีฤทธิ์ในการดูดซึมได้ดี
  • สามารถเพิ่มสารสกัดต่าง ๆ ได้ตามต้องการได้ในซองเดียว ไม่จำเป็นต้องรับประทานแบบเม็ดครั้งละลายเม็ด

ข้อเสียของอาหารเสริมรูปแบบเม็ด

  • สามารถใส่ได้เพียงสารสกัดที่ละลายได้ในน้ำ ส่วนสารสกัดที่ละลายในไขมันจะต้องผ่านเทคนิคเอนแคปซูเลชั่นให้ละลายน้ำได้จึงจะสามารถทำเป็นผงได้
  • ต้องเก็บให้พ้นจากความชื้น เพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหาย
  • ถ้าผลิตในปริมาณมากส่งผลต่อขนาดและน้ำหนักของผลิตภัณฑ์ ราคาก็จะสูงตาม

สรุป

รูปแบบอาหารเสริมนั่นเป็นเพียงตัวเลือกในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมเท่านั้น ไม่ใช่ว่ารูปแบบไหนได้รับความนิยมมากที่สุดก็จะไปผลิตรูปแบบนั้น การเลือกรูปแบบอาหารเสริมควรเลือกจากอาหารเสริมที่ต้องการผลิต ว่าผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นั้นเป็นอย่างไร ใช้สารสกัดอะไร และควรเลือกรูปแบบอาหารเสริมแบบไหนถึงจะเหมาะกับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์มากที่สุด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ออกมาสมบูรณ์และมีคุณภาพมากที่สุด

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.at-z.co.th

อาหารเสริมรูปแบบต่าง ๆ มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร

อาหารเสริมรูปแบบต่าง ๆ มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร

อาหารเสริมที่อยู่ตามท้องตลาดนั้น มีรูปแบบที่หลากหลายและแตกต่างกันไปตามความต้องการของแบรนด์เหล่านั้น แต่รูปแบบของอาหารเสริมก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ถ้าเจ้าของแบรนด์เลือกรูปแบบที่ถูกกับความต้องการก็จะช่วยให้อาหารเสริมนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าหากเลือกผิดก็ส่งผลเสียของอาหารเสริมของแบรนด์ได้เช่นกัน โดยข้อดีและข้อเสียของอาหารเสริมรูปแบบต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้

อาหารเสริมแบบเม็ด

อาหารเสริมรูปแบบจะมีลักษณะเป็นเม็ดที่มีการตรอกอัดให้เป็นรูปทรงกลมหรือทรงรี

ข้อดีของอาหารเสริมแบบเม็ด

  • กำหนดขนาดและรูปแบบของตัวเม็ดได้
  • ควบคุมขนาดของสารสกัดและปริมาณของสารให้ตัวเม็ดได้
  • ควบคุมน้ำหนักของเม็ดได้
  • ออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว
  • เก็บรักษาได้นาน

ข้อเสียของอาหารเสริมแบบเม็ด

  • เวลาทานจะรับรสและได้กลิ่นมากกว่ารูปแบบอื่น
  • ต้องทานในปริมาณมากถึงจะเห็นผล

อาหารเสริมแบบผงชงดื่ม

อาหารเสริมรูปแบบนี้ เป็นการผสมผสานสารสกัดต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปแบบของผงชงดื่ม รับประทานด้วยการละลายกับน้ำ

ข้อดีของอาหารเสริมแบบผงชงดื่ม

  • มีฤทธิ์ดูดซึมได้ดี
  • รับประทานง่าย
  • สามารถเติมสีและรสชาติได้ตามต้องการ
  • สามารถผสมสารสกัดที่มีความเข้มข้นได้
  • เหมาะกับอาหารเสริมที่ต้องทานครั้งละปริมาณมาก

ข้อเสียของอาหารเสริมแบบผงชงดื่ม

  • ต้องเก็บให้ห่างจากความชื้น
  • มีขนาดใหญ่ ส่งผลต่อขนาดและน้ำหนักของอาหารเสริม

อาหารเสริมแบบแคปซูล

อาหารเสริมรูปแบบนี้เป็นการนำสารสกัดต่าง ๆ มาผสมผสานกันในรูปแบบของผง จากนั้นนำไปใส่ในแคปซูล ซึ่งแคปซูลนั้นมีส่วนประกอบมาจากเจลาตินมีหลากหลายสีสัน

ข้อดีของอาหารเสริมแบบแคปซูล

  • กำหนดรูปแบบและขนาดของอาหารเสริมได้
  • ควบคุมขนาดและปริมาณของสารสกัดได้
  • ควบคุมน้ำหนักได้
  • เก็บรักษาได้นาน
  • รับประทานง่ายกว่าอาหารเสริมแบบเม็ด
  • ช่วยป้องกันความชื้น

ข้อเสียของอาหารเสริมแบบแคปซูล

  • วิเคราะห์ด้วยตาเปล่าไม่ได้ เนื่องจากสารอยู่ในแคปซูล
  • มีข้อจำกัดในการใส่สาร
  • แคปซูลส่วนใหญ่จะเจลาตินจากสัตว์ ส่งผลต่อผู้ที่ทานมังสวิรัติ

อาหารเสริมแบบซอฟเจล

เป็นอาหารเสริมที่อยู่ในรูปแบบของเหลวหรือจำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบของเหลว เพื่อให้สารสกัดและคุณค่าของอาหารเสริมเกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่จะถูกห่อหุ้มด้วยเจลาตินแบบนิ่ม

ข้อดีของอาหารเสริมแบบซอฟเจล

  • ง่ายต่อการรับประทาน
  • สามารถป้องกันกลิ่นของอาหารเสริมได้ดี
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมของร่างกาย
  • ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้ามา เพราะซอฟเจลจะต้องปิดสนิทไม่ให้มีการรั่วซึม

ข้อเสียของอาหารเสริมแบบซอฟเจล

  • ยากต่อการบรรจุ เนื่องจากขนาดรูปร่างที่ไม่คงที่
  • ไม่สามารถผลิตได้หลายชนิด เพราะต้องบรรจุและปิดผนึกให้เสร็จภายในขั้นตอนเดียว

อาหารเสริม ไม่ว่าจะรูปแบบต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น แต่สำคัญที่ว่าเจ้าของแบรนด์จะเลือกรูปแบบอาหารเสริมที่ตรงกับความต้องการและประเภทของอาหารเสริมหรือไม่ ถ้าหากเจ้าของแบรนด์ต้องการจะทำอาหารเสริมน้ำมันตับปลา แต่เลือกแบบผงชงดื่มก็สามารถทำได้ เพราะน้ำมันตับปลาต้งอยู่ในรูปแบบน้ำมันเท่านั้น

ซึ่งเหมือนกับการเลือกโรงงานอาหารเสริม ถ้าเลือกโรงงานที่ตรงกับความต้องการของเจ้าของแบรนด์ก็จะสามารถได้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการ เหมือนกับที่ทาง #โควิก รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้ามาอย่างยาวนานนับ 10 ปี เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่ปลอดภัย มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและตรงตามความต้องการมากที่สุด

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย