เรื่อง

เช็คให้ดีคำโฆษณาเกินจริงที่ห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

เช็คให้ดีคำโฆษณาเกินจริงที่ห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

เมื่อไม่นานมานี้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ทำการแจ้งคำที่ไม่อนุญาตให้ใช้ประกอบการโฆษณาอวดสรรพคุณอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารออกมาใหม่ ซึ่งการเพื่อให้การอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีควาทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน มีความชัดเจน และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งมาตรา 40 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร อันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวง ให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ในตลาดปัจจุบันมีมากมายหลายแบรนด์ โดยเฉพาะตลาดออนไลน์ที่มีการแข่งขันสูง เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าในแต่ละวันผู้บริโภคจะเห็นผลิตภัณฑ์เสริมจากแบรนด์ไหนบ้าง ดังนั้นการโฆษณาด้วยคำพูดต่าง ๆ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค

ซึ่งสำหรับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น อาจจะมีการโฆษณาเกินจริงในผลิตภัณฑ์บางตัว เพื่อให้สินค้าเป็นที่สนใจจากลูกค้า และทำการซื้อขายสินค้าได้มากขึ้น แต่นั่นก็คือเปรียบเหมือนกันหลอกลวง เพราะจริง ๆ แล้วสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ไม่ได้เป็นอย่างที่โฆษณาไว้ ดังนั้นเพื่อป้องกันเรื่องกล่าว ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจึงได้ทำการประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2564 โดยระบุคำที่ไม่อนุญาตในการโฆษณาคุณภาพ คุณประโยชน์ หรือสรรพคุณของอาหาร ดังต่อไปนี้

คำที่ไม่อนุญาตในการโฆษณาคุณภาพ คุณประโยชน์ หรือสรรพคุณของอาหารเช่น

  • ศักดิ์สิทธิ์ มหัศจรรย์ ปาฏิหาริย์ วิเศษ
  • เลิศที่สุด ดีเลิศ ชนะเลิศ เลิศเลอ ล้ำเลิศ เลิศล้ำ
  • ยอด ยอดเยี่ยม ยอดไปเลย เยี่ยมยอด เยี่ยมไปเลย สุดยอด
  • ที่หนึ่ง หนึ่งเดียว ที่หนึ่งเลย
  • ที่สุด ดีที่สุด ดีเด็ด สูงสุด
  • เด็ดขาด หายห่วง หายขาด หมดกังวล
  • สุดเหวี่ยง
  • ไม่มีผลข้างเคียง ไร้ผลข้างเคียง
  • อย. รับรอง ปลอดภัย
  • เห็นผลเร็ว

ข้อความที่ไม่อนุญาตในการโฆษณาอาหาร รวมถึงการใช้ภาพที่สื่อให้เข้าใจได้ในความหมายเดียวกัน

ข้อความที่สื่อแสดงสรรพคุณอันทำให้เข้าใจว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษา ป้องกัน โรคหรืออาการของโรคหรือความเจ็บป่วยเช่น

  • ลดคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง เนื้องอก โรคเบาหวาน หลอดเลือดแข็งตัว ภูมิแพ้ หอบหืด
  • บรรเทาอาการปวดหัว ไมเกรน อาการชา บวมและเส้นเลือดขอด
  • แก้ปัญหาปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการตกขาว
  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
  • ป้องกันหรือต่อต้านเชื้อโรค เช่น เชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ไข้หวัด แบคทีเรีย เป็นต้น
  • รักษาโรคติดเชื้อ
  • เพิ่มความจำ แก้อาการหลงลืม ความจำเสื่อม รักษาโรคอัลไซเมอร์
  • รักษาอาการซึมเศร้า นอนไม่หลับ
  • รักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ไขมันพอกตับ
  • รักษาโรคไตเสื่อม นิ่วในไต
  • รักษาโรคเกาต์ รูมาตอยด์ เอสแอลดี
  • บรรเทาอาการข้ออักเสบ ข้อเข่าเสื่อม ปวดเข่า ปวดกล้ามเนื้อ  กล้ามเนื้ออักเสบ
  • รักษาโรคต้อ วุ้นในตาเสื่อม กระจกตาเสื่อม จอประสาทตาเสื่อม ตาแห้ง เคืองตา แสบตา
  • บรรเทาอาการหูอื้อ ฟื้นฟูการได้ยิน
  • รักษาโรคริดสีดวงทวาร กรดไหลย้อน
  • รักษาโรคปอดอักเสบ วัณโรค หลอดลมอักเสบ ไอเรื้อรัง
  • รักษาโรคผิวหนังอักเสบ สะเก็ดเงิน

ข้อความที่สื่อแสดงให้เข้าใจว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกาย หน้าที่อวัยวะ หรือระบบการทำงานของร่างกาย เช่น

  • ปรับสมดุลให้ร่างกาย ฟื้นฟูร่างกายหรืออวัยวะ
  • เพิ่มน้ำนม กระตุ้นน้ำนม
  • เพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • บำรุงสมอง บำรุงประสาท บำรุงตับ บำรุงไต บำรุงสายตา หรือบำรุงอวัยวะของร่างกาย
  • เสริมสร้างหรือกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เพิ่มภูมิคุ้มกัน เพิ่มภูมิต้านทาน
  • Detox / ล้างสารพิษ ล้างลำไส้
  • ปรับสายตาสั้น – ยาว ให้เป็นปกติ
  • ขับน้ำคาวปลา ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ ลดอาการวัยทอง ร้อนวูบวาบ
  • กรอบหน้าชัด เหนียงหาย หน้ายก หน้าเรียว หนังตาตกเป็นตาสองชั้น รอยขมวดคิ้วหาย ร่องแก้มตื้น จมูกเข้ารูป

ข้อความที่สื่อแสดงให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณบำรุงกาม บำรุงเพศ หรือเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ เช่น

  • ช่วยบำรุงและเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ เสริมสร้างศักยภาพทางเพศ
  • เพิ่มสมรรถภาพท่ายชาย / หญิง เพิ่มความต้องการทางเพศชาย / หญิง
  • อาหารเสริมสำหรับชาย / หญิง
  • เพิ่มฮอร์โมนเพศ
  • เพิ่มประสิทธิภาพน้ำอสุจิให้แข็งแรง
  • เพิ่มขนาดอวัยวะเพศ ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้นาน
  • ลดอาการหลั่งเร็ว
  • เพิ่มขนาดหน้าอก อัพไซส์
  • กระชับช่องคลอด
  • ปลุกความเป็นชาย ปลุกเซ็กส์ อึด ถึก ทน ปลุกไวฟื้นง่าย
  • กระตุ้นความเป็นหญิง
  • คืนความเป็นหนุ่ม คืนความสาว

ข้อความที่สื่อแสดงให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณเพื่อบำรุงผิวพรรณและความสวยงาม เช่น

  • ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ลดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ
  • ผิวขาว กระจ่าง ใส นุ่ม เด้ง เปล่งปลั่ง ออร่า
  • กระชับรูขุมขน / ฟื้นฟูผิว
  • ลดริ้วรอย / ลดความมันบนใบหน้า
  • ยกกระชับผิวหน้า
  • ชะลอความแก่ ดูอ่อนกว่าวัย
  • แก้ผมร่วง ผมหงอก
  • ช่วยให้ผมและเล็บแข็งแรง
  • กันแดด ท้าแดด
  • ช่วยดับกลิ่นตัว กลิ่นปาก

ข้อความที่สื่อแสดงให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณในการลดน้ำหนัก ลดความอ้วนหรือข้อความอื่นใดในทำนองเดียวกัน

  • ลดความอ้วน
  • ช่วยให้ระบายท้อง
  • สลายไขมันที่สะสมในร่างกาย ดักจับไขมัน ลดไขมันส่วนเกิน
  • ลดน้ำหนัก
  • Block / Burn / Build / Break / Firm
  • การใช้ภาพสายวัด / เครื่องชั่งน้ำหนัก / กางเกง Oversize
  • ภาพ Before / After
  • Weight Loss
  • เพรียว สลิม Slim Slen
  • ไม่โยโย่
  • กระชับสัดส่วน ลดต้นแขน ลดต้นขา ลดหน้าท้อง พุงหาย ช่วยให้แขนขาเรียว
  • หุ่นดี หุ่นสวย หุ่นเป๊ะ
  • ผอม ผอมเร่งด่วน ลดน้ำหนักถาวร
  • ลดยาก / ดื้อยา / ลดความอยากอาหาร

สรุป

การโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรโฆษณาตามความจริง บอกสรรพคุณที่เชื่อถือได้ ไม่เกินความเป็นจริง เพื่อสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นกับผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อใจในทั้งตัวผลิตภัณฑ์ และตัวแบรนด์เอง ส่งผลให้ทำการซื้อซ้ำ ดีกว่าโฆษณาเกินจริง อวดอ้างสรรพคุณต่าง ๆ เกินความเป็นจริง สิ่งเหล่านั้นจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่เชื่อถือในตัวแบรนด์ เนื่องจากหลอกลวงผู้บริโภค และทำการซื้อเพียงครั้งเดียวและไม่มีครั้งต่อไปอย่างแน่นอน

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา

www.ratchakitcha.soc.go.th

www.springnews.co.th

ไขความลับเกี่ยวกับแพคเกจจิ้งแบรนด์ดัง

ไขความลับเกี่ยวกับแพคเกจจิ้งแบรนด์ดัง

ไม่ว่าจะแวดวงธุรกิจไหน ก็จะมีแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากกว่าแบรนด์อื่นเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจอาหารเสริมหรือเครื่องสำอาง ซึ่งสิ่งที่ทำให้แบรนด์เหล่านั้นสามารถโด่งดังกว่าแบรนด์ นอกจากสินค้าที่มีคุณภาพ การทำการตลาดสินค้าที่ดีแล้ว แพคเกจจิ้ง (Packaging) ก็ถือเป็นหนึ่งสิ่งที่น่าจับตามอง เพราะนอกจากจะสร้างความโดดเด่นดึงดูดสายตาผู้บริโภคแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าของสินค้า รวมไปถึงเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย

เคยสังสัยกันหรือไม่ว่าทำไมแบรนด์อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางที่มีชื่อเสียง ที่ถึงแม้จะมีการออกแบบแพคเกจจิ้งออกมาดูเรียบง่าย ลวดลายไม่เยอะ แต่ดูดี ดูแพงได้ เพราะว่าการใส่ลวดลายหรือองค์ประกอบต่าง ๆ ลงไปในแพคเกจจิ้งอาจไม่ได้ช่วยให้สินค้าของแบรนด์ดูโดดเด่นกว่าแบรนด์อื่น ดังนั้นวันนื้ Kovic จะมาไขความลับที่ทำให้แพคเกจจิ้งของคุณดูดีและทำให้ยอดขายปังเหมือนกับแบรนด์ดัง

สไตล์ (Style)

อย่างแรกคือ สไตล์ (Style) คุณจะต้องกำหนดภาพลักษณ์แบรนด์สินค้าของคุณให้ชัดเจนว่า คุณมีกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าวัยใด เพศอะไร วางขายแบบไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณตีกรอบสไตล์การออกแบบได้ง่ายขึ้น ต่อจากนั้นให้คุณสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ หรือสร้างภาพลักษณ์ที่สื่ออารมณ์ความรู้สึกออกมาผ่านรูปแบบในสไตล์ต่าง ๆ ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์หของแบรนด์มากที่สุด เช่น สไตล์มินิมอล สไตล์หรูหรา หรือสไตล์สีสันสดใสน่ารัก

โดยคุณสามารถหาแนวการออกแบบที่ชอบได้จากเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วลองนำรูปแบบที่ชอบมาเปรียบเทียบกันหลายรูป ๆ เพื่อใช้เป็นไอเดียในการออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงแบรนด์สินค้าของคุณมากที่สุด

โทนสี (Color)

ในการเลือกสีของแพคเกจจิ้ง จะต้องเป็นสีที่เข้ากับเอกลักษณ์ของแบรนด์ เป็นสีที่สามารถดึงดูดสายตา และความสนใจของผู้บริโภค และที่สำคัญจะต้องโดดเด่นกว่าสินค้าแบรนด์อื่น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถจดจำแบรนด์ของคุณได้ทันทีที่พบเห็น ตัวอย่าง เทรนด์การแต่งหน้าโทนสีชมพู แบรนด์สินค้าส่วนมากจะออกแบบกล่องแพคเกจจิ้ง เป็นโทนสีชมพูแบบเดียวกันหมด เพื่อให้สีกล่องกลมกลืนไปกับเนื้อสีด้านใน

ดังนั้นเมื่อคุณออกแบบแพคเกจจิ้ง เป็นสีชมพูเหมือนแบรนด์อื่นๆ มันก็ไม่มีความแตกต่างและไม่ดึงดูดสายตาลูกค้าได้เลย คุณควรใช้ช่องทางนี้ในการออกแบบโทนสีที่ตัดกับสีชมพูไปเลย เพื่อให้เกิดความโดดเด่นและสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ของคุณ หรือการใช้โทนสีตรงข้ามกับผลิตภัณฑ์ เช่น ครีมทามือที่ให้ความรู้สึกอ่อนโอน โดยทั่วไปจะเป็นแพคเกจจิ้งโทนสีอ่อน คุณลองเปลี่ยนเป็นสีสันสดใสก็ได้อารมณ์ความรู้สึกใหม่ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ได้

สีกับการออกแบบ

รู้หรือไม่ 90% ในการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคมาจากสีสันบนแพคเกจจิ้ง ซึ่งสีที่ใช้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ช่วยสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์สินค้าได้ ดังนั้น เราต้องรู้จักเลือกสีให้เข้ากับสินค้าที่เราจะขาย มาดูกันว่าแต่ละสีนั้นสื่อสารความหมายออกมาอย่างไรบ้าง

  • โทนสีม่วง : แสดงพลังลึกลับ จิตวิญญาณและความยิ่งใหญ่ มีเสน่ห์ น่าติดตาม
  • โทนสีน้ำเงิน : ให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือ สุขุม
  • โทนสีฟ้า : ปลอดโปร่ง โล่งสบาย ให้ความรู้สะอาดและปลอดภัย
  • โทนสีเขียว : รู้สึกถึงความผ่อนคลาย รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ เพิ่มความสดชื่น
  • โทนสีเหลือง : มองโลกในแง่บวก สดใสร่าเริง
  • โทนสีส้ม : ช่วยเพิ่มความสนุกและสร้างสรรค์ มีความมั่นใจและความกระตือรือร้น ความสดใส มีชีวิตชีว
  • โทนสีแดง : สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ สมบูรณ์แบบ ช่วยดึงดูดความสนใจ ให้ความรู้สึกมั่นใจ และสื่อถึงการมีสุขภาพที่ดี
  • โทนสีชมพู : ความอ่อนโยน นุ่มนวล อ่อนหวาน สื่อถึงความน่ารัก ความสดใส
  • โทนสีน้ำตาล : แสดงถึงความเป็นชาย ความแข็งแกร่ง อีกในหนึ่งก็แผงความหมายถึงธรรมชาติ
  • โทนสีดำ : ลึกลับ หนักแน่น เข้มเข็ง อดทน และมีพลัง
  • โทนสีขาว : บริสุทธิ์ สะอาด สดใส เบาบาง อ่อนโยน เปิดเผย
  • ฟอยล์ทอง : ความหรูหรา มีราคา
  • ฟอยล์เงิน : ทันสมัย คลาสสิค

เทรนด์สีแพคเกจจิ้ง ปี 2021

ทุกปีวงการงานออกแบบทั้งแฟชั่นเครื่องแต่งกาย การตกแต่งบ้าน รวมไปถึงงานออกแบบกล่องแพคเกจจิ้ง ต่างรอคอยการอัพเดตเทรนด์สีจากศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center : TCDC) ในปี 2021 ที่กำลังจะใกล้เข้ามา ทาง TCDC ได้สรุปโทนสีที่กำลังมาแรงให้คุณได้นำไปใช้ในงานออกแบบ มีทั้งหมด 7 สี ดังต่อไปนี้

  • สีขาว Egret เป็นสีของความเคารพ การเกิดใหม่ แสงสว่าง และความสะอาดบริสุทธิ์
  • สีเทา Blue Fog เป็นสีของความสงบและความผ่อนคลาย
  • สีเขียว Canton เป็นสีแห่งชีวิต การบำบัดรักษา และสิ่งแวดล้อม
  • สีฟ้า Cyan Blue เป็นสีของการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ซึ่งเป็นสีที่ตระหนักถึงปัญหามลพิษทางทะเล และย้ำเตือนให้คิดถึงคุณค่าของท้องทะเล รวมไปถึงสะท้อนถึงการเริ่มต้นของเทคโนโลยีทางสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ
  • สีม่วง Petunia เป็นสีของความล้ำสมัย ความเท่าเทียมในทุกเพศสภาพ ทั้งนี้ยังเป็นสีแห่งเทคโนโลยี
  • สีส้มอมชมพู Desert Flower เป็นสีของความมีชีวิตชีวา ความอ่อนโยน ซึ่งในปีนี้ สีนี้จะเป็นสีแห่งการมองหาสิ่งเรียบง่าย ไม่ปรุงแต่ง
  • สีส้มแสด Fiesta เป็นสีตัวแทนของพลังใจ กระตุ้นการรับรู้ และอีกแง่หนึ่ง คือ สีมงคลแห่งการเฉลิมฉลอง เป็นสีที่สร้างพลังตอบสนองต่อจิตใจเมื่อมองเห็นได้อย่างดี

ฟ้อนต์อักษร (Font)

การเลือกฟ้อนต์ต้องคำนึงถึงความโดดเด่น น่าสนใจ และแปลกตาเช่นกัน ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับสไตล์ของแบรนด์ เช่น ฟ้อนต์ตัวอักษรหนาจะช่วยสร้างความโดดเด่น ฟ้อนต์ตัวอักษรบางจะเน้นความเรียบง่าย สบายตา นอกจากนี้เรื่องความเหมาะสมของตัวฟ้อนต์บนตัวกล่องแพคเกจจิ้งก็สำคัญ หากว่ากล่องแพคเกจจิ้งของคุณมีขนาดเล็ก ฟ้อนต์ที่ใช้ก็ไม่ควรจะใหญ่หรือมีสีฉูดฉาดจนเกินไป ในขณะเดียวกันหากว่ากล่องแพคเกจจิ้งมีขนาดใหญ่ ฟ้อนต์ก็จะต้องไม่เล็กและบางจนลูกค้ารู้สึกว่าอ่านยากเกินไป

สรุป

การออกแบบแพคเกจจิ้งนั้นมีส่วนสำคัญ 3 อย่าง คือ สไตล์ โทนสีและฟ้อนต์ ซึ่งทั้ง 3 อย่างนี้จะต้องแสดงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและบ่งบอกถึงตัวแบรนด์ออกมามากที่สุด เพื่อดึงดูดสายตาของผู้บริโภคให้จับจ้องมาที่สินค้าของแบรนดและตัดสินใจซื้อสินค้า ก็สามารถเพิ่มยอดขายได้อีกทางหนึ่ง

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.bkkpaperbox.com

สารสกัดอาหารเสริม ชะงักวัยทอง

สารสกัดอาหารเสริม ชะงักวัยทอง

พอผู้หญิงเริ่มอายุเข้าเลข 4 หลายคนก็คงกังวไม่น้อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ซึ่งจะมีผลทางร่างกาย และจิตใจ ภาวะที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นจากการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนในรังไข่ลดลง สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนฮอร์โมนเพศหญิงผลิตน้อยลงของสาวใหญ่ทั้งหลายก็คือภาวะทางอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ขี้หงุดหงิด รวมถึงระบบการทำงานของร่างกายมีประสิทธิภาพไม่ดีเหมือนตอนสมัยสาว  ๆ ซึ่งอาการดังกล่าวเป็นผลจากภาวะ “วัยทอง” เมื่อเกิดขึ้นแล้ว การดูแลตัวเองก็ต้องละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น

โรงงานรับผลิตอาหารเสริม

เนื่องจากผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ระบบการทำงานของร่างกายจะไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน จึงจะต้องหาวิธีเสริม ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีวิตามินและอาหารเสริมมากมายที่สามารถช่วยภาวะวัยทองได้ โดยวันนี้ทาง Kovic ก็ได้รวบรวมเอาสารสกัดอาหารเสริมและวิตามินเสริมที่ช่วยอาการต่าง ๆ ที่เป็นผลจากภาวะวันทองมาฝากกัน

สารสกัดอาหารเสริมหรือวิตามิน ชะงักวัยทอง

  • Soy isoflavone
  • Black Cohosh
  • Vitamin D
  • Calcium
  • Red yeast rice
  • Anti-oxidant

Soy isoflavone สารสกัดในกลุ่ม flavonoids

สารสกัดที่สกัดออกมาจากถั่วเหลือง โดยพบว่า soy isoflavone เมื่อร่างกายรับเข้าไป แล้วก็จะถูกเปลี่ยนเป็นสารสารสกัดจากพืชที่ออกฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งจะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบตามตัว หงุดหงิดง่าย ป้องกันไม่ให้ ผิวพรรณเหี่ยวหย่น หรือแห้งเกินไป

นอกจากนี้งานวิจัยล่าสุดส่วนใหญ่บ่งชี้ไปทางเดียวกันว่า สามารถช่วยลดปัญหาการเกิดโรคกระดูกบาง, กระดูกพรุนได้ หากรับประ ทานอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญตัว Soy isoflavone ไม่ได้มีผลในการเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศหญิงจึงคลาย ความกังวล ได้ว่าจะไม่มีผลอันตรายต่อการเกิดปัญหามะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูกได้ แม้ว่าจะใช้เป็นเวลานาน

Black Cohosh

เป็นสมุนไพรที่นำส่วนของรากมาใช้สกัดเป็นสารออกฤทธิ์ ปัจจุบันเป็นที่ใช้อย่างแพร่หลายในด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ซึ่งช่วยในเรื่องการลดอาการปวดศีรษะบ่อย ๆ ใจสั่น นอนไม่หลับ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออก และอารมณ์แปรปรวน

ซึ่งสมุนไพรตัวนี้ก็พบว่ามีการนำมาใช้ในผู้ป่วยสูติ-นรีเวชด้วย เนื่องจากอาการดังกล่าวสร้าง ความรำคาญหงุดหงิดให้กับคุณผู้หญิงไม่น้อย การหันมาใช้ Black Cohosh ก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าจะพิจารณามากกว่าการแก้ปัญหาด้วยการทานยานอนหลับ

Vitamin D

ถ้าพูดถึงวิตามินดี คงนึกถึงสรรพคุณในการป้องกันโรคกระดูกบางหรือพรุนที่พบได้ บ่อยในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และคิดว่าวิตามินดีไม่จำเป็นต้องไปเสริม เพราะการโดนแดดจะทำให้ร่างกายเรา ได้รับวิตามินดีเพียงพอ แต่จริง ๆ แล้วในปัจจุบันเราพบว่าคนไทยขาดวิตามินดีเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากคนไทย กลัวแดด กลัวผิวคล้ำ มีรอยด่างดำ และเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังมากด้วย ซึ่งในงานวิจัยปัจจุบันเราพบว่าผู้ที่มีระดับ วิตามินดีในเลือดสูงมากกว่า 50 ug/dl ขึ้นไปจะลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรงได้มากถึง 4 อย่าง คือ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคกระดูก และโรคแพ้ภูมิตนเอง

นอกจากนี้มีงานวิจัยที่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ของผู้ที่มี สุขภาพดีและอายุยืนคู่กับการมีระดับวิตามินดีในเลือดสูงอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ต้องตรวจดูระดับวิตามินดี และกินวิตามินดีทดแทน เพราะการตรวจดูระดับวิตามินดีจากเลือดจะช่วยในการพิจารณาถึงปริมาณของวิตามินดีที่จะกินเสริม ซึ่งในผู้ป่วยแต่ละคนอาจจะต้องการใช้มากน้อยไม่เท่ากัน

Calcium

แร่ธาตุที่คนทั่วไปรู้จักดี โดยอยู่ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม ที่อุดมด้วย แคลเซียม แต่ถ้าเรามีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน ไขมันใน เลือดสูง ก็ควรเลือกอาหารประเภทงา งาดำ ถั่วต่าง ๆ จะได้แคลเซียมเช่นเดียวกัน ซึ่งปัญหาของการได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอก็คือเรื่องการดูดซึม คนทั่วไปคิดว่ากินแคลเซียมเสริมเป็นเม็ด ๆ หรือเม็ดฟู่บ้างก็จะได้แคลเซียมที่เพียงพอ แต่จริง ๆ แล้วการกินแคลเซียม เข้าไปร่างกายอาจดูดซึมได้ไม่ถึง 20% เพราะฉะนั้น เราจะได้ประโยชน์จากการกินแคลเซียมเสริม ต้องรู้ก่อน ว่าร่างกายเราจะดูดซึมแคลเซียมได้ดีหรือไม่

Red yeast rice

สมุนไพรตัวนี้ที่จีนใช้กันมานาน โดยเอามาทาเคลือบผิวเป็ดปักกิ่ง อีกทั้งยังมีสรรพคุณ เรื่องการลดระดับไขมันคอเลสเตอรอล ทั้งชนิดรวมและชนิดไม่ดี ซึ่งมีการศึกษาวิจัยจากทั้งที่จีนและอิตาลี โดยนำเอามาใช้ลดระดับไขมันในเลือดของผู้ป่วยที่เริ่มมีปัญหาไขมันคอเลสเตอรอลระดับรุนแรงน้อยถึงปานกลางได้ดี สตรีที่เข้าวัยทองส่วนมากอาจจะต้องเริ่มพึ่งเจ้าสมุนไพรตัวนี้ เพราะการที่ฮอร์โมนเพศหญิงลดลงจะส่งผลในแง่ระบบการเผาผลาญมีปัญหา ไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดก็จะสูงขึ้นได้

Anti-oxidant

วิตามินในกลุ่มนี้ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี สารกลุ่มแคโรทีน ไลโคพีน โคเอมไซม์คิวเท็น สารสกัดเมล็ดองุ่น สารสกัดเปลือกสนฝรั่งเศส แอสต้าแซนทิน และ เรสเวอลาทอร์ เป็นสารกลุ่มต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยมากในการป้องกันการเกิดโรค ทั้งโรคหลอดเลือดอุดตันหัวใจและสมอง ลดการสร้างสารเบต้าอไมลอยด์ในสมอง ที่เป็นต้นเหตุของโรคความจำเสื่อม ลดการทำลายของคลอลาเจนที่ผิวพรรณ เสริมภูมิต้านทาน ลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง

เราเข้าข่าย “วัยทอง” แล้วหรือยัง

สตรีวัยทอง หรือสตรีวัยหมดประจำเดือน (Menopause) คือวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจ เกิดจากการขาดฮอร์โมนเพศจากรังไข่ ส่งผลให้ไม่มีประจำเดือนติดต่อกัน 1 ปี โดยพบได้ในช่วงอายุ 40 – 60 ปี หรือในสตรีที่ได้รับการผ่าตัดรังไข่ออกทั้งสองข้าง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายคล้าย ๆ คนหมดประจำเดือน

อาการของคนวัยทอง

หลังหมดประจำเดือน บางคนอาจไม่มีอาการ แต่ส่วนใหญ่มีอาการเกิดขึ้นในช่วงใกล้หมดระดู อาการวัยทองได้แก่

อาการทางกาย

  • เหนื่อยออกง่าย ร้อนวูบวาบ หงุดหงิด ขี้ร้อน ปวดเมื่อยตามตัว นอนไม่หลับ อาการเหล่านี้เกิดจากขาดฮอร์โมนเพศที่ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เมื่อฮอร์โมนน้อยลง ทำให้การควบคุมอุณหภูมิไม่ดี  ระบบหลอดเลือดจะปรับอุณหภูมิ ทำให้ร้อนวูบวาบเกิดขึ้นเป็นพัก ๆ และมักจะเป็นตอนกลางคืนทำให้นอนหลับพักไม่เต็มที่
  • ผิวหนังแห้งเหี่ยวและคัน การขาดฮอร์โมนเพศทำให้เนื้อเยื่อของผิวหนังขาดความยืดหยุ่นและชุ่มชื้นการใช้ฮอร์โมนเพศจะช่วยให้ผิวหนังยืดหยุ่นขึ้น ลดอาการได้แต่ไม่สามารถป้องกันไม่ให้แก้ได้

อาการทางด้านจิตใจ อารมณ์

บางรายอาจมีอารมณ์และจิตใจที่ไม่มั่นคงมากกว่าผู้อื่น บางคนลืมง่าย หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ กลัวและซึมเศร้า ปัญหาเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดจากสมองมีการเปลี่ยนแปลงในทางเสื่อมคือฝ่อลง ส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ส่งผลต่อสภาพจิตใจ ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่เข้าใจ และขาดการเอาใจใส่ดูแลจากลูกหลาน หือบบุคคลใกล้ชิด

อาการทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะและช่องคลอด

การขาดฮอร์โมนเพศ ทำให้เนื้อเยื่อช่องคลอดขาดความยืดหยุ่นและชุ่มชื้น ทำให้มีอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ เนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อที่อยู่รอบ ๆ ช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะมีการฝ่อลีบและหน่อยตัวลงทำให้มีปัญหาเรื่องการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะบ่อยและมีอาการแสบที่ช่องทางออกของท่อปัสสาวะ ในรายที่เนื้อเยื่อหย่อนมากจะมีผนังช่องคลอด และมดลูกเคลื่อนลงต่ำออกมานอกปากช่องคลอด ดังที่รู้จักกันว่า “กระบังลมหย่อน”

 อาการทางระบบทางเดินอาหารและขับถ่าย

สตรีในวัยทองมักจะไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าลง ประกอบกับการที่ฟันไม่ค่อยดี ทำให้ไม่ค่อยได้ทานอาหารที่มีกาก ส่งผลให้มีอาการท้องอืดและท้องผูก

โรคหัวใจ

การขาดฮอร์โมนเพศหญิง เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด ทั้งนี้เนื่องจากสัดส่วนของไขมันในเลือดเปลี่ยนไป ทำให้ไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือด ฯลฯ ทำให้หลอดเลือดหัวใจอุดตัน โอกาสเสี่ยงนี้จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น

โรคกระดูกบาง (กระดูกผุ หรือกระดูกพรุน)

สตรีวัยทองบางรายภายหลังหมดระดูไปแล้ว 10 – 20 ปี กระดูกอาจบางมากจนทำให้กระดูกหักได้ง่าย แม้ได้รับอุบัติเหตุเพียงเบา ๆ หรือเพียงแค่ยกของหนัก ตำแหน่งที่กระดูกหักได้บ่อยในวัยนี้คือ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกข้อมือ การหักที่กระดูกสันหลังมักเป็นการยุบตัวเอง ส่งผลให้ตัวเตี้ยลง หลังโก่ง

สรุป

วัยทอง เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนจะต้องเจอเมื่ออายุเข้าเลข 4 แต่อาการหรือผลที่เกิดขึ้นนั้นอาจแตกต่างกันไปตามบุคคล ซึ่งเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยทองควรหมั่นดูแลตัวเองอยู่ตลอด ทานอาหารที่มีส่วนช่วยให้อาการเหล่านี้ดีขึ้น หรือร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ การทานอาหารเสริมและวิตามินเสริมก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.vejthani.com

www.siphhospital.com

โรงงานอาหารเสริม

รู้จักโพรไบโอติก สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่จำเป็นกับสุขภาพ

รู้จักโพรไบโอติก สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่จำเป็นกับสุขภาพ

ในร่างกายของคนเรานั้นมีเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งจุลินทรียเหล่านั้นมีประโยชน์กับร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะจะเข้าไปช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยหนึ่งในจุลินทรีย์ที่มีการพูดถึงมากที่สุดก็คือ โพรไบโอติก (Probiotic) โดยวันนี้ทาง Kovic จะไปรู้จักกับโพรไบโอติก สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่จำเป็นกับสุขภาพ

โรงงานอาหารเสริม

โพรไบโอติก คืออะไร

โพรไบโอติก (Probiotic) เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กซึ่งจัดเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดดี สามารถพบได้ในอาหาร เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต กิมจิ มิโสะ เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหารให้คำจำกัดความว่า โพรไบโอติกคือ จุลินทรีย์ที่มีชีวิต เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้สุขภาพดีในภาวะต่าง ๆ โดยเป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติทนต่อกรดและด่าง สามารถจับที่บริเวณผิวของเนื้อเยื่อบุลำไส้แล้วผลิตสารต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ รวมถึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพได้”

โพรไบโอติกและพรีไบโอติกต่างกันอย่างไร

มีผู้บริโภคหลายคนสับสนกับ 2 คำนี้ และเกิดความสงสัยว่ามันก็คืออย่างเดียวกันหรือคนละอย่าง อย่างที่กล่าวข้างต้นว่า โพรไบโอติก (Probiotic) นั้นเป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยในการย่อยพรีไบโอติกเพื่อกระตุ้นการทำงานของแบคทีเรียชนิดนี้ในลำไส้ และช่วยให้แบคทีเรียที่ดีในลำไส้เจริญเติบโต

ส่วน พรีไบโอติก (Prebiotic) คืออาหารชนิดหนึ่ง เป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิต ซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ที่ลำไส้เล็ก อาหารเหล่านี้จึงสามารถเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ได้ในรูปที่ไม่เปลี่ยนแปลง และจะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียโพรไบโอติก ทำให้กระตุ้นการเจริญเติบโตและการทำงานของแบคทีเรีย พบได้หัวหอม กระเทียม ถั่วเหลือง ถั่วแดง ไฟเบอร์ในผักและผลไม้ต่าง ๆ เป็นต้น

อธิบายง่าย ๆ ก็คือ พรีไบโอติกเป็นอาหารของโพรไบโอติกนั่นเอง ดังนั้นหากรับประทานอาหารพวกพรีไบโอติกก็จะช่วยส่งเสริมฤทธิ์โพรไบโอติกได้ดียิ่งขึ้น

ทำไมเราถึงควรได้รับโพรไบโอติกส์เสริม

โพรไบโอติกจัดเป็นจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย เรียกได้ว่าเป็นจุลินทรีย์ประจำถิ่นหรือ Normal Flora อย่างหนึ่งในทางเดินอาหาร หากร่างกายมีสุขภาพดีก็จะมีการรักษสมดุลจุลินทรีย์ให้เป็นปกติ แต่ถ้าหากมีอะไรไปรบกวนสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย จุลินทรีย์ประจำถิ่นลำไส้ถูกรุกราน อาจเกิดผลกระทบตามมาได้

หากร่างกายได้รับยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานาน ยาเหล่านี้ส่งผลให้จุลินทรีย์ในร่างกายมีจำนวนลดลง เมื่อร่างกายมีการรับเชื้ออื่นซึ่งอาจก่อโรคเข้ามา อาจมีโอกาสสูญเสียจุลินทรีย์ดีในร่างกายได้ ดังนั้นการสร้างสภาวะความสมดุลระหว่าง Normal Flora และร่างกายนั้นจึงมรความสำคัญ ซึ่งการรับประทานโพรไบโอติกจึงเป็นทางเลือกอย่างหนึ่งในการเสริมจุลินทรีย์ชนิดดี และรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย

โพไบโอติก มีกี่กลุ่ม

โพรไบโอติกนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ดังนี้

  • แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) เป็น แบคทีเรียชนิดดีในกลุ่มของโพรไบโอติกที่พบได้มากที่สุด โดยสามารถพบได้ในอาหารจำพวก โยเกิร์ต นมเปรี้ยว อาหารหมักดองต่าง ๆ ดีต่อระบบขับถ่าย และดีต่อผู้ที่มีประสบปัญหาไม่สามารถย่อยแลคโตสในนมได้
  • ไบฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) ได้รับการจัดว่าเป็นหนึ่งในจุลินทรีย์โพรไบโอติกที่ดีที่สุด สามารถพบได้ในอาหารจำพวกผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน

นอกจากจุลินทรีย์สองกลุ่มใหญ่แล้ว อีกส่วนหนึ่งของโพรไบโอติกก็ยังเป็นเชื้อยีสต์ ได้แก่ แซคคาดรไมซิส (Saccharomyces boulardii) เป็นยีสต์ที่พบได้ในกลุ่มของโพรไบโอติก มีส่วนช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย และบรรเทาอาการปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบทางเดินทางอาหาร

บทบาทของโพรไบโอติกในร่างกาย

โพรไบโอติกมีบทบาทมากมายที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่าง ๆ ในร่างกายดังนี้

  • ป้องกันไม่ให้เชื้อก่อโรคจับที่ผิวเยื่อบุลำไส้ โดยการสร้างเกราะป้องกันบริเวณเยื่อบุลำไส้
  • ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อฉวยโอกาสในร่างกาย
  • กระตุ้นระบบการย่อยอาหารโดยการสร้างเอนไซม์หลากหลายชนิด
  • ช่วยรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกายที่เสียไป
  • เหนี่ยวนำการกระตุ้นการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกัน ทำให้มีการสร้างสารป้องกันและกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เข้าสู่ภาวะสมดุลได้

โพรไบโอติกมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร

จากการศึกษาพบว่าโพรไบโอติกมีประโยชน์ในการรักษาหรือช่วยบรรเทาความผิดปกติต่าง ๆ ของร่างกายเช่น

  • โรคระบบทางเดินอาหาร อาการลำไส้แปรปรวน, กรดไหลย้อน, ท้องผูก, ท้องร่วงจากการติดเชื้อ, ท้องร่วงอันเกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน, ภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแลคโตส
  • โรคภูมิแพ้ ผื่นผิวหนัง, ภูมิแพ้อากาศ
  • โรคทางอวัยวะสืบพันธุ์ ภาวะติดเชื้อในช่องคลอด, ช่องคลอดแห้งหลังหมดประจำเดือน
  • โรคทางเดินปัสสาวะ ภาวะติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ

ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้น โดยมีการปรับสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่เหมาะสมและเสริมฤทธิ์กันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโพรไบโอติก โดยประเภทและสายพันธุ์ของโพรไบโอติกที่ต่างกันล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพในการรักษาที่แตกต่างกันออกไป

อาการข้างเคียงที่อาจพบได้หลังจากรับประทานโพรไบโอติก

ส่วนใหญ่มักพบเมื่อมีการรับในขนาดที่สูงเกินไป โดยอาจจะทำให้เกิดภาวะลมในท้องเพิ่มขึ้น เกิดท้องอืดหรือแน่นท้องได้

สรุป

เพื่อช่วยดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น การรับประทานโพรไบโอติก จึงเป็นตัวเสริมในการซ่อมแซมสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น แต่การซ่อมแซมร่างกายให้ได้ผลและยั่งยืนที่สุดคือการจัดการปัญหาที่ต้นเหตุ และปรับสมดุลในการใช้ชีวิต โดยการทานอาการที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยบำรุงสุขภาพได้อย่างแท้จริง

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา

www.bumrungrad.com

medthai.com

Maqui Berry ส่วนประกอบอาหารเสริม

Maqui Berry ส่วนประกอบอาหารเสริม

ถ้าหากพูดถึงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของผลไม้เพื่อสุขภาพ ที่สามารถช่วยในเรื่องต่าง ๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดี แถมยังมีหลายหลากชนิดให้เลือกกันตามใจชอบ ซึ่งในวงการธุรกิจอาหารเสริม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่ถูกนำมาใช้ผลิตอาหารเสริม หรือแม้แต่เครื่องสำอางอย่างแพร่หลายเช่น บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ และอีกมากมาย ซึ่งผลไม้แต่ละนั้นล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และเป็นที่นิยมอย่างมาก

รับผลิตอาหารเสริม

แต่ปัจจุบันที่วงการธุรกิจอาหารเสริมแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย ทำให้มีการผลิตอาหารเสริมนั้นมีมากขึ้น การใช้สารสกัดหรือวัตถุดิบต่าง ๆ ก็จะมีความใกล้เคียงกัน จนไม่มีความโดดเด่น ทำให้แต่ละแบรนด์ต้องสรรหาสารสกัดหรือวัตถุดิบที่มีความแปลกใหม่และน่าสนใจเพื่อให้สินค้าของแบรนด์มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

ซึ่งหนึ่งในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่ผู้คนส่วนใหญ่อาจค่อยไม่รู้จัก หรืออาจไม่เคยได้ยินนี้ชื่อเลยก็คือ มากิเบอร์รี่ ซึ่งผลไม้ชนิดนี้นั้นก็มีคุณประโยชน์ไม่แพ้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ชนิดอื่น ๆ วันนี้ทาง Kovic จะพาไปรู้จักกับ มากิเบอร์รี่ ให้มากขึ้น

มากิเบอร์รี่ (Maqui Berry) คืออะไร

มากิ เบอร์รี่ (Maqui Berry) จัดเป็นพืชตระกูลดอกในสกุล Aristotelia ซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับพวกบลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ เป็นพืชที่ใช้เวลาในการปลูกหลายปี ลักษณะของผลมากิเบอร์รี่ จะเป็นผลไม้ลูกเล็ก ๆ สีม่วงเข้ม รูปร่างคล้ายกับบลูเบอร์รี่ แต่ผลเล็กกว่า และผิวจะมีความมันกว่าบลูเบอร์รี่ ส่วนรสชาติจะมีรสตั้งแต่เปรี้ยว เปรี้ยวอมหวาน ไปจนถึงหวาน ขึ้นอยู่กับระดับความสุก

ประวัติของมากิเบอร์รี่

มากิเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่ชาวอินเดียนแดงชนเผ่ามาปูเช่ในแถบทวีปอเมริกาใต้ รู้จักและทานกันมาเป็นเวลาหลายสิบปี ชนเผ่าปูเช่ยกย่องให้มากิเบอร์รี่ เป็นสัญลักษณ์ของความสดชื่น มีชีวิตชีวา ความแข็งแรง และสุขภาพดี นอกจากนั้นชาวชนเผ่ามาปูเช่ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับมากิเบอร์รี่อีกว่า มีพลังอำนาจที่ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ทำให้มากิเบอร์รี่ถูกเลือกมาเป็นส่วนผสมของอาหารเสริม ซึ่งในปัจจุบัน มากิเบอร์รี่ จะปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคปาตาโกเนีย ประเทศชิลีและประเทศอาร์เจนติน่า ผลมากิเบอร์รี่ส่วนใหญ่จะนิยมนำไปอบแห้ง ทำแยม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่ม

มากิเบอร์รี่ น่าสนใจอย่างไร

ต้องบอกก่อนว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่คือมีความน่าสนใจทุกชนิดอยู่แล้ว แต่มากิเบอร์รี่ เป็นพืชที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในโลกเทียบกับน้ำหนัก มากกว่า อาซาอิเบอร์รี่ 5 เท่า และมากกว่าโกจิเบอร์รี่ถึง 9 เท่า ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ กลุ่มแอนโทไซยานิน ชื่อเดลฟินิดิน มี Anthocyanidin สูงสุด 35% และ Polyphenol รวม 65% ซึ่งมีฤทธิ์สูงมาก

นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุแคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม กรอไขมันโอเมก้า 6 และ 9 รวมไปถึงวิตามินอีกมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 และวิตามินบี 3 อีกด้วย

ประโยชน์ของ มากิ เบอร์รี่

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
  • ปกป้องและบำรุงสายตา
  • ช่วยลดการเผาผลาญ
  • Superfood ด้านผิวพรรณ
  • ชะลอความเสื่อมของร่างกายของผิวพรรณ
  • เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เสริมสร้างระบบลำไส้

มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก

มากิเบอร์รี่ ถือเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก มีค่า ORAC score สูงมาก ซึ่งสามารถช่วยลดระดับไขมันในกระแสเลือดได้ในปริมาณสูงกว่า แบล็กเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหมด

ปกป้องและบำรุงสายตา

ในมากิเบอร์รี่มีวารแอนโธไซยานิน ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา ป้องกันอาการอ่อนล้าจากการใช้สายตาอย่างหนักช่วยลดอาการตาแห้ง ช่วยปกป้องดวงตาไม่ให้ถูงแสงทำลายเซลล์ให้เสื่อม ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เลยก็ว่าได้

ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย

ส่วนเนื้อของมากิเบอร์รี่มีสารที่เป็นส่วนลดไขมันเลว เป็นผลไม้ที่ช่วยยับยั้งความอยากอาหาร ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับอินซูลินให้สมดุล และยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายได้ด้วย

Superfood ด้านผิวพรรณ บำรุงผิวให้สดใส

ในมากิเบอร์รี่อุดมด้วยวิตามินซี ช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สดใสและยังช่วยลดริ้วรอย ช่วยพื้นฟูผิวที่ต้องเจอกับมลภาวะ สารเคมีต่าง ๆ จากการแต่งหน้า ที่สำคัญคือป้องกันผิวจากการโดนทำร้ายของรังสียูวีได้เป็นอย่างดี

ชะลอความเสื่องของร่างกายและผิวพรรณ

สารแอนโธไซยานินที่มีอยู่ในมากิเบอร์รี่ จะช่วยต้านความเสื่อมของร่างกาย ชะลอความชรา ทำให้แก่ช้าลง ช่วยฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนในผิว ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ริ้วรอยดูลบเลือนลงให้ผิวแลดูอ่อนกว่าวัย

เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เสริมสร้างระบบลำไส้ที่สมดุล

มากิเบอร์รี่ทีไฟเบอร์สูง มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลภายในลำไส้ ช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในร่างกาย ระบบลำไส้ของคนเรามีแบคทีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมหาศาล รวมทั้งไวรัส และจุลินทรีย์ขนาดเล็กมากมาย ซึ่งความสมดุลของระบบในลำไส้จะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย สมองและหัวใจ

สรุป

มากิเบอร์รี่ คือสุดยอดผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เสริมสร้างการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดระดับไขมันในกระแสเลือด เพิ่มอัตราการไหลเวียนของเลือด จัดเป็น Superfood ด้านผิวพรรณ ลดริ้วรอย ลดจุดด่างดำ ลดรอยเหี่ยวย่น ความหย่อนคล้อยและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : llamito.com

ทำ Content อาหารเสริม อย่างไรให้คนจดจำ

ทำ Content อาหารเสริม อย่างไรให้คนจดจำ

ถึงมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีคุณภาพมากแค่ไหน ก็ใช่ว่ายอดออกหรือสร้างยอดขายได้ถล่มทลาย ดังนั้นนอกจากสินค้าดีแล้ว การตลาดของสินค้าก็ต้องดีเช่นกัน และยิ่งปัจจุบันตลาดสำหรับขายสินค้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนดินที่จะต้องเดินไปเลือกดูถึงจะเห็นและซื้อสินค้า แต่ยังอีกหนึ่งตลาดที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก นั่นก็คือ ตลาดออนไลน์ เพราะแค่เพียงเลื่อนโทรศัพท์ไปเว็บและเพจต่าง ๆ ก็สามารถเห็นและซื้อสินค้าได้โดยตัวของเรานั้นยังอยู่ที่บ้าน

โรงงานอาหารเสริม

พอเริ่มมีสินค้าต่าง ๆ เริ่มขายในตลาดมากขึ้น การแข่งขันก็จะสูงขึ้นตาม เพราะผู้บริโภคสามารถเห็นสินค้าที่หลากหลาย สามารถเปรียบเทียบสรรพคุณต่าง ๆ ราคาหรือความสนใจของตัวสินค้าได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะสินค้าอย่าง อาหารเสริม ที่เพียงแค่พิมพ์ไปในช่องค้นหาก็เจอสินค้าจากแบรนด์ต่าง ๆ ให้เลือกอย่างมากมาย ดังนั้นการทำการตลาดในโลกออนไลน์จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะต้องทำให้สินค้าของแบรนด์โดดเด่น และดึงดูดสายตาของผู้บริโภคมากกว่าแบรนด์คู่แข่ง ซึ่งหนึ่งในวิธีที่น่าสนใจก็คือ การทำ Content Marketing

Content Marketing คือการทำการตลาดออนไลน์รูปแบบหนึ่ง แม้ว่าธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณจะเป็นธุรกิจก็ตาม หากอยากให้แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักและจดจำในโลกออนไลน์ Content Marketing เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจาการทำการตลาดออนไลน์ด้วยการทำคอนเทนต์นั้นให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจกว่าการพยายามขายโดยการยิงโฆษณากันแบบตรง ๆ โดยในวันนี้ทาง Kovic ได้มีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการการทำคอนเทนต์อาหารเสริม สำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มทำหรือผู้ที่ทำแล้วแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร

ค้นหากลุ่มเป้าหมายที่อยากจะเสนอคอนเทนต์ให้เขา

การหากลุ่มเป้าหมายก่อนการทำคอนเทนต์เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะธุรกิจหรือแบรนด์อาหารเสริมแต่ละชนิดย่อมมีกลุ่มเป้าหมายหรือเหมาะสมกับกลุ่มคนที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเริ่มทำคอนเทนต์ ควรต้องเข้าใขกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ก่อนว่าเขาเหล่านั้นเป็นใคร

ที่ต้องรู้ก่อนว่าเป็นใครนั้น เพราะมันสัมพันธ์กับเนื้อหาของคอนเทนต์ที่คุณต้องการจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย แพลตฟอร์มที่คุณจะนำคอนเทนต์ไปลง ภาษาที่ใช้ เพราะถ้าหากคอนเทนต์ที่สร้างมาไม่ได้สัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายที่อยากจะสร้างการรับรู้ คอนเทนต์ที่ทำไปนั้นก็เสียเวลาและเสียโอกาสไปโดยเปล่าประโยชน์

คอนเทนต์นั้นต้องเป็นผู้ให้อย่างสุด ๆ

คอนเทนต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการทำการตลาดออนไลน์อาหารเสริม ก็คือคอนเทนต์ที่ถูกเรียกว่า “Value Content” หรือคอนเทนต์ทรงคุณค่า หากคิดจะทำคอนเทนต์คุณจะต้องใส่ทัศนคติของการเป็นผู้ให้ลงไปในคอนเทนต์โดยเฉพาะหากธุรกิจหากธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณเกี่ยวข้องกับอาหารเสริม คุณต้องเป็นผู้ให้อย่างสุด ๆ โดยเฉพาะการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ หรือสาระความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ หากสามารถสร้างคอนเทนต์ทรงคุณค่าที่ทำให้คนสนใจ มีการแชร์ มีการพูดถึงหรือบอกต่อได้ ก็จะยิ่งทำให้แบรนด์เป็นที่จำจดมากยิ่งขึ้น

กระตุกอารมณ์อยากรู้ของคนตั้งแต่ต้น คือการขายที่เนียนกริบที่สุด

คอนเทนต์ทรงคุณค่าที่มีเนื้อหาที่ดีคือ สิ่งที่ที่จะทำให้คนบอกต่อก็จริง แต่คอนเทนต์ที่ดีจริง ๆ ต้องกระตุกต่อมอยากรู้ของคนตั้งแต่แรกหรือตั้งแต่ชื่อเรื่อง ถ้าคุณไม่สามารถดีงความสนใจได้ตั้งแต่แรกแม้คอนเทนต์จะมีค่ามากแต่ไหนก็ไม่มีโอกาสสร้างการรับรู้เพราะคนไม่สนใจนั่นเอง

จงจำไว้เสมอว่าหากคิดจะทำคอนเทนต์สำหรับธุรกิจอาหารเสริม ควรจะต้องกระตุกอารมณ์ความสนใจของกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ตอนแรกของแคนเทนต์ ทำให้กลุ้มเป้าหมายเกิดความสงสัย ความอยากรู้จนไม่อยากจะพลาดเนื้อหาที่อยู่ด้านใน ถ้าทำได้มันจะเป็นผลดีต่อธุรกิจอย่างมาก เพราะการกระตุกต้อมให้คนอยากรู้คือวิธีการขายที่แนบเนียนอย่างที่สุด ส่วนจะเนียนขนาดไหนคุณเองเป็นผู้ออกแบบและกำหนดเนื้อหาทั้งหทด

ทำให้คนที่เข้ามาเสพเนื้อหารู้สึกว่า “โอ้ นี่แหละคือตัวฉัน”

คอนเทนต์ที่จะเสริมให้ธุรกิจอาหารเสริมประสบความสำเร็จได้นั้นก็คือ คอนเทนต์ที่ทรงคุณค่าในประเภทที่จ้อง “ขยี้” ถึงปัญหาของคนเสพให้กระจุยหรือก็คือคอนเทนต์ที่เริ่มต้นด้วยการนำเสนอถึงปัญหาของผู้ที่เข้ามาดู คอนเทนต์แบบนี้จะสร้างความรู้สึกของคนให้รู้สึกว่าคุณเข้าอกเข้าใจปัญหาของเขาเป็นอย่างดี สร้างอารมณ์ร่วมจนเขารู้สึก “โอ้ นี่แหละคือตัวฉัน”

เมื่อคุณขยี้ กระชากปัญหาของเขาและดึงอารมณ์ร่วมของเขาให้เข้าสู่จุดพีคได้ และหากคุณสามารถตลบอารมณ์พีคของเขาด้วยการนำเสนอหนทางแก้ไขปัญหาให้แก่เขาได้ด้วยสารพัดวิธีที่รู้ รับรองได้เลยว่าคอนเทนต์ของคุณจะได้ใจพวกเขาไปเต็ม ๆ และแม้ในตอนท้ายคุณจะแทรกผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของคุณลงไปด้วยก็ไม่ดูน่าเกลียดอะไรเลย

ทำคอนเทนต์ให้รองรับในทุก ๆ แพลตฟอร์ม

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้นว่ากลุ่มเป้าหมายของอาหารเสริมนั้นมีหลากหลายกลุ่ม ดังนั้นควรออกแบบและทำคอนเทนต์ให้กระจายและครอบคลุมในทุก ๆ แพลตฟอร์มโซเซียลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะคุณจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าช่องทางไหนจะเข้าถึงกลุ้มเป้าหมายและได้ผลที่สุดจนกว่าจะได้ข้อมูลจริง ๆ มาวิเคราะห์เปรียบเทียบ

อีกประการหนึ่งคือแต่ละแพลตฟอร์มทางโซเชียลก็มีจุดเด่นและพลังในการดึงดูดความสนใจแตกต่างกัน หากทำคอนเทนต์ที่ครอบคลุม มีความน่าสนใจและดึงดูดควาสนใจได้มากพอ ก็จะได้ลูกค้ากลุ้มเป้าหมานที่หลากหลายมากขึ้น

ความสม่ำเสมอคือหนทางหลักแห่งความสำเร็จ

การทำคอนเทนต์สำหรับธุรกิจอาหารเสริม คุณอาจมีคำถามว่า “แล้วจะต้องทำคอนเทนต์นานเพียงใด” หรือ “มากแต่ไหน” คำตอบคือ ทำจนกว่าจะเลิกกิจการ เพราะการตลาดโดยการทำคอนเทนต์หัวใจสำคัญอยู่ที่ “ความสม่ำเสมอ” เพราะความสม่ำเสมอจะช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขายอยู่เรื่อย ๆ ความสม่ำเสมอยังทำให้ลูกค้านึงถึงแบรนด์ของคุณอยู่เสมอ

นอกจากนี้ยังจะสามารถได้กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ จากคอนเทนต์ที่สร้างและปล่อยออกมาเรื่อย ๆ ผ่านการบอกต่อหรือแชร์ตัวคอนเทนต์ หากยังไม่เลิกกิจการก็ให้ทำคอนเทนต์ด้วยความสม่ำเสมอ

สรุป

การทำการตลาดด้วยการสร้างคอนเทนต์นั้น เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ ซึ่งหัวใจหลักของธุรกิจนั้นก็จะหนีไม่พ้นการทำให้สินค้ามีคุณภาพ เพราะถ้าหากคอนเทนต์ดีแต่สินค้าไม่ได้คุณภาพ ทำคอนเทนต์ไปมากมายก็ไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นนอกจากคอนเทนต์จะต้องดีแล้ว ตัวสินค้าจริงก็ต้องตามที่คอนเทนต์บอกด้วย

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : taokaemai.com

มาตรฐาน GMP ในโรงงานผลิตอาหารเสริม

มาตรฐาน GMP ในโรงงานผลิตอาหารเสริม

ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ใช่ว่าจะผลิตออกมาอย่างไรก็ได้ ตามความต้องการของตนเอง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารอย่าง “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” หรือที่คุ้นหูกันในชื่อ อาหารเสริม ซึ่งเราไม่ได้พูดในเรื่องของผลลัพธ์ของสินค้า เพราะสิ่งนั้นเป็นความต้องการของผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์เอง แต่ที่เราพูดถึงอยู่นั้นคือ ขั้นตอนการผลิตสินค้า เพราะการผลิตสินค้านั้นมีกฎ ระเบียบหรือมาตรฐานที่คอยควบคุมกระบวนการผลิตเหล่านั้นอยู่

รับผลิตอาหารเสริม

ผู้ประกอบการโรงงานอาหารนั้นย่อมต้องมีกฎ ระเบียบ และมาตรฐานหลายอย่างที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพส่งออกไปยังผู้บริโภค รวมไปถึงการผลิตอาหารเสริม ซึ่งตามกฎหมายแล้วผู้บริโภคนั้นได้รับความคุ้มครองขั้นพื้นฐาน โดยผู้บริโภคต้องได้รับประทานอาหารเสริมที่สะอาด ปลอดภัย ไม่มีสิ่งเจือปน หรือไม่มีสารพิษที่เป็นอันตราย ภายใต้การควบคุมมาตรฐาน GMP

โดยมาตรฐาน GMP ซึ่งถือเป็นเครื่องการันตีว่าอาหารเสริมที่ผลิตออกมาจากโรงงานนั้นมีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสำหรับการผลิตเพื่อจำหน่ายไปสู่ผู้บริโภค โดยวันนี้ทาง Kovic ได้รวบข้อมูลเกี่ยวกับ GMP มานำเสนอ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเจ้าโรงงานอาหารเสริม รวมไปถึงเจ้าของแบรนด์ที่กำลังมองหาโรงงานอาหารเสริมที่มีคุณภาพสักที่เพื่อผลิตสินค้าออกมาจำหน่าย ซึ่งมีดังต่อไปนี้

GMP คืออะไร

มาตรฐาน GMP ย่อมาจาก Good Manufacturing Practice หมายถึงมาตรฐานในการผลิตอาหาร ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำเพื่อควบคุมการผลิตอาหารด้วยข้อกำหนดต่าง ๆ ให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้อาหารที่มีมาตรฐานเรื่องความสะอาดและปลอดภัย มาตรฐาน GMP นั้นจะช่วยป้องกันความเสี่ยงที่เกิดกับกับกระบวนการผลิตอาหาร ทั้งเรื่องของสิ่งเจือปน อาหารเป็นพิษ และความไม่ปลอดภัยที่อาจทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย

GMP คือมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากทั่วโลก

มาตรฐาน GMP มีความน่าเชื่อถือสูงมาก เพราะได้รับการรับรองจากทั่วโลกแล้วว่ามีมาตรฐานที่ดีในเรื่องการควบคุมกระบวนการผลิตอาหาร มีการพิสูจน์จากกลุ่มนักวิชาการด้านอาหารทั่วโลกว่า GMP ทำให้อาหารจากกระบวนการผลิตมีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ยังเป็นการรับรองว่าถ้าหากผู้ผลิตอาหารปฏิบัติตามข้อกำหนดของ GMP ทุกอย่าง จะทำให้สามารถผลิตอาหารที่ถูกต้องตามหลักสุขอนามัยและมีความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค จะถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานสากล

GMP ควบคุมอะไรบ้าง

GMP ควบคุมทั้งส่วนของสถานประกอบการ โครงสร้างอาคารไปจนถึงกระบวนการผลิตที่ต้องสะอาด ปลอดภัย ในส่วนของกระบวนการผลิตยังมีรายละเอียดที่ GMP ควบคุมอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน การคัดสรรและควบคุมวัตถุดิบ การควบคุมคุณภาพ การจัดเก็บไปจนถึงผลผลิตที่สำเร็จรูปแล้ว

นอกจากนี้ GMP ยังควบคุมการจัดส่งของผู้ประกอบการด้วยโดยทางโรงงานจะต้องมีการบันทึกข้อมูลและการตรวจสอบติดตามคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมาตรฐาน GMP เป็นการรับรองพื้นฐานที่จะนำไปสู่การรับรองมาตรฐานลำดับต่อไปที่สูงกว่าอย่าง ISO 9000 และ HACCP (Hazards Analysis and Critical Points) เป็นต้น

GMP มีกี่ประเภท

มาตรฐาน GMP แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • GMP สุขลักษณะทั่วไป (General GMP) สำหรับอาหารทุกประเภท
  • GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์ (Specifics GMP) สำหรับเน้นเรื่องความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารโดยเฉพาะ

GMP สุขลักษณะทั่วไป (General GMP)

เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้สำหรับอาหารทุกประเภท มีทั้งหมด 6 ข้อกำหนดด้วยกันได้แก่

  • สถานที่ตั้งและอาคารผลิต
  • เครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิต
  • การควบคุมกระบวนการผลิต
  • การสุขาภิบาล
  • การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด
  • บุคลากรและสุขลักษณะ

ข้อกำหนดของ General GMP

ด้านสถานประกอบการ

ต้องสะอาดและตั้งอยู่ในที่ที่ห่างไกลจากสิ่งที่ทำให้อาหารปนเปื้อนได้ง่าย สถานประกอบการที่ใช้ดำเนินกระบวนการผลิตต้องมีขนาดเหมาะสม ออกแบบและก่อสร้างให้รองรับกับการซ่อมบำรุงและการรักษาความสะอาด สะดวกต่อการปฏิบัติงาน ส่วนพื้นที่ภายในโรงผลิตจะต้องแยกบริเวณผลิตอาหารออกเป็นสัดส่วน ทั้งยังต้องระบายอากาศได้อย่างเหมาะสม

ด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์

ต้องทำจากวัสดุที่ปลอดภัยไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ไม่เป็นสนิม ไม่เป็นพิษ แข็งแรงและมีการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ผ่านการฆ่าเชื้อก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต นอกจากนี้ต้องแยกเก็บเป็นสัดส่วน และมีการป้องกันฝุ่นละอองรวมถึงสิ่งสกปรกด้วย

ด้านกระบวนการผลิต

มีการควบคุมตามหลักสุขาภิบาลทุกขั้นตอนอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ ส่วนผสม ภาชนะ การผลิต การเก็บรักษา การขนย้าย และขนส่งผลิตภัณฑ์อาหาร

ด้านการสุขาภิบาล

ต้องควบคุมสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขาภิบาลเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน เช่น อ้างล้างมือ ห้องน้ำ ระบบกำจัดขยะมูลฝอย การระบายน้ำทิ้ง การป้องกันสัตว์และแมลง เป็นต้น

ด้านการบำรุงรักษาและการทำความสะอาด

เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างถูกต้องด้านความสะอาดและเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกรวมถึงสารอันตรายปนเปื้อนสู่ผลิตภัณฑ์อาหาร ทางโรงงานจะต้องมีการทำความสะอาด ดูแลและเก็บรักษาเครื่องมือ เครื่องจักร รวมถึงอุปกรณ์สำหรับผลิตให้อยู่ในสภาพที่สะอาด ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังการผลิต

ด้านบุคลากร

ต้องสวมเครื่องแต่งกายที่สะอาดและเหมาะต่อการปฏิบัติงาน ต้องมีสุขภาพดี ไม่เป็นวัณโรคในระยะอันตราย และไม่เป็นโรคผิวหนังที่น่ารังเกียจหรือโรคเรื้อน

GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์ (Specific GMP)

เป็นหลักเกณฑ์ที่เพิ่มเติมจาก GMP ทั่วไป เน้นในเรื่องความเสี่ยงและความปลอดภัยของแต่ละผลิตภัณฑ์อาหารโดยเฉพาะเช่น ข้อกำหนด GMP สำหรับน้ำบริโภค หรือข้อกำหนด GMP สำหรับนมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอร์ไรส์ เป็นต้น

สำหรับ GMP เฉพาะผลิตภัณฑ์จะมีการควบคุมการผลิตของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดที่แตกต่างกันออกไปตามรายละเอียดของผลิตภัณฑ์อาหารนั้น ๆ โดยเฉพาะ

การบังคับใช้ GMP

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของไทยนำเอาหลักเกณฑ์มาตรฐาน GMP มาบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยกำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 193) พ.ศ. 2543 ผู้ประกอบการอาหารจึงต้องศึกษาข้อกำหนดโดยละเอียดเพื่อการผลิตที่ได้มาตรฐาน นำมาซึ่งอาหารคุณภาพที่อยู่บนพื้นฐานข้อบังคับทางกฎหมาย ซึ่งมาตรฐาน GMP ครอบคลุมเนื้อหาในเรื่องวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2544

ประโยชน์ของ GMP

  • ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยมีคุณภาพ
  • เป็นแนวทางการผลิต เพื่อประกันว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพปลอดภัย ตรงตามที่มาตรฐานกำหนด และผลิตภัณฑ์มีความสม่ำเสมอในทุก ๆ ล็อตการผลิต
  • ช่วยลดข้อผิดพลาดหรือความเบี่ยงเบนที่จะผลิตไม่ได้มาตรฐาน
  • ป้องกันไม่ให้มีข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตหรือการควบคุมคุณภาพ รวมทั้งขจัดปัญหามิให้เกิดขึ้นซ้ำซ้อน
  • ส่งผลต่อคุณภาพอาหารในระยะยาว และช่วยลดต้นทุนการผลิต
  • มีความสะดวก และง่ายต่อการติดตามข้อมูล
  • มีการควบคุม และรักษามาตรฐานความสะอาด และถูกสุขลักษณะของโรงงาน
  • สร้างความสะดวกปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานในขณะปฏิบัติงาน
  • ช่วยสร้างทัศนคติที่ดี และถูกต้องแก่ผู้ปฏิบัติงาน
  • ความคล่องตัวในการดูแล การจัดการ และการประเมินงานในโรงงาน

โดยโรงงานที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่นั้นในประเทศไทยนั้นต่างก็ได้รับรองมาตรฐาน GMP ซึ่ง Kovic Kate International ก็เป็นอีกหนึ่งโรงงานที่ได้รับรองมาตรฐาน GMP ดังนั้นหากผลิตอาหารเสริมกับทาง Kovic รับรองได้เลยว่าสินค้าที่ถูกผลิตออกมานั้นได้คุณภาพ สะอาดและปลอดภัยตามกฎเกณฑ์ปฏิบัติของ GMP อย่างแน่นอน

สรุป

สำหรับโรงงานผลิตอาหาร สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก็คือ การผลิตอาหารที่ได้คุณภาพ ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน GMP เพื่อเป็นเครื่องมือรับประกันว่าสินค้าที่ออกมาจากโรงงานนั้น มีคุณภาพ สะอาดและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา

www.proindsolutions.com

www.chi.co.th

ฆอ. จำเป็นแค่ไหนกับอาหารเสริม

ฆอ. จำเป็นแค่ไหนกับอาหารเสริม

ในยุคที่อาหารเสริมนั้นมีอยู่ทั่วไปเกลื่อนตลาด หันไปทางไหนก็เจอแต่อาหารเสริมหลากหลายแบรนด์ ซึ่งการจะทำให้สินค้าของแบรนด์แตกต่างจากแบรนด์คู่แข่ง หรือทำให้สินค้ากลายเป็นที่รู้จัก โดยวิธีที่เห็นกันบ่อยที่สุดก็คือ การโฆษณา ไม่ว่าจะช่องทางไหนก็ตามอย่างเช่น โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นต้น

รับผลิตอาหารเสริม

เมื่อต้องการโฆษณาสินค้า ก็ต้องมีการพูดถึงสรรพคุณต่าง ๆ ของสินค้าให้ดูน่าสนใจ ดึงดูดให้ผู้บริโภคเข้ามาซื้อ ซึ่งมีสินค้าจำนวนไม่น้อยที่มีการโฆษณาเกินจริง ถ้าได้ผลภายในวันนั้นวันนี้ หรือเห็นผลชัวร์ 100% ทั้งที่ตัวสินค้าจริง ๆ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น และที่สำคัญคือสินค้าและแบรนด์เหล่านั้นอาจจะยังไม่มี ฆอ. หรือใบอนุญาตโฆษณาอาหาร

ซึ่งก็โดนกันไปหลายรายแล้วสำหรับวงการอาหารเสริมและเครื่องสำอาง เพราะว่าตอนนี้ทาง อย. เขาเอาจริง จับจริง สำหรับแบรนด์อาหารเสริม และเครื่องสำอางชื่อดังที่โดนทีต้องสะดุ้งกันทั้งวงการ ถ้าไม่มี ฆอ. ทั้งเรื่องของการโฆษณาเกินจริง และเรื่องของการใส่ส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค งานนี้ทั้งอย. และสคบ. โดนคำสั่งมาให้คุมเข้มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากยิ่งขึ้น เตรียมกวาดล้างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานกันอย่างจริงจัง

เพราะฉะนั้น ฆอ. จึงมีเข้ามาบทบาทในเรื่องของการโฆษณาของอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ดังนั้นในวันนี้ทาง Kovic จะมาบอกว่าทำไม ฆอ. จึงมีจำเป็นกับธุรกิจอาหารเสริม

การโฆษณา หมายถึง

การโฆษณา (Advertising) เป็นการนำเสนอข่าวสารการขาย หรือแจ้งข่าวสารให้บุคคลที่เป็นกลุ่มเป้าหมายทราบเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือแนวความคิด โดยเจ้าของสินค้าและบริการทั้งหลายนั้นได้มีการจ่ายเงินเพื่อเป็นการใช้สื่อ และเป็นการเสนอข้อมูลที่ไม่ใช่เป็นการส่งบุคคลเข้าไปติดต่อโดยตรง

โดยจุดมุ่งหมายของการโฆษณา คือ การขายสินค้า แต่จุดมุ่งหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นฉับพลันก็คือ การติดต่อสื่อสาร (Immediate purpose is to communicate) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แอบแฝงด้วย

ใบขออนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.) จำเป็นมาก แค่มีก็ไม่เสี่ยงคุก

ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมหลายคนยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องขอ ฆอ. ในเมื่อเรามีใบรับรองจาก อย. อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องขอก็ได้ แต่จริง ๆ แล้วการขอ ฆอ.เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ถ้าผลิตภัณฑ์ของเรายังต้องถูกนำใส่ปาก นอกจากใบรับรองต่าง ๆ ที่ได้จาก อย. แล้ว การขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร หรือ ฆอ. จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้การโฆษณาของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น

ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตราที่ 40, 41, 42 ผู้ประกอบการสินค้าใด ๆ ที่เกี่ยวกับอาหารและยา ที่ต้องการจะโฆษณาคุณประโยชน์ หรือสรรพคุณสินค้า ต้องนำข้อความที่จะโฆษณาเหล่านั้นมาขออนุญาตก่อน เมื่อผ่านการพิจารณาจึงจะสามารถนำไปใช้ในการโฆษณาได้

การขอ ฆอ. คือการขออนุญาตโฆษณาผลิตภัณฑ์ของคุณที่เป็นอาหารหรือยาลงบนสื่อต่าง ๆ เป็นใบรับรองว่าผลิตภัณฑ์ของคุณ ไม่ได้มีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงแต่อย่างใด ทุกถ้อยคำบนโฆษณาสามารถเชื่อถือได้

สามารถโฆษณาโดยไม่ขอ ฆอ. ได้หรือไม่ ?

สำหรับผู้ประกอบการที่ทำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องนำเข้าสู่ปาก ไม่จำเป็นต้องขอก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมจิตสำนึกของการเป็นพ่อค้า แม่ค้าที่ดีด้วย ว่าไม่ควรโฆษณาเกินจริง อย่าหลอกลวงคนซื้อ เพราะความจริงใจคือสิ่งสำคัญในการขายของทุกอย่าง

โฆษณาที่ไม่ต้องนำมายื่นขออนุญาต

  • โฆษณาที่ไม่มีการกล่าวอ้างถึงสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อาหาร หรือไม่มีการแสดงข้อมูลด้วยภาพ ข้อความ สัญลักษณ์ หรืออื่นใด ที่อาจเชื่อมโยงให้เข้าใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์อาหารมีสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของอาหารตามข้อมูลนั้น ๆ
  • การให้ข้อมูลทางวิชาการ ที่ไม่เชื่อมโยงให้เข้าใจได้ว่าเป็นสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อาหารอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ทางการค้า
  • การโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขาย เช่น การลด แลก แจก แถมของรางวัล ชิงโชค โดยไม่มีการแสดงสรรพคุณ คุณภาพ คุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์อาหาร

สำหรับเจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือหรือผลิตภัณฑ์ชา กาแฟ ต่าง ๆ ควรจะขอเอาไว้ เพราะถ้าไม่ได้ขอแล้วทำการโฆษณาตามอำเภอใจ อาจโดนโทษทั้งจำทั้งปรับ ตามราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตราที่ 70, 71, 72 ได้

การขอ ฆอ. ที่ผู้ประกอบการควรรู้

ใครที่อยากจะทำเนียนไม่ขอ เพราะคิดว่าขอยาก จะปล่อยผ่านโฆษณาไปเรื่อย ๆ เพราะคิดว่าคงงไม่มีใครมาตรวจสอบ คิดผิดคิดใหม่ได้นะ เพราะการขอ ฆอ. ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่กังวลกัน ปัจจุบันก็มีเอเจนซี่หลายที่เปิดบริการรับขอ ฆอ. ให้อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการได้มากทีเดียว และสำหรับใครที่อยากจะยื่นเรื่องขอด้วยตัวเองสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

หรืออีกหนึ่งทางเลือกก็คือ เลือกอาหารเสริมที่มีบริการยื่นเรื่องขอ ฆอ. โดยทาง Kovic  มีบริการ One Stop – Service ที่นอกจากรับจดแจ้งเลข อย. แล้ว ยังมีบริการยื่นขอ ฆอ. เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์มีความสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปดำเนินการหลายที่

แบบไหนถึงเรียกว่าอวดอ้างเกินจริง

เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไม โฆษณาบางตัวถึงมีคำต้องห้ามได้ ทั้ง ๆ ที่ผู้ประกอบการบางคนตบตีกับ Facebook แทบตาย แต่ก็ไม่สามารถทำโฆษณาได้ บางโฆษณาสามารถใช้คำว่า “ธรรมชาติ” “ปลอดภัย” “ไม่ใส่วัตถุกันเสีย” ทั้ง ๆ ที่คำเหล่านี้ ก็เข้าข่ายคำโฆษณาเกินจริงหรือเปล่า ? นั่นเป็นเพราะว่า ผู้ประกอบการเหล่านั้นยื่นขอ ฆอ. ใช้คำเหล่านี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังมีบางคำที่ไม่สามารถขอ ฆอ.ได้ เพราะถือว่าเป็นคำกล่าวอ้างเกินจริงได้แก่ ยอด, ดีเลิศ,  เด็ดขาด,  อันดับ 1,  ศักดิ์สิทธิ์, มหัศจรรย์, ที่สุด,  สุดยอด, เยี่ยม,  เยี่ยมยอด,  ยอดเยี่ยม, ดีที่สุด, เลิศที่สุด, ชนะเลิศ,  เลิศเลอ,  ดีเด็ด,  สุดเหวี่ยง,  วิเศษ, ฮีโร่,  บริสุทธิ์, ล้ำเลิศ, ชั้นเลิศ, เลิศล้ำ, เด็ด, หนึ่งเดียว, พิเศษ,  ยอดไปเลย, โดดเด่น,  ปาฏิหาริย์

คำเหล่านี้ ล้วนเป็นคำที่ให้ผลโฆษณาที่ดีมาก ผู้ประกอบการหลาย ๆ คนต่างหยิบยกมาใช้กัน แม้จะรู้ว่ามันเป็นคำอวดอ้างเกินจริงก็ตาม เพราะเหตุนี้ จึงต้องมี ฆอ. ออกมาเพื่อควบคุมการโฆษณาอาหารและยา ไม่ให้อวดอ้างเกินจริงจนส่งผลให้ ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดได้

สรุป

จากที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมดก็พอจะบอกได้แล้วว่า ฆอ. นั้นมีความสำคัญและจำเป็นต่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างมาก เพราะการโฆษณาต้องมาคู่กับการขายของอยู่แล้ว ดังนั้นควรยื่นขอ ฆอ. กันไว้ดีกว่า เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้บริโภคด้วยการแสดงเลขอนุญาตโฆษณา การจำหน่ายสินค้าแบบสุจริตใจย่อมให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : stopmean.wordpress.com

adsidea.net

คำโฆษณาต้องห้าม พาแบรนด์พังไม่รู้ตัว

คำโฆษณาต้องห้าม พาแบรนด์พังไม่รู้ตัว

การมีแบรนด์สักหนึ่งแบรนด์ กว่าจะสินค้าออกมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารเสริม เครื่องสำอางและสบู่ เพราะต้องผ่านการคิดค้นในส่วนต่าง ๆ อย่างมากมาย แต่เมื่อได้สินค้าออกมาพร้อมจำหน่ายแล้ว ก็จะต้องหาช่องทางให้ขายและทำให้สินค้าของแบรนด์เป็นที่รู้จักมากที่สุด ซึ่งหนึ่งในวิธีที่หลายแบรนด์นิยมใช้กันก็คือ การโฆษณา

โรงงานอาหารเสริม

ซึ่งการโฆษณานั้นก็สามารถทำได้หลากหลายช่องทาง ตามกำลังเงินทุนของแบรนด์ แต่เห็นกันอย่างแพร่หลายก็คงหนีไม่พ้น โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์อย่าง Facebook เนื่องจากในปัจจุบันผู้คนอยู่กับโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ทำให้แบรนด์ที่มีเงินทุนไม่มากพอที่จะทำโฆษณาบนโทรทัศน์ จึงหันมาโฆษณาผ่านทางช่องทางนี้แทน เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว และมีจำนวนมาก

แต่ถ้าให้พูดถึงการโฆษณานั้น ย่อมมีสิ่งที่ควรต้องระวังนั่นก็คือ การโฆษณาเกินจริง สามารถเห็นได้จากข่าวที่แบรนด์อาหารเสริม เครื่องสำอางหรือสบู่ที่โดนจับเพราะใช้ “คำโฆษณาเกินจริง” เพราะฉะนั้นเวลาที่แบรนด์จะทำการโฆษณาสินค้าสักอย่างหนึ่ง ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่ามีคำต้องห้ามต่าง ๆ หรือไม่ ซึ่งในวันนี้ทาง Kovic ได้รวบรวมคำโฆษณาต้องห้ามมาให้ดูกันว่ามีคำอะไรที่ห้ามใช้บ้าง

คำต้องห้าม ผิดกฎ ฆอ. ผิดกฎ Facebook

อย่างที่รู้กันดี เวลาที่จะทำการโฆษณาสักตัว ไม่ว่าจะเป็นใน Google หรือ Facebook ก็จะต้องผ่านการตรวจสอบจาก Facebook ก่อน จนทำให้พ่อค้า แม่ค้าหลายคนต่างพากันกุมขมับ กว่าจะผ่านได้แต่ละตัว เล่นเอาเลือดตาแทบกระเด็น เพราะเนื้อหาและภาพที่จะต้องเผยแพร่สู่ Facebook ให้กับกลุ่มเป้าหมายเห็นนั้นจะต้องไม่มีภาพ โป๊เปลือย การแสดงถึงคววามรุนแรง การส่งเสริมอาชญากรรม หรือแม้แต่คำก็ต้องไม่มี “คำต้องห้ามทำโฆษณา” เด็ดขาด เมื่อใดที่เราต้องการทำโฆษณา ลองอ่านทบทวนอีกมีว่า คำโฆษณาของเรามีคำต้องห้ามเหล่านี้หรือไม่ โดยจะแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจกันง่ายขึ้น ว่าบริบทของแต่ละคำมันผิดกฎอย่างไร ทำไมถึงกลายเป็น คำต้องห้าม ซึ่งมีหมวดหมู่ดังต่อไปนี้

  • ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสบู่
  • รับสมัครตัวแทนจำหน่าย

การโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก

ถือเป็น 1 หมวดที่มีการเข้มงวดเรื่องการโฆษณามาก เพราะส่วนใหญ่ที่อย. มักจะจับสินค้าที่มีการโฆษณาเกินจริงส่วนมากจะเป็นอาหารเสริมลดน้ำหนัก เพราะอาหารเสริมประเภทนี้มีความน่าสนใจมากสำหรับผู้บริโภคพอ ๆ กับอาหารเสริมผิวใส โดยคำต้องห้ามโฆษณาของหมวดหมู่นี้คือ

  • อ้วน / ผอม
  • ระเบิดไขมัน
  • ไซซ์ใหญ่
  • ลดน้ำหนัก
  • ไม่โยโย่
  • ขาแขนใหญ่
  • ดื้อยา
  • ได้ผล 100%
  • คำที่ส่งผลต่อจิตใจ
  • ลดด่วน
  • อยากผอม
  • ผอมทันใจแน่นอน
  • เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
  • เบิร์น
  • ทลายไขมัน
  • หุ่นดีกว่าเดิม
  • คำการันตีผล
  • ยินดีคืนเงิน

จะเห็นเลยว่าคำที่ห้ามใช้ส่วนใหญ่จะเป็นคำที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกทั้งนั้น ตามนโยบายของ Facebook เรื่องของการใช้ถอยคำรุนแรง ที่มีผลกระทบต่อจิตใจคนอื่น เช่น “แขน ขาใหญ่”, “ไซซ์ใหญ่” แม้บางคำฟังดูไม่ใช่คำรุนแรง แต่ว่าสำหรับคนที่มีรูปร่างใหญ่ น้ำหนักเยอะ คำพวกนี้ถือเป็นคำที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเขาได้

“ยินดีคืนเงิน” จริง ๆ แล้วคำนี้สามารถอยู่ในโฆษณาได้ แต่มีข้อแม้ว่า คุณต้องมีหลักฐานการคืนเงินที่แน่ชัด และมีขั้นตอนการคืนเงินที่ครบกระบวนการแนบมาด้วย ส่วนคำอื่น ๆ ที่กล่าวมาก็เข้าหลอกลวง อวดอ้างเกินจริง เลยไม่สามารถนำมาใช้ในการทำโฆษณาได้ ถึงแม้จะหัวใสเกิดไอเดียคิดคำหลบเลี่ยงโดยใช้ภาษาอังกฤษมาผสมคำ เช่น ผOม, ดื้Oยา Uวม เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าจะหัวใสแค่ไหน ก็ไม่รอด

การโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสบู่

ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์มากมายนิยมทำผลิตภัณฑ์ประเภทนี้พอ ๆ กับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เพราะว่าเป็นสินค้าสิ้นเปลือง ใช้แล้วหมดไป ที่สำคัญต้นทุนในการผลิตร้อยเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ปนะเภทอื่น แต่อย่าลืมนะว่า ยิ่งสินค้าประเภทนี้มีเยอะในตลาดกฎและการควบคุมก็ต้องเยอะตามไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องคำต้องห้ามที่ไม่สามารถใช้ในการทำโฆษณาได้ ได้แก่

  • ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • ป้องกันการเกิดสิว
  • รักษาโรคผิวหนัง
  • รักษาโรคสะเก็ดเงิน
  • ขาวไว ขาวทันที ต้านอนุมูลอิสระ
  • ธรรมชาติ 100%
  • ลดรอยแดง
  • ลดรอยดำ
  • ลดรอยสิว
  • ลดฝ้ากระ
  • สลายฝ้า
  • เห็นผล….
  • ระบุวันเห็นผล
  • รับประกัน
  • จริง เช่น ขาวจริง
  • หน้าเรียว
  • คำการันตีผล
  • กระชับสัดส่วน
  • ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน

แน่นอนว่าสินค้าของคุณสามารถช่วยปัญหาที่กล่าวมาได้จริง ๆ มีลูกค้าใช้แล้วเห็นผลลัพธ์แบบนั้นจริง ๆ สามารถลดรอยแดง รอยดำ รอยสิวได้ แต่คุณสามารถพิสูจน์ได้หรือเปล่าว่า คนที่ใช้สินค้า 100 คน จะได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทั้ง 100 คน ถ้าไม่ได้แสดงว่าคุณโฆษณาเกินจริงแล้ว

แล้วทำไมคำว่า “ขาว” ถึงใช้ไม่ได้ เพราะว่าคำนี้สามารถตีความการเหยียดสีผิวได้และอีกอย่างมนุษย์เราไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวตัวเองได้ ทางที่ดีควรใช้คำเลี่ยง อย่างเช่น แลดูกระจ่างใส, แลดูสว่าง แทน ส่วนคำว่า “ธรรมชาติ 100%”  สาเหตุที่ไม่สามารถใช้ได้เพราะเป็นคำอวดอ้างเกินจริง สิ่งใด ๆ ในโลกนี้ถ้าผ่านกระบวนทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีทาง 100% จริง ๆ นอกจากคุณจะขยี้สมุนไพรแล้วเอามาแปะผิวโดยตรง อันนั้นแหละ 100% จริง ๆ อย่างที่บอก ถ้าผู้ใช้สินค้าไม่ได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทั้งหมด การใช้คำเหล่านี้มาโฆษณาถือว่าเป็นคำโฆษณาเกินจริงทั้งนั้น

การโฆษณาเพื่อรับสมัครตัวแทนจำหน่าย

เมื่อมีแบรนด์ก็ย่อมจะต้องการกระจายสินค้าไปสู่ตลาดให้เยอะที่สุด ซึ่งหนึ่งในวิธีนั้นก็คือ การมีตัวแทนจำหน่าย สำหรับเรื่องของการโฆษณารับตัวแทน เชื่อว่าผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์เน้นโชว์ “ความรวย” เพื่อให้คนอยากสมัครเป็นตัวแทน การโชว์รวยไม่ผิด แต่การโชว์รวยที่มากเกินพอดี นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะจะเข้าขายการโฆษณาเกินจริงได้

อีกอย่างที่ควรระวังคือ การใช้ถ้อยคำที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเครือข่ายตรง หรือแชร์ลูกโซ่ ซึ่งคำเหล่านั้นมีดังนี้ไปนี้

  • วิธีรวยเร็ว
  • ทำงานที่บ้านก็รวยได้
  • ทำงานประจำแล้วไม่รวย
  • ขายวันนี้ พรุ่งนี้รวย
  • งานสบาย ๆ รวยเร็วใน 1 เดือน
  • ใช้สิทธิจองรวย
  • รวบง่าย ๆ แค่คลิก
  • แค่ขายก็รวยแล้ว
  • รวยแบบไม่ทันตั้งตัว
  • รวยในข้ามคืน

ข้อความเหล่านี้ คือข้อความที่เป็นการโฆษณาที่เกินจริงมาก ๆ สำหรับการโฆษณารับตัวแทนคุณอาจจะใช้วิธีอื่นเพื่อดึงดูดใจ เช่น การยกเคสคนที่ประสบความสำเร็จมาเป็นแรงบันดาลใจเป็นต้น

หยุดโฆษณาเกินจริง คงความน่าเชื่อถือให้แบรนด์อย่างยั่งยืน

“มาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

สรุป

การสร้างแบรนด์ให้น่าเชื่อถือ ไม่จำเป็นต้องโฆษณาเกินจริงก็ทำได้ การจำหน่ายสินค้าด้วยความจริงใจ ตรงไปตรงมา ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดี สร้างความน่าเชื่อถืออย่างยั่งยืนมากกว่าการเผยแพร่ข้อมูลสินค้าเกินจริง นำเสนอแต่สิ่งที่อวดอ้างเกินจริง เพราะนอกจากไม่ช่วยสร้าง “ชื่อเสียง” แต่จะเป็นการสร้าง “ชื่อเสีย” ให้กับแบรนด์ของคุณแทน

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : adsidea.net

ธุรกิจสุขภาพและความงามที่ควรลงทุน

ธุรกิจสุขภาพและความงามที่ควรลงทุน

การดูแลตัวเองนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญ บวกกับปัจจุบันที่เทรนด์รักสุขภาพและความงามนั้นก็มาแรงอย่างเรื่อย ๆ ทำให้คนไทยหันมาสนใจเรื่องดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้นกว่าเดิม นั่นก็เป็นสาเหตุทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพและความงามมีจำนวนมากและเติบโตขึ้นมากในหลายปีที่ผ่านมา

ผลิตอาหารเสริม

ซึ่งมีแนวโน้มว่า 2 เทรนด์นี้ จะยังคงอยู่ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ยากที่เซาซบลง ทำให้มีนักธุรกิจรุ่นใหม่หลากคนสนใจที่จะมาลงทุนธุรกิจในด้านนี้ แต่อาจจะยังไม่รู้หรือจับทางไม่ถูกว่าจะลงทุนกับธุรกิจอะไรดี โดยทาง Kovic ได้นำธุรกิจด้านสุขภาพและความงามที่ควรค่าแก่การลงทุนกัน ลองไปดูกันดีกว่าว่ามีธุรกิจอะไรบ้าง

ธุรกิจอาหารเสริม

เพราะการกินอาหารอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงสนใจตัวช่วยอย่าง อาหารเสริม หรือผู้บริโภคบางคนอาจทานอาหารเสริมให้ได้ผลลัพธ์บางอย่างที่ต้องการเช่น ลดน้ำหนัก, ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส หรือล้างสารพิษในร่างกายเป็นต้น โดยอาหารเสริมแต่ละประเภทก็จะมีการใช้ส่วนผสมที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ที่ต้องการเช่น สารสกัดสตรอว์เบอร์รี่, สารสกัดชาเขียว เป็นต้น

ซึ่งบางคนเห็นหัวข้อนี้แล้วอาจรู้สึกว่าไม่จริง ธุรกิจอาหารเสริมพังกันไปเป็นแถบ ควรค่าแก่การลงทุนซะที่ไหน แต่หากดูให้ดี ธุรกิจอาหารเสริมที่พังไม่เป็นท่านั้น เกิดมาจากการที่คุณภาพสินค้า ไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้ เพราะส่วนมากจะมาจากโรงงานอาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน

สังเกตได้ว่าแบรนด์ที่เห็นผลดีจริง มักจะได้รับการตอบรับที่ดี และเติบโตอย่างเนื่อง เนื่องจากแบรนด์เหล่านั้นเลือกผลิตสินค้ากับโรงงานรับผลิตอาหารเสริมที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และที่สำคัญผลลัพธ์เป็นตามที่ได้พูดถึงหรือโฆษณาไว้ ในยุคที่ผู้คนสนใจสุขภาพ แต่ไม่สามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์ได้ ธุรกิจอาหารเสริมหจึงตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนเมืองในปัจจุบัน

ธุรกิจสกินแคร์

หลายคนอาจคิดว่าแบรนด์สกินแคร์ล้นตลาด จนอาจเป็นไปได้ยากที่จะทำให้แบรนด์เกิด แต่ในความเป็นจริง ความต้องการของผู้บริโภค ไม่มีที่สิ้นสุด เนื่องจากมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ยึดติดแบรนด์น้อยลง ซึ่งการที่ผู้บริโภคหจะเลือกใช้สกินแคร์นั้น อาจไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อแบรนด์ที่ติดหูเสมอไป แต่หากสินค้าคุณภาพดี และได้รับการรีวิวมากพอสมควร แบรนด์นั้นจะสามารถทำกำไรได้มากมายมหาศาลเลยทีเดียว

ธุรกิจเครื่องสำอาง

เช่นเดียวกับสกินแคร์ ผู้บริโภคชอบลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะเครื่องสำอาง ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับแบรนด์ที่เคยมีอยู่แล้ว ผู้บริโภคก็ต้องการเปรียบเทียบเปรียบเทียบความต่างอยู่ตลอดเวลา เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดี และเหมาะกับตนเองมากที่สุด

เชื่อหรือไม่ว่าประเทศไทยมีอัตราการส่งออกเครื่องสำอางไปยังต่างประเทศแบบก้าวกระโดด ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ย 18% ต่อปี โดยมีมูลค่าตลาดรวม 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ตลาดในประเทศ 60% มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท ตลาดส่งออกอีก 40% มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ส่งออกให้กับประเทศเพื่อนบ้านใน AEC และตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะเติบโตในตลาดจีนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเครื่องสำอางประเภทสมุนไพร ที่ได้รับความนิยมจากคนจีนเป็นจำนวนไม่น้อย

ธุรกิจศัลยกรรมความงาม

ทุกวันนี้ การศัลยกรรมเสริมความมีการเปิดกว้าง เป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ เมื่อมีเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามีบทบาท ทำให้ผู้คนตัดสินใจทำศัลยกรรมความงามได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อน ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่รวมไปถึงทุกประเทศทั่วโลก

จากการสำรวจของ International Society of Aesthetic Plastic Surgery (ISAPS; สมาคมศัลยกรรมความงามนานาชาติ) พบว่า ประเทศที่มีการทำศัลยกรรมความงามสูงสุด คือ สหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก ธุรกิจเสริมความงามของไทย มีมูลค่าสูงถึง 14,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย ร้อยละ 10 ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าการทำศัลยกรรมเสริมความงามในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

ธุรกิจ Botox หรือ Hifu

อย่างเพิ่งแปลกใจว่าทำไม Botox Hifu ต่างจากข้อด้านบนอย่างไร ขอบอกว่า ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่า ในปัจจุบันนั้นมีกลุ่มผู้บริโภค ที่ไม่ได้เน้นทำศัลยกรรมเป็นเรื่องเป็นราวเกิดขึ้นมากมาย ผู้หญิงหลายคนโดยเฉพาะ วัยทำงานขึ้นไป อาจไม่ได้อยากแก้ไขใบหน้ามากมายนัก แต่เพียงแค่อยากหน้าเรียว ยกกระชับผิวหน้าบางจุด ลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ให้ดูอ่อนกว่าวัย

ซึ่ง Botox และ Hifu ถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก ยิ่งในปัจจุบัน ราคานั้นลดลงมาพอสมควร คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย และอายุของ Botox และ Hifu นั้น มีระยะชั่วคราว ทำให้ลูกค้ามีการหมุนเวียนกลับมาทำซ้ำอยู่เสมอ ดังนั้น ธุรกิจ Botox หรือ Hifu นี้ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการลงทุน

ธุรกิจอาหารคลีน

เทรนด์ความงามมักมาคู่กับสุขภาพเสมอ เมื่อสวยจากภายนอกแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะสวยจากภายในด้วย ยุคนี้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นจนเรียกได้ว่า เป็นไลฟ์สไตล์หลักของคนยุคนี้กันแล้ว ต้องออกกำลังกาย กินของดีมีประโยชน์ และของดีมีประโยชน์ที่ว่านี้ สิ่งแรกที่อาจเข้ามาในหัวของทุกคน ก็คืออาหารคลีนนั่นเอง

ธุรกิจอาหารคลีนค่อนข้างมาแรงในตอนนี้ และเป็นการทำที่ง่ายแสนง่าย เพราะสูตรหรือรสชาติ ไม่ได้เน้นมากมายอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องจำสูตรไม่ได้ แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ และต้องแข่งขันกัน อาจเป็นเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบ และการตกแต่งหน้าตาอาหารให้น่ากินเสียมากกว่า มั่นใจได้ว่าเทรนด์รักสุขภาพ จะยังคงอยู่กับคนไทยไปอีกนาน ดังนั้นธุรกิจอาหารคลีนจึงเป็นธุรกิจที่ควรค่าแก่การลงทุนเช่นเดียวกัน

สรุป

ตลาดความงามและสุขภาพนั้นมีการแข่งขันสูง ผลกำไรมากน้อยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ขนาดของธุรกิจเสทอไป เพราะความสำเร็จ ผลกำไรที่ดีนั้นมาจาก “ต้นทุนการผลิต” และ “กลุ่มเป้าหมาย ฐานลูกค้า” ในสภาพตลาดที่มีการแข่งขันกันสุดฤทธิ์เช่นนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจลงทุน ต้องมีระบบการวางแผนและการจัดการที่ดี เพื่อพัฒนาให้ธุรกิจของตนเติบโตไปได้ด้วยดี

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา businesslinx.globallinker.com