เรื่อง

ผลิตเครื่องสำอาง

รวมสมุนไพรในเครื่องสำอางขัดผิว

รวมสมุนไพรในเครื่องสำอางขัดผิว

ผิวพรรณ เป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะผู้หญิงนั้น การมีผิวพรรณการเนียนสวย  ขาว กระจ่างใส ถือเป็นสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ปรารถนา ซึ่งกว่าจะมีผิวพรรณตรงตามความต้องการก็ต้องมีการดูแลผิว โดยตัวช่วยในการดูแลและบำรุงผิวพรรณก็คือ เครื่องสำอางขัดผิว

ผลิตเครื่องสำอาง

เครื่องสำอางขัดผิว ถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการช่วยให้ผิวขาว กระจ่างใส และเนียนสวย ทำให้มีเจ้าของแบรนด์หลายรายหันมาสนใจและผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางขัดผิวออกมาแข่งขันกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละตัวนั้นก็มีหลากหลาย แต่ที่นิยมนำมาใช้ผลิตมากที่สุดก็คือ สมุนไพร

สมุนไพรที่นิยมนำมาผลิตเครื่องสำอางขัดผิว หลายตัวนั้นสามารถหาได้ใกล้ ๆ ตัวในประเทศไทย แต่ตัวก็เป็นของประเทศจีน แต่ก็มีขายในประเทศไทย วันนี้ทาง Kovic เลยได้รวบรวมสมุนไพรสำหรับผลิตเครื่องสำอางขัดผิวมาฝากสำหรับเจ้าของแบรนด์หรือผู้ที่สนใจผลิตเครื่องสำอางขัดผิว

มะขาม

มะขามเป็นสมุนไพรไทยพื้นฐานที่คนไทยนิยมเอามาขัดตัวเป็นเวลานาน สามารถนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอางประเภทสบู่ ครีมทาผิว ครีมขัดผิว ประโยชน์ของมะขามคือสามารถช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอยู่ตลอดเวลา วิตามินซีจากมะขามนั้นสามารถช่วยในการชะลอวัย และการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ทำให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย ส่วนแคลเซียมจากมะขามจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น และในมะขามยังมีธาตุเหล็กที่สามารถช่วยในเรื่องของการสร้างเม็ดเลือดอีกด้วย

เห็ดหลินจือ

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ สามารถนำมาสกัดเพื่อนำไปผลิตอาหารเสริมได้ เนื่องจากสามารถช่วยรักษาโรคลมบ้าหมู แก้อาการอาหารเป็นพิษได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในเรื่องผิวพรรณอีกด้วย โดยช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สีหน้าแจ่มใส ชะลอวัย

ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ ตัวช่วยด้านดูแลผิวพรรณ นิยมนำมาทำเครื่องสำอางที่ช่วยดูแลด้านผิวพรรณ และการรับประทานโดยใช้ส่วนที่เป็นวุ้นของว่านหางจระเข้ที่ล้างน้ำสะอาดแล้ว วุ้นของว่านหางจระเข้ช่วยรักษา และบรรเทาอาการจากการถูกน้ำร้อนลวก ฝี ริดสีดวงทวาร แผลไฟไหม้ สมานแผล และด้านเครื่องสำอางคือ ทำให้หน้ากระจ่างใส ป้องกันผิวแห้ง ลดความมัน

ขมิ้น

ขมิ้นเป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอางขัดผิวพอ ๆ กับมะขาม ซึ่งขมิ้นนั้นมีประโยชน์มากกว่าการบำรุงผิว โดยช่วยให้ขาวเนียนแลดูอ่อนเยาว์พร้อมปกป้องและลดริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยคุณสมบัติพิเศษในการเป็น Super Anti-Oxidant

โสม

โสมสมุนไพรจีนโบราณฟื้นฟูผิว สามารถนำมาเป็นสมุนไพรทำเครื่องสำอางขัดผิวหน้าขาวใส ไร้จุดด่างดำ เนื่องจากโสมอุดมไปด้วยแร่ธาตุจากธรรมชาติ และวิตามิน สามารถช่วยยกกระชับผิว มีส่วนช่วยในการยับยั้ง ต่อต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มพลังงานให้แก่เซลล์ผิว ช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรง ชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ และฟื้นฟูผิวให้ดีขึ้น

สามารถช่วยลดรอยเหี่ยวย่นให้ดูอ่อนกว่าวัย เปล่งปลั่ง ผิวดูกระชับ เร่งการหลุดลอกของเซลล์ผิวเก่าที่กำลังเสื่อมสภาพและช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวหน้าดูเนียน ขาว สดใส สามารถช่วยลดปัญหาสิว ใช้ได้ปลอดภัยต่อทุกสภาพผิว แม้ในผิวที่บอบบางแพ้ง่าย ทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้น เนียนนุ่ม น่าสัมผัส ทำให้สามารถเผยผิวสวย อวดผิวใส ได้อย่างมั่นใจ

บัวหิมะ

บัวหิมะ หรือที่เรียกกันว่า บัวหิมะพันปี หรือ บัวหิมะหมื่นปี เป็นพืชที่ขึ้นในที่สูงมีลักษณะดอกสีขาวหรือเขียวอ่อน จะงอกในบริเวณเขาสูงที่อุณหภูมิเย็นจัด หรือที่มีหิมะปกคลุม อย่างเทือกอัลไต หรือภูเขาคุนลุ้น ที่ราบสูงซินเกียงในประเทศจีน และต้องใช้เวลานานกว่า 3 ปีถึงจะเก็บเกี่ยวดอกได้ ดังนั้นบัวหิมะจึงเป็นดอกไม้ที่หายาก

บัวหิมะที่ส่วนช่วยในการสร้างเซลล์ผิว ความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ สามารถนำมาผสมผสานทำเป็นเนื้อครีมได้อย่างลงตัว และด้วยคุณสมบัติพิเศษของบัวหิมะจากประเทศจีน จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการอักเสบ การเผาไหม้จากการถูกแสงแดดแผดเผา สามารถช่วยบรรเทาแมลงสัตว์กัดต่อย และช่วยสมานผิวจากอาการแพ้แดง แสบ อันเองมาจากการแพ้เครื่องสำอางต่าง ๆ

ในบัวหิมะนั้น มีวิตามินอีเข้มข้น ช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่ผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวชั้นนอกให้ค่อย ๆ ขาว กระจ่างใส ขึ้นด้วยกลไกธรรมชาติ สามารถช่วยควบคุมความมันส่วนเกินช่วยลดปัญหาสิว และบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น

ทับทิม

สารสกัดจากทับทิม ที่ดีต้องได้มาจากทั้งส่วนผสมทั้งเปลือก เนื้อและเมล็ด เพราะจะได้สารบำรุงที่แตกต่างกัน และทั้ง 3 ส่วนนี้ต่างอุดมไปด้วย สารแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ (Super Antioxidant) เท่าที่มีหรือสามารถเทียบได้กับไวน์แดง และชาเขียว

ซึ่งสารดังกล่าวมีส่วนช่วยในเรื่องการยับยั้งกระบวนการแก่ชราของร่างกาย ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยทั้ง 7 ประการบนผิวหนัง และยังช่วยลดการเกิดจุดด่างดำ และลดเม็ดสีผิวส่วนเกิน อีกทั้งในส่วนของเปลือกยังมีสารสำคัญหลายชนิดที่ช่วยกระชับรูขุมขน และลดความมันส่วนเกินที่ผิวได้ และยังลดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราได้ดีมาก

ในขณะที่เนื้อและเมล็ดจะมีกรด Ellagic ในปริมาณสูง และมีวิตามินแร่ธาตุจำนวนมาก อุดมไปด้วยกลุ่มสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยต่อต้านการทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระ และช่วยบำบัดเซลล์จากการตกค้างของสารพิษโลหะหนักต่าง ๆ

สรุป

สมุนไพรแต่ละตัวมีความโดดเด่นและแตกต่างกันไป โดยเจ้าของแบรนด์หรือผู้ที่สนใจผลิตเครื่องสำอางขัดผิวนั้น สามารถเลือกใช้สมุนไพรต่าง ๆ ตามความต้องการในเรื่องของผลลัพธ์ หรือการแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์น่าสนใจหรือโดดเด่นกว่าคู่แข่ง

แหล่งที่มา : farmerspace.co

เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ต่างกันอย่างไร

เวชสำอาง VS เครื่องสำอาง ต่างกันอย่างไร

เพราะในปัจจุบัน ผู้คนหันมาสนใจเรื่องความสวยความงาม และผิวพรรณมากขึ้น ทำให้ธุรกิจแบรนด์เครื่องสำอางนั้นต่างพากันผลิตสินค้าออกมาเพื่อดึงลูกค้ามาไว้ในแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งจริง ๆ ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่เราพากันเรียกว่า “เครื่องสำอาง” ยังมีอีกคำที่หลายคนอาจเคยได้ยินคือคำว่า “เวชสำอาง”

ผลิตเครื่องสำอาง

ซึ่งเครื่องสำอาง และเวชสำอางนั้นมีความคล้ายคลึงกันอยู่ ทำให้มีหลายคนเกิดความสงสัยว่า 2 คำนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร และผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่นั้นเป็นเครื่องสำอางหรือเวชสำอางกันแน่ วันนี้ Kovic เลยชวนมาหาคำตอบกัน

เครื่องสำอางคืออะไร

เครื่องสำอาง ความหมายก็คือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ไม่ว่าเพื่อให้เกิดความสวยงาม ปัด ทา ถู นวด และอีกมากมายเพื่อให้เกิดความสวยงาม แต่คุณสมบัติของเครื่องสำอาง จะไม่สามารถรักษา บำบัด บรรเทา หรือมีฤทธิ์ฝนการรักษาได้ ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังได้ แต่สามารถปกปิดจุดด่างดำ รอยสิว บนผิวของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เวชสำอาง คืออะไร

เวชสำอาง มีคุณสมบัติเดียวกับเครื่องสำอาง แต่มีความสามารถในการรักษาอาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น สิว, ริ้วรอย, จุดด่างดำ, ฝ้า กระ ให้กับผิวได้ คล้ายยา เลยทำให้ฤทธิ์ในการรักษา และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้จัดว่าเวชสำอางนั้นเป็นยา กล่าวง่าย ๆ คือ  เป็นเครื่องสำอางที่มีผลคล้ายยา แต่ไม่ใช่ยาเพราะไม่มีผลในการรักษาโรค ซึ่งแปลว่าเมื่อใช้แล้วจะมีผลการเปลี่ยนแปลงทางลักษณะภายนอกเช่น สิวลดลง ผิวดูตื้นขึ้น รอยสิวดูจางลงเป็นต้น

สรุปทั้งสองคำนั้นมีความแตกต่างกัน โดยเครื่องสำอางจะมีความสามารถใช้เพื่อให้เกิดความสวยงามเท่านั้น กลไกการทำงานด้านการบำรุงจะเห็นผลได้ช้ากว่า เวชสำอาง แต่ในส่วนของเวชสำอาง จะไม่เน้นเรื่องของการเสริมความงาม แต่จะให้ความสำคัญในเรื่องของการรักษา ปัญหา เฉพาะที่เป็นจุดประสงค์หลัก แต่ไม่จัดเป็นยา

ตัวอย่างความแตกต่างของเวชสำอางและเครื่องสำอางของผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ประเภทให้ความความชุ่มชื้นกับผิว

เครื่องสำอาง : ครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นเพียงชั่วคราว และระเหยออกไป ต้องมีการทาใหม่เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอีกครั้ง แต่ไม่มีส่วนทำให้โครงสร้างของผิวหนัง แต่ไม่มีส่วนทำให้โครงสร้างของผิวหนังเปลี่ยนแปลงไป

เวชสำอาง : ครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหนังที่มีส่วนผสมในการปรับเปลี่ยนของโครงสร้างเซลล์ ทำให้ผิวสามารถกักเก็บน้ำได้ดียิ่งขึ้น เมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์ผิวบริเวณนั้นกักเก็บความชุ่มชื้นต่อไป ได้อย่างเป็นธรรมชาติจนกว่า เซลล์จะเสื่อมสภาพไป

ผลิตภัณฑ์ประเภทช่วยลดเลือนริ้วรอย

เครื่องสำอาง : ครีมหรือผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะทำหน้าที่เติมและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวเพียงเท่านั้น ทำให้ผิวดูเต่งตึงหลังการใช้ แต่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เมื่อมีการระเหยของสารหล่อเลี้ยงผิว ผิวหนังบริเวณนั้นก็กลับมาแห้งและปรากฎริ้วรอยที่ชัดเจนดังเดิม

เวชสำอาง : ครีมหรือผลิตภัณฑ์ประเภทนี้สามารถเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของเซลล์ผิวทำให้มีการกักเก็บสารหล่อเลี้ยงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวดูเรียบเนียนและริ้วรอยจะค่อย ๆ ลดเลือนไป

เวชสำอาง ควรเลือกใช้อย่างระมัดระวังในเรื่องของส่วนผสมและความน่าเชื่อถือ

ด้วยตัวยา อาจทำให้ทรงดีเป็นผลร้ายได้เหมือนกัน แต่ในปัจจุบันผลข้างเคียงก็ได้ลดทอนลงไปบ้างแล้วเพราะในสมัยนี้ ผู้ผลิตเวชสำอางจะเน้นเลือกใช้สารสกัดจากธรรมชาติมากขึ้น แต่ก็ยังแอบมี เวชสำอาง ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน หรือ การรับรองออกมาจำหน่ายอยู่มากทางอินเทอร์เน็ต ด้วยการโฆษณาว่าเห็นผลอย่างรวดเร็ว แต่ข้อเสียคือถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานต่อกัน อาจจะเกิดผลเสียกับผิวที่ได้รับสารมากเกินไปจนอาจทำให้เกิดผิวบาง เป็นฝ้า กระได้ ดังนั้นถ้าหากสนใจเลือกซื้อเวชสำอางควรตรวจสอบให้ดีก่อนใช้

ใช้เวชสำอาง แล้วเกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่าเครื่องสำอาง

ขอบอกว่าไม่เป็นความจริง เพราะอาการแพ้ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเวชสำอาง หรือ เครื่องสำอาง ก็สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้เหมือนกัน แม้เจอผลิตภัณฑ์ที่ผ่านผลการทดสอบในอาสาสมัครที่ผิวแพ้ง่ายแต่ไม่มีใครแพ้เลย ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าเราซื้อมาใช้แล้วจะไม่แพ้

ถ้าผู้บริโภคอยากทดลองว่าผิวจะแพ้ไหม โดยที่ไม่ต้องทดสอบที่ผิวหน้าเราโดยตรง ให้ลองทดสอบการแพ้ระคายเคืองที่ท้องแขน หรือหลังหูอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนใช้ ถ้ามีอาการผิดปกติเช่น ผื่นแดง สิวผดขึ้น ก็ถือว่าเป็นอาการแพ้

เลือกซื้อเครื่องสำอาง และเวชสำอางให้เหมาะกับตัวเอง

ในสมัยนี้เครื่องสำอาง และ เวชสำอาง หลายแบรนด์มาก ผู้บริโภคสามารถหาซื้อได้ง่ายไม่ยาก ดังนั้นควรศึกษาตัวผลิตภัณฑ์ตัวที่สนใจให้ดี เพื่อผิวขาวผู้บริโภคนั้นจะได้ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวแพ้หลังใช้

ผู้บริโภคควรตรวจสอบให้ดี เลือกเครื่องสำอางหรือเวชสำอางที่มีความปลอดภัยและได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานจาก อย. ตรวจเช็คส่วนผสมสำคัญ ถ้าเจอว่ามีส่วนผสมที่เป็นอันตรายควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะในเวชสำอาง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้หลังใช้ได้อีกเยอะ

สรุป

เครื่องสำอาง และเวชสำอาง ก็มีหลากหลายแบรนดืที่ดีไม่แพ้กัน สำคัญที่สุดคือต้องเลือกให้ถูกสภาพผิวตัวเอง รู้จักว่าผิวตัวเองเป็นอย่างไร ต้องดูแลแบบไหน เพราะไม่งั้นถึงจะใช้เครื่องสำอางดี ๆ เวชสำอางแพง ๆ ไปก็ไม่ได้ช่วยให้ผิวหน้าของผู้บริโภคดีขึ้นแน่นอน

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.wemall.com

คำโฆษณาต้องห้าม พาแบรนด์พังไม่รู้ตัว

คำโฆษณาต้องห้าม พาแบรนด์พังไม่รู้ตัว

การมีแบรนด์สักหนึ่งแบรนด์ กว่าจะสินค้าออกมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารเสริม เครื่องสำอางและสบู่ เพราะต้องผ่านการคิดค้นในส่วนต่าง ๆ อย่างมากมาย แต่เมื่อได้สินค้าออกมาพร้อมจำหน่ายแล้ว ก็จะต้องหาช่องทางให้ขายและทำให้สินค้าของแบรนด์เป็นที่รู้จักมากที่สุด ซึ่งหนึ่งในวิธีที่หลายแบรนด์นิยมใช้กันก็คือ การโฆษณา

โรงงานอาหารเสริม

ซึ่งการโฆษณานั้นก็สามารถทำได้หลากหลายช่องทาง ตามกำลังเงินทุนของแบรนด์ แต่เห็นกันอย่างแพร่หลายก็คงหนีไม่พ้น โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์อย่าง Facebook เนื่องจากในปัจจุบันผู้คนอยู่กับโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ทำให้แบรนด์ที่มีเงินทุนไม่มากพอที่จะทำโฆษณาบนโทรทัศน์ จึงหันมาโฆษณาผ่านทางช่องทางนี้แทน เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว และมีจำนวนมาก

แต่ถ้าให้พูดถึงการโฆษณานั้น ย่อมมีสิ่งที่ควรต้องระวังนั่นก็คือ การโฆษณาเกินจริง สามารถเห็นได้จากข่าวที่แบรนด์อาหารเสริม เครื่องสำอางหรือสบู่ที่โดนจับเพราะใช้ “คำโฆษณาเกินจริง” เพราะฉะนั้นเวลาที่แบรนด์จะทำการโฆษณาสินค้าสักอย่างหนึ่ง ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่ามีคำต้องห้ามต่าง ๆ หรือไม่ ซึ่งในวันนี้ทาง Kovic ได้รวบรวมคำโฆษณาต้องห้ามมาให้ดูกันว่ามีคำอะไรที่ห้ามใช้บ้าง

คำต้องห้าม ผิดกฎ ฆอ. ผิดกฎ Facebook

อย่างที่รู้กันดี เวลาที่จะทำการโฆษณาสักตัว ไม่ว่าจะเป็นใน Google หรือ Facebook ก็จะต้องผ่านการตรวจสอบจาก Facebook ก่อน จนทำให้พ่อค้า แม่ค้าหลายคนต่างพากันกุมขมับ กว่าจะผ่านได้แต่ละตัว เล่นเอาเลือดตาแทบกระเด็น เพราะเนื้อหาและภาพที่จะต้องเผยแพร่สู่ Facebook ให้กับกลุ่มเป้าหมายเห็นนั้นจะต้องไม่มีภาพ โป๊เปลือย การแสดงถึงคววามรุนแรง การส่งเสริมอาชญากรรม หรือแม้แต่คำก็ต้องไม่มี “คำต้องห้ามทำโฆษณา” เด็ดขาด เมื่อใดที่เราต้องการทำโฆษณา ลองอ่านทบทวนอีกมีว่า คำโฆษณาของเรามีคำต้องห้ามเหล่านี้หรือไม่ โดยจะแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจกันง่ายขึ้น ว่าบริบทของแต่ละคำมันผิดกฎอย่างไร ทำไมถึงกลายเป็น คำต้องห้าม ซึ่งมีหมวดหมู่ดังต่อไปนี้

  • ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสบู่
  • รับสมัครตัวแทนจำหน่าย

การโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก

ถือเป็น 1 หมวดที่มีการเข้มงวดเรื่องการโฆษณามาก เพราะส่วนใหญ่ที่อย. มักจะจับสินค้าที่มีการโฆษณาเกินจริงส่วนมากจะเป็นอาหารเสริมลดน้ำหนัก เพราะอาหารเสริมประเภทนี้มีความน่าสนใจมากสำหรับผู้บริโภคพอ ๆ กับอาหารเสริมผิวใส โดยคำต้องห้ามโฆษณาของหมวดหมู่นี้คือ

  • อ้วน / ผอม
  • ระเบิดไขมัน
  • ไซซ์ใหญ่
  • ลดน้ำหนัก
  • ไม่โยโย่
  • ขาแขนใหญ่
  • ดื้อยา
  • ได้ผล 100%
  • คำที่ส่งผลต่อจิตใจ
  • ลดด่วน
  • อยากผอม
  • ผอมทันใจแน่นอน
  • เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
  • เบิร์น
  • ทลายไขมัน
  • หุ่นดีกว่าเดิม
  • คำการันตีผล
  • ยินดีคืนเงิน

จะเห็นเลยว่าคำที่ห้ามใช้ส่วนใหญ่จะเป็นคำที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกทั้งนั้น ตามนโยบายของ Facebook เรื่องของการใช้ถอยคำรุนแรง ที่มีผลกระทบต่อจิตใจคนอื่น เช่น “แขน ขาใหญ่”, “ไซซ์ใหญ่” แม้บางคำฟังดูไม่ใช่คำรุนแรง แต่ว่าสำหรับคนที่มีรูปร่างใหญ่ น้ำหนักเยอะ คำพวกนี้ถือเป็นคำที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเขาได้

“ยินดีคืนเงิน” จริง ๆ แล้วคำนี้สามารถอยู่ในโฆษณาได้ แต่มีข้อแม้ว่า คุณต้องมีหลักฐานการคืนเงินที่แน่ชัด และมีขั้นตอนการคืนเงินที่ครบกระบวนการแนบมาด้วย ส่วนคำอื่น ๆ ที่กล่าวมาก็เข้าหลอกลวง อวดอ้างเกินจริง เลยไม่สามารถนำมาใช้ในการทำโฆษณาได้ ถึงแม้จะหัวใสเกิดไอเดียคิดคำหลบเลี่ยงโดยใช้ภาษาอังกฤษมาผสมคำ เช่น ผOม, ดื้Oยา Uวม เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าจะหัวใสแค่ไหน ก็ไม่รอด

การโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสบู่

ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์มากมายนิยมทำผลิตภัณฑ์ประเภทนี้พอ ๆ กับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เพราะว่าเป็นสินค้าสิ้นเปลือง ใช้แล้วหมดไป ที่สำคัญต้นทุนในการผลิตร้อยเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ปนะเภทอื่น แต่อย่าลืมนะว่า ยิ่งสินค้าประเภทนี้มีเยอะในตลาดกฎและการควบคุมก็ต้องเยอะตามไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องคำต้องห้ามที่ไม่สามารถใช้ในการทำโฆษณาได้ ได้แก่

  • ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • ป้องกันการเกิดสิว
  • รักษาโรคผิวหนัง
  • รักษาโรคสะเก็ดเงิน
  • ขาวไว ขาวทันที ต้านอนุมูลอิสระ
  • ธรรมชาติ 100%
  • ลดรอยแดง
  • ลดรอยดำ
  • ลดรอยสิว
  • ลดฝ้ากระ
  • สลายฝ้า
  • เห็นผล….
  • ระบุวันเห็นผล
  • รับประกัน
  • จริง เช่น ขาวจริง
  • หน้าเรียว
  • คำการันตีผล
  • กระชับสัดส่วน
  • ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน

แน่นอนว่าสินค้าของคุณสามารถช่วยปัญหาที่กล่าวมาได้จริง ๆ มีลูกค้าใช้แล้วเห็นผลลัพธ์แบบนั้นจริง ๆ สามารถลดรอยแดง รอยดำ รอยสิวได้ แต่คุณสามารถพิสูจน์ได้หรือเปล่าว่า คนที่ใช้สินค้า 100 คน จะได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทั้ง 100 คน ถ้าไม่ได้แสดงว่าคุณโฆษณาเกินจริงแล้ว

แล้วทำไมคำว่า “ขาว” ถึงใช้ไม่ได้ เพราะว่าคำนี้สามารถตีความการเหยียดสีผิวได้และอีกอย่างมนุษย์เราไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวตัวเองได้ ทางที่ดีควรใช้คำเลี่ยง อย่างเช่น แลดูกระจ่างใส, แลดูสว่าง แทน ส่วนคำว่า “ธรรมชาติ 100%”  สาเหตุที่ไม่สามารถใช้ได้เพราะเป็นคำอวดอ้างเกินจริง สิ่งใด ๆ ในโลกนี้ถ้าผ่านกระบวนทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีทาง 100% จริง ๆ นอกจากคุณจะขยี้สมุนไพรแล้วเอามาแปะผิวโดยตรง อันนั้นแหละ 100% จริง ๆ อย่างที่บอก ถ้าผู้ใช้สินค้าไม่ได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทั้งหมด การใช้คำเหล่านี้มาโฆษณาถือว่าเป็นคำโฆษณาเกินจริงทั้งนั้น

การโฆษณาเพื่อรับสมัครตัวแทนจำหน่าย

เมื่อมีแบรนด์ก็ย่อมจะต้องการกระจายสินค้าไปสู่ตลาดให้เยอะที่สุด ซึ่งหนึ่งในวิธีนั้นก็คือ การมีตัวแทนจำหน่าย สำหรับเรื่องของการโฆษณารับตัวแทน เชื่อว่าผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์เน้นโชว์ “ความรวย” เพื่อให้คนอยากสมัครเป็นตัวแทน การโชว์รวยไม่ผิด แต่การโชว์รวยที่มากเกินพอดี นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะจะเข้าขายการโฆษณาเกินจริงได้

อีกอย่างที่ควรระวังคือ การใช้ถ้อยคำที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเครือข่ายตรง หรือแชร์ลูกโซ่ ซึ่งคำเหล่านั้นมีดังนี้ไปนี้

  • วิธีรวยเร็ว
  • ทำงานที่บ้านก็รวยได้
  • ทำงานประจำแล้วไม่รวย
  • ขายวันนี้ พรุ่งนี้รวย
  • งานสบาย ๆ รวยเร็วใน 1 เดือน
  • ใช้สิทธิจองรวย
  • รวบง่าย ๆ แค่คลิก
  • แค่ขายก็รวยแล้ว
  • รวยแบบไม่ทันตั้งตัว
  • รวยในข้ามคืน

ข้อความเหล่านี้ คือข้อความที่เป็นการโฆษณาที่เกินจริงมาก ๆ สำหรับการโฆษณารับตัวแทนคุณอาจจะใช้วิธีอื่นเพื่อดึงดูดใจ เช่น การยกเคสคนที่ประสบความสำเร็จมาเป็นแรงบันดาลใจเป็นต้น

หยุดโฆษณาเกินจริง คงความน่าเชื่อถือให้แบรนด์อย่างยั่งยืน

“มาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

สรุป

การสร้างแบรนด์ให้น่าเชื่อถือ ไม่จำเป็นต้องโฆษณาเกินจริงก็ทำได้ การจำหน่ายสินค้าด้วยความจริงใจ ตรงไปตรงมา ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดี สร้างความน่าเชื่อถืออย่างยั่งยืนมากกว่าการเผยแพร่ข้อมูลสินค้าเกินจริง นำเสนอแต่สิ่งที่อวดอ้างเกินจริง เพราะนอกจากไม่ช่วยสร้าง “ชื่อเสียง” แต่จะเป็นการสร้าง “ชื่อเสีย” ให้กับแบรนด์ของคุณแทน

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : adsidea.net

ธุรกิจสุขภาพและความงามที่ควรลงทุน

ธุรกิจสุขภาพและความงามที่ควรลงทุน

การดูแลตัวเองนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญ บวกกับปัจจุบันที่เทรนด์รักสุขภาพและความงามนั้นก็มาแรงอย่างเรื่อย ๆ ทำให้คนไทยหันมาสนใจเรื่องดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้นกว่าเดิม นั่นก็เป็นสาเหตุทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพและความงามมีจำนวนมากและเติบโตขึ้นมากในหลายปีที่ผ่านมา

ผลิตอาหารเสริม

ซึ่งมีแนวโน้มว่า 2 เทรนด์นี้ จะยังคงอยู่ต่อไปอย่างต่อเนื่อง ยากที่เซาซบลง ทำให้มีนักธุรกิจรุ่นใหม่หลากคนสนใจที่จะมาลงทุนธุรกิจในด้านนี้ แต่อาจจะยังไม่รู้หรือจับทางไม่ถูกว่าจะลงทุนกับธุรกิจอะไรดี โดยทาง Kovic ได้นำธุรกิจด้านสุขภาพและความงามที่ควรค่าแก่การลงทุนกัน ลองไปดูกันดีกว่าว่ามีธุรกิจอะไรบ้าง

ธุรกิจอาหารเสริม

เพราะการกินอาหารอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงสนใจตัวช่วยอย่าง อาหารเสริม หรือผู้บริโภคบางคนอาจทานอาหารเสริมให้ได้ผลลัพธ์บางอย่างที่ต้องการเช่น ลดน้ำหนัก, ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส หรือล้างสารพิษในร่างกายเป็นต้น โดยอาหารเสริมแต่ละประเภทก็จะมีการใช้ส่วนผสมที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ที่ต้องการเช่น สารสกัดสตรอว์เบอร์รี่, สารสกัดชาเขียว เป็นต้น

ซึ่งบางคนเห็นหัวข้อนี้แล้วอาจรู้สึกว่าไม่จริง ธุรกิจอาหารเสริมพังกันไปเป็นแถบ ควรค่าแก่การลงทุนซะที่ไหน แต่หากดูให้ดี ธุรกิจอาหารเสริมที่พังไม่เป็นท่านั้น เกิดมาจากการที่คุณภาพสินค้า ไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้ เพราะส่วนมากจะมาจากโรงงานอาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน

สังเกตได้ว่าแบรนด์ที่เห็นผลดีจริง มักจะได้รับการตอบรับที่ดี และเติบโตอย่างเนื่อง เนื่องจากแบรนด์เหล่านั้นเลือกผลิตสินค้ากับโรงงานรับผลิตอาหารเสริมที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และที่สำคัญผลลัพธ์เป็นตามที่ได้พูดถึงหรือโฆษณาไว้ ในยุคที่ผู้คนสนใจสุขภาพ แต่ไม่สามารถเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์ได้ ธุรกิจอาหารเสริมหจึงตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนเมืองในปัจจุบัน

ธุรกิจสกินแคร์

หลายคนอาจคิดว่าแบรนด์สกินแคร์ล้นตลาด จนอาจเป็นไปได้ยากที่จะทำให้แบรนด์เกิด แต่ในความเป็นจริง ความต้องการของผู้บริโภค ไม่มีที่สิ้นสุด เนื่องจากมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ยึดติดแบรนด์น้อยลง ซึ่งการที่ผู้บริโภคหจะเลือกใช้สกินแคร์นั้น อาจไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อแบรนด์ที่ติดหูเสมอไป แต่หากสินค้าคุณภาพดี และได้รับการรีวิวมากพอสมควร แบรนด์นั้นจะสามารถทำกำไรได้มากมายมหาศาลเลยทีเดียว

ธุรกิจเครื่องสำอาง

เช่นเดียวกับสกินแคร์ ผู้บริโภคชอบลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะเครื่องสำอาง ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับแบรนด์ที่เคยมีอยู่แล้ว ผู้บริโภคก็ต้องการเปรียบเทียบเปรียบเทียบความต่างอยู่ตลอดเวลา เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดี และเหมาะกับตนเองมากที่สุด

เชื่อหรือไม่ว่าประเทศไทยมีอัตราการส่งออกเครื่องสำอางไปยังต่างประเทศแบบก้าวกระโดด ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ย 18% ต่อปี โดยมีมูลค่าตลาดรวม 2.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ตลาดในประเทศ 60% มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท ตลาดส่งออกอีก 40% มูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ส่งออกให้กับประเทศเพื่อนบ้านใน AEC และตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะเติบโตในตลาดจีนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเครื่องสำอางประเภทสมุนไพร ที่ได้รับความนิยมจากคนจีนเป็นจำนวนไม่น้อย

ธุรกิจศัลยกรรมความงาม

ทุกวันนี้ การศัลยกรรมเสริมความมีการเปิดกว้าง เป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ เมื่อมีเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามีบทบาท ทำให้ผู้คนตัดสินใจทำศัลยกรรมความงามได้ง่ายขึ้นกว่าเมื่อก่อน ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่รวมไปถึงทุกประเทศทั่วโลก

จากการสำรวจของ International Society of Aesthetic Plastic Surgery (ISAPS; สมาคมศัลยกรรมความงามนานาชาติ) พบว่า ประเทศที่มีการทำศัลยกรรมความงามสูงสุด คือ สหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 20 ของโลก ธุรกิจเสริมความงามของไทย มีมูลค่าสูงถึง 14,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย ร้อยละ 10 ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าการทำศัลยกรรมเสริมความงามในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

ธุรกิจ Botox หรือ Hifu

อย่างเพิ่งแปลกใจว่าทำไม Botox Hifu ต่างจากข้อด้านบนอย่างไร ขอบอกว่า ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่า ในปัจจุบันนั้นมีกลุ่มผู้บริโภค ที่ไม่ได้เน้นทำศัลยกรรมเป็นเรื่องเป็นราวเกิดขึ้นมากมาย ผู้หญิงหลายคนโดยเฉพาะ วัยทำงานขึ้นไป อาจไม่ได้อยากแก้ไขใบหน้ามากมายนัก แต่เพียงแค่อยากหน้าเรียว ยกกระชับผิวหน้าบางจุด ลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ให้ดูอ่อนกว่าวัย

ซึ่ง Botox และ Hifu ถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก ยิ่งในปัจจุบัน ราคานั้นลดลงมาพอสมควร คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย และอายุของ Botox และ Hifu นั้น มีระยะชั่วคราว ทำให้ลูกค้ามีการหมุนเวียนกลับมาทำซ้ำอยู่เสมอ ดังนั้น ธุรกิจ Botox หรือ Hifu นี้ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการลงทุน

ธุรกิจอาหารคลีน

เทรนด์ความงามมักมาคู่กับสุขภาพเสมอ เมื่อสวยจากภายนอกแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะสวยจากภายในด้วย ยุคนี้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นจนเรียกได้ว่า เป็นไลฟ์สไตล์หลักของคนยุคนี้กันแล้ว ต้องออกกำลังกาย กินของดีมีประโยชน์ และของดีมีประโยชน์ที่ว่านี้ สิ่งแรกที่อาจเข้ามาในหัวของทุกคน ก็คืออาหารคลีนนั่นเอง

ธุรกิจอาหารคลีนค่อนข้างมาแรงในตอนนี้ และเป็นการทำที่ง่ายแสนง่าย เพราะสูตรหรือรสชาติ ไม่ได้เน้นมากมายอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องจำสูตรไม่ได้ แต่สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ และต้องแข่งขันกัน อาจเป็นเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบ และการตกแต่งหน้าตาอาหารให้น่ากินเสียมากกว่า มั่นใจได้ว่าเทรนด์รักสุขภาพ จะยังคงอยู่กับคนไทยไปอีกนาน ดังนั้นธุรกิจอาหารคลีนจึงเป็นธุรกิจที่ควรค่าแก่การลงทุนเช่นเดียวกัน

สรุป

ตลาดความงามและสุขภาพนั้นมีการแข่งขันสูง ผลกำไรมากน้อยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ขนาดของธุรกิจเสทอไป เพราะความสำเร็จ ผลกำไรที่ดีนั้นมาจาก “ต้นทุนการผลิต” และ “กลุ่มเป้าหมาย ฐานลูกค้า” ในสภาพตลาดที่มีการแข่งขันกันสุดฤทธิ์เช่นนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจลงทุน ต้องมีระบบการวางแผนและการจัดการที่ดี เพื่อพัฒนาให้ธุรกิจของตนเติบโตไปได้ด้วยดี

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา businesslinx.globallinker.com

เคล็ดลับออกสินค้าใหม่ยังไงให้ปัง

เคล็ดลับออกสินค้าใหม่ยังไงให้ปัง

ธุรกิจไม่สามารถหยุดนิ่งได้ ถ้าหยุดนิ่งปุ๊บมีแววจบทันที เพราะฉะนั้นเพื่อให้แบรนด์ของเราไปต่ออย่างยาวนาน จะต้องมีการพัฒนาในตัวสินค้า แต่เมื่อระยะเวลาหนึ่งที่การพัฒนาสินค้านั้นไม่สามารถไปต่อได้ ไม่ว่าจากการซ้ำซากของสินค้าประเภทเดียวกัน หรือไม่มีไอเดียในการพัฒนาสินค้าตัวนี้แล้ว ก็จะต้องถึงเวลา “ออกสินค้าตัวใหม่” ออกมา

โรงงานผลิตอาหารเสริม

แต่การออกสินค้าตัวใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากแต่ละวันมีสินค้าใหม่ออกมากมาย มีดังบ้างดับบ้าง ซึ่งเราจะทำอย่างไรให้สินค้าออกใหม่ของเราเป็นที่สนใจ ดึงดูดใจลูกค้าให้มาซื้อได้มากที่สุด เพราะความสำเร็จวันดันที่ยอดขายถึงแม้เปิดตัวอย่างอลังการแค่ไหน แต่ยอดขายไม่มีก็ไม่มีประโยชน์อะไร การออกสินค้าใหม่ จึงต้องมีการวางแผนเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี ปิดช่องโหว่ทุกจุดเท่าที่ทำได้ให้เหลือแค่คำว่า “สำเร็จ” ลองมาดูกันว่า มีเคล็ดลับในการเตรียมตัวอะไรบ้าง เพื่อให้ปังแบบยั้งไม่อยู่

วิจัยการตลาดเท่านั้น อย่ามโน

หลายคนมักเข้าข้างตัวเองว่าสินค้าเรานั้นดีเลิศ พอวางลงตลาดนั้นต้องได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นแน่นอน แต่สิ่งที่เราคิดอาจไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าอยากได้ วิจัยการตลาด จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยรู้ หรือช่วยให้เราตาสว่างขึ้นก่อนเจ็บตัว

หาจุดแข็ง จุดอ่อน เรื่องสำคัญที่อย่ามองข้าม

หากเรารู้จักการวิเคราะห์หาจุดแข็ง จุดอ่อนของสินค้าเรา เปรียบเทียบกับคู่แข่ง คุณก็พอจะรู้ว่า เราแตกต่างกับคู่แข่งตรงไหนบ้าง อะไรที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างเด่นชัด ว่าแต่สิ่งที่เหนือกว่านั้น เป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็ไม่มีประโยชน์อีกเช่นกัน

ลูกค้าเป้าหมาย รักเรามากแค่ไหน

ลูกค้าเป้าหมายคือใคร แล้วเขารู้สึกอย่างไรกับสินค้าเรา ถ้าลูกค้าที่เราเลือกไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับสินค้าเลยนั่นแสดงว่า สินค้านั้นไม่ใช่ช่วยแก้ปัญหาหลักที่ลูกค้า ถึงแม้สินค้าเราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ แต่มันแรงพอที่จะสร้างแรงกระเพื่อมให้ตัดสินใจซื้อกับลูกค้ากลุ่มนี้ อย่าเพิ่งปล่อยมันออกมา กลับไปพัฒนาสินค้าใหม่ ดีกว่าจนกว่าลูกค้าเป้าหมายจะรักเรา

เปลือกนอก ใครว่าไม่สำคัญ

รูปลักษณ์ของสินค้าเป็นสิ่งสำคัญ เคยซื้อสินค้าแล้วต้องแอบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ให้ใครเห็นไหม รู้สึกอาย ไม่ภูมิใจเวลาใครเห็นเราใช้ ถ้ามีความรู้สึกนี้เกิดกับลูกค้าละก็แย่แล้วล่ะ สินค้าที่ดีต้องเย้ายวนน่าหลงใหล ลูกค้าต้องภูมิใจ กล้าอวดโชว์ หรือแชร์ให้คนอื่นรู้ว่าใช้สินค้านี้ การออกแบบสินค้า แพคเกจ ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการ ออกแบบโลโก้ ต้องเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ และไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของลูกค้าเสื่อมเสียไปด้วย

ติดหู โดนตา กระแทกใจ

มีการศึกษาพบว่า การตั้งสโลแกนให้โดน ต้องมีครบ 3 ปัจจัยหลักคือ

  • มีความชัดเจนของข้อความที่จะสื่อ สั้น กระชับ ไม่อ้อมค้อม
  • มีความคิดสร้างสรรค์ แปล แหวกแนว สื่อถึงสินค้า
  • มีความใกล้ชิดคุ้นเคยกับกลุ่มเป้าหมาย ใช้ภาษา สำนวนให้ตรงเป้า

ถ้าเราได้ยินสโลแกนอย่างเช่น ซ่าส์จี๊ด ซี๊ดถึงใจ เราคงพอจะเดาได้ว่าสินค้านั้นน่าจะจับกลุ่มวัยรุ่น มีความสนุกท้าทาย ชอบความสะใจแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร สโลแกนเท่ ๆ จำง่าย จะบ่งบอกบุคลิกภาพ ความเป็นตัวตนของแบรนด์ แทนการบรรยายเป็นร้อยเป็นพัน

ปั่นกระแส ยั่วให้อยาก

แต่ช้าก่อน ต้องอดใจรอให้ได้ถึงวันเปิดตัว การปลุกกระแสจากการบอกต่อ ปากต่อปาก สามารถทำให้ลูกค้าเกิดอาการคลุ้มคลั่ง สร้างกระแสต่อเนื่องได้ยาวนาน ยิ่งมาก ยิ่งเป็นผลดี เช่นการเปิดตัวไอโฟน การสร้างข่าวรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังอวดโฉม การปล่อยทีเซอร์หนังดัง ๆ ที่ทั่วโลกตั้งตารอ การออกหนังสือใหม่ของนักเขียนชื่อดัง ล้วนกระตุ้นให้เหล่าสาวกไม่เป็นอันกินอันนอน

เลือกใช้สื่อให้เหมาะสม

โดยการจ้างนักเขียนสร้างเรื่องราวปลุกกระแสในเว็บดัง ๆ หรือจ้างคนดังรีวิวสินค้าในเชิงบวก ปล่อยภาพหลุด ความลับบางอย่างออกมาเรียกเสียงฮือฮา เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจริงหรือเท็จ

ลองของจริง เสร็จสรรพสัมผัสเดียว

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาไม่เท่าได้สัมผัสแค่วูบเดียว บางสินค้าการให้กลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสสัมผัสของจริง ทดลองใช้จริง เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่สินค้าอื่นไม่เคยให้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องบรรยายสรรพคุณให้ยืดยาว บางรายอาจทำการสำรวจตลาดดูผลตอบรับจากผู้บริโภค เมื่อได้สัมผัสของจริง เพื่อแก้ไขรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนออกตลาด

ปล่อยหมัดเด็ด ทุกช่องทาง

อย่าจำกัดอยู่แค่สื่อใดสื่อหนึ่ง การใช้ทุกสื่อผสมผสาน เหมือนการประกาศป่าวร้องพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะสังคมออนไลน์สื่อทีวี สื่อกลางแจ้ง โอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะเห็นสื่อสูง โอกาสสำเร็จก็สูงตาม

อยากได้ต้องจองก่อน

การเปิดให้สั่งจองสินค้าก่อน เป็นอีกวิธี เพื่อเช็คกระแสตอบรับความนิยมหรือความสนใจของสินค้าอีกทาง  ถ้าเปิดจอง แต่คนเข้ามาสั่งน้อยมาก มันส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้กับเจ้าของสินค้าแล้ว เหตุผลที่ลูกค้าไม่สนใจสั่งล่วงหน้าคืออะไร

ปั่นกระแสให้พีค ในวันเปิดตัว

ถ้ากระแสการบอกต่อทำงานมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้จะวันที่พีคสุดให้ทุกคนจับตา การตั้งแถวรอซื้อยาวเหยียดข้ามวันข้ามคืนเพื่อรอเป็นเจ้าของสินค้า การวิพากษ์วิจารณ์กันในสังคมออนไลน์  ไม่ว่าสำนักข่าวไหนก็ต้องมาทำข่าว  เกิดการปั่นกระแสให้พีคสุดในวันเปิดตัวนั่นเอง

โปรแรงแค่วันเดียว

ของอะไรที่มีน้อย มีจำนวนจำกัด คนมักมุงรอแย่งเยอะ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากตกขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษ การจัดโปรโดนใจแค่วันเดียว ช้าหมดอดแน่  พิเศษเฉพาะคุณเท่านั้น ยังมีมนต์ขลังเสมอ

แปลก แตกต่างอย่างมีสไตล์

ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวให้ใหญ่โตทุ่มทุนให้งบการตลาดหมดเกลี้ยงแค่วันเดียว การให้สปอตไลท์ส่องมายังคุณในวันเปิดตัว สามารถทำได้ในงบที่จำกัด  ไม่ปฏิเสธที่งานใหญ่มักจะปังได้ง่ายกว่า แต่งานปัง ไม่จำเป็นต้องเป็นงานใหญ่ แค่แตกต่างในการนำเสนออย่างมีชั้นเชิง สร้างธีมที่ไม่เหมือนใคร จัดในที่ที่ต้องทุกคนต้องร้อง ว้าว!! ก็โดนแล้ว

แผนสำรองควรมีไว้

สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ถึงแม้จะเตรียมการดีแค่ไหน แต่ความผิดพลาดที่ไม่คาดฝันระหว่างทางก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ลองหาทางหนีทีไล่ คิดแผนสำรองเผื่อไว้ ถ้าไม่เป็นไปตามแผนจะช่วยให้เราไม่ต้องนั่งอึ้ง คอตก แก้ปัญหาไม่ทันการณ์

สรุป

เหนือสิ่งอื่นใดถึงแม้ว่าจะทำการเตรียมเปิดสินค้าตัวใหม่มาดีแค่ไหน หัวใจหลักที่สำคัญและห้ามลืมเด็ดขาดคือ คุณภาพของสินค้า เพราะถึงแม้ว่าจะเจาะกลุ่มตลาดมาอย่างดี จัดแผนโปรโมทมาเลิศหรู หรือโปรโมชั่นสุดปัง แต่ถ้าสินค้าไม่มีคุณภาพ สินค้าของคุณก็ไม่ต่างกับสินค้าอื่น ๆ ที่ดังช่วงแรก ๆ และหายไปกลับกลีบเมฆไปในไม่ช้า เพราะผลลัพธ์ไม่ตรงความต้องการของลูกค้า

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : taokaemai.com

ครีมกันแดดมีกี่ประเภท

ครีมกันแดดมีกี่ประเภท

หลายคนอาจจะสัมผัสได้ว่า นับวันสภาพอากาศของประเทศไทยนั้นมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งภัยที่เป็นเงาตามตัวภายในสภาพอากาศที่ร้อนระอุเช่นนี้ก็คือ แสงแดด โดยสิ่งที่มาพร้อมกับแสงแดดก็คือรังสี UV หากผิวพรรณของเรานั้นโดนรังสี UV บ่อย ๆ อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผิวพรรณได้

รับผลิตเครื่องสำอาง

หลายคนอาจเข้าใจว่าภัยจากแสงแดดนั้นอาจก่อให้เกิดผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่น อาการแสบ บวม แดง ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วันอาการเหล่านั้นก็จะหายไปเอง แต่หารู้ไม่ว่าภัยจากรังสีอัลตราไวโอเลตนั้นจะถูกสะสมไปเรื่อย ๆ อยู่ในร่างกายของเราตั้งแต่วัยเด็กเป็นระยะเวลาต่อเนื่องตลอดช่วงอายุของเรา ซึ่งกว่าอาการต่าง ๆ จะปรากฏก็นานจนแทบไม่รู้สาเหตุแล้ว ยกตัวอย่างเช่น มะเร็งผิวหนัง และความชราก่อนวัยอันควร

ดังนั้นเราจึงจะต้องดูแลและป้องกันผิวพรรณของเราเพื่อไม่ให้เกิดผลร้ายแรงต่อไปในอนาคต โดยวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการทา ครีมกันแดด แต่ทว่าครีมกันแดดนั้นก็มีหลากหลายประเภท หากใช้ผิดประเภทก็อาจไม่เห็นผลลัพธ์เท่าที่ต้องการ ดังนั้นวันนี้ทางโควิกจะพาไปรู้จักประเภทของครีมกันแดดกัน

ครีมกันแดด คืออะไร

ครีมกันแดด (Sunscreen) คือ ผลิตภัณฑ์ทาผิวที่มีส่วนผสมของสารกันแดด (Sunscreen agent) เพื่อใช้ทาผิวสำหรับป้องกันอันตรายจากแสงแดดที่มีต่อผิวหนังได้แก่ รังสีอัลตร้าไวโอเลต A (UVA), รังสีอัลตร้าไวโอเลต B (UVB) และรังสีที่ตามองเห็น (Visible Light) เพราะคนเราสามารถหลบจากแสงแดดได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานในที่โล่งแจ้ง และถึงแม้การได้รับแสงแดดในเวลาไม่นาน แต่หากได้รับบ่อย ก็จะทำให้ภูมิต้านทานของเซลล์ผิวหนังลดลง และสะสมจนเกิดมะเร็งผิวหนังได้เช่นกัน

นอกจากนั้น แสงแดดยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวหนังเสื่อมสภาพ และเกิดปัญหาที่ผู้คนไม่ต้องการ อาทิ เกิดรอยเหี่ยวย่น เกิดตีนกา ผิวหน้าหมองคล้ำ และหยาบกร้าน เกิดกระ เกิดฝ้า จนผิวหน้าดูแลแก่กว่าวัยอันควร จนจะต้องหาตัวช่วยให้การบำรุงผิวพรรณ เช่น ครีมบำรุงผิว ,การทาน คอลลาเจน เป็นต้น

ชนิดของรังสี UV

  • รังสี UVC มีช่วงคลื่นยาว 100 – 280 นาโนเมตร เป็นรังสี UV ที่มีพลังงานสูงสุด แต่ส่วนมากจะถูกดูดซับไว้ด้วยโอโซนทั้งหมดในชั้นบรรยากาศของโลก
  • รังสี UVB มีช่วงคลื่นยาว 280 – 320 นาโนเมตร เป็นรังสี UV ที่มีพลังงานรองลงมาจาก รังสี UV มีผลทำให้ผิวหนังเกิดการอาการผื่นแดง เกิดอาการแสบร้อน และไหม้ โดยเฉพาะผู้แพ้แสงแดดง่ายหรือมีการตากแดดเป็นเวลานาน
  • รังสี UVA มีช่วงคลื่นยาว 320 – 400 นาโนเมตร เป็นรังสี UV ที่มีพลังงานต่ำที่สุด เมื่อได้รับรังสีชนิดนี้จะมีผลต่อสภาพปัญหาผิวหนัง อาทิ ผิวหนังเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอย เกิดความหมองคล้ำ กระ และฝ้า จนผิวแลดูแก่กว่าวัย

ประเภทครีมกันแดด

แบ่งตามคุณสมบัติ

ครีมกันแดดดูดซับรังสี (Chemical Sunscreen)

ครีมกันแดดประเภทนี้ ประกอบด้วยสารเคมีที่มีคุณสมบัติในการดูดซับรังสีไว้ได้ ทำให้รังสีบางส่วนมาสัมผัสกับผิวหนัง แต่จะปล่อยรังสีในช่วงคลื่นอื่นออกมาหลังการดูดซับไว้ แต่เป็นช่วงคลื่นที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง สารที่ใช้ผสมและมีคุณสมบัติดูดซับรังสีได้ ได้แก่

  • oxybenzone
  • PABA
  • salicylates
  • cinnamates
  • ฯลฯ

ทั้งนี้ครีมกันแดดประเภทนี้มีข้อดีหลายประการ ได้แก่

  • ไม่มีสีหรือมีสีอ่อน ๆ
  • มีคุณสมบัติในการบำรุงผิว
  • มีราคาถูก

ส่วนข้อเสีย คือ บางคนอาจเกิดอาการแพ้ต่อสารเคมีที่ผสมได้ รวมถึงต้องมั่นทาครีมทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เมื่อต้องตากแดดเป็นเวลานาน ๆ เพราะสารที่ผสมจะดูดซับรังสีไว้ในปริมาณที่จำกัด หากดูดซับไว้เต็มที่แล้วก็จะไม่สามารถดูดซับไว้ได้อีก ทำให้รังสีที่ได้รับต่อมากระทบต่อผิวหนังทั้งหมด

ครีมกันแดดสะท้อนรังสี (Physical Blocker)

ครีมกันแดดประเภทนี้ มีส่วนผสมหลักของ zinc oxide หรือ titanium dioxide ซึ่งส่วนมากจะเป็นสีขาว และมีคุณสมบัติช่วยป้องกันรังสี UV ได้เกือบทั้งหมด ทำหน้าที่สะท้อน และกระจายรังสี UVA และ UVB ออกไปจากผิวหนัง และหลังการทาจะมีเนื้อครีมบางส่วนถูกดูดซึมเข้าผิวหนังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้น ครีมกันแดดประเภทนี้จึงไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายนัก

ข้อดีของครีมกันแดดประเภทนี้ คือ

  • ไม่สลายตัวง่ายเมื่อสัมผัสกับแสงแดด จึงไม่ต้องทาซ้ำบ่อย ๆ
  • มีผลทำให้ผิวระคายเคืองน้อย ไม่เกิดอาการแพ้

ครีมกันแดดแบบผสม (Chemical – Physical Sunscreen)

ครีมกันแดดประเภทนี้ มีส่วนผสมของสารที่มีคุณสมบัติในการดูดวับ และสะท้อนรังสีเข้าด้วยกัน อีกทั้ง ยังช่วยลดผลข้างเคียงจากสารเคมีที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย เนื้อครีมมีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นสีขาว น่าใช้มากขึ้น ดังนั้น จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่รวมข้อดี และลดข้อด้อยของครีมกันแดดทั้งสองประเภทข้างต้น ซึ่งปัจจุบัน ครีมกันแดดที่วางจำหน่ายส่วนมากจะเป็นประเภทผสมผสาน

แบ่งตามผลที่มีต่อสีผิว

  • Sun Tan เป็นผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่หลังการทาแล้ว เนื้อครีมจะซึมเข้าสู่เซลล์ผิว และทำหน้าที่เปลี่ยนสีผิวให้เข้มขึ้น แต่ไม่เกิดอันตรายต่อเซลล์ผิวแต่อย่างใด
  • Sunscreen เป็นผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่ทำหน้าที่กรองรังสี กระจายและสะท้อนรังสีไม่ให้เข้าสู่เซลล์ผิวมาก รวมถึงช่วยในการปรับสมดุลของสีผิวที่หมองคล้ำหลังการตากแดด

แบ่งตามส่วนที่ทา

ครีมกันแดดทาหน้า (Sunshade)

ครีมกันแดดประเภทนี้ มักมีส่วนผสมของซิงค์ออกไซด์หรือไททาเนียมไดออกไซด์ มีคุณสมบัติช่วยป้องกันรังสี UV ได้ทุกชนิด ใช้สำหรับการทาบริเวณที่บอบบาง อาทิ บริเวณใบหน้า ลำคอ และริมฝีปาก

ครีมกันแดดทาตัว (Sunscreen / Sunblock)

ครีมกันแดดประเภทนี้ มักมีส่วนผสมของสารเคมีหลายชนิดที่ผสมผสานกันระหว่างสารเคมีที่ทำหน้าที่ดูดซับ และสะท้อนรังสี UV ซึ่งประสิทธิภาพจะถูกระบุเป็นค่า SPF

สรุป

ครีมกันแดด เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลและป้องกันผิวพรรณจากการโดนทำลายจากแสงแดด ซึ่งการเลือกครีมกันแดดนั่นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ทั้งนี้การทาครีมกันแดดเป็นเพียงวิธีหนึ่งในการป้องกันผิวจากแสงแดดเท่านั้น ทางที่ดีไม่ควรออกจากข้างนอกเวลาแดดแรงหรือสสวมเสื้อคลุมทับอีกที จะเป็นการช่วยป้องกันผิวอีกทางหนึ่ง

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน ในการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตครีม รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา

www.siamchemi.com

สารสกัดสุดฮิตในผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวหน้า

สารสกัดสุดฮิตในผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวหน้า

ไม่ว่าใครต่างก็จะต้องเคยผ่านการทาครีมกันมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุงผิวหน้า ครีมกันแดด หรือครีมลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ซึ่งในผลิตภัณฑ์ครีมแต่ละตัวนั้นก็จะการใส่สารสกัดต่าง ๆ ลงไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ผู้บริโภคคาดหวังว่าจะเป็น

่รับผลิตเครื่องสำอาง

โดยแต่ละตัวนั้นก็จะใส่สารสกัดที่แตกต่างกันออกไปด้วยปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ สร้างความแปลกใหม่ให้กับแบรนด์เพื่อแข่งกับคู่แข่งก็ตาม แต่ครีมส่วนใหญ่ก็จะมักจะมีสารสกัดที่เหมือนกันอยู่ไม่น้อย โดยในวันนี้ทาง Kovic จะพาไปดูสารสกัดที่นิยมใส่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประเภทครีมบำรุงผิวหน้ากัน

ครีมบำรุงผิวหน้าคืออะไร

ครีมบำรุงผิวหน้า คือ ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยฟื้นฟูผิวแห้งกร้าน ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ปกป้องผิวจากสิ่งสกปรกภายนอก บรรเทาอาการผิวหนังอักเสบชนิดไม่รุนแรง ลดเลือนริ้วรอยร่องตื้นและช่วยปรับสภาพผิวก่อนลงเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิวจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ควรมีติดเอาไว้ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย

สารสกัดสุดฮิตในผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวหน้า

  • วิตามินอี
  • ทองคำ
  • บัวหิมะ
  • แอลฟา อาร์บูติน
  • AHA 100%
  • ทานาคา
  • เมือกหอยทาก

วิตามินอี (Vitamin E)

สถาบันโรคผิวหนังหลายแห่งมีการวิจัยพบว่าวิตามินอีช่วยป้องกันผิวจากการไหม้เกรียม ริ้วรอยเหี่ยวย่นและรอยแผลได้ดี เนื่องจากการเกิดแผลหรืออักเสบบนผิวหนัง หรือการถูกแสงแดดเผาไหม้จะทำให้เกิดการสะสมของอนุมูลอิสระขึ้น

วิตามินอีจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่ดูดซับสารอนุมูลอิสระก่อนที่จะทำให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ เสียหาย จึงชช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของผนังเซลล์ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงขึ้น และช่วยให้ทนต่อรังสียูวีในแสงแดดได้ดีขึ้น

ทองคำ (Gold)

สารสกัดทองคำ มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยคืนความกระชับและอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าได้ชะงัด ช่วยบำรุงผิวหน้าให้ขาวเนียนใส ลดจุดด่างดำ พร้อมผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ กระตุ้นผิวให้มีชีวิตชีวา ขาวเนียนนุ่มชุ่มชื้น เร่งการหมุนเวียนของโลหิตและเร่งการเกิดใหม่ของเซลล์พร้อมเผยผิวหน้าที่สดใสยิ่งกว่าเดิม

บัวหิมะ (Snow Lotus)

สารสกัดบัวหิมะจะช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส มีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระแถมยังช่วยในการชะลอวัยและลดการเกิดริ้วรอยอีกด้วย

แอลฟา อาร์บูติน (Alpha Arbutin)

สารทำให้ขาว (Whitening) เป็น Active Agent ใช้ในเครื่องสำอาง ประเภทครีมโฟม ที่ใช้สำหรับผิวหน้าและผิวกาย จะมีฤทธิ์แรงกว่า เบต้า อาร์บูติน (Beta Arbutin) อัตราการใช้ 0.2-2% (แนะนำ 2% สำหรับ Whitening ให้ผิวขาวใส ไม่ควรใช้เกิน 2%)

AHA 100% (กรดไกลคอลิก)

AHA 100% (กรดไกลคอลิก) ไกลคอลิกมีโมเลกุลขนาดที่เล็กที่สุด ในกลุ่มกรด AHA จึงสามารถซึมสู่ผิวได้ดีกว่ากรด AHA ชนิดอื่น ๆ เช่น Lactic Acid จึงสามารถผลัดเซลล์ผิวได้ดีกว่า ซึ่งกรดไกลคอลิกนั้นเป็นกรด AHA ที่พบได้มากที่สุดและมีความปลอดภัยที่สุดช่วยต่อต้านริ้วรอย รอแผลเป็น สิว รอยดำ ปรับสภาพผิวและผลัดเซลล์ผิวเป็น สามารถละลายในน้ำ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ความเข้มข้นสูงบนผิวโดยตรง

ทานาคา (Tanaka)

ทานาคา หรือ ขมิ้นพม่า ช่วยปรับผิวขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ปลอดภัย เพราะเป็นสมุนไพรจากธรรมชาติ ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ รักษารอยแผลเป็นต่าง ๆ ได้อย่างดี และควบคุมความมัน ทำให้สิวที่อีกเสบ แห้งเร็วและยุบตัวไม่ให้เกิดสิวใหม่ขึ้นมา และยังต่อต้านริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดริ้วรอยที่มีอยู่ใต้ผิว คงความอ่อนเยาว์ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ป้องกันแสงแดดให้กับผิวได้อย่างดี โดยไม่ต้องเพิ่งสารเคมี

เมือกหอยทาก (Snail)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสรสะที่มีประสิทธิภาพ สร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวเพื่อป้องกันการก่อตัวใหม่ของสารอนุมูลอิสระ และช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เกิดการเสียหาย ต่อต้านริ้วรอยมีประสิทธิภาพการดูแลรักษาสิว และรอยแผลจากการเกิดสิว ช่วยลบเลือนริ้วรอยและยกกระชับผิวได้อย่างดี เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิวหนัง ขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ

การเลือกครีมบำรุงให้เหมาะกับสภาพผิว

ผิวทั่วไป

หากผิวไม่มันและไม่แห้งจนเกินไป ควรเลือกใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำและซิลิโคนชนิดเบา เช่น ไซโคลเมทิโคน (Cyclomethicone) เพราะมีเนื้อบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ

ผิวมัน

หลายคนมักมองว่าผิวมันไม่จำเป็นต้องใช้ครีมบำรุง แต่ผู้ที่มีผิวมันควรใช้ครีมบำรุงเพื่อปกป้องผิวหลังล้างหน้า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น โดยเลือกเนื้อครีมโลชั่นที่ระบุไว้ไม่อุดตันรูขุมขน เพื่อลดโอกาสการเกิดสิว

ผิวแพ้ง่าย

ผิวแพ้ง่าย เป็นผิวที่ไวต่อสิ่งรบกวนภายนอก โดยเฉพาะสารเคมีและสภาพอากาศ ซึ่งทำให้เกิดอาการระคายเคือง มีผื่นแดง ตุ่มนูน รู้สึกคัน หรือแสบผิวได้ง่าย จึงควรเลือกครีมบำรุงผิวที่ใช้ส่วนผสมหลักจากธรรมชาติและอ่อนโยนต่อผิว เช่น คาโมมายล์ ว่านหางจระเข้ เป็นต้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่แต่งสี แต่งกลิ่นหรือมีกรดเป็นส่วนประกอบ

ผิวผู้สูงวัย

อายุที่มากขึ้นทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของต่อมไขมันใต้ผิวหนังลดลงจนผิวแห้งแตกมากขึ้น จึงควรเลือกครีมบำรุงที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมันและปิโตรเลียม เพื่อคงความเนียนนุ่มและชุ่มชื้นแก่ผิว และครีมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระหรือ AHA เป็นส่วนประกอบ เพื่อชะลอการเกิดริ้วรอย

สรุป

การใช้ครีมบำรุงนั้นค่อนข้างปลอดภัยหากใช้อย่างถูกต้องและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์เสมอ และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดที่ช่วยในเรื่องผลลัพธ์ที่ต้องการ และควรทดสอบอาการแพ้ทุกครั้งก่อนใช้ผลิตภัณฑ์

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มาข้อมูล

innovalabgroup.com

www.pobpad.com

Star Fruit Extract ส่วนประกอบเครื่องสำอาง

Star Fruit Extract ส่วนประกอบเครื่องสำอาง

มะเฟือง หรือ เฟือง เป็นผลไม้ที่นิยมมากในแถบตะวันออกรวมถึงบ้านเรา ผลไม้ชนิดนี้มีลักษณะเป็นทรงกระสวย เมื่อหั่นเป็นแนวขวางจะเป็นรูปเหมือนดาวห้าแฉก สีผลเป็นสีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง รสชาติจะออกเปรี้ยวแบบเฝื่อน ๆ โดยมีทั้งรสเปรี้ยวและหวานทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวสายพันธุ์ โดยผลมะเฟืองสุกนั้นประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอยู่หลายชนิด

ผลของมะเฟืองเป็นผลไม้ทรงกระสวย เมื่อหั่นแนวขวางจะได้เป็นรูปดาวห้าแฉก ภาษาอังกฤษจึงเรียกว่า Star Fruit ผลดิบสีเขียวใช้สับผสมในน้ำพริก สุกเป็นสีเหลืองใช้แกงได้ หรือกินกับแหนมเมือง มีทั้งรสหวานและเปรี้ยวแล้วแต่สายพันธุ์

รับผลิตอาหารเสริม

โดยในผลมะเฟืองสุกน้ำหนัก 100 กรัม จะอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตถึง 6.7 กรัม โปรตีน 1 กรัม ธาตุโพแทสเซียม 133 มก. วิตามินซี 35 มก. ธาตุฟอสฟอรัส 12 มก. ตามลำดับ นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย วิตามินบี 5 วิตามินบี 9 (หรือกรดโฟลิก) ธาตุสังกะสีและไขมันอักด้วย

มะเฟืองมีพิษ

มะเฟืองมีพิษ เนื่องจากมีกรดออกซาลิกในปริมาณที่สูง การได้รับสารนี้เข้าไปในร่างกายในปริมาณมากสามารถเพิ่มโอกาส เป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากสารนี้จะไปจับตัวกับแคลเซียมและตกเป็นนิ่วในไต เมื่อผลึกนิ่วจำนวนมากเกิดการตกตะกอนจะทำให้เกิดการอุดตันในเนื้อไตและท่อไต ทำให้ไตวายเฉียบพลัน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะการขาดน้ำในร่างกายของเราด้วย และการเกิดภาวะไตวายไม่ได้เป็นกันทุกราย

ประโยชน์ของมะเฟือง ที่อาจไม่เคยรู้

มะเฟือง ผลไม้ไทยที่หลายคนอาจะไม่เคยสังเกตมาก่อน บางครั้งก็ไม่มีวางขายในท้องตลาด ซึ่งทำให้หลายคนไม่ทราบถึงประโยชน์ของมะเฟือง ซึ่งมะเฟืองเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์หลากหลายโดยไม่เคยมีใครรู้ว่า ซึ่งประโยชน์ของมะเฟืองมีดังต่อไปนี้

  • มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
  • เป็นมิตรกับหัวใจ
  • ส่งเสริมการลดน้ำหนัก
  • ควบคุมความดันโลหิต
  • เสริมสร้างการย่อยอาหาร
  • รักษาเบาหวาน
  • เพิ่มการเผาผลาญอาหาร

มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ

มะเฟืองมีคุณสมบัติต้านการอักเสบและที่สำคัญมะเฟืองเองก็ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันความผิดปกติของผิวหนัง ยกตัวอย่างเช่น โรคผิวหนัง นอกจากนี้ในมะเฟืองเองก็ยังมีวิตามินซีช่วยในการล้างสารพิษและรักษาร่างให้แข็งแรง

เป็นมิตรกับหัวใจ

มะเฟืองเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโซเดียมและโพแทสเซียม ซึ่งสารเหล่านี้ที่เป็นสารอิเล็กโทรไลต์ในร่างกายซึ่งจะช่วยในการรักษาความดันโลหิต นอกจากนี้แร่ธาตุอย่าง โซเดียมและโพแทสเซียม ก็ยังช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจเป็นปกติ และทำให้การไหลเวียนของเลือดในร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

ส่งเสริมการลดน้ำหนัก

มะเฟือง มีแคลอรี่เล็กน้อยจึงเหมาะสมที่จะกินเป็นมื้อเย็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ปริมาณเส้นใยในมะเฟืองเองก็ยังช่วยเร่งการเผาผลาญอาหาร นอกจากนี้เส้นใยในมะเฟืองยังทำให้คุณนั้นอิ่มเร็วกว่าเดิมอีกด้วย

ควบคุมความดันโลหิต

ในมะเฟืองนั้นมีแคลเซียม ซึ่งแคลเซียมเองก็มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาโรคหัวใจได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดความดันเลือดหลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดง และยังทำให้การไหลเวียนของเลือดนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

เสริมสร้างการย่อยอาหาร

ใยอาหารที่มีอยู่ในมะเฟืองมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการย่อยอาหาร โดยใยอาหารนี้สามารถกระตุ้นการเคลื่อนไหวของอุจจาระผ่านทางเดินอาหาร ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ท้องอืดและตะคริวในท้องได้อีกด้วย

รักษาเบาหวาน

เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำในมะเฟืองสามารถป้องกันการปล่อยกลูโคสหลังจากรับประทานอาหารได้ ซึ่งส่งผลให้การควบคุมระดับอินซูลินในร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมาะกับการทำเป็นอาหารว่างที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

เพิ่มการเผาผลาญอาหาร

เพิ่มการเผาผลาญอาหารมะเฟืองเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโฟเลตและ riboflavin ซึ่งก็จะไปช่วยในการเผาผลาญอาหารและยังส่งผลให้กระบวนการทำงานของเอนไซม์และฮอร์โมนทำงานได้อย่างราบรื่นทั่วร่างกาย

ข้อแนะนำและข้อควรระวัง

ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะเฟือง เพราะอาจได้รับอันตรายจากการทำลายระบบประสาท ทำให้เกิดอาการสับสนมึนงง ชักเกร็ง หรืออาจป่วยรุนแรงถึงชีวิตได้ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยารักษาโรคอื่นอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภคมะเฟืองหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ จากมะเฟือง  ส่วนผู้ที่มีสุขภาพดี ก็ควรบริโภคแต่พอดีไม่รับประทานมากจนเกินไปรวมถึงไม่ควรบริโภคติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจนเกินไปเพาะคงส่งผลกระทบต่อสุภาพได้

สารสกัดมะเฟือง (Star Fruit Extract)

สารสกัดจากมะเฟือง อุดมไปด้วย Fruit Acid ที่มีคุณสมบัติเป็น AHA และวิตามินซีสูงให้คุณค่าในการบำรุงและปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำจากแสงแดด มลภาวะ ฝุ่นละออง หรือความเครียด ช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ ฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูแลกระจ่างใสด้วยธรรมชาติบำบัด ให้ผิวแข็งแรง ดูมีสุขภาพดี มีน้ำมีนวล ขาวเนียนใส

ประโยชน์ของสารสกัดมะเฟือง

  • ช่วยบุงและปรับสภาพผิวที่หมองคล้ำและมลภาวะ
  • ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวใหม่
  • ช่วยฟื้นฟูผิวให้แลดูกระจ่างใส แข็งแรง มีน้ำมีนวล
  • ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว
  • ช่วยลดอาการอักเสบ
  • ต่อต้านอนุมูลอิสระ

สรุป

มะเฟือง มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ลดการอักเสบ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส แข็งแรง มีน้ำมีนวล ด้วยวิตามินซีปริมาณสูงที่อยู่ในมะเฟือง จึงทำให้มีหลายแบรนด์นำสารสกัดมะเฟืองมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มาข้อมูล

www.chemipan.com

medthai.com

https://today.line.me

Lemon Fruit Extract ส่วนประกอบเครื่องสำอาง

Lemon Fruit Extract ส่วนประกอบเครื่องสำอาง

เลมอน เป็นผลไม้ที่จัดอยู่ในตระกูลส้ม เมื่อนำมาขยี้จะมีกลิ่นหอมแรง ลักษณะของผลเลมอนเป็นรูปกลมรี ที่ปลายผลจะมีติ่งแหลม ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง เนื้อผลฉ่ำน้ำและมีรสเปรี้ยว ซึ่งหลายคนมักจะจำสับสนระหว่างเลมอนกับมะนาว ซึ่งมันคนละชนิดกัน มะนาวจะเป็นลูกกลม ๆ เขียว ๆ

โรงงานอาหารเสริม

ในน้ำเลมอน มีวิตามินซีสูงมาก อุดมไปด้วยกรดอินทรีย์หลายชนิดเช่น กรดซิตริก, กรดมาลิก ทั้งยังมีธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส ทั้งยังมีสารที่สำคัญอื่น ๆ อีกมากมายเช่น ฟลาโวนอยด์, ลิโมนอยด์ และเพกติน ซึ่งเป็นสารที่นำไปใช้ประโยชน์ทั้งทางการแพทย์ อาหารและเครื่องสำอาง

นอกจากนี้ เพกติน (Pectin) ยังมีสมบัติเป็นมิวโคพอลิแซกคาไรด์ที่ทาให้ผิวหนังชุ่มชื้น และเร่งกระบวนการหายของแผลได้ โยเพิ่มการไหลเวียนของเส้นเลือดในบริเวณที่ทา ส่งเสริมการเพิ่มขึ้นของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และเพิ่มความสามารถในการให้ความชุ่มชื้นต่อผิวหนัง โดยเพิ่มปริมาณของกรดไฮยาลูรอนิก และลดการบวมและอักเสบของผิวหนังได้ เนื่องจากมีวิตามินซีที่สูงมากจึงมีสรรพคุณที่ช่วยลดสิว ลดจุดด่างดำ ลดความมันบนผิวหน้าได้เป็นอย่างดี ช่วยกระชับรูขุมขน และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียต้านการอักเสบของผิว และลดรอยเหี่ยวย่น ช่วยให้ผิวขาวใสเปล่งปลั่งอยู่เสมอ เนื่องเป็นสารสกัดจากธรรมชาติจึงอ่อนโยนต่อผิวและไม่ระคายเคืองผิว

สารพัดประโยชน์ความสวยจากเลมอน

ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส

วิธีง่าย ๆ ที่เห็นผลจริงจากเลมอน โดยผสมน้ำมะพร้าวอ่อนสัก 2 – 3 หยด กับน้ำมะนาว 2 – 3 หยดเข้าด้วยกัน แล้วนำมาทาที่ผิว ทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยล้างออก น้ำมะพร้าวจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ดูมีน้ำมาหล่อเลี้ยงมากขึ้น ส่วนน้ำมะนาวจะทำให้ผิวเนียน เปล่งปลั่ง กระจ่างใสขึ้นจนสังเกตได้

ตรงกันข้ามเลมอนที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและกรดซีทริกกลับช่วยบำรุงผิวให้ดูสดใส เปล่งปลั่ง สะดุดตาใครต่อใครเลยทีเดียว แถมในวิตามินซียังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยส่งเสริมการผลิตคอลลาเจนด้วย ซึ่งช่วยลดจุดด่างดำต่าง ๆ และความหมองคล้ำจากแสงแดด

ลดรอยดำคล้ำบริเวณข้อศอกและหัวเข่า

ถ้าบริเวณตามข้อศอกหรือหัวเข่าของเราดำคล้ำไม่ว่าด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ลองใช้มะนาวครึ่งลูกขัดถูเบา ๆ บริเวณนั้นดู สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง แล้วจะเห็นผลอย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากจะหายดำเป็นปลิดทิ้งแล้ว ยังทำให้ข้อศอกและหัวเข่าเนียนนุ่ม น่าสัมผัสขึ้น

รักษาและแก้ปัญหาสิวหัวดำ

เพราะในมะนาวมีสารต้านฤทธิ์แบคทีเรียได้ เป็นตัวช่วยรักษาสิวได้เป็นอย่างดี วิธีง่าย ๆ เพียงแค่สไลด์หรือผ่านมะนาวบาง ๆ แล้วบีบให้มะนาวเล็กน้อยลงบนหน้าอย่างพอดี สิวหัวดำที่เกาะติดอยู่บนใบหน้ามานานจะค่อย ๆ เริ่มหายไปก่อนที่รู้ตัว

ช่วยทำความสะอาดผิว

นอกจากการเช็ดทำความสะอาดผิวด้วยแอลกอฮอล์และน้ำเปล่า ก็มีวิธีนี้ที่ช่วยทำความสะอาดผิวจากสิ่งสกปรกได้ แค่ผสมหยดน้ำมะนาว2 หยด เข้ากับน้ำมันหอมระเหยในปริมาณ 6 ออนซ์ต่อน้ำกลั่น มันจะทำหน้าที่เหมือนโทนเนอร์ ใช้คู่กับสำลีในการเช็ดทำความสะอาดผิวที่ยากจะลบออก

ช่วยทำให้ฟันขาวขึ้น

เพียงแค่ผสมโซดาและน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน แล้วนำมาทาที่ฟัน จากนั้นใช้แปรงสีฟันขัดฟันของคุณให้ทั่วถึงเพื่อสครับสิ่งสกปรกที่เกาะติดตามฟันและบริเวณซอกฟัน แล้วบ้วนน้ำล้าง ทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 – 2 ครั้ง

ริมฝีปากนุ่มเนียน อมชมพูขึ้น

เพียงทาน้ำมะนาวบาง ๆ บนริมฝีปากให้ทั่วของคุณก่อนนอน ทาให้พอดี จนรู้สึกชุ่มชื้น และล้างออกด้วยน้ำในตอนเช้า มันจะช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและริมฝีปากที่แห้งเป็นขุยให้หลุดออกไป บำรุงริมฝีปากคุณให้นุ่มอมชมพูขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามใช่ว่าวิธีทำได้ทุกคน ถ้าบางคนมีริมฝีปากแตกแห้งอย่างรุนแรงเห็นได้ชัด แนะนำว่าไม่ควรลองเป็นอย่างยิ่ง เพราะน้ำมะนาวจะเปลี่ยนเป็นกรด กัดปากคุณให้แสบร้อน

ข้อควรระวัง

อย่าทาน้ำมะนาวลงบนริมฝีปากเอยะเกินไปนัก เพราะแทนที่มันจะช่วยบำรุงผิวปากกลับเป็นกรด กัดปากคุณให้แสบร้อนแทน

เพิ่มความแข็งแรงให้เล็บสวย

ใครจะไปคิดว่าแค่น้ำมะนาวจะเพิ่มความแข็งแรงให้เล็บได้ เพียงแค่คุณนำส่วนผสมของน้ำมันพืชที่คุณชื่นชอบ และน้ำมะนาวมามิกซ์เข้าด้วย และนำเล็บของคุณแช่ลงไป หากใครไม่เคยลอง ขอบอกว่านี่เป็นวิธีที่ดีมากและได้ผลเยี่ยมที่สุด

โดยเฉพาะถ้าเล็บของคุณแห้ง เหลืองและเปราะบางง่าย ไม่เพียงแต่มันจะช่วยให้เล็บของคุณแข็งแรงขึ้น แต่มันจะช่วยซ่อมแซมและบำรุงเล็บที่เหลืองให้อมชมพูเลือดฝาด เหมือนได้รับสารอาหารและการดูแลอย่างเต็มที่

ประโยชน์ของสารสกัดเลมอน

  • ลดสิว
  • ลดจุดด่างดำ
  • ลดความมันบนผิวหน้า
  • ช่วยกระชับรูขุมขน
  • ช่วยให้ผิวขาวใสเปล่งปลั่ง
  • ลดรอยเหี่ยวย่น
  • ส่งเสริมการเพิ่มขึ้นของคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติน
  • ลดการบวมและอักเสบของผิวหนัง

สรุป

สารสกัดเลมอน มีวิตามินซีที่สูงมากจึงมีสรรพคุณที่ช่วยลดสิว ลดจุดด่างดำ ลดความมันบนผิวหน้าได้เป็นอย่างดี ช่วยกระชับรูขุมขน และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียต้านการอักเสบของผิว และลดรอยเหี่ยวย่น ช่วยให้ผิวขาวใสเปล่งปลั่งอยู่เสมอ เนื่องเป็นสารสกัดจากธรรมชาติจึงอ่อนโยนต่อผิวและไม่ระคายเคืองผิว

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.chemipan.com

medthai.com

www.thairath.co.th

Watermelon Extract ส่วนประกอบเครื่องสำอาง

Watermelon Extract ส่วนประกอบเครื่องสำอาง

ในปัจจุบันโลกของธุรกิจเครื่องสำอางนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีการผลิตเครื่องสำอางรูปแบบใหม่ ๆ ออกมามากมาย ผลลัพธ์ของผิวพรรณที่ผู้บริโภคต้องการหลากหลายขึ้น ความโดดเด่นของสารสกัดตัวใหม่ ๆ ก็เริ่มมีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารสกัดแตงโม ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ ซึ่งในวันนี้เราจะพาไปรู้จักสารสกัดตัวนี้กัน

โรงงานอาหารเสริม

แตงโมคืออะไร

แตงโม คือ ผลไม้ที่มีต้นกำหนดในแถบทวีปแอฟริกาในทะเลทรายคาลาฮารี ซึ่งชาติแรกที่ปลูกแตงโมไว้รับประทานนั้นก็คือชาวอียิปต์ สำหรับประเทศไทยนั้นการปลูกแตงโมจะมีอยู่ทั่วทุกภาคและปลูกได้ทุกฤดู

แตงโม จัดเป็นพืชในตระกูลด้วยกับแคนตาลูป ฟักทอง แตงกวา ซึ่งนักพฤษศาสตร์จัดให้อยู่ในวงศ์ CUCURBITACEAE เป้นผลไม้ที่มีน้ำประกอบอยู่ในปริมาณมากจึงมีคุณสมบัติเย็น รับประทานแล้วหวานชื่นใจ

ความเชื่อและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประโยชน์ของแตงโม

แตงโม นับเป็นผลไม้ที่ผู้คนนิยมรับประทานคลายร้อน เนื่องจากมีรสชาติหวานฉ่ำ อีกทั้งหลายคนยังเชื่อว่าสรรพคุณช่วยรักษาและเสริมสร้างสุขภาพด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้เลือดไหลเวียน รวมทั้งเสริมสร้างสมรรถภาพการเคลื่อนไหวร่างกาย

แตงโม เป็นผลไม้ในตระกูลแตงและน้ำเต้า ประกอบด้วยน้ำร้อยละ 92 และน้ำตาลร้อยละ 8 อุดมไปด้วยไลโคปีนและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยให้เนื้อแตงโมมีสีต่าง ๆ และไม่มีไขมัน ผู้คนนิยมรับประทานแตงโม เพราะนอกจากจะมีเนื้อหวานฉ่ำแล้ว หลายคนยังเชื่อว่าสารอาหารในแตงโมมีสรรพคุณที่ช่วยรักษาและเสริมสร้างสุขภาพด้านต่าง ๆ เช่น ลดโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่ศึกษาคุณสมบัติของแตงโมที่ส่งผลต่อสุขภาพหลายแง่มุม

คุณประโยชน์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของแตงโมคือต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากแตงโมมีสารอาหารสำคัญที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ คือ สารโพลีฟีนอล สารนี้จะป้องกันสารอนุมูลอิสระไม่ให้ทำลายเซลล์ในร่างกาย  ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดการเจริญของมะเร็ง รวมทั้งตรวจหาสารที่อาจก่อให้เกิดเซลล์มะเร็ง ส่งผลให้ผู้คนรับประทานแตงโมเพื่อให้ได้รับประโยชน์ดังกล่าว

สารสกัดแตงโม

สารสกัดแตงโม มีส่วนผสมของ วิตามินซี จากแตงโมธรรมชาติ มีประโยชน์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ มุ่งเน้นให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณ เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน ขาดความสดใส เปล่งปลั่ง เสริมการป้องกันการเปราะของเส้นเลือดฝอย เพื่อความเรียบเนียนแก่ผิวมอบความเต่งตึงแก่ผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งขาดน้ำเลี้ยงใต้ผิว และให้สารไลโคปีนทำให้ผิวดูชมพู ขาวกระจ่างใส

แตงโม อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดอย่างเช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบีรวม แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น มีสาระสำคัญ คือ Citruline (ซิทรูไลน์) ซึ่งจะพบสารนี้ในเปลืองมากกว่าส่วนของเนื้อ สำหรับประโยชน์ของสารนี้คือ จะช่วยขยายเส้นเลือด ดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและยังเป็นประโยชน์อย่างมาก สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วนอีกด้วย เพราะมีแคลอรีต่ำมาก

แตงโมให้ผลดีที่สุดเมื่อใช้กับส่วนผสมอะไร

ส่วนผสมในสกินแคร์หรือเครื่องสำอางที่เมื่อใช้คู่กับสารสกัดแตงโม แล้วจะยิ่งได้ผลดีที่สุดได้แก่ Hyaluronic Acid ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวกันแบบดีเยี่ยม, Lactic Acid ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนและเติมน้ำให้กับผิวได้เช่นกัน หรือจะเอาคู่กับวิตามินซี และวิตามินอี เพื่อให้ผลในการต้านอนุมูลอิสระ โดยข้อดีของการจับคู่แตงโมกับส่วนผสมอื่น ๆ ในสกินแคร์หรือเครื่องสำอาง จะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างอ่อนโยนมากขึ้น

แตงโม เหมาะกับสภาพผิวแบบไหนบ้าง

ด้วยความที่องค์ประกอบหลักของแตงโมคือ น้ำ มันจึงปลอดภัยสำหรับทุกสภาพผิว แม้กับผิวหน้าที่เป็นสิวหรือบอบบางแพ้ง่าย โดยคุณสมบัติที่โดดเด่นของแตงโมคือลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว ซึ่งเป็นประโยชน์ที่น่าจะเหมาะกับช่วงเวลาที่กำลังเครียด เพราะความเครียดนั้นจะส่งผลให้ผิวเกิดรอยแดง, หมองคล้ำและโทรมกว่าปกติ

นอกจากนี้ยังใช้ได้ดีกับผู้ที่ต้องการจะลบเลือนจุดด่างดำและความไม่สม่ำเสมอของสีผิว และช่วยให้ผิวที่แห้งหรือลอกเป็นขุยกลับมาชุ่มชื้น เต่งตึง ริ้วรอยดูจางลง และมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

นานแค่ไหนถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวจากการใช้แตงโม

สำหรับผลลัพธ์ในการปลอบประโลมผิว, ลดผดผื่นจากการแพ้หรือรอยแดงต่าง ๆ อาจเห็นผลได้ทันทีหลังจากใช้ แต่ในแง่ของการฟื้นฟูสภาพผิวให้แข็งแรง คงต้องใช้เวลามากกว่านั้น เหมือนเช่นสกืนแคร์หรือเครื่องสำอางที่มีการใช้สารสกัดตัวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น สารสกัดน้ำผึ้ง สารสกัดใบฝรั่ง ที่ต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน เพราะต้องให้เวลาสำหรับเซลล์ผิวหนังในการผลัดเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่

ประโยชน์ของสารสกัดแตงโม

  • แตงโมมี ไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งและโรคหัวใจ
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผมให้แข็งแรง เพราะประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด
  • แตงโมมีกรดอะมิโน Citruline ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจ
  • มีส่วนช่วยบำรุงสายตา เพราะมีวิตามินเอในผลแตงโม
  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว แก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน ช่วยดูดซับความมันบนใบหน้า และลดอาการแสบแดง

สรุป

สารสกัดแตงโม มีส่วนผสมของ วิตามินซี ซึ่งใช้ได้ดีกับผู้ที่ต้องการจะลบเลือนจุดด่างดำและความไม่สม่ำเสมอของสีผิว และช่วยให้ผิวที่แห้งหรือลอกเป็นขุยกลับมาชุ่มชื้น เต่งตึง ริ้วรอยดูจางลง และมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

โดย #โควิก โรงงานอาหารเสริมแบบ OEM รับผลิตอาหารเสริมตามความต้องการของลูกค้า พร้อมด้วยบริการแบบ One – Stop Service ที่บริการแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ทางโรงงานยังรับผลิตเครื่องสำอาง รับผลิตสบู่ และรับผลิตยาสมุนไพรอีกด้วย

แหล่งที่มาข้อมูล : https://kovic.co.th/